Chapter 5111
5109 / 5804
11 min read
Chapter 5111, Destroying Black Ink Nests
Published Apr 11, 2026, 02:26 PM
บทที่ 5111: ทำลายรังหมึกทมิฬ
ผู้แปล: Silavin & Jon
บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys
---
อาณาเขตของคงฉานตั้งอยู่ ณ จักรวาลอันมรณา ที่นั่นคือที่ตั้งของรังหมึกทมิฬระดับกลางอันโอฬาร ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา พลังหมึกทมิฬที่แผ่ซ่านออกจากรังได้กัดกินและปกคลุมไปทั่วทุกสรรพสิ่ง ที่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าอสูรหมึกกว่าล้านชีวิต และมีความเจริญรุ่งเรืองไม่ต่างไปจากอาณาเขตของเฮยหยวน
เหล่าอสูรหมึกที่แข็งแกร่งและมีความสามารถที่สุดได้ติดตามคงฉานออกไปเพื่อสกัดกั้นกองทัพมนุษย์แล้ว ดังนั้นแม้จะยังคงมีขุนนางอสูรหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ที่เหลือส่วนใหญ่ล้วนเป็นเพียงอสูรหมึกระดับสูงและระดับล่างเท่านั้น
หลายวันที่ผ่านมา ความตึงเครียดจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นในหมู่เหล่าอสูรหมึกในอาณาเขตของคงฉาน มีข่าวลือแพร่สะพัดว่ามนุษย์นาม ‘หยางไค่’ กำลังอาละวาดสังหารหมู่ในราชอาณาเขตของมู่กวง มันได้ทำลายรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตไปแล้วถึงสองแห่ง และเป้าหมายต่อไปก็คืออาณาเขตของคงฉานแห่งนี้
อสูรหมึกส่วนใหญ่ไม่เชื่อข่าวลือนี้ ในความคิดของพวกมัน แม้มนุษย์จะแข็งแกร่งและทรหด แต่ก็มิอาจต้านทานการกัดกร่อนของพลังหมึกทมิฬได้ ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในด่านใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพอสูรหมึก พวกมันทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น เป็นไปได้อย่างไรที่มนุษย์เพียงคนเดียวจะบุกทะลวงเข้ามาในดินแดนของเผ่าหมึกทมิฬ กระทั่งทำลายรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตผู้ทรงพลังได้?
ทว่าวันหนึ่ง สัตว์อสูรขนาดยักษ์ความยาวกว่าสามหมื่นเมตร ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ในกรงเล็บของมันกวัดแกว่งหอกขนาดมหึมา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของมันส่งผลให้เหล่าอสูรหมึกระดับสูงและระดับล่างสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง
อสูรกายมหึมาดิ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ตวัดหอกยักษ์ในกรงเล็บเข้าใส่รังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตอย่างเต็มกำลัง
รังหมึกทมิฬที่ตั้งตระหง่าน ณ ที่แห่งนี้มานานนับหมื่นปี ให้กำเนิดเหล่าอสูรหมึกนับไม่ถ้วน และเป็นที่พักพิงให้แก่อสูรหมึกทุกตนที่ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้...พลันแหลกสลายเป็นสองซีกด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เมื่อรังหมึกทมิฬล่มสลาย พลังหมึกทมิฬอันมหาศาลก็ทะลักออกมาดุจอุทกภัย เหล่าอสูรหมึกในอาณาเขตของคงฉานต่างตื่นตระหนกอลหม่าน
เหล่าขุนนางอสูรทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันทีเพื่อขับไล่ศัตรู ทว่าร่างของอสูรหมึกที่ปกติใหญ่โตกว่ามนุษย์ธรรมดา บัดนี้กลับดูเล็กจ้อยราวกับมดปลวกเมื่ออยู่เบื้องหน้าอสูรกายยักษ์ตนนี้
อสูรร้ายน่าสะพรึงกลัวมิได้แม้แต่จะชายตามองเหล่าขุนนางอสูรเหล่านั้น มันอ้าปากกว้างก่อนจะแผดพ่นเปลวเพลิงอันน่าสยดสยองออกมา
เพียงพริบตาเดียว เหล่าอสูรหมึกจำนวนมากก็ถูกสังหารหมู่ อาณาเขตของคงฉานจมอยู่ในทะเลเพลิง และอสูรหมึกนับไม่ถ้วนต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
อสูรกายยักษ์เหินผ่านท้องฟ้า และไม่ว่ามันจะไปที่ใด มันก็สังหารเหล่าอสูรหมึกที่อยู่ในระยะได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น มันยังตวัดกรงเล็บเข้าใส่ร้านค้าต่างๆ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากร ทันทีที่กรงเล็บของมันสัมผัสกับร้านค้า พวกมันก็อันตรธานหายไปในพริบตา
เวลาผ่านไปเพียงชั่วถ้วยน้ำชา อาณาเขตของคงฉานก็ย้อมไปด้วยโลหิตสีดำ
เหล่าอสูรหมึกพยายามต่อต้านอย่างสุดกำลังโดยการระดมโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรตนนั้น ในช่วงแรกความพยายามของพวกมันไม่ได้ผล แต่ในไม่ช้า สัตว์อสูรก็คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด โลหิตของมันสาดกระเซ็นไปทั่ว
การต่อสู้จบลงในเวลาไม่นานนัก เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งก้านธูปนับตั้งแต่ที่อสูรร้ายปรากฏกายจนกระทั่งมันถูกบีบให้ล่าถอยไป
ถึงกระนั้น เหล่าอสูรหมึกกว่าแสนชีวิตต้องสังเวย และอาณาเขตของคงฉานก็พังพินาศย่อยยับ ทรัพยากรและกำลังคนสูญเสียไปอย่างนับไม่ถ้วน
แต่สิ่งที่ทำให้อสูรหมึกเหล่านี้สิ้นหวังอย่างแท้จริงคือรังหมึกทมิฬของคงฉานถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
รังหมึกทมิฬคือรากฐานของเผ่าหมึกทมิฬ กล่าวได้ว่าอสูรหมึกทุกตนที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้วนได้รับการหล่อเลี้ยงจากรังหมึกทมิฬแห่งนี้ สำหรับพวกมันแล้ว รังหมึกทมิฬของคงฉานมีความสำคัญอย่างสุดซึ้ง เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตของพวกมัน
เหล่าอสูรหมึกโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง พวกมันสาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้ได้ แต่พวกมันจะไปตามหาสัตว์อสูรขนาดยักษ์ตนนั้นได้จากที่ใด?
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตถูกทำลาย รังหมึกทมิฬของขุนนางอสูรทั้งหมดในอาณาเขตของคงฉานก็ตายลงเช่นกัน เครือข่ายข้อมูลถูกตัดขาด ทำให้ความสามารถในการประสานงานของพวกมันถูกขัดขวางอย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกัน หยางไค่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายในเมฆหมึกเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย
ในอดีต เขาคงจะรู้สึกประหม่าเมื่อต้องฟื้นฟูร่างกาย เพราะกังวลว่าเฮยหยวนจะตามหาเขาพบ ทว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป ในห้วงมิติของรังหมึกทมิฬ เขาได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อจิตวิญญาณของเฮยหยวน เช่นเดียวกับเขา เฮยหยวนก็น่าจะกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ดังนั้นมันจึงไม่กล้ามาระรานหยางไค่แน่นอน มันควรจะดีใจด้วยซ้ำที่หยางไค่เลิกตามหามันแล้ว
เมื่อปราศจากจ้าวอาณาเขต ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา หยางไค่จึงไม่เกรงกลัวอสูรหมึกตนอื่นอีกต่อไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ การคงอยู่ของเขาในดินแดนของเผ่าหมึกทมิฬไม่ต่างอันใดกับมังกรวารีที่ได้คืนสู่มหาสมุทร หรือพยัคฆ์ร้ายที่ได้กลับสู่ขุนเขา... กล่าวได้ว่าไร้ผู้ต่อต้าน!
หลายวันต่อมา หยางไค่พุ่งออกจากเมฆหมึกและมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางหนึ่ง แม้ว่าระหว่างทางเขาจะพบกับอสูรหมึกบางส่วน แต่เขาก็สังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายเพราะพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย
ต่อมาไม่นาน เขาก็มาถึงอาณาเขตของจ้าวอาณาเขตแห่งใหม่
เขาได้ทำลายรังหมึกทมิฬระดับกลางไปแล้วถึงสามแห่ง ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ว่าเหล่าอสูรหมึกย่อมตระหนักถึงแผนการของเขาเป็นอย่างดี เมื่อรู้ว่าเป้าหมายของเขาคือรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขต เหล่าอสูรหมึกจึงต่อต้านอย่างดุเดือดยิ่งกว่าเดิม
ทันทีที่หยางไค่จำแลงกายเป็นร่างมหาเทวะมังกร เหล่าขุนนางอสูรที่ซุ่มซ่อนอยู่ก็พุ่งออกมาเพื่อจัดการกับเขาทันที
เมื่อเห็นขุนนางอสูรหมึกจำนวนมากเช่นนี้ หยางไค่ก็นับดูและพบว่ามีมากกว่า 100 ตน
แม้จะอยู่ในร่างมหาเทวะมังกร หยางไค่ก็ยังรู้สึกหวั่นใจ เขาทรงพลังอย่างแท้จริงและสามารถหลบหนีจากจ้าวอาณาเขตได้เพราะเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวแห่งยุทธ์เช่นนั้น ทว่าไม่มีทางที่เขาจะเอาชนะขุนนางอสูร 100 ตนในการปะทะซึ่งหน้าได้
หยางไค่มิอาจล่วงรู้ได้ว่านี่คืออาณาเขตของผู้ใด ทว่าจากสถานการณ์ตรงหน้า เขาก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเหล่าขุนนางอสูรที่ไม่ได้ติดตามกองทัพไปล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่จนหมดสิ้นเพื่อปกป้องรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขต
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อครู่ตอนที่เขาไปยังรังหมึกทมิฬของขุนนางอสูรเพื่อระบุตำแหน่งของรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขต เขาจึงไม่เผชิญกับการต่อต้านที่เป็นระบบเลย
นั่นเป็นเพราะพวกมันทั้งหมดกำลังรอเขาอยู่ที่นี่นั่นเอง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หยางไค่ก็ยังคงพุ่งเข้าใส่เหล่าขุนนางอสูร ซึ่งดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าเขาจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เมื่อเห็นอสูรกายสามหมื่นเมตรพุ่งเข้ามาหาพวกมันพร้อมกับหอกขนาดยักษ์ เหล่าขุนนางอสูรก็หลบหลีกตามสัญชาตญาณ
มหาเทวะมังกรทะลวงฝ่าแนวป้องกันของเหล่าขุนนางอสูรเข้าไปโดยตรง รับการโจมตีที่สาดซัดเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน โลหิตมังกรสาดกระเซ็นไปทั่ว เกล็ดมังกรแตกกระจาย ในขณะที่ขุนนางอสูรผู้โชคร้ายบางตนถูกสังหารทันทีที่สัมผัสกับหอกมังกรคราม ถึงกระนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตก็นับว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนขุนนางอสูรทั้งหมดที่นี่
อย่างไรก็ตาม หยางไค่เพียงแค่ต้องทะลวงผ่านการปิดล้อมของพวกมันให้ได้ เขาไม่สนใจการโจมตีที่มาจากด้านหลัง และฟาดหอกมังกรครามเข้าใส่รังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตโดยตรง
หลังจากต่อกรกับเผ่าหมึกทมิฬมาอย่างยาวนาน หยางไค่ก็ตระหนักได้ว่ารังหมึกทมิฬนั้นเปราะบางกว่าที่คิดไว้มาก โดยพื้นฐานแล้ว รังหมึกทมิฬไม่มีพลังป้องกันใดๆ เลย แม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ เขาก็สามารถทำลายรังหมึกทมิฬได้อย่างง่ายดายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องพูดถึงในร่างมหาเทวะมังกรพร้อมกับหอกมังกรครามในกรงเล็บ
ดังนั้น หยางไค่จึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปพัวพันกับขุนนางอสูรเหล่านี้ เป้าหมายของเขาคือการทำลายรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตมาโดยตลอด
ในฐานะมหาเทวะมังกรพร้อมด้วยหอกมังกรคราม พลังโจมตีของหยางไค่ช่างทำลายล้างเกินกว่าจะจินตนาการได้ หลังจากการโจมตีครั้งนั้น รังหมึกทมิฬก็พังทลายลงกับพื้น
หยางไค่ไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองมันอีกครั้ง เขาบินข้ามท้องฟ้าเหนือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและแผดพ่นลมหายใจมังกร สังหารอสูรหมึกที่อ่อนแอกว่าหลายหมื่นตนในทันที ขุนนางอสูร 100 ตนกำลังไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละจากด้านหลัง พวกมันซัดการโจมตีอันรุนแรงเข้าใส่เขาอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามจะสยบเขาให้ได้
แม้ว่าหยางไค่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหลบหลีกการโจมตี แต่ร่างของเขาก็ใหญ่โตเกินไป ทำให้การโจมตีเกือบทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เขา ทำให้เขาสั่นสะเทือนและแผดคำรามลั่น
แม้จะนึกเสียดายอยู่บ้าง แต่เขาก็บรรลุเป้าหมายหลักแล้ว ดังนั้นหยางไค่จึงไม่ลังเลที่จะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและจากไป
เหล่าขุนนางอสูรยังคงไล่ตามเขาอยู่ ทว่าหลังจากที่หยางไค่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ เขาก็ใช้หลักแห่งห้วงมิติหลายครั้งและสลัดผู้ไล่ตามหลุดไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อหยางไค่หายไปจากสายตา เหล่าขุนนางอสูรเหล่านี้จึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้ พวกมันหันกลับมาและเห็นว่ารังหมึกทมิฬกำลังเหี่ยวเฉาและไม่สามารถกอบกู้ได้อีกต่อไป แม้ว่าพวกมันจะสร้างความเสียหายแก่มหาเทวะมังกรได้บ้าง แต่พวกมันก็ไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้ และในท้ายที่สุดเขาก็หลบหนีไปได้สำเร็จ
รังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตอีกแห่งถูกทำลาย และอสูรหมึกทั้งหมดในราชอาณาเขตของมู่กวงต่างตื่นตระหนก ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ที่หยางไค่จะโผล่ออกมาจากที่ใดและลงมือกับรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตอีกแห่ง ที่สำคัญกว่านั้น ไม่มีใครรู้ว่ารังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตแห่งใดจะเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา
จากประสบการณ์ครั้งนี้ พวกมันเข้าใจว่าแม้แต่ขุนนางอสูร 100 ตนก็ไม่สามารถหยุดยั้งหยางไค่จากการทำลายรังหมึกทมิฬได้ ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่สามารถเอาชนะหยางไค่ได้ แต่เป็นเพราะเขาสามารถทะลวงผ่านแนวป้องกันของพวกมันและมุ่งตรงไปยังรังหมึกทมิฬได้ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บในกระบวนการก็ตาม
ปัจจุบัน จอมราชันย์และจ้าวอาณาเขตหลายตนกำลังรับมือกับปรมาจารย์บรรพกาลจากด่านหยินหยาง ในขณะที่เฮยหยวนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหล่าขุนนางอสูรไม่สามารถหาใครมารับผิดชอบได้ ทำให้ทั้งราชอาณาเขตตกอยู่ในสภาพไร้ผู้นำและสับสนวุ่นวาย
บัดนี้ สิ่งเดียวที่เหล่าขุนนางอสูรทำได้คือรวมตัวกันรอบๆ รังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตของตนและรอคอย พวกมันต้องเตรียมพร้อมหากหยางไค่เปิดฉากโจมตีอย่างฉับพลัน และได้แต่หวังว่าพวกมันจะสามารถหยุดยั้งหรือสังหารเขา ณ ที่นั้นได้ในที่สุด
ดังนั้น ในราชอาณาเขตของมู่กวง รังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตทุกแห่งจึงมีขุนนางอสูรกว่า 100 ตนรายล้อมอยู่ พวกมันแลกเปลี่ยนข้อมูลและรายงานตำแหน่งของหยางไค่อย่างต่อเนื่องผ่านรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ อาณาเขตของจ้าวอาณาเขตที่อยู่ใกล้กับรังหมึกทมิฬที่หยางไค่ทำลายไปก่อนหน้านี้กลายเป็นจุดสนใจหลัก
พวกมันคาดการณ์ว่าเป้าหมายต่อไปของหยางไค่จะเป็นหนึ่งในรังหมึกทมิฬของจ้าวอาณาเขตเหล่านั้น
ดังนั้น อสูรหมึกที่อ่อนแอกว่านับไม่ถ้วนจึงถูกส่งออกจากอาณาเขตของจ้าวอาณาเขตเหล่านี้เพื่อค้นหาหยางไค่ เมื่อเวลาผ่านไป หยางไค่ก็ยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และแรงกดดันต่อเผ่าหมึกทมิฬก็ทวีความรุนแรงขึ้น
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่หยางไค่ทำลายรังหมึกทมิฬ เขาจะซ่อนตัว แต่เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็จะก่อพายุโลหิตขึ้นเสมอ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.