ตอนที่ 538
538 / 2060
อ่าน 12 นาที
Chapter 538
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:30
“นับว่าเป็นความคิดที่ไม่เลว”
เมื่อพิจารณาจากอานุภาพหมัดของอุง สัตว์ประหลาดเหล่านี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เกริดคาดการณ์ไว้มาก เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าไวท์จะเอาชีวิตรอดไปได้ ดังนั้นการที่ไวท์ประกาศถอนตัวจึงถือว่าสอดคล้องกับความคิดของเกริดพอดิบพอดี
‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่พวกตัวปัญหาล่ะนะ’
ไวท์เป็นชายผิวดำวัยกลางคน ซึ่งเกริดรู้สึกถูกชะตาด้วยไม่น้อย ในขณะที่เขากำลังมองไวท์ด้วยความพึงพอใจ ซัวก็ก้าวเข้ามาหา
“ช่างน่าอัศจรรย์นักที่ท่านไม่เป็นอะไรเลยหลังจากถูกอุงโจมตีเข้าจังๆ... ชุดเกราะนี้ ท่านเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ?”
การที่เกริดสามารถทนทานต่อการโจมตีนั้นได้ย่อมมีเหตุผล นอกเหนือจากประสิทธิภาพของชุดเกราะ ‘ทริปเปิลเลเยอร์’ (Triple Layers) แล้ว มันยังเป็นเพราะค่าสถานะความอดทน (Stamina) อันมหาศาลของเขา เกริดมีค่าความอดทนสูงถึง 1,500 แต้ม พลังป้องกันพื้นฐานของเขานั้นเทียบเท่ากับสายแทงค์เลเวล 200 กลางๆ เลยทีเดียว ทว่าซัวหาได้ล่วงรู้ความจริงข้อนี้ไม่
ตามสามัญสำนึกแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่ช่างตีเหล็กจะมีค่าความอดทนสูงส่งเพียงนั้น ซัวจึงปักใจเชื่อว่าพลังป้องกันอันแข็งแกร่งของเกริดมาจากชุดเกราะเพียงอย่างเดียว
“ข้าสร้างมันขึ้นมาเอง”
*ฉวัดเฉวียน!*
เกริดยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ขับเน้นความงดงามสง่าของทริปเปิลเลเยอร์ให้ยิ่งโดดเด่น เกล็ดสีดำขลับนับร้อยสะท้อนแสงวับแวมยามที่เขาขยับกายา เผยให้เห็นประติมากรรมอันวิจิตรที่รังสรรค์ขึ้นโดยหัตถ์ของปรมาจารย์
“ตกลง ข้าจะไม่ห้ามท่านอีก ในเมื่อท่านคือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่คุกใต้ดินแห่งนี้... ทว่าหากท่านรักชีวิต โปรดเตรียมตัวปฏิบัติตามคำสั่งของพวกเราอย่างเคร่งครัด”
“ย่อมได้”
เกริดไม่ได้ใส่ใจคำสั่งเหล่านั้นนัก ซัวแสดงท่าทีสุภาพต่อเขามาโดยตลอด และเจตนาของนางก็เพื่อความปลอดภัยของเขาเอง จึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะมองนางในแง่ร้าย
‘ก็นะ ถึงอย่างไรข้าก็คงทำตามใจตัวเองอยู่ดี’
แม้ซัวและสมาชิกหน่วยหงส์แดงจะเป็นกองกำลังระดับชนชั้นนำ แต่เมื่อเข้าสู่คุกใต้ดิน พวกเขาคงต้องทุ่มสมาธิไปกับการรับมือพวก ‘เข็มหุ้มเกราะ’ จนไม่มีเวลามาคอยควบคุมเขา
‘แต่ข้าก็จะไม่ล้ำเส้นจนเกินไป’
หากพิจารณาจากปูมหลังของทวีปตะวันออกและความร้ายกาจของพวกเข็มหุ้มเกราะ ฝีมือของหน่วยหงส์แดงคงจะเหนือล้ำยิ่งกว่าอัศวินสีชาดที่เขาเคยพบมาเสียอีก ไม่แปลกเลยหากพวกเขาจะเป็นคลาสเปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 4 และแข็งแกร่งกว่าเกริด การเป็นศัตรูกับคนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก
‘คงจะดีไม่น้อยหากได้ใช้ดาบแห่งมหาเจ้าเมืองตรวจสอบพลังของพวกเขาทีละคน... ข้าจะกวาดต้อนผู้มีพรสวรรค์ไปยังเรย์ดันให้หมดเลยคอยดู’
ในขณะที่เกริดกำลังวางแผนด้วยความโลภ หน่วยหงส์แดงก็เตรียมการเสร็จสิ้นและเริ่มทยอยลงสู่บ่อน้ำทีละคน พวกเขาทิ้งตัวลงสู่ก้นบึ้งอันลึกชันอย่างไม่ลังเล
“ไปกันเถอะ”
“ตกลง”
ซัวและเกริดคือสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่
“โปรดระวังตัวด้วย”
ซัวเอ่ยด้วยความห่วงใยประหนึ่งเกริดจะได้รับบาดเจ็บ ท่าทีปกป้องของนางทำให้เขาลอบยิ้มออกมา
‘ช่างเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ’
เขารู้สึกดีกับนางไม่น้อย และมันไม่ใช่เพียงเพราะสัมผัสอันอ่อนโยนที่นางวางลงบนแขนของเขาเท่านั้น
***
[ท่านได้ย่างกรายเข้าสู่คุกใต้ดินแห่งปราสาทพานเกีย]
[ผนังคุกใต้ดินดูดซับแสงสว่าง การใช้เครื่องมือส่องสว่างหรือเวทมนตร์จึงไร้ผล]
[ทัศนวิสัยของท่านลดลงอย่างมาก]
[นี่คือปรากฏการณ์ทางกายภาพ ไม่สามารถต้านทานได้]
[ท่านสามารถมองเห็นได้เพียงในระยะ 5 เมตรเท่านั้น]
‘แย่ยยิ่งกว่าคุกใต้ดินแวมไพร์เสียอีก’
ความมืดมิดอันข้นคลั่กที่ดูเหมือนจะไม่มีวันชินตาไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม เกริดรู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องคาดคะเนขนาดและรูปร่างของคุกใต้ดิน เขาจึงยื่นมือไปสัมผัสผนัง ทว่านิ้วมือกลับไปลูบไล้เข้ากับผิวหนังของใครบางคน
ในวินาทีนั้นเอง...
“ฮึ่ยยย!”
สมาชิกหน่วยหงส์แดงคนหนึ่งครางฮือออกมาเมื่อถูกเกริดสัมผัส ชายวัย 40 ที่ไว้หนวดเฟิ้มหน้าแดงก่ำและส่งเสียงประหลาดที่ดูไม่จืดเอาเสียเลย ขาของเขาสั่นเทาจนแทบจะหมดแรง
“เฮ้ รยู! ข้ารู้นะว่าเจ้าพลังล้นเหลือ แต่มันใช่เวลาและสถานที่ไหม!”
“มาทำเรื่องพรรค์นี้ในสนามรบเนี่ยนะ...”
“ในเวลาเช่นนี้ แถมยังอยู่ต่อหน้ากัปตันซัวอีก...”
สมาชิกหน่วยหงส์แดงคนอื่นๆ ต่างพากันเข้าใจผิดอย่างมหันต์
รยูเซถลา ร่างกายเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากอาการประหลาด
“ข้าแค่เดินอยู่เฉยๆ! ข้าไม่ได้ทำอย่างที่พวกเจ้าคิดนะ!”
“แค่เดินเฉยๆ แล้วส่งเสียงแบบนั้นออกมาเนี่ยนะ?”
“ไม่! จู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างมาลูบที่ข้อมือของข้า!”
“...”
เพียงแค่ถูกสัมผัสข้อมือก็ถึงกับเสียอาการเชียวหรือ? ซัวยิ้มให้กับคำแก้ตัวอันน่าขันของรยู
“ร่างกายของเจ้าช่างอ่อนไหวเสียจริง”
รยูได้แต่อับอายจนไม่กล้าเงยหน้า ในขณะที่ซัวมองเขาด้วยสายตาสนใจ เกริดคิดในใจว่านางช่างเหมือนกับแมวที่เห็นปลาวางอยู่ตรงหน้าไม่มีผิด
‘ยัยโรคจิตนี่’
ดูเหมือนซัวจะไม่ใช่สเปกของเขาเสียแล้ว
‘ไอรีนที่แสนอ่อนโยนยังกลายเป็นสัตว์ป่าเวลาอยู่บนเตียง...’
แล้วซัวที่ดูโชกโชนขนาดนี้จะป่าเถื่อนขนาดไหน?
‘ข้าต้องระวังมือไว้ให้ดี’
เนื่องจากเขาสามารถทำ ‘เรื่องนั้น’ ได้เพียงเดือนละครั้ง เกริดจึงซ่อนมือไว้ข้างหลังและลอบกลืนน้ำลาย
*วาบ!*
ค่าความหยั่งรู้ (Insight) อันสูงส่งของเกริดตรวจพบแสงเรืองรองบางอย่างท่ามกลางความมืดมิดก่อนใครเพื่อน
‘เส้นด้าย?’
ทางเดินในคุกใต้ดินกว้างพอให้ทหารสวมชุดเกราะเดินเรียงหน้ากระดานได้ห้าคน เส้นด้ายที่ขึงพืดดั่งใยแมงมุมบนเส้นทางหนึ่งพลันส่องประกายขึ้นมา
‘บ้าน่า... หรือนั่นจะเป็นไหมเงิน?’
ในวินาทีที่เกริดกำลังตระหนก
“เข็มหุ้มเกราะ!”
หน่วยหงส์แดงตรวจพบศัตรูช้ากว่าเกริดไปก้าวหนึ่ง พวกเขาเตรียมพละกำลังและน้าวคันศรเล็งไปยังทุกเส้นทาง ยกเว้นทางที่ถูกไหมเงินปิดกั้นไว้
*ตึก... ตึก...*
คันศรเล็งตรงไปยังอุโมงค์ที่ส่งเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
“มันมาแล้ว!”
*ฟิ้ว!*
*ฉึบ ฉึบ ฉึบ ฉึบ!*
สมาชิกหน่วยหงส์แดงโจมตีพร้อมกันด้วยฝีมือการยิงธนูที่รวดเร็วและแม่นยำ
*ปึก!*
*ฉึกกกก!*
“กว๊าาาา!”
เสียงกรีดร้องแผดคำรามดังมาจากอุโมงค์มืดมิด เป็นหลักฐานชั้นดีว่าลูกศรของหน่วยหงส์แดงเข้าเป้าอย่างจัง
“ยอดเยี่ยมไปเลยไม่ใช่หรือ?”
การกะระยะเป้าหมายที่มองไม่เห็นด้วยเสียงและยิงได้อย่างแม่นยำเช่นนี้...
‘ทักษะความชำนาญธนูของพวกเขาอยู่ระดับไหนกันแน่?’
ในขณะที่เกริดกำลังเลื่อมใส ซัวก็ได้ยื่นยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งให้แก่เขา
“ในระหว่างการต่อสู้ ข้าอาจไม่อาจดูแลความปลอดภัยให้ท่านได้ทั่วถึง โปรดรับยันต์นี้ไว้”
[ท่านได้รับ 'ยันต์คุ้มครอง']
[เมื่อพกติดตัว จะสามารถลบล้างการโจมตีของศัตรูได้หนึ่งครั้ง]
[หลังจากลบล้างการโจมตี พลังป้องกันของท่านจะเพิ่มขึ้น 20% เป็นเวลาสองนาที]
[ไอเทมจะสลายไปหลังจากแสดงผล]
‘ไอเทมบัฟอมตะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างนั้นหรือ?’
แม้น่าเสียดายที่มันจะพังทลายหลังใช้งาน แต่มันช่างมีประสิทธิภาพล้นเหลือ โดยเฉพาะในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่น (PvP) หรือการล่าเรดบอส หากสามารถแลกเปลี่ยนได้ มันคงจะมีราคาพุ่งสูงลิบลิ่ว
‘หน่วยหงส์แดงถึงกับมอบไอเทมล้ำค่าขนาดนี้ให้ข้า...’
เกริดรู้สึกซาบซึ้งในตัวซัวอย่างมาก ทว่าความผิดหวังก็เกาะกินใจเขาในเวลาต่อมา
‘ไอเทมผูกมัดงั้นรึ?’
เขาไม่สามารถโอนมันไปยังช่องเก็บของสัตว์เลี้ยงได้ด้วยซ้ำ แผนการที่จะเก็บไว้ขายภายหลังจึงพังครืนลง
‘สงสัยคงต้องใช้ในคุกใต้ดินนี้แหละนะ’
เกริดเดาะลิ้นด้วยความเสียดาย
“กว๊าาาา!”
ในที่สุด ‘เข็มหุ้มเกราะ’ สี่ตนที่มีลูกศรปักอยู่ตามร่างกายก็ปรากฏกายขึ้น พวกมันคือซอมบี้ที่สวมหมวกสานไม้ไผ่ ชุดเกราะเงินของพวกมันกำลังละลายและหลอมรวมเข้ากับเส้นเลือดที่เน่าเฟะ จากภาพที่เห็น เกริดจึงได้ข้อสรุปข้อหนึ่ง
‘เลือดของพวกเข็มหุ้มเกราะร้อนแรงพอที่จะหลอมละลายเงินได้’
การหลีกเลี่ยงเลือดของพวกมันยามโจมตีจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
‘เห็นทีข้าต้องพึ่งพา "หัตถ์เทวะ" ในส่วนนี้เสียแล้ว’
*เคร้ง!*
*เคร้งงง!*
สมาชิกหน่วยหงส์แดงเริ่มเข้าประจันหน้ากับเข็มหุ้มเกราะทั้งห้าตน พวกเขาใช้เพลงดาบอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งดูจะเหนือชั้นยิ่งกว่าฝีมือยิงธนูก่อนหน้านี้เสียอีก ทว่าพวกเข็มหุ้มเกราะคือมอนสเตอร์ประเภทอันเดด พวกมันไร้ความเจ็บปวดและไม่พรั่นพรึงต่อบาดแผล ยังคงต่อสู้อย่างดุร้ายแม้จะถูกดาบของหน่วยหงส์แดงทิ่มแทง
*เปรี้ยงงง!*
เพลงดาบของพวกเข็มหุ้มเกราะนั้นเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความเร็ว พวกมันรวดเร็วและทรงพลังจนสมาชิกหน่วยหงส์แดงไม่อาจหลบพ้น ต้องจำใจตั้งรับและถูกกระแทกจนถอยร่นไปหลายก้าว บางคนถึงกับเสียหลักล้มลง
‘ทว่า...’
ในสายตาของเกริด พวกเข็มหุ้มเกราะยังไม่ใช่คู่มือของหน่วยหงส์แดง
นักรบแห่งหงส์แดงมีความชำนาญในการศึกอย่างยิ่งและมีค่าสถานะที่สูงส่ง แม้จะน่าแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่ในระดับคลาสที่ 4 แต่ด้วยจำนวนที่เหนือกว่า พวกเขาก็สามารถกดดันพวกเข็มหุ้มเกราะได้อยู่หมัด ดูท่าว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้คงไม่อาจสร้างรอยแผลให้กับหน่วยหงส์แดงได้
ทว่านั่นเป็นการด่วนสรุปเกินไป เมื่อพวกเข็มหุ้มเกราะเริ่มสำแดงฤทธิ์เดชที่แท้จริง
*ขวับบบ!*
“ระวัง!”
เมื่อรู้ว่าลำพังเพลงดาบไม่อาจสยบศัตรูได้ พวกเข็มหุ้มเกราะก็เปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้พร้อมกัน กล้ามเนื้อของพวกมันพองขยายขึ้น ก่อนจะกระชากเส้นไหมเงินที่ฝังอยู่ในเส้นเลือดเน่าๆ ออกมา แล้วใช้ไหมเหล่านั้นจู่โจมเข้าใส่หน่วยหงส์แดง
“อึก!”
สถานการณ์พลันพลิกผัน หน่วยหงส์แดงต้องรับศึกหนัก เส้นไหมเงินส่ายร่อนประดุจอสรพิษที่มีชีวิต พุ่งทะยานไปทั่วทุกทิศทาง เหล่านักรบต่างหลั่งเหงื่อโทรมกายยามต้องทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการป้องกันตนเอง
‘มันจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว?’
ชิ้นส่วนเงินที่หลอมละลายในเส้นเลือดถูกพวกมันนำมาใช้เป็นศัตราวุธ สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อไหมเงินถูกชักนำออกมา หน่วยหงส์แดงไม่เหลือจังหวะให้โต้กลับ และทำได้เพียงตั้งรับเพื่อเอาชีวิตรอด
‘แน่นอนว่า... มันรับมือยากมาก’
เข็มหุ้มเกราะหนึ่งตนสามารถควบคุมไหมเงินได้ถึง 8-15 เส้น ซึ่งมีความยาวกว่า 10 เมตร พวกมันใช้ทักษะอันน่าทึ่งกวัดแกว่งเส้นไหมเหล่านั้นจู่โจมศัตรูอย่างอิสระ
‘เลี่ยงไม่ได้เลย ข้าต้องใช้หัตถ์เทวะช่วยสู้แน่ๆ’
หากเป็นคนอย่างเรกัสหรือเฟเกอร์ก็อาจจะต่างออกไป แต่ในที่นี้ไม่มีใครสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระต่อหน้าไหมเงินเหล่านั้นได้เลย
*เคร้งงง!*
*ตูมมม!*
ไหมเงินมีความแข็งแกร่งมหาศาล เมื่อมันปะทะกับดาบของสมาชิกหน่วยหงส์แดง ร่างของพวกเขาก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปในอากาศ ปักเข้ากับพื้นหรือผนังประดุจลูกกระสุน
‘บางครั้งก็เหมือนใบมีด บางคราวก็เหมือนแส้...’
ความทนทานของมันก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน เพราะมันไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยจากการปะทะกับดาบและเกราะของหน่วยหงส์แดง มิน่าเล่า ช่างตีเหล็กแห่งทวีปตะวันออกถึงยกย่องให้ไหมเงินเป็นวัสดุชั้นเลิศ
‘มันดูเหมือนพาวราเนียมเวอร์ชันที่บางเท่าเส้นด้ายเลยแฮะ... จะทำอะไรกับมันได้บ้างนะ?’
ไอเทมแบบไหนกันที่จะสร้างขึ้นได้จากไหมเงิน? ในขณะที่จินตนาการของเกริดในฐานะช่างตีเหล็กกำลังเตลิดไปไกล หน่วยหงส์แดงก็กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่
“พวกมันปรากฏตัวแล้ว!”
เหตุผลสำคัญที่มีการขึงไหมเงินปิดทางเดินไว้มีอยู่สองประการ หนึ่งคือเพื่อกั้นไม่ให้ผู้บุกรุกหนีไปได้ และสองคือเพื่อถ่วงเวลาให้พวกเข็มหุ้มเกราะทำการ ‘หลอมรวม’ กัน การรวมร่างของพวกมันช่างดูอัปลักษณ์และสยดสยองยิ่งนัก
เข็มหุ้มเกราะอย่างน้อยสองตนถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยไหมเงินและกลายเป็นหนึ่งเดียว แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของมันไม่มีติดขัดแม้แต่น้อยจากการเชื่อมต่อที่ไร้ตะเข็บนี้ มันจึงกลายเป็นอสุรกายที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อการเข่นฆ่าโดยเฉพาะ พร้อมด้วยรยางค์ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างน่าหวาดเสียว
“กย๊าาาาา!”
เสียงแผดคำรามของสัตว์ประหลาดระเบิดก้องมาจากอุโมงค์ที่ถูกปิดกั้นด้วยไหมเงิน
“ทุกคนถอยไป!”
ซัวไม่เคยเผชิญหน้ากับเข็มหุ้มเกราะสี่ตนพร้อมกันมาก่อน นางจึงสั่งให้หน่วยหงส์แดงถอยร่น ทว่าพวกมันไม่ยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ ไหมเงินพุ่งกระจายออกมาประดุจใยแมงมุม ปิดตายเส้นทางหลบหนีเบื้องหลังเกริดโดยสิ้นเชิง
“นี่มัน...!”
หน่วยหงส์แดงตกอยู่ในความสับสนอลมาน เข็มหุ้มเกราะร่างรวมที่มีสี่แขนและเข็มหุ้มเกราะธรรมดาอีกห้าตนกำลังโถมเข้าใส่! ความตายกำลังย่างกรายเข้ามา ซัวรู้สึกถึงภาระความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง นางคือกัปตันหน่วยหงส์แดงและผู้สืบทอดของฮันซอกบง นางจะยอมให้สมาชิกหน่วยและเกริด ผู้ช่วยชีวิตแห่งพานเกีย มาตายที่นี่ไม่ได้ นางจึงโจนทะยานออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความลังเลเพื่อประจันหน้ากับพวกเข็มหุ้มเกราะเพียงลำพัง
“ข้าจะถ่วงเวลาให้เอง พวกเจ้าหนีไป!”
“กัปตัน!”
“คุณหนู!”
สมาชิกหน่วยหงส์แดงไม่อาจหยุดนางได้ ซัวเป็นผู้ที่รวดเร็วที่สุดในกลุ่มและพุ่งเข้าสู่กลางวงล้อมศัตรูไปแล้ว ทว่าเกริดกลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างนาง
“ท่าน!?”
ไม่นะ ช่างตีเหล็กคนนี้เป็นอะไรไป? ทำไมเขาถึงตามมาตายในเมื่อนางเสียสละตัวเองเพื่อให้เขาหนีไปแล้ว? ในขณะที่ซัวกำลังตระหนก เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น
“วิชาดาบของแพ็กม่า”
กระแสพลังอันแกร่งกร้าวแผ่ซ่านรอบกายเกริด ยามที่เขาเสร็จสิ้นการร่ายรำระบำดาบและกวัดแกว่ง ‘เฟลเลอร์’ (Failure) +9 ในหัตถ์
“คลื่น”
*ครืนนนนนนนนนน!*
รัศมีพลังอันมหาศาลระเบิดพุ่งออกจากเฟลเลอร์ ทะลวงผ่านความมืดมิดประดุจคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.





