ตอนที่ 561
561 / 2060
อ่าน 11 นาที
Chapter 561
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:34
**บทที่ 561**
**[แปลงศาสตรา]**
นี่คือทักษะอันทรงอานุภาพที่สามารถสำแดงฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อครอบครอง ‘พาวราเนียม’ แร่ธาตุในตำนานไว้ในหัตถ์
มันคือศาสตร์แห่งการเปลี่ยนรูปพาวราเนียมให้กลายเป็นอาวุธชนิดอื่น ทั้งในด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะอย่างสมบูรณ์
* *เงื่อนไข: สามารถแปลงเป็นไอเทมที่ท่านรู้วิธีการสร้างแล้วเท่านั้น*
* *ระยะเวลาแสดงผล: 3 นาที เมื่อสิ้นสุดผลของทักษะ พาวราเนียมจะกลับคืนสู่รูปทรงเดิม*
* *มานาที่ใช้: ไม่มี*
* *ระยะเวลาคูลดาวน์: 6 ชั่วโมง*
นี่คือรางวัลอันสมเกียรติที่เกริดได้รับจากการรังสรรค์ไอเทมระดับตำนานชิ้นที่ 15 มันคือทักษะที่ดึงมูลค่าของพาวราเนียมออกมาจนถึงขีดสุด ที่ผ่านมาเขาเคยใช้มันเพื่อจำลอง ‘หอกแห่งลิฟาเอล’ ระดับมายามาแล้ว และในยามนี้ เขาได้ใช้มันเพื่อเลียนแบบอานุภาพของ ‘ธนูหงส์แดง’
ผู้สืบทอดแห่งปักม่ามักจะมีจุดอ่อนเรื่องทักษะโจมตีเป็นวงกว้าง (AOE) เมื่อเทียบกับอาชีพสายต่อสู้อื่นๆ และธนูหงส์แดงคือกุญแจสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ แน่นอนว่าการจะเลียนแบบธนูหงส์แดงระดับ ‘มายา’ ให้สมบูรณ์แบบนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเงื่อนไขสำคัญของระดับมายาคือ ‘ลมหายใจหงส์แดง’ ซึ่งเป็นแก่นแท้แห่งทวยเทพที่พาวราเนียมมิอาจลอกเลียนได้
ธนูหงส์แดงที่เกริดจำลองขึ้นในขณะนี้ จึงเป็นเพียงระดับ ‘ตำนาน’ แบบเดียวกับที่เขาเคยมอบให้แก่ฮันซอกบง
“ทะยานฟ้า!”
**[ทะยานฟ้า!]**
*อัญเชิญร่างจำลองของหงส์แดงออกมา*
*ร่างจำลองหงส์แดงจะสร้างความเสียหายธาตุไฟแก่เป้าหมายทั้งหมดในระยะ 300 เมตรรอบจุดอัญเชิญ ความเสียหายเท่ากับ 600% ของพลังโจมตีทั้งหมดของผู้ใช้*
*มานาที่ใช้: 3,000*
*ระยะเวลาคูลดาวน์: 24 ชั่วโมง*
หากเทียบกับทักษะ ‘ทะยานฟ้า’ ของธนูระดับมายาแล้ว ผลลัพธ์นี้ดูจะด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะระยะโจมตีที่ในระดับมายานั้นจะแผ่คลุมไปทั่วทุกทิศทางที่ผู้ใช้มองเห็น แต่ในระดับตำนานกลับจำกัดอยู่ที่ 300 เมตร
ทว่า... ระยะ 300 เมตรก็หาใช่เรื่องล้อเล่น ทักษะโจมตีวงกว้างที่มีพิสัยไกลขนาดนี้ถือเป็นของหายากยิ่งในโลกแห่งความสัตย์จริง และถึงแม้มันจะไม่ใช่ ‘ทะยานฟ้า’ เวอร์ชั่นเทพเจ้า แต่มันก็ยังเป็นทักษะชั้นเลิศที่สั่นสะเทือนสนามรบได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ทะยานฟ้าระดับมายายังมีข้อจำกัดเรื่องทัศนวิสัย หากมุมมองถูกบดบังอานุภาพจะลดถอยลง แต่ในทางกลับกัน ทะยานฟ้าระดับตำนานกลับมีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพที่แน่นอนกว่า ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมันจะโจมตี ‘ทุกเป้าหมาย’ ในระยะโดยไม่แยกมิตรหรือศัตรู
ทว่าในเวลานี้ รอบกายเขามีเพียงอริราชศัตรู... ทุกชีวิตที่เหยียบย่ำอยู่ตรงหน้า ยกเว้นชาวเมืองไบแรน คือเป้าหมายสังหารทั้งสิ้น!
“ทะยานฟ้า!”
**กี๊ซซซซซซ—!**
ศรฟอสฟอรัสขาวถูกยิงออกไปพร้อมกันโดยเกริดและ ‘หัตถ์เทวะ’ พวกมันพุ่งทะยานออกจากธนูหงส์แดงกรีดอากาศขึ้นสู่เวหา ในชั่วพริบตานั้น เสียงกู่ร้องของปักษาสวรรค์ก็กังวานก้องไปทั่วไบแรน หงส์แดงเพลิงสองตัวปรากฏกายขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ ร่างของพวกมันใหญ่โตราวกับคฤหาสน์หรูหรา และถูกโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง ทหารแห่งอาณาจักรเอเทอร์นัลต่างตกตะลึงจนขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเงาของนกยักษ์บดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด
“หงส์แดง!”
“นั่นมันสัตว์เทพ! เกริดอัญเชิญพวกมันมา!”
ประหนึ่งว่าพลังของราชาเกริดนั้นไร้ซึ่งขีดจำกัด!
**พรึ่บ!**
ปักษาสวรรค์กระพือปีกอันเกรียงไกร เปลวเพลิงนรกพรั่งพรูลงสู่พื้นดินดั่งฝนลาวา ดยุค ลูซิลลิฟ สัมผัสได้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานมาจึงแผดคำรามสั่งทหารเสียงหลง
“กระจายตัวออกไป! เร็วเข้า!”
เขาหวังจะลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด ทว่าจำนวนทหารที่มหาศาลกลับกลายเป็นดาบสองคม พื้นที่เมืองไบแรนคลาคล่ำไปด้วยพลรบแห่งเอเทอร์นัล มันคับแคบเกินกว่าจะหลบหนีได้ทันท่วงที เพียงแค่ขยับไม่กี่ก้าว ร่างกายก็ชนกันนัวเนียจนล้มระเนระนาด ในขณะที่พวกเขากำลังสับสนอลหม่าน ลูกไฟยักษ์ก็พุ่งตกลงมาใส่หัวอย่างไร้ทางต่อต้าน
**ตูม! ตูม! ตูม!**
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงกรีดร้องระงมดังมาจากผู้ที่ยังหลงเหลือลมหายใจ ส่วนเหล่าทหารที่เคราะห์ร้ายถูกเพลิงกัลป์แผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตาเสียจนไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร้องขอชีวิต ภาพของทหารนับพันที่ถูกเผามอดไหม้ภายใต้ห่าฝนอัคคีเป็นภาพที่น่าสยดสยองจนผู้ที่เฝ้ามองต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ
“พวกจอมเวทด้วยงั้นรึ...!”
ดยุค ลูซิลลิฟ ที่ยืนอยู่บนกำแพงเริ่มกระวนกระวาย ต่อหน้าเกริด จำนวนทหารดูจะไร้ความหมายสิ้นดี สมรภูมิถูกย่อยยับจนแทบไม่เหลือชิ้นดี กำลังพลส่วนใหญ่สูญสิ้น โดยเฉพาะการสูญเสียจอมเวทที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
“ส่งอัศวินออกไป! หากปล่อยไว้แบบนี้เราพังพินาศกันหมดแน่!”
“เฮฮฮฮฮฮ!”
ในที่สุด ศึกที่แท้จริงก็เริ่มต้น อัศวินกว่า 5,000 นายที่มีระดับเลเวลเฉลี่ยราว 200 กลางๆ พุ่งเข้าจู่โจมเกริดด้วยความดุดัน
ดยุค ลูซิลลิฟ เหยียดล้อ “อัศวินพวกนี้ต่างจากพวกทหารสิบนิ้ว!”
แม้จะปวดใจที่ต้องสูญเสียอัศวินผู้ทรงเกียรติ แต่เป้าหมายสูงสุดของสงครามครั้งนี้คือ ‘ความตายของเกริด’ เขาจำเป็นต้องทุ่มสุดตัวเพื่อกำจัดบุรุษผู้นี้
‘คำสาปนี้ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตของเทพเจ้าก็หนีไม่พ้น’
เขาเตรียมคำสาปร้ายกาจไว้จัดการกับผู้เล่นที่เป็นอมตะ มันคือคำสาปอำมหิตที่จะเพิ่มบทลงโทษการตายของผู้เล่นสูงถึงสามเท่า! ซึ่งมันสามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงถึงชีวิตได้
เกริดมองเห็นความมั่นใจบนใบหน้าของดยุค ลูซิลลิฟ เขาจึงสั่งยกเลิกการแปลงศาสตราของธนูหงส์แดงเดิม แล้วเปลี่ยน ‘หัตถ์เทวะ’ อีกสองข้างที่เหลือให้กลายเป็นธนูหงส์แดงแทน
“เจ้าคิดว่าข้าเหลือแค่นั้นหรือ? ทะยานฟ้า!”
**กี๊ซซซซซซ—!**
เกริดน้าวสายธนูอีกครั้ง ปักษาสวรรค์อีกสองตัวปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้าในทันที
“เฮือก!”
“เป็นไปไม่ได้! นี่มันบ้าไปแล้ว!”
อัศวินทั้ง 5,000 นายที่กำลังดาหน้าเข้ามาถึงกับชะงักงันด้วยความพรั่นพรึง ทักษะที่รุนแรงปานทำลายล้างโลกเช่นนี้กลับถูกเรียกใช้ต่อเนื่องกันราวกับความฝัน
“ห... หลบเร็ว!”
เหล่าอัศวินพยายามแทรกตัวหลบไปตามหมู่ทหาร ใช้ร่างกายของทหารเลวเป็นโล่มนุษย์เพื่อเอาชีวิตรอด ทว่า ‘ทะยานฟ้า’ คือทักษะถล่มพื้นที่ในระยะกว้าง การใช้โล่มนุษย์จึงไร้ผลสิ้นดี!
**ครืนนนนน!**
ลูกไฟโปรยปรายลงมาดั่งห่าฝนเพลิง!
“ก๊ากกกกกก!”
อัศวินผู้ทะนงตนถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดแสน ทว่าด้วยความเป็นอัศวิน ส่วนใหญ่จึงยังไม่สิ้นชีพในทันที พวกเขาพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แต่ทว่า...
**[ทักษะติดตัวที่ซ่อนอยู่ ‘บัญชาเทพ’ (God’s Command) รีเซ็ตระยะเวลาคูลดาวน์ของทักษะ ทะยานฟ้า! หากใช้งานภายใน 3 วินาที จะไม่เสียทรัพยากรใดๆ]**
“ยังเหลืออีกหนึ่ง...”
**กี๊ซซซซซซ—!**
หงส์แดงปรากฏกายขึ้นอีกครา อัศวินที่เหลืออยู่ทำได้เพียงกู่ร้องอย่างสิ้นหวัง
“นี่มันปีศาจชัดๆ!”
เสียงสุดท้ายของพวกเขาเลือนหายไปพร้อมกับร่างที่มอดไหม้กลายเป็นผุยผง อัศวินผู้ภาคภูมิแห่งอาณาจักรเอเทอร์นัลถูกทำลายล้างจนสิ้นซากในพริบตา ดยุค ลูซิลลิฟ ยืนตะลึงงันจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นกองกำลังหลักของตนพินาศสิ้น
“ม... ไม่มีทาง... เรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น!”
ต่อให้เป็นมหาจอมเวทผู้เก่งกล้า ก็มิอาจร่ายมหาเวทต่อเนื่องกันได้ขนาดนี้ พลังของเกริดดูจะไร้ซึ่งขอบเขต ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจของดยุค ลูซิลลิฟ เขาเริ่มหวาดหวั่นว่ากองทัพนับแสนจะถูกเกริดกวาดล้างเพียงลำพัง
‘ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น!’
หากทหารแสนนายต้องพ่ายแพ้ต่อศัตรูเพียงคนเดียว เขาคงถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถที่สุดในทวีปตะวันตก ดยุค ลูซิลลิฟ จึงตัดสินใจเรียกใช้กลุ่มชนชั้นนำที่ซ่อนไว้
“บารอน ดูก้า! เอิร์ล คาร์เรียน! เอิร์ล เรด! มาร์ควิส เบร่า! ถึงคราวพวกเจ้าแล้ว!”
คนเหล่านี้คือนักดาบและจอมเวทผู้ทรงพลังที่เขาฟูมฟักมา กองกำลังของพวกเขาเหนือชั้นกว่าทหารทั่วไปในอาณาจักรเอเทอร์นัลหลายเท่าตัว ลูซิลลิฟเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะปลิดชีพเกริดได้ แม้จะต้องแลกด้วยความสูญเสียบ้างก็ตาม
แต่ทว่า...
“ทุกคนหายไปไหนหมด?”
ไร้ซึ่งวี่แววของใครบางคนที่เขาขานชื่อ ความสับสนฉายชัดในดวงตาของลูซิลลิฟจนแทบคลั่ง
***
『 นี่เรากำลังดูอะไรกันอยู่ครับเนี่ย? 』
ภาพที่จิชูก้าเคยอัญเชิญหงส์แดงเหนือเมืองแพทเรียนเคยถูกผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกประเมินว่าเป็น ‘ไอเทมสำหรับเควสต์’ ที่ให้พลังรุนแรงเกินกว่าจะเป็นของส่วนตัว ทว่าในวันนี้ ความจริงกลับตบหน้าพวกเขาอย่างจัง
ธนูที่อัญเชิญหงส์แดงได้... เกริดมีมันหลายคัน!
*- ถึงหงส์แดงของเกริดจะดูอ่อนแอกว่าของจิชูก้า แต่นี่เขาอัญเชิญออกมา 5 ตัวรวดเลยนะ! พลังทำลายรวมกันแล้วเกริดดูจะโหดกว่าจิชูก้าไปไกลเลยไม่ใช่เหรอ?*
*- เห็นด้วย พลังนี้มันเทียบเท่ากับเวทมนตร์ ‘เมเทโอ’ (Meteor) ขั้นสูงเลยนะนั่น*
*- เกริดไปทำอะไรมาหลังจากจบงานแข่งนานาชาติ? ทำไมถึงแข็งแกร่งขึ้นได้รวดเร็วขนาดนี้?*
*- อย่าพยายามเข้าใจเขาเลย ดูตอนเขาตบแวมไพร์สิ หมอนี่มันระดับราชาเทพไปแล้ว*
*- ตอนนี้ผมว่าแคนดิเดตแชมป์งานแข่งครั้งที่ 3 คงไม่พ้นเกาหลีใต้กับบราซิล แค่อัญเชิญหงส์แดงออกมา สงครามก็จบแล้ว*
*- พวกที่เคยด่าเกริดตอนนี้เงียบเป็นเป่าสากเลยนะ*
ผู้ชมทั่วโลกต่างจดจ้องด้วยความทึ่ง เกริดอัญเชิญหงส์แดงต่อเนื่องกัน 5 ครั้ง ทำลายล้างกองทัพไปกว่า 10,000 นาย มีผู้เล่นคนไหนอีกที่สามารถกวาดล้างศัตรูนับหมื่นได้ในพริบตา? ผู้คนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในยามนี้แม้แต่ ‘คราวเกล’ ก็อาจจะทำไม่ได้เท่าเกริด
เหตุผลนั้นเรียบง่าย...
『 เราต้องไม่ลืมสิ่งหนึ่งนะครับ เกริดยังไม่ได้ใช้ทักษะส่วนใหญ่ที่เขาเคยใช้ในงานแข่งนานาชาติเลยด้วยซ้ำ 』
『 นั่นหมายความว่า เกริดยังไม่ได้เปิดเผยไพ่ตายที่แท้จริงออกมาเลยแม่แต่น้อย! 』
***
**ป้อมปราการ อาคารู**
ป้อมปราการแห่งนี้ตั้งอยู่สุดขอบเขตของจักรวรรดิซาฮารัน โดยทางภูมิศาสตร์แล้วมันตั้งประจันหน้ากับเมืองเรย์ดัน เป้าหมายของมันคือการเฝ้าระวังและคานอำนาจกับจักรวรรดิ แม้จะเป็นรัฐที่เป็นกลาง แต่เอเทอร์นัลก็ยังคงส่งบรรณาการให้จักรวรรดิอยู่เสมอ ทำให้อาคารูมีทหารประจำการอยู่เพียงน้อยนิด
ทว่าบรรยากาศในช่วงปีที่ผ่านมากลับเปลี่ยนไป เมื่อขุนนางที่ชื่อเกริดก่อกบฏทำให้เอเทอร์นัลปั่นป่วน จักรวรรดิซาฮารันไม่มีทางพลาดโอกาสนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาเล็ง ‘เรย์ดัน’ มานานแล้ว เมื่อสบโอกาสที่เอเทอร์นัลกำลังวุ่นวาย พวกเขาจึงวางแผนที่จะเข้ายึดครองเรย์ดันทันที
บัดนี้ ทหารฝีมือเยี่ยม 20,000 นายถูกส่งมาประจำการที่อาคารู เพื่อรอคอยโอกาสทอง
“อาณาจักรเอเทอร์นัลเคลื่อนทัพแสนนายแล้วครับ”
“กองกำลังจากเรย์ดันก็เคลื่อนทัพออกไปรับศึกเช่นกัน”
“ตอนนี้... เรย์ดันกำลังว่างเปล่าครับท่าน!”
นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด เวลาที่จะเข้ายึดเรย์ดันโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ และปักธงของจักรวรรดิลงเหนือแผ่นดินนั้น ส่วนเรื่องเอเทอร์นัลน่ะหรือ? จักรวรรดิก็แค่จะอ้างว่า ‘ยื่นมือเข้าช่วยอาณาจักรที่กำลังลำบากจากกบฏ’ และ ‘เข้าปกป้องเรย์ดันชั่วคราว’ เท่านั้นเอง หลังจากนั้นการเข้ายึดครองอย่างถาวรก็เป็นเพียงเรื่องกล้วยๆ
การกลืนกินดินแดนโดยมหาอำนาจ! เอิร์ลทูริช ผู้บัญชาการป้อมอาคารูไม่รอช้า เขาสั่งเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่เรย์ดันที่ (คาดว่า) ร้างผู้คนทันที ทว่าเขากลับต้องสั่งหยุดทัพกะทันหัน
‘เป็นไปไม่ได้!’
ที่แนวเทือกเขาระหว่างเรย์ดันและอาคารู เมื่อพวกเขาก้าวข้ามยอดเขา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือทหารเรย์ดันนับหมื่นนายที่ตั้งขบวนอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ กองทัพขนาดมหึมาที่เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับเป็นร่างเดียว ทหารจักรวรรดิถึงกับขนลุกซู่ด้วยความพรั่นพรึง
“ทหารนับหมื่นเคลื่อนไหวพร้อมกันขนาดนี้ได้อย่างไร?”
ทุกย่างก้าว ทุกการวาดหอก ไม่มีแม้แต่ความผิดพลาดเพียงนิดเดียว ทหารนับหมื่นกำลังฝึกซ้อมอย่างดุดัน เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือกองกำลังระดับเอลิสต์ (Elite)
“...พวกเราต้องถอยทัพ!”
เอิร์ลทูริชตัดสินใจอย่างรวดเร็วและสั่งถอยทัพทันที เขาไม่มีทางรู้เลยว่า ความจริงแล้วมีทหารฝึกซ้อมอยู่ในทะเลทรายนั้นเพียง 1,000 นายเท่านั้น! เหตุผลที่ดูเหมือนมีทหารนับหมื่น... เป็นเพราะ ‘เงา’ ที่ทหารพันนายนั้นทอดลงบนพื้นทรายภายใต้แสงแดดจ้าต่างหาก
“การใช้ทหารเงาของข้ามาสร้างกลยุทธ์เช่นนี้... เอิร์ลเลาเอลช่างเป็นอัจฉริยะที่น่าเกรงขามยิ่งนัก”
หัวใจของ ‘คาสิม’ เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นกองทัพจักรวรรดิถอยร่นไปหลังแนวเขา เขาเริ่มมั่นใจยิ่งขึ้นว่า ‘เกริด’ ผู้ที่รายล้อมไปด้วยขุนพลผู้ทรงพลังและอัจฉริยะล้นเหลือเช่นนี้ จะต้องเป็นผู้ทำลายจักรวรรดิลงได้อย่างแน่นอน!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

