Chapter 4729
4727 / 5804
13 min read
Chapter 4729 – Open Heaven Realm Masters Everywhere
Published Apr 11, 2026, 01:31 PM
บทที่ 4729 – ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์อยู่ทุกหนแห่ง
ผู้แปล: ศิลาวิน และ เทีย
ผู้ตรวจสอบคำแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร: สิงห์แห่งเขาไซออน และ เดล ไลเกอร์คีย์
“ท่านพี่ ท่านดูไม่อยากจะจากพวกนางไปเลยนะเจ้าคะ” อวี่หรูเมิ่งเบียดเรือนร่างเย้ายวนของนางเข้าหาหยางไค่ ก่อนจะกระซิบข้างหูของเขาด้วยลมหายใจหอมกรุ่นดั่งกล้วยไม้
น่องของหยางไค่พลันสั่นสะท้าน เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงระส่ำระสาย “ไม่มีอะไรสักหน่อย อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้พบกันอีกตลอดไป”
นางชำเลืองมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ท่านพี่ ท่านจะประหม่าไปไย ข้าไม่จับท่านกินเสียหน่อย” พลางกล่าววาจา นางก็ใช้ลิ้นสีแดงสดเลียริมฝีปากของตนเองอย่างยั่วยวน
ภาพนั้นทำให้หยางไค่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ความเย็นเฉียบแล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นสู่กระหม่อม จนขนทั่วร่างกายลุกชัน! เขาหันขวับไปด้านข้าง เห็นคนผู้หนึ่งกำลังเดินผ่านไปไม่ไกลจึงรีบเอ่ยปากเรียก “รองหัวหน้าผู้ดูแล!”
เปี้ยนอวี้ฉิงหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองทางนี้ “ท่านประมุข!”
เขาถามอย่างจริงจัง “รองหัวหน้าผู้ดูแล ท่านมาที่นี่มีเรื่องจะหารือกับข้าใช่หรือไม่?”
นางตอบอย่างงุนงง “มิได้เจ้าค่ะ บ่าวเพียงแค่เดินผ่าน บ่าวกำลังจะไปที่นครดารา!”
“รองหัวหน้าผู้ดูแล ท่านมีเรื่องจะหารือกับข้า ใช่หรือไม่?” เขาถามย้ำด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นางกะพริบตาปริบๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ “เอ่อ... บ่าวมีเรื่องจะหารือกับท่านหรือเจ้าคะ?”
หยางไค่พยักหน้าเบาๆ “ข้าเข้าใจแล้ว คงเป็นเรื่องเร่งด่วนสินะ เช่นนั้นเราเดินไปคุยไปเถิด”
ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นข้างกายนางในพริบตา พร้อมกับส่งสายตาเป็นนัย นางจึงเดินตามเขาไปอย่างสับสน
เบื้องหลัง อวี่หรูเมิ่งแค่นเสียงเย็นชา “บุรุษหนอ!”
“รองหัวหน้าผู้ดูแล หลายปีมานี้ท่านทำงานหนักแล้ว” ขณะนำเปี้ยนอวี้ฉิงเดินไปข้างหน้า หยางไค่ก็เอ่ยขึ้นมา
เปี้ยนอวี้ฉิงยิ้ม “ไม่นับว่าหนักหนาอะไร หากไม่ใช่เพราะความเมตตาของท่านประมุขในตอนนั้น ข้าคงตายไปนานแล้ว คงไม่มีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกสิ่งในแดนโมฆะตอนนี้ล้วนยอดเยี่ยม”
คงจะดียิ่งกว่านี้หากบุรุษผู้นั้นในวันวานยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ แม้กระทั่งบัดนี้ นางก็ยังมิอาจลืมบุรุษนาม 'โค่วอู่' ผู้สละชีพเพื่อนางได้ หากเขายังมีชีวิตอยู่ นางมั่นใจว่าเขาจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นแน่
“เมื่อท่านจัดการเรื่องของสรวงสวรรค์วิวัฒน์อันยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว ก็ควรใช้เวลาเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ การบริหารแดนโมฆะตลอดมานี้ทำให้การฝึกปรือของท่านล่าช้าไปมาก” หยางไค่กล่าวด้วยความรู้สึกผิด
แดนโมฆะและดาราขอบเขตเป็นสองอาณาเขตใหญ่ หนึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าผู้ดูแลฮวาชิงซือ ส่วนอีกแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของรองหัวหน้าผู้ดูแลเปี้ยนอวี้ฉิง พวกนางทั้งสองเป็นสตรีที่ต้องคอยจัดการสะสางงานที่หยางไค่ผู้เป็นประมุขที่ไม่เคยต้องมากังวลเรื่องหยุมหยิมทิ้งไว้เบื้องหลัง ท้ายที่สุดแล้ว ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมมีเรื่องราวมากมายทั้งเล็กและใหญ่ให้ต้องดูแล
ด้วยเหตุนี้ ระดับการฝึกปรือของพวกนางจึงไม่สูงเป็นพิเศษ ด้วยอานิสงส์ของต้นไม้โลกแห่งดาราขอบเขต ฮวาชิงซือสามารถควบแน่นตราประทับแห่งเต๋าได้แล้ว แต่นางก็ยังไม่ได้ทะลวงสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ก่อนที่หยางไค่จะจากไปในตอนนั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ในสภาพใดแล้ว เปี้ยนอวี้ฉิงก็เช่นกัน!
เมื่อได้ยินสิ่งที่หยางไค่กล่าว เปี้ยนอวี้ฉิงก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในหัวใจ นางพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “เจ้าค่ะ บ่าวจะเข้าฌานทันทีที่จัดการเรื่องของสรวงสวรรค์วิวัฒน์อันยิ่งใหญ่เรียบร้อย บ่าวจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แต่ท่านประมุข หากบ่าวเข้าฌานไปแล้ว ใครจะมาบริหารแดนโมฆะหรือเจ้าคะ?”
หยางไค่ถาม “ท่านมีผู้ใดที่เหมาะสมจะแนะนำหรือไม่?”
นางตอบว่า “ในแดนโมฆะ นอกจากอาวุโสปี้ซี่ที่มีระดับการฝึกปรือสูงสุดแล้ว ก็มีเพียงเหล่าฮูหยินของท่านและเจ้าเมืองโม่เม่ยแห่งนครดาราเท่านั้น อาวุโสปี้ซี่คงไม่ยอมรับจัดการเรื่องเหล่านี้เป็นแน่ ส่วนเหล่าฮูหยินก็ไม่มีประสบการณ์เช่นกัน การให้พวกนางมารับช่วงต่ออย่างกะทันหันอาจไม่เหมาะสมนัก เหตุใดท่านไม่มอบหมายเรื่องนี้ให้เจ้าเมืองโม่เม่ยเล่า? นางบริหารนครดาราได้เป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
หยางไค่พยักหน้าและกล่าว “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน นี่เป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไปนครดารากันเถิด ไปแจ้งเรื่องนี้แก่นาง”
ทั้งสองจึงมุ่งหน้าไปยังนครดาราด้วยกัน
โม่เม่ยย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นหยางไค่กลับมา อันที่จริงนางได้รับข่าวการมาถึงของเขาแล้ว นครดาราและแดนโมฆะเป็นเพื่อนบ้านกัน ข่าวสารย่อมเดินทางถึงกันอย่างรวดเร็วเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตาม นางมีหน้าที่ดูแลนครดาราโมฆะ จึงไม่สามารถปลีกตัวไปโดยพลการได้
หยางไค่แจ้งโม่เม่ยว่าเปี้ยนอวี้ฉิงจะเข้าฌานในไม่ช้าเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ ในระหว่างนั้น การบริหารจัดการแดนโมฆะจะถูกส่งมอบให้นางชั่วคราว ซึ่งนางก็พยักหน้าตกลง
หลังจากนั้น เขาก็ตรวจสอบสถานการณ์ทางการเงินในนครดาราโมฆะอย่างคร่าวๆ ก่อนจะลาจากไป หยางไค่ไม่กล้าอยู่ในแดนโมฆะนานนัก ดังนั้นในวันรุ่งขึ้นหลังจากส่งหงหูแล้ว เขาก็ได้พูดคุยกับเปี้ยนอวี้ฉิงอีกครั้งก่อนจะรีบรุดออกเดินทางไปยังดาราขอบเขต
อย่างไรก็ตาม เดิมทีหยางไค่ก็วางแผนที่จะไปเยือนดาราขอบเขตโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว ยังมีการหารือกับเหล่าถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเกี่ยวกับเตาหลอมเทวะสร้างสรรค์อีก ไม่ต้องพูดถึงข้อความที่ฮวาชิงซือส่งมาว่าพวกเขาได้ค้นพบสิ่งที่น่าสนใจในอาณาเขตมหาภพแห่งใหม่ เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องรีบไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขากำลังหวาดกลัว!
ลองคิดดูสิ ตั้งแต่วันที่เขาเริ่มฝึกปรือจนถึงบัดนี้ หยางไค่ผ่านการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนทั้งเล็กและใหญ่ เคยมีผู้ใดที่ทำให้เขายำเกรงได้บ้างเล่า?
การเดินทางไปยังดาราขอบเขตครั้งนี้ หยางไค่เดินทางเพียงลำพัง ภายใต้การกระตุ้นของหลักแห่งห้วงมิติ เขาเหินหาวผ่านความว่างเปล่าและสลับกับการเคลื่อนย้ายระหว่างอารามจักรวาลเป็นครั้งคราว ด้วยวิธีนี้ เขาใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็มาถึงอาณาเขตสวรรค์เบื้องสูง
บริเวณรอบประตูอาณาเขตนั้นคึกคักอย่างยิ่ง เรือเหาะรูปร่างต่างๆ นานาผ่านเข้าออกประตูอาณาเขตเพื่อเข้าสู่อาณาเขตสวรรค์เบื้องสูงอยู่เสมอ
ข่าวเกี่ยวกับต้นไม้โลกแห่งดาราขอบเขตได้แพร่สะพัดไปทั่วสามพันโลก เช่นเดียวกับข้อเท็จจริงที่ว่าเหล่าถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีได้เข้ามาตั้งรกรากในโลกจักรวาลอันห่างไกลแห่งนี้ และก่อตั้งอารามแห่งเต๋าของตนเองขึ้น เป็นธรรมดาที่ขุมกำลังใหญ่อื่นๆ จะแห่กันมาที่นี่
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถสร้างอารามแห่งเต๋าของตนเองในดาราขอบเขตได้ แต่วังหลวงสวรรค์เบื้องสูงก็ไม่ได้จำกัดกิจกรรมของพวกเขาในดาราขอบเขตหรืออาณาเขตสวรรค์เบื้องสูง แน่นอนว่านั่นอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าพวกเขาจะไม่ทำสิ่งที่เป็นอันตราย
ด้วยเหตุนี้ ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์จำนวนมากจึงนำพาศิษย์ที่เยาว์วัยที่สุดของตนมายังดาราขอบเขต จากนั้นพวกเขาก็จะค้นหาสถานที่ใดก็ได้เพื่อตั้งรกราก ซึ่งจะทำให้ศิษย์ของพวกเขาได้สัมผัสกับแสงแห่งต้นไม้โลกเพื่อที่พวกเขาจะได้มีอนาคตที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้น ยังมีขุมกำลังใหญ่อีกมากมายที่ค้นหาศิษย์ที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมในดาราขอบเขต หวังว่าจะรับพวกเขาเข้าสังกัดของตน
อาจกล่าวได้ว่า มียอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์อยู่ทุกหนทุกแห่งในดาราขอบเขต แม้แต่ชายชราธรรมดาๆ ที่พบเห็นได้ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งใดแห่งหนึ่งก็อาจเป็นยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ลำดับที่ห้าหรือหกได้ หากชายชราเหล่านี้กำลังมองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังมองหาศิษย์ที่เหมาะสมอย่างแน่นอน!
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ฝึกปรือดั้งเดิมในดาราขอบเขตได้คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ไปทีละน้อย ในช่วงแรกที่ขุมกำลังใหญ่พยายามรับคนจากดาราขอบเขตเข้าสังกัดนั้นเคยมีการต่อต้านอยู่บ้าง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนในดาราขอบเขตรู้จักเพียงวังหลวงสวรรค์เบื้องสูงเท่านั้น และไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเลย
ต่อมาเหล่าถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีได้ก่อตั้งอารามแห่งเต๋าของตนขึ้นในดาราขอบเขต และเมื่อชื่อเสียงของพวกเขาแพร่กระจายออกไป ชาวดั้งเดิมในดาราขอบเขตก็ค่อยๆ คลายความระแวดระวังลง
ในปัจจุบัน การที่ถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีจะรับศิษย์นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ชื่อเสียงของพวกเขาขจรขจายไปไกลจนผู้คนในดาราขอบเขตคุ้นเคยกับพวกเขาทั้งหมด ถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเหล่านี้เป็นที่รู้จักในฐานะขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทั่วทั้งจักรวาลชั้นนอกอันกว้างใหญ่ โอกาสที่จะได้เข้าร่วมกับพวกเขาก็ถือเป็นวาสนาอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเหล่านี้ได้ทำข้อตกลงกับหยางไค่ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ละนิกายสามารถรับศิษย์ได้ไม่เกินห้าคนทุกๆ 100 ปี
หากขุมกำลังใหญ่ที่อยู่ต่ำกว่าถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีต้องการรับศิษย์ พวกเขาจะต้องแสดงให้เห็นถึงรากฐานที่แข็งแกร่งเพียงพอ ถึงกระนั้น เหล่าผู้มีพรสวรรค์รุ่นเยาว์ก็อาจจะเลือกมากเกี่ยวกับตัวเลือกของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ที่รับผิดชอบในการรับศิษย์จึงต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างใหญ่หลวง
ในอดีต ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์เหล่านี้มักจะเป็นฝ่ายเลือกศิษย์ของตนเสมอ แต่หลังจากมาถึงดาราขอบเขต สถานการณ์กลับกลับตาลปัตร เด็กน้อยเหล่านี้ที่ขนยังขึ้นไม่เต็มที่ ไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัวยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ผู้ทรงพลังเหล่านี้เท่านั้น แต่พวกเขายังอาจดูถูกนิกายที่ยอดฝีมือเหล่านี้สังกัดอยู่ว่าไม่ดีพออีกด้วย
ถึงกระนั้น ยอดฝีมือขอบเขตเปิดสวรรค์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอธิบายอย่างอดทนว่านิกายของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอ เพียงแต่ไม่ทรงพลังเท่ากับถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเท่านั้น
ฟ่านเหลียงเผิงแห่งหอเทวะยุทธ์มีประสบการณ์อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว!
หอเทวะยุทธ์ถือได้ว่าเป็นขุมกำลังชั้นสองที่ครอบครองอาณาเขตเทวะยุทธ์ ด้วยเหตุนี้ นิกายนี้จึงไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ตัวฟ่านเหลียงเผิงเองก็อยู่ในขอบเขตเปิดสวรรค์ลำดับที่ห้า
หอเทวะยุทธ์ส่งเขามายังอาณาเขตสวรรค์เบื้องสูงทันทีเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในดาราขอบเขตเมื่อข่าวเกี่ยวกับต้นไม้โลกแพร่สะพัดออกไปครั้งแรก หลังจากที่เขาส่งรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในดาราขอบเขตแล้ว หอเทวะยุทธ์ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งในทันที ดังนั้นพวกเขาจึงมอบหมายภารกิจใหม่อีกอย่างหนึ่งแก่เขา เขาต้องรับศิษย์ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นจากดาราขอบเขตให้ได้ห้าคนภายใน 100 ปี!
ด้วยเหตุนั้น เขาจึงใช้ความพยายามอย่างยิ่งใหญ่และค้นหาในดาราขอบเขตมานานหลายทศวรรษก่อนที่จะพบศิษย์สี่คน ในมุมมองของเขา ศิษย์ทั้งสี่คนนี้มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาและมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ลำดับที่หกได้โดยตรงในอนาคต! เมื่อข่าวนี้ส่งกลับไป ทั่วทั้งหอเทวะยุทธ์แทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี
ในอดีต มีเพียงศิษย์แกนหลักของถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ลำดับที่หกได้โดยตรง เป็นไปไม่ได้เลยที่ขุมกำลังชั้นสองจะสามารถบ่มเพาะผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ได้ ในทางกลับกัน ในดาราขอบเขตกลับไม่มีการขาดแคลนผู้คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้
หากให้เวลาเพียงพอสำหรับศิษย์ทั้งสี่คนในการเติบโตอย่างเต็มที่ ความแข็งแกร่งของหอเทวะยุทธ์จะต้องสูงส่งขึ้นอย่างแน่นอน สถานะของพวกเขาก็จะสูงขึ้นดั่งกระแสน้ำที่หนุนเรือทุกลำให้สูงขึ้น
น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้ที่จะนำศิษย์ทั้งสี่คนนี้กลับไปบ่มเพาะที่หอเทวะยุทธ์ ผลตอบรับจากต้นไม้โลกคือกุญแจสำคัญในการเติบโตของศิษย์เหล่านี้ หากพวกเขาต้องการกระตุ้นศักยภาพของศิษย์เหล่านี้ พวกเขาก็ทำได้เพียงให้ศิษย์ของตนบ่มเพาะในดาราขอบเขตเท่านั้น อย่างน้อยที่สุด ศิษย์ทั้งสี่คนจะต้องบ่มเพาะจนกว่าจะควบแน่นตราประทับแห่งเต๋าของตนได้ก่อนที่จะสามารถนำกลับไปที่หอเทวะยุทธ์ได้
น่าเสียดายที่หอเทวะยุทธ์ไม่มีอารามแห่งเต๋าของตนเอง โชคดีที่พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีพอสมควรกับหนึ่งในแดนสุขาวดี ประมุขหอเทวะยุทธ์ได้มาเจรจาด้วยตนเอง เมื่อนั้นพวกเขาจึงสามารถส่งศิษย์ทั้งสี่คนเข้าไปบ่มเพาะในอารามแห่งเต๋าของแดนสุขาวดีนั้นได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหอเทวะยุทธ์ต้องจ่ายราคาที่หนักหน่วงพอสมควรสำหรับเรื่องนี้
นี่ได้กลายเป็นสถานการณ์ปกติในดาราขอบเขต แม้ว่านิกายที่ไม่มีอารามแห่งเต๋าจะสามารถรับศิษย์ได้บ้าง พวกเขาก็ทำได้เพียงหาวิธีที่จะฝากฝังศิษย์ของตนกับขุมกำลังใหญ่อื่นๆ อารามแห่งเต๋าของถ้ำสวรรค์และแดนสุขาวดีเป็นหนึ่งในตัวเลือก และขุมกำลังดั้งเดิมในดาราขอบเขตก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง
ปัจจุบันวังหลวงสวรรค์เบื้องสูงรับฝากฝังศิษย์ของขุมกำลังใหญ่อื่นๆ ไม่น้อยกว่าพันคน ศิษย์เหล่านี้อาศัยและบ่มเพาะในวังหลวงสวรรค์เบื้องสูง และสถานการณ์ของพวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากศิษย์ของวังหลวงสวรรค์เบื้องสูงจริงๆ เลย
ในทำนองเดียวกัน ขุมกำลังดั้งเดิมในดาราขอบเขต เช่น วังตะวันคราม วังวิญญาณสงบ และอารามอาหาน ก็รับฝากฝังศิษย์จากต่างแดนจำนวนมากเช่นกัน ขุมกำลังดั้งเดิมในดาราขอบเขตได้รับความมั่งคั่งมหาศาลจากผลลัพธ์นี้
บัดนี้ฟ่านเหลียงเผิงได้รับศิษย์แล้วสี่คน เหลืออีกเพียงคนเดียวภารกิจของเขาก็จะสำเร็จลุล่วง เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ละความพยายามในการค้นหา
ขณะที่ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาบังเอิญพบกับเด็กชายอายุราวสิบขวบคนหนึ่ง เขาเฝ้าสังเกตเด็กคนนั้นเป็นเวลาสองวันและตัดสินว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ สอดคล้องกับเกณฑ์ทั้งหมดที่หอเทวะยุทธ์ตั้งไว้ในการรับศิษย์อย่างสมบูรณ์แบบ เด็กคนนี้ถูกกำหนดให้มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงไปเยี่ยมครอบครัวของเด็กทันทีและเปิดเผยความตั้งใจของเขา พ่อแม่ของเด็กดูเหมือนจะเป็นคนซื่อสัตย์ที่พูดคุยง่ายมาก พวกเขายิ้มอย่างเงียบๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรกับพวกเขาก็ตาม
เมื่อฟ่านเหลียงเผิงกล่าวจบ พ่อของเด็กก็เกาศีรษะและตอบว่า “ท่านผู้เฒ่า พวกเราไม่มีข้อขัดข้องหากท่านต้องการรับไฉซานเข้านิกายของท่าน เพียงแต่ว่าไฉซานก็มีความคิดเป็นของตนเอง หากเขาตกลง ท่านก็พาเขาไปได้เลย”
ฟ่านเหลียงเผิงยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น “เด็กคนนี้โชคดีอย่างยิ่งที่มีพ่อแม่ที่เข้าใจโลกเช่นนี้!”
หากพ่อแม่ไม่มีข้อขัดข้องแล้ว เด็กอายุสิบขวบจะมีความคิดเห็นอะไรได้? ความพยายามในการรับศิษย์ของเขาถือว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว
เขาหันไปมองเด็กที่ชื่อไฉซานด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนู เจ้าอยากจะเข้าร่วมหอเทวะยุทธ์หรือไม่? ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า ความสำเร็จในอนาคตของเจ้าจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงกระนั้น เจ้าก็จำเป็นต้องมีอาจารย์ที่ดีและเข้าร่วมนิกายที่ทรงพลัง มิฉะนั้นพรสวรรค์ของเจ้าก็จะสูญเปล่าหากไม่ได้รับการชี้แนะที่เหมาะสม!”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.