Chapter 523
523 / 2060
10 min read
Chapter 523
Published Apr 3, 2026, 07:27 PM
“หือ??”
เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหัวของเกริด ขณะที่เขากำลังตรวจสอบข้อมูลของสกิลติดตัวซ่อนเร้นอย่าง ‘เทวบัญชา’ (God’s Command) เสียงระฆังดังกังวานก้องในโสตประสาท มันคือความตื่นตะลึงอย่างที่สุด
“มะ... มันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า...”
นี่คือเหตุผลที่ระยะเวลาคูลดาวน์ของ ‘สังหารต่อเนื่อง’ (Linked Kill) และ ‘คลื่นสังหารต่อเนื่อง’ (Linked Kill Wave) ถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด
‘สุดยอดไปเลย!’
มันคือสกิลที่มีมูลค่าสูงสุดอย่างแท้จริง ทรงพลังเสียจนเทียบเคียงได้กับตอนที่เขาได้รับคลาส ‘ทายาทของภักมา’ หรือ ‘มหาจอมเวทในตำนาน’ เลยทีเดียว
‘ไม่นึกเลยว่าพรแห่งโดมิเนียนจะช่วยได้มากขนาดนี้’
ในช่วงเหตุการณ์ของพระสันตะปาปาดรีวิโก เขาได้รับพรจากเรเบคก้า, จูดาร์ และโดมิเนียน พรทั้งสามประการสถิตอยู่ในพาวราเนียมและช่วยเสริมพลังให้แก่เกริด พรแห่งเรเบคก้าช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิต 300% พรแห่งโดมิเนียนเพิ่มพลังโจมตี 15% และพรแห่งจูดาร์เพิ่มพลังป้องกัน 15% ณ จุดนี้ เกริดเริ่มคาดเดาบางอย่างได้
‘พรแห่งโดมิเนียนคือหนึ่งในสามสุดยอดบัฟโจมตีสายพาสซีฟ...’
ถ้าอย่างนั้น พรแห่งจูดาร์ก็คงเป็นหนึ่งในสามสุดยอดบัฟป้องกัน และพรแห่งเรเบคก้าก็คือหนึ่งในสามสุดยอดบัฟฟื้นฟูสินะ?
‘โอกาสที่จะได้ครอบครองพวกมันทั้งหมดคงริบหรี่จนแทบเป็นศูนย์’
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าเงื่อนไขการได้มาซึ่ง ‘เทวบัญชา’ นั้นบ้าคลั่งเพียงใด ต้องมีทั้งพรแห่งเทพโดมิเนียน ต้องสร้างความสำเร็จในการทำความเสียหายที่ไม่ซ้ำใคร และยังต้องได้รับความโปรดปรานจากเซราทูลอีก? ในบรรดาผู้เล่นสองพันล้านคน จะมีสักกี่คนที่บรรลุเงื่อนไขเหล่านี้ได้? มันยากเกินกว่าจะจินตนาการว่าสกิลพาสซีฟอื่นๆ ที่จะได้จากพรของจูดาร์และเรเบคก้านั้นจะพิสดารเพียงไหน
‘เรื่องอาณาเขตและความสามารถในการปกครองก็เหมือนกัน’
เกริดเคยผ่านประสบการณ์ดวงกุดมานับไม่ถ้วน ดังนั้นผลของอาณาเขตและพลังในการปกครองจึงดูเหมือนเป็นสิ่งหลอกลวงที่เหนือจริงยิ่งกว่าเทวบัญชาเสียอีก
‘ในอนาคต ศัตรูของข้าต้องครอบครองพลังแห่งอาณาเขตและการปกครองแน่ ไม่สิ บางทีพวกมันอาจจะเรียนรู้ไปแล้วก็ได้’
มันต้องเป็นหนึ่งในเขี้ยวเล็บของใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย โลกเฮงซวยใบนี้ไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบสุขได้ง่ายๆ หรอก
‘ข้าจะต้องตายเพราะพลังอาณาเขตและการปกครองงั้นรึ?’
แน่นอนว่าเขาไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นง่ายๆ
‘นับจากนี้ไป ข้าคือผู้ไร้พ่าย’
ทำไมร่ะหรือ? ก็เพราะเขามีค่าสถานะโชคลาภยังไงล่ะ!
“คูหุหุหุ! ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นเองว่า พลังของเทวบัญชาเมื่อผสานกับโชคลาภจะร้ายกาจเพียงใด!”
เทวบัญชามีโอกาส 50% ที่จะรีเซ็ตคูลดาวน์ แล้วถ้าค่าโชคลาภส่งผลต่อมันล่ะ?
‘โอกาสในการรีเซ็ตคูลดาวน์ย่อมต้องสูงกว่า 50% แน่นอน!’
ใช่แล้ว เหมือนอย่างเมื่อครู่ที่สกิลถูกรีเซ็ตต่อเนื่องกันอย่างน่าอัศจรรย์ เกริดเชื่อมั่นในค่าโชคลาภของตนและเล็งเป้าไปยังซากเต็นท์ที่พังพินาศตรงหน้า เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะปลดปล่อย ‘ระบำดาบของภักมา: คลื่น’ เพื่อทดสอบผลของเทวบัญชา ทว่า... สิ่งที่เขาคาดหวังกลับไม่เกิดขึ้น
เกริดชะงักด้วยความสับสน แต่เขาก็ยังรักษากิริยาให้สงบนิ่ง
“หึ... หึ! ก็นะ มันไม่ใช่โอกาส 100% เสียหน่อย มันต้องมีพลาดกันบ้างเป็นธรรมดา”
บางทีค่าโชคลาภอาจจะกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อน เกริดพยายามควบคุมจังหวะหัวใจ จากนั้นเขาก็ร่าย ‘ระบำดาบของภักมา: เชื่อมโยง’ ผลลัพธ์น่ะหรือ? เทวบัญชาไม่ทำงาน และคูลดาวน์ก็ไม่ถูกรีเซ็ต แม้แต่ตอนที่เขาใช้ ‘สังหาร’ และ ‘จุดสูงสุด’ ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม
“แฮ่ก... แฮ่ก... นี่มันเน่าเฟะสิ้นดี”
ความรู้สึกไม่มั่นคงเริ่มกัดกินหัวใจ เมื่อย้อนกลับไป สกิล ‘โจมตีประสาน 5 ครั้ง’ ที่ติดมากับถุงมือแสงศักดิ์สิทธิ์และดาบเฟลเลีย (Failure) แทบจะไม่ปรากฏให้เห็นเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ช่างน่าเวทนานักที่ความซวยของเกริดนั้นมีอานุภาพรุนแรงจนบดขยี้ค่าโชคลาภอันน้อยนิดไปจนหมดสิ้น
“ไม่นะ... ทำไมกัน? ทำไมข้าถึงได้แต่สกิลแบบนี้มาตลอด?”
เขาไม่อยากได้สกิลลวงโลก เขาต้องการสกิลที่พึ่งพาได้จริงโดยไม่ต้องยืมจมูกโชคลาภหายใจ
ตุบ!
ความสุขของเกริดมลายหายกลายเป็นความท้อแท้ ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เขาก็ยากที่จะทำใจเชื่อมั่นในเทวบัญชาได้ เกริดจึงได้ข้อสรุปกับตัวเอง
“ข้าไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับสกิลนี้”
หากเขาสู้โดยหวังพึ่งพิงว่าเทวบัญชาจะทำงาน เขาก็คงจะพบแต่ความผิดหวัง สู้สู้ไปตามปกติแล้วค่อยขอบคุณสวรรค์ในยามที่มันสำแดงเดชจะดีกว่า
“ใช่... เทวบัญชาไม่ใช่สิ่งเดียวที่ข้าได้รับ ข้าไม่จำเป็นต้องหมกมุ่นอยู่กับมัน”
เขายังมีฉายา ‘ดาวรุ่งแห่งปันเจีย’ อีกอย่าง
‘หวังว่ามันจะเป็นฉายาที่ช่วยเพิ่มค่าโชคลาภนะ’
มันช่างน่าเศร้าเพราะเขารู้สึกว่าความซวยจะตามหลอกหลอนเขาไปตลอดกาล เขาโหยหาค่าโชคลาภอย่างสุดซึ้ง เกริดเปิดดูข้อมูลของฉายาทันที
[ดาวรุ่งแห่งปันเจีย ขั้นที่ 1]
ขั้นที่ 1: สามารถรับข้อมูลจากชาวเมืองปันเจียได้ง่ายขึ้น
* ทุกครั้งที่ท่านทำลายแหล่งกบดานของมอนสเตอร์ในทิศเหนือ ระดับและประสิทธิภาพของฉายาจะเพิ่มขึ้น
“...”
มันช่างน่าผิดหวังกว่าที่คิดไว้มาก บางทีอาจเป็นเพราะเขาเพิ่งเห็นความเหนือชั้นของเทวบัญชามาหมาดๆ เลยทำให้ฉายานี้ดูจ้อยร่อยไปถนัดตา
“เฮ้อ...”
เกริดถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเริ่มตรวจสอบไอเทมที่ได้รับตามลำดับ
[ใบเสริมพลังอาวุธศักดิ์สิทธิ์]
ม้วนคัมภีร์สำหรับเสริมพลังอาวุธ
หากเสริมพลังสำเร็จ ระดับการเสริมพลังจะเพิ่มขึ้น +1
หากล้มเหลว ระดับการเสริมพลังของอาวุธจะไม่ลดลง
[ใบเสริมพลังเกราะศักดิ์สิทธิ์]
ม้วนคัมภีร์สำหรับเสริมพลังชุดเกราะ
หากเสริมพลังสำเร็จ ระดับการเสริมพลังจะเพิ่มขึ้น +1
หากล้มเหลว ระดับการเสริมพลังของเกราะจะไม่ลดลง
“...?”
ที่ผ่านมาเกริดคิดว่าใบเสริมพลังศักดิ์สิทธิ์ก็คงเหมือนกับหินตีบวกทั่วไป ทวีปตะวันออกไม่ได้ใช้แร่ในการเสริมพลังเหมือนทวีปตะวันตก แม้ชื่อและรูปลักษณ์จะต่างกันแต่เขาก็คิดว่าผลลัพธ์คงไม่ต่าง แต่เขากลับคิดผิดถนัด! ใบเสริมพลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไม่ได้ให้พลังทำลายล้างที่สูงส่งกว่า แต่มันให้ความ ‘มั่นคง’ ที่ประเมินค่าไม่ได้!
‘ว้าว... พวกมหาเศรษฐีคงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันแน่’
โอกาสความสำเร็จในการตีบวกไอเทมนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน บางคนอาจพยายามร้อยครั้งและล้มเหลวทั้งร้อยครั้ง ทว่าภาระที่หนักหนาสาหัสที่สุดไม่ใช่แค่เงินที่เสียไป แต่คือระดับการเสริมพลังที่จะ ‘ลดลง’ ทุกครั้งที่พลาด แต่ม้วนคัมภีร์นี้มีผลในการปกป้องระดับการเสริมพลัง! พวกตระกูลแชโบลคงยอมจ่ายเป็นพันๆ ล้านเพื่อครอบครองมันและนำไปสู่ระดับ +10 อย่างแน่นอน
‘พวกเขาไม่มีทางปล่อยมันหลุดมือแน่’
มันจะขายได้ใบละ 10 ล้านวอนเลยหรือเปล่านะ?
‘10 ล้านอะไรกัน? ข้าอาจจะขายได้ถึงหลักพันล้านเลยก็ได้!’
ม้วนคัมภีร์นี้ดูคล้ายกับยันต์ศักดิ์สิทธิ์ ตรงกลางเขียนอักษรที่คล้ายกับอักษรจีน และมันหาได้จากทวีปตะวันออกเท่านั้น
‘ไอเทมที่ยังไม่มีวางขายในตลาด มูลค่าของมันต้องพุ่งทะยานจนกู่ไม่กลับแน่’
เกริดไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขายมันทิ้ง เพราะตอนนี้เขามีฐานะที่มั่นคงจากการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แล้ว เขาสามารถรอดูทิศทางของโรงประมูลและค่อยขายในราคาที่พอใจ หรือไม่เขาก็อาจจะเก็บไว้ใช้เอง ต่อมาเกริดตรวจสอบไอเทมที่ดรอปจาก ‘หนูตัวผู้จอมพลัง’
[ถุงน้ำดีของหนูตัวผู้จอมพลัง]
ถุงน้ำดีที่มีขนาดใหญ่และมีรสขมจัด
หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดสภาวะช็อก
อย่างไรก็ตาม หากทนทานได้ ค่าต้านทานพิษและอาการสับสนจะเพิ่มขึ้นถาวร 0.5%
น้ำหนัก: 4
[หัวใจของหนูตัวผู้จอมพลัง]
หัวใจที่เปี่ยมด้วยพละกำลังตามธรรมชาติของหนูตัวผู้จอมพลัง
นี่คือที่มาแห่งความแข็งแกร่งของมัน
เมื่อกินเข้าไป ค่าสถานะพละกำลังจะเพิ่มขึ้นถาวร 5 แต้ม
น้ำหนัก: 2
“โอสถสกัดจิ๋ว!”
เขาฆ่าแวมไพร์มานับไม่ถ้วนแต่กลับไม่เคยได้โอสถเลยสักครั้ง แม้ผลของมันจะเหลือเพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับโอสถทั่วไป แต่เขาก็ยินดีที่จะกินมันเพื่อเพิ่มค่าพละกำลังอย่างถาวร เกริดกลืนหัวใจลงไปโดยไม่ลังเล และเก็บถุงน้ำดีไว้ในกระเป๋า ประโยคที่ว่า ‘อาจเกิดสภาวะช็อก’ นั้นชวนให้รำคาญใจ แต่เขาวางแผนจะเอาไปขายให้พวกสมาชิกโอเวอร์เกียร์แทน
‘ไอเทมที่ดรอปจากบอสระดับกลางยังยอดเยี่ยมขนาดนี้ ของจากราชินีหนูก็คงไม่ต่างกัน’
ลัลล้า~
เกริดฮัมเพลงด้วยความคาดหวัง เขาเปิดดูไอเทมที่ดรอปจากราชินีหนูทันที
[วอลนัทของราชินีหนู]
วอลนัทที่ราชินีหนูเก็บสะสมไว้เป็นอาหารว่าง
น้ำหนัก: 1
“...?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุม เกริดยืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะใช้สกิลตรวจสอบของช่างตีเหล็กในตำนาน
ติ๊ง~
[ไม่มีฟังก์ชันซ่อนเร้น]
“บัดซบ”
วอลนัทที่ชุ่มไปด้วยน้ำลาย กลิ่นของมันเหม็นสาบเหมือนน้ำลายหนูแฮมสเตอร์ไม่มีผิด เกริดโยนมันทิ้งอย่างไม่ไยดี มันช่างน่าขัดใจนักที่มอนสเตอร์ระดับบอสดรอปขยะแบบนี้ เกริดที่กำลังหัวเสียรีบตรวจสอบไอเทมชิ้นต่อไป
[ขนราชินีหนู]
ขนของราชินีหนูถูกยกย่องว่าเป็นขนสัตว์ชั้นเลิศและมีมูลค่าสูงยิ่ง
ทว่าราชินีหนูเป็นมอนสเตอร์ที่ดุร้ายและทรงพลัง
การจะได้ขนของมันมาครอบครองนั้นเปรียบเสมือนการสอยดาวจากฟากฟ้า
น้ำหนัก: 120
[ไอเทมนี้มีฟังก์ชันซ่อนเร้น]
[มีข่าวลือว่าท่านเจ้าเมืองกำลังตามหาขนของราชินีหนู!]
“...แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย”
เห็นชัดว่ามันสามารถขายได้ในราคาแพงลิบเพราะเป็นหนึ่งในวัสดุหนังระดับยอดเยี่ยม แต่เกริดอยากจะใช้มันด้วยตัวเองมากกว่าจะขายทิ้ง
‘มาสร้างชุดเกราะหนังระดับตำนานกันเถอะ’
เขาไม่ได้สนใจเควสต์นั่นเท่าไหร่ มันดูจะสิ้นเปลืองเกินไปหากต้องสละวัสดุเลอค่าเช่นนี้ไปเพื่อเควสต์
‘แน่นอนว่าเควสต์ที่ต้องการไอเทมหายาก ผลตอบแทนย่อมต้องมหาศาล’
แต่ก็มีโอกาสที่รางวัลนั้นจะไม่ส่งผลดีต่อเขาโดยตรง ดังนั้นการนำมาใช้เองจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า เกริดรู้สึกเข็ดขยาดจากความไม่แน่นอนของเทวบัญชาและเจ้าวอลนัทนั่นเสียแล้ว และในที่สุด สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ ‘กระทะของอีดาน’
“นี่มันของจริงรึนี่?”
อีดาน เชฟที่ทำอาหารไม่ได้เรื่อง... พูดตามตรง เกริดไม่ได้ให้ความสำคัญกับเควสต์นี้เลย แม้เขาจะละโมบอยากได้ค่าประสบการณ์ 30% แต่การล่ามอนสเตอร์เพื่อเลเวลอัปยังดูรวดเร็วกว่าการมาเสียเวลาตามหากระทะใบเดียวเสียอีก เพราะค่าประสบการณ์จากมอนสเตอร์ในทวีปตะวันออกนั้นมหาศาลอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ความคิดนั้นเปลี่ยนไป เกริดตระหนักถึงความสำคัญของเควสต์อีดานอย่างยิ่งยวด
‘ค่าประสบการณ์มันก็แค่ผลพลอยได้’
เขาต้องเพิ่มค่าความสนิทสนมกับอีดานให้ได้! เกริดผู้ตื่นรู้รีบพุ่งทะยานกลับไปยังปันเจียด้วยใจที่มุ่งมั่นทันที
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
