Chapter 537
537 / 2551
9 min read
เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน แคซจะวิ่งตรงเข้าไปหาคนผู้นั้นและแนะนำตัวกับทุกคนด้วยการจับมือ ท่าทางและออร่ารอบตัวเธอช่างดูไม่มีพิษมีภัยเอาเสียเลย
Published Mar 6, 2026, 06:35 PM
Chapter 534 Home sweet home Part 2
เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน แคซจะวิ่งตรงเข้าไปหาคนผู้นั้นและแนะนำตัวกับทุกคนด้วยการจับมือ ท่าทางและออร่ารอบตัวเธอช่างดูไม่มีพิษมีภัยเอาเสียเลย
ทว่าควินน์กลับสลัดความคิดที่ว่าผู้นำคนแรกที่ดูต่อต้านเขาในตอนนั้นจะไม่มีวันมอบบทบาทสำคัญเช่นนี้ให้กับใครหน้าไหนทั้งสิ้นออกไปไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจทำบางอย่าง
[ตรวจสอบ]
[แคซ เคน]
[อัศวินแวมไพร์]
หลังจากใช้สกิลตรวจสอบกับเธอ ความระแวดระวังของเขาก็กลับมาอีกครั้ง คนที่เป็นถึงอัศวินแวมไพร์ไม่มีทางที่จะไร้พิษมีภัยไปได้
‘พวกเขากล้าส่งอัศวินแวมไพร์มาคุมพวกเราเลยงั้นเหรอ?’ ควินน์คิด ในเมื่อลีโอและเอ็ดเวิร์ดไม่ได้ร่วมทางมาด้วย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่แคซจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
หากไม่มีเขาคอยจับตาดูเธอไว้ เขาก็อดเป็นห่วงเพื่อนๆ ไม่ได้ หากพวกเขาทำอะไรที่เธอเห็นว่าไม่เหมาะสม เธอก็แข็งแกร่งพอที่จะจัดการพวกเขาได้ด้วยตัวเอง
เป็นอีกหนึ่งความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจ
ทุกคนอยู่ในห้องนั้น รวมถึงพอลและลีโอ แม้ว่าลีโอจะไม่ได้ร่วมทางไปด้วย แต่เขาก็มาเพื่อส่งทุกคน คนเดียวที่พวกเขารอกันอยู่คือพวกผู้หญิง
“ทำไมพวกนั้นถึงช้านักนะ?” เฟ็กซ์บ่นพลางเคาะเท้าอย่างหงุดหงิด เขารู้สึกตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ ที่จะได้ออกจากที่นี่เสียที
ประตูกลับมาเปิดออกอีกครั้ง เด็กสาวสามคนเดินเข้ามาและเดินโฉบผ่านห้องไปตามปกติ แคซเป็นคนแรกที่เข้าไปทักทายพวกเธอทุกคน เธอจับมือทุกคนที่นั่นก่อนจะผละตัวออกไป
ในจังหวะที่แคซหันหลังเดินจากไป เซียก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ฉันเคยเจอผู้หญิงคนนั้นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ?” เซียพูด
“ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนนะ” ไลล่าตอบ
ขณะเดินตรงไปยังเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารที่ทุกคนกำลังรออยู่ เซียกวาดสายตามองไปรอบห้อง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นพอลใกล้ๆ ขนาดนี้ แล้วจู่ๆ เธอก็นึกออก ตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นที่ไหน
มันอยู่ในนิมิตที่เธอเพิ่งเห็นไปเมื่อไม่นานมานี้ เธอได้เรียนรู้จากอาจารย์ฟิลว่านิมิตของเธอนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตที่เป็นไปได้ สิ่งเดียวที่ไม่รู้คือ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่หรืออีกนานแค่ไหนในอนาคต
ในตอนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะมีผู้คนในนิมิตที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอแค่คิดว่ามันคงเป็นเหตุการณ์ที่อีกนานกว่าจะเกิดขึ้นจนไม่ต้องกังวลในตอนนี้
แต่ถ้าหากนี่คือสิ่งที่เธอเห็นล่ะ?
ความกังวลก่อตัวขึ้นในจิตใจ ไลล่าสังเกตเห็นกลุ่มควันสีดำจางๆ เหนือหัวของเธอ เธอรู้ได้ทันทีว่าเซียต้องเจออะไรบางอย่างที่น่ากังวลหลังจากเห็นแคซ
“เกิดอะไรขึ้น?” ไลล่ากระซิบ “นิมิตอีกแล้วเหรอ?”
เซียกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางลังเลว่าควรจะบอกพวกเขาดีไหม เธอมีความรู้สึกหวาดหวั่นว่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นหากพวกเขาเดินผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารนั่นไป
“ไม่” เซียตอบ “ฉันว่าเราควรอยู่ที่นี่ต่อ”
“หมายความว่ายังไง?” ไลล่าถามพร้อมดึงเซียออกมาด้านข้าง เธอเห็นสีหน้ากังวลอย่างชัดเจนของอีกฝ่าย
“ฉันอธิบายไม่ถูก แต่ฉันเห็นบางอย่าง ถ้าเราผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารนั่นไป ฉันรู้สึกเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับพวกเรา” เซียอธิบาย
“เธอเห็นในนิมิต หรือแค่สังหรณ์ใจ?” ไลล่าถาม
เซียหยุดคิดไปครู่หนึ่ง มันเป็นแค่สังหรณ์จากนิมิตครั้งก่อนจริงๆ นั่นแหละ เธอเคยบอกเรื่องนี้กับคนอื่นๆ แล้ว แต่ทุกคนในนิมิตนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเธอเลยไม่คิดว่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงนัก
ไลล่าคว้าไหล่เซียทั้งสองข้างไว้และพยายามปลอบให้อีกฝ่ายใจเย็นลง
“จำไว้นะ อนาคตที่เธอเห็นมันไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนตายตัว มันเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกที่เราเห็น เราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ นั่นคือสิ่งที่ฟิลบอกไม่ใช่เหรอ? แต่มันสำคัญมากที่เธอต้องไม่เก็บเรื่องพวกนี้ไว้คนเดียว ทุกครั้งที่เห็นอะไรก็บอกพวกเราเถอะ ใครจะไปรู้ บางทีวันหนึ่งมันอาจช่วยชีวิตเราได้”
คำพูดของไลล่าทำให้เซียสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองตัดสินใจว่าจะไม่ทำตัวผิดสังเกต โดยเฉพาะเมื่อทุกคนกำลังมีความสุขและตื่นเต้นที่จะได้กลับไป พวกเธอไม่อยากทำลายบรรยากาศนั้น
ทุกคนยืนเข้าแถวหน้าเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร ดไวท์สรุปข้อมูลสั้นๆ ให้ทุกคนฟังอีกครั้ง มันเป็นเนื้อหาเดียวกับที่เขาบอกควินน์ แต่เขาก็ย้ำเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบและความสำคัญของภารกิจนี้
ตอนนี้พวกเขาทำงานให้กับสภามหาอำนาจแวมไพร์ และเขาต้องการเตือนทุกคนให้จำเรื่องนี้ไว้
“เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารจะพาเราไปที่ไหน?” โลแกนถาม
“พวกคุณจะไปปรากฏตัวที่เกาะฐานทัพทหารแห่งที่สองโดยตรง” ดไวท์ตอบ
เกาะงั้นเหรอ? คนอื่นๆ ต่างคิดในใจ
พอลที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าพวกแวมไพร์มีข่าวกรองเกี่ยวกับพวกเขามากกว่าที่เขาคิดไว้แต่แรก พวกเขารู้ว่าฐานทัพทหารตั้งอยู่บนเกาะแยกกัน และดูเหมือนว่าพวกเขามีเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารที่เชื่อมต่อกับแต่ละเกาะได้
“เปล่า เราไม่มีเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารเชื่อมต่อกับทุกฐานทัพหรอก” ดไวท์พูดขึ้นมาราวกับอ่านใจพอลออก “เรามีเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารเชื่อมต่อกับฐานทัพทหารเพียงเจ็ดแห่งเท่านั้น เราไม่เคยระบุตำแหน่งของฐานทัพทหารแห่งที่หนึ่งได้ หวังว่าเมื่อพวกคุณพบข้อมูลนี้แล้วจะส่งต่อให้เรานะ”
“เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารจะส่งพวกคุณลงกลางป่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางของฐานทัพทหาร ฉันเชื่อว่ามันอยู่ติดกับโรงเรียนอันเป็นที่รักของพวกคุณ ขอให้ทุกคนโชคดี และหวังว่าพวกคุณจะไม่ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับพวกแวมไพร์ที่เคยอยู่ที่นั่นก่อนหน้าพวกคุณ”
คำพูดสุดท้ายทำเอาความตื่นเต้นของทุกคนลดลงไปเล็กน้อย พวกเขาไม่ได้กำลังไปทัศนศึกษา แต่กำลังจะไปทำภารกิจสำคัญ และหากถูกจับได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเลวร้ายมาก ทุกคนต้องจำเรื่องนี้ไว้ให้ดี
ในที่สุด ขณะที่เอริน ลีโอ และเอ็ดเวิร์ดโบกมือลา คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเดินผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารไปทีละคนพร้อมกับมือที่แตะหลังคนข้างหน้าไว้
เซียซึ่งยืนอยู่ท้ายแถวหลับตาลงตลอดเวลา ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อยราวกับกำลังสวดอ้อนวอน
“อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ ควินน์” ดไวท์กล่าว “ฉันรอการกลับมาของพวกคุณอยู่”
พวกเขาทุกคนผ่านเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารมาบ่อยจนประสบการณ์นี้ไม่รู้สึกใหม่อีกต่อไป แต่มันก็ยังเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นักที่ต้องรู้สึกว่าร่างกายตัวเองถูกบิดเบือนราวกับกำลังถูกบดขยี้และฉีกออกเป็นชิ้นๆ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที และในที่สุดเมื่อเท้าของพวกเขาสัมผัสกับพื้น พวกเขาก็รู้ว่ากลับมาถึงโลกแล้ว
สิ่งแรกที่ทุกคนสัมผัสได้คือไออุ่นจากแสงอาทิตย์ที่กระทบผิวหนัง ความรู้สึกที่พวกเขาโหยหามานาน
“ขอรับวิตามินดีหน่อยเถอะ” วอร์เดนพูดพร้อมรอยยิ้ม
เป็นไปตามที่ดไวท์บอก พวกเขาทั้งหมดอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง
พวกเขามองไปรอบๆ พยายามจับทิศทางว่าอยู่ที่ไหน และนั่นก็ทำให้บางคนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
“เฮ้ ดูนี่สิ นี่มีการต่อสู้เกิดขึ้นในป่าหรือเปล่า?” วอร์เดนถาม
คนอื่นๆ ในกลุ่มหันไปมอง และพวกเขาก็เห็นมันเช่นกัน ต้นไม้หลายต้นถูกเผา ถอนรากถอนโคน หรือไม่ก็ถูกทำลายจนพินาศ
“มันต้องเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้แน่” พอลตั้งข้อสังเกต “ปกติทีมจะรีบมาจัดการเรื่องพวกนี้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำงานชุ่ยไปหน่อยในช่วงที่ฉันไม่อยู่”
พอลเองก็จากมานานพอสมควร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับผู้บัญชาการสูงสุดบนดาวค้างคาว จากนั้นก็ใช้เวลามากขึ้นหลังจากพบเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร เขาจากไปนานพอๆ กับพวกเด็กๆ
“นี่มันแสงอาทิตย์!” แคซพูด “ตาของฉัน! ผิวของฉัน! ฉันกำลังจะละลาย”
ขณะพูด เธอแสดงท่าทางโอเวอร์และพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เธอเองก็มีแหวนอยู่ ดังนั้นทุกคนจึงรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรไปหรอก เธอแค่พยายามจะเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน แต่มันกลับไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีนัก ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกแปลกๆ เช่นนี้แม้จะมีแหวนอยู่ก็ตาม
“อย่าลืมนะว่าแหวนที่พวกเธอมีช่วยให้รับแสงแดดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น” ควินน์เตือน กลายเป็นว่าแหวนที่ควินน์มอบให้ลีโอนั้นหายากมาก และก่อนจากมา ลีโอก็ได้คืนมันให้ควินน์แล้ว
หลังจากรู้ว่ามันมีค่ามากขนาดไหน ไม่มีทางที่เขาจะมอบมันให้คนอื่นและจะเก็บไว้ใช้เอง
“ไปทางนี้กันเถอะ” แคซพูดพลางชี้ไปที่ทางเดินที่มองเห็นได้ไกลๆ เธอเริ่มเดินนำไปทันทีแต่แล้วก็สังเกตเห็นว่าไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนอื่นตามมา
เมื่อเธอหันกลับไป ก็เห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองไปที่ควินน์ ราวกับคาดหวังให้เขาทำอะไรสักอย่าง
“ควินน์ นายต้องแสดงให้เห็นว่านายคือผู้นำนะ” เฟ็กซ์กระซิบ “ถ้านายปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเองและเริ่มตัดสินใจแทน นายจะกลายเป็นคนที่ไม่มีอำนาจไปนะ”
“อ้อ จริงด้วยสิ?” ควินน์กล่าว
เขาคิดว่าเมื่อกลับมาถึงโรงเรียน เขาคงได้เป็นนักเรียนอีกครั้ง คอยรับคำสั่งจากอาจารย์และทำตามที่บอก แต่สถานการณ์ของเขาเปลี่ยนจากเดิมไปมากจริงๆ เขาไม่ใช่แค่นักเรียนอีกต่อไป ตอนนี้เขามีถึงขนาดผู้นำฐานทัพทหารทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแล้ว
“ไปทางนี้กันเถอะทุกคน” ควินน์พูดพลางชี้ไปในทิศทางเดียวกับแคซ “ลองไปดูกันว่าเราอยู่ที่ไหนกันแน่”
คนอื่นๆ จึงเริ่มทำตามคำสั่งของควินน์และเริ่มเดินออกจากป่า แคซไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ว่าคนอื่นๆ กำลังทำอะไร
เมื่อทั้งกลุ่มเดินออกจากป่าทีละคน ในที่สุดพวกเขาก็เห็นภาพตรงหน้า พวกเขาออกมาจากป่าในจุดที่มองเห็นโรงเรียนทางด้านซ้ายมือและตัวเมือง
ทว่าทุกคนกลับต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น น้ำตาเริ่มไหลรินจากใบหน้าของบางคน เซียพูดถูก นิมิตของเธอกลายเป็นจริงแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!” ควินน์อุทาน
ทุกคนต่างจ้องมองไปยังโรงเรียนที่พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง และเมืองเองก็ชะตากรรมไม่ต่างกัน มันดูราวกับว่าได้เกิดสงครามขึ้นที่นี่
จบส่วนที่ 3
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับส่วนถัดไปพอๆ กับส่วนนี้นะครับ
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.