ตอนที่ 1961
1961 / 3170
อ่าน 6 นาที
Chapter 1961 - Muse Pelina
เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ค. 2569 03:42
ตอนที่ 1961: มิวส์เพลินา
มู่ฟานรู้สึกหงอยเหงาเล็กน้อยหลังจากเอ่ยลาซินเซี่ย เสี่ยวเหยียนเป่ยจากไปพร้อมกับแม่ของนาง ทิ้งให้เขาอยู่กับนางมารงูและหมาป่าหัวทึบ มู่ฟานขาดความรู้สึกปลอดภัยไปทันทีเมื่อปราศจากพลังจากการเข้าสิงของเสี่ยวเหยียนเป่ยและเปลวเพลิงระดับวิญญาณทั้งสองของนาง
เมื่อลองคิดดูแล้ว เขาก็พึ่งพาเสี่ยวเหยียนเป่ยมากเกินไปจริงๆ เสี่ยวเหยียนเปี่ยมอบความสามารถให้ธาตุไฟของเขาแข็งแกร่งจนสามารถเอาชนะผู้ที่มีระดับเท่ากันได้โดยที่เขาไม่ต้องไปตามหาเมล็ดพันธุ์ธาตุระดับวิญญาณที่ทรงพลังหรือฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเลย
ทว่า การที่เขาต้องเติบโตให้แข็งแกร่งขึ้นก็สำคัญเช่นกัน! ธาตุไฟของเขาจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปเพราะมันเป็นพื้นฐานของเขา อีกทั้งเขายังต้องแก้ไขจุดอ่อนของธาตุไฟในยามที่ไม่ได้ถูกเสี่ยวเหยียนเป่ยเข้าสิงอีกด้วย
ถึงแม้จะไม่มีธาตุไฟ เขาก็ยังมีอีกหกธาตุที่เหลือ เวทมนตร์บางบทของพวกมันค่อนข้างไร้ประโยชน์เพราะเขาไม่เคยฝึกฝนอย่างจริงจัง ศัตรูที่เขาจะต้องเผชิญหน้าต่อจากนี้จะมีแต่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเวทมนตร์ของเขาคงจะไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าเดิมหากเขาไม่ฝึกฝนมันให้ดี
การต่อสู้ที่เซี่ยเหมินช่วยให้มู่ฟานตระหนักว่าเขาจะไม่มีวันแข็งแกร่งพอ แต่หากเขายังคงพัฒนาตัวเองต่อไป เขาก็จะสามารถทำอะไรได้อีกมาก!
—
—
สายลมนั้นหนาวเหน็บเมื่ออยู่บนฟากฟ้า เมฆสีขาวกระจายตัวอยู่เบื้องล่างราวกับแผ่นน้ำแข็ง สร้างทัศนียภาพที่งดงามตระการตา แนวสันเขาของผืนดินใต้ก้อนเมฆเผยให้เห็นยามที่เมฆเบาบางลง ภูเขา หุบเขา และถนนหนทางกลายเป็นเพียงรอยย่น รอยแผล และรอยแตกเล็กๆ เมื่อมองจากที่สูงเช่นนี้
“ไม่นึกเลยว่าวิหารพาร์เธนอนจะมีเส้นทางที่น่าหลงใหลขนาดนี้ นับว่ายอดเยี่ยมมาก ผมประหยัดเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปได้เยอะเลย” มู่ฟานเอนหลังพิงบนหลังกริฟฟินเหล็กของคริสพลางไขว่ห้าง
คริสเป็นชายที่มีความรับผิดชอบ ในฐานะพนักงานดูแลเที่ยวบิน เขาไม่เพียงแต่นำกริฟฟินเหล็กที่มีความอึดสูงและขนบนหลังที่นุ่มสบายมาให้กลุ่มของพวกเขาเท่านั้น แต่เขายังติดตั้งม่านเวทมนตร์ป้องกันไปตลอดการเดินทางเพื่อคุ้มกันผู้โดยสารจากกระแสลม สายลมอ่อนๆ นั้นช่างนุ่มนวลและผ่อนคลาย
“นี่เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกันที่ได้ใช้เส้นทางนี้ ทั้งหมดต้องขอบคุณท่านมิวส์เพลินา นักบวชดาวเวลล์ และเหล่าอัศวินคนอื่นๆ ครับ” คริสกล่าวอย่างสุภาพ เขากำลังแสดงความเคารพอย่างสูงต่อบุคคลอื่นๆ ที่ร่วมเดินทางไปด้วย
เส้นทางบินพาณิชย์ค่อนข้างอันตรายในช่วงนี้ เนื่องจากเหล่าสัตว์อสูรได้ย้ายเข้ามาอยู่ในน่านฟ้า เที่ยวบินจากกรีซไปจีนเก้าในสิบถูกยกเลิก ดังนั้นมู่ฟานและจ้าวหมานเยี่ยนจึงทำได้เพียงอาศัยติดรถคริสไปเนื่องจากพวกเขากำลังรีบ
คริสถูกลดตำแหน่งให้เป็นเพียงนักเวทผู้ช่วยในหอแห่งศรัทธาเพื่อเป็นการลงโทษ ขณะนี้เขากำลังรับคำสั่งจากนักบวชดาวเวลล์
อย่างไรก็ตาม นักบวชดาวเวลล์นั้นอยู่ในฝ่ายของซินเซี่ย และเขายังเป็นพี่ชายของฟิโอน่า การจัดวางตำแหน่งนี้โดยพื้นฐานแล้วหมายความว่าคริสต้องออกไปทำภารกิจระยะหนึ่งเพื่อรับโทษ แล้วเขาจะค่อยๆ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอีกครั้งในภายหลัง
เขาไม่สามารถเป็นอัศวินได้อีกต่อไป แต่ภายในวิหารพาร์เธนอนยังมีหออื่นๆ นอกเหนือจากหออัศวิน หากเขาสามารถสร้างรากฐานในหอแห่งศรัทธาและเลื่อนขั้นเป็นนักบวชได้ มันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาก็ได้
นักบวชมีสถานะเทียบเท่ากับอัศวินสุริยันทองคำในแง่ของตำแหน่ง แต่อัศวินสุริยันทองคำมักได้รับความเคารพมากกว่าเพราะพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกับเหล่านางมิวส์มากกว่า อย่างไรก็ตาม นักบวชมักจะมีอำนาจอยู่ในมือมากกว่าเพราะการตัดสินใจทุกอย่างของสมาชิกวิหารพาร์เธนอนจะต้องผ่านพวกเขา
เพลินาเป็นนางมิวส์ ไม่มีใครรู้ว่านางอยู่ฝ่ายไหน เนื่องจากนางไม่ได้เลือกข้างในช่วงการเลือกตั้ง
เพลินามักจะออกไปจัดการธุระภายนอก นางไม่สนใจการชิงดีชิงเด่นภายในวิหารพาร์เธนอน เมื่อทาทาทราบว่าเพลินากำลังจะเดินทางไปยังรอยแยกแห่งเทือกเขาเทียนซาน ทาทาจึงได้ไปเยือนนางและขอร้องให้ช่วยพามู่ฟานและจ้าวหมานเยี่ยนไปด้วย เมื่อรู้ว่ามู่ฟานถูกบังคับให้ต้องอยู่ที่วิหารพาร์เธนอนต่อไปอีกสองสามวันเนื่องจากเที่ยวบินไปจีนถูกยกเลิก
ทาทาตกลงที่จะแต่งตั้งคริสให้เป็นนักเวทผู้ช่วยของนักบวชคนหนึ่ง เพียงเพื่อให้มู่ฟานออกเดินทางได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้คริสได้ชดใช้ความผิดพลาดของตนอีกด้วย
คริสรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินว่าเขามีโอกาสได้ไปผจญภัยกับมู่ฟานและจ้าวหมานเยี่ยน จ้าวหมานเยี่ยนได้แบ่งปันเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของพวกเขาตอนที่ท่องเที่ยวไปทั่วโลก รวมถึงเหตุการณ์ในอเมซอน ทะเลทรายซาฮารา และที่พีระมิด...
มนุษย์ทุกคนต่างมีจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยอยู่ในสายเลือด คริสเชื่อฟังตระกูลของเขามาโดยตลอดและไม่เคยทำอะไรเกินขอบเขตตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาถูกขับออกจากหออัศวิน เขากลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะในที่สุดเขาก็สามารถทำสิ่งที่เขาต้องการได้เสียที!
“คริส คนในตระกูลของนายสร้างปัญหาให้นายหลังจากเกิดเรื่องขึ้นไหม?” อัศวินจันทร์เงินผู้รับใช้นางมิวส์คนหนึ่งในกลุ่มอัศวินเอ่ยถาม
“พี่วิลเลียม พวกเขาแค่บอกผมว่าไม่ต้องกลับไป... ผมเลยตัดสินใจขอร่วมทางมาด้วยครับ” คริสยิ้ม
“...” อัศวินจันทร์เงินถึงกับพูดไม่ออก เขาถอนหายใจและไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่เป็นไรหรอกคริส พวกเราทุกคนรู้ว่าใครเป็นคนผิด นายไม่มีทางเลือก ถ้างานนี้ไปได้สวย ผมจะแนะนำให้นายเป็นนักบวชฝึกหัด ผมจำได้ว่านายได้คะแนนเต็มในหลักสูตรนักบวช ทำไมนายถึงมาเป็นอัศวินได้ล่ะ?” นักบวชดาวเวลล์คาดหวังในตัวคริสไว้สูง
“เอ่อ... เป็นคำแนะนำของแม่เลี้ยงครับ เธอเชื่อว่าการเป็นอัศวินเหมาะสมกับสถานการณ์ของครอบครัวเรามากกว่า” คริสตอบเบาๆ
“คริสทำคะแนนได้เต็มในหลักสูตรอัศวินด้วยเหมือนกัน” วิลเลียมเสริม
“น่าประทับใจนี่เจ้าหัวทึบ! ไม่นึกเลยว่านายจะเรียนเก่งขนาดนี้ เอาเถอะ แค่มาอยู่กับพวกเรา รับรองว่านายได้สร้างชื่อให้ตัวเองแน่!” จ้าวหมานเยี่ยนยิ้มอย่างมั่นใจ
วิลเลียมเหลือบมองมู่ฟานด้วยความดูแคลน “แค่ไม่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาก็ถือว่าบุญโขแล้ว!”
นางมิวส์เพลินาเหลือบมองพวกเขาเพียงครู่เดียวราวกับมีความคิดเห็นเดียวกัน นางกล่าวเสริมขึ้นหลังจากที่มีคนพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ที่ฉันพาพวกนายสองคนไปด้วยก็เพราะฉันให้สัญญากับทาทาไว้ ฉันหวังว่าพวกนายจะไม่ก่อเรื่องหรือขัดขวางภารกิจของฉัน ฉันจะพาพวกนายไปส่งแค่ที่รอยแยกแห่งเทือกเขาเทียนซานเท่านั้น หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้ว”
มู่ฟานและจ้าวหมานเยี่ยนยิ้มกริ่มหลังจากได้ยินคำพูดที่เย่อหยิ่งและดูหงุดหงิดของเพลินา
“ดูเหมือนนางจะดูถูกพวกเรานะ” จ้าวหมานเยี่ยนกระซิบกับมู่ฟาน
“ชัดเจนเลยล่ะ นางไม่แม้แต่จะปรายตามามองตอนที่พูดกับเราด้วยซ้ำ นางเอาแต่เงยหน้ามองฟ้าโน่น” มู่ฟานกล่าว
“ให้ตายเถอะ ฉันไม่ชอบพวกผู้หญิงหยิ่งยโสแบบนางเลย น่าเสียดายที่มู่ไป๋ตายตั้งแต่ยังหนุ่ม ไม่อย่างนั้นฉันคงจะขอให้เขาผสมยาบางอย่างเพื่อส่งนางไปสวรรค์แทนแล้ว!” จ้าวหมานเยี่ยนสบถ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.