ตอนที่ 154
145 / 1914
อ่าน 6 นาที
Chapter 154: What Did He Do?!
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 16:46
บทที่ 154: เขาไปทำอะไรมาเนี่ย?!
ในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่ เกรย์ก็ปรากฏตัวขึ้นจากป่าทางด้านทิศใต้ของทุ่งกว้าง เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วเพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี ไม่ถึงหนึ่งวินาทีต่อมาเขาก็จำ ‘องค์ชายสิบสอง’ ได้
‘อา... ไม่นึกเลยว่าเป็นพวกเขานี่เอง ถ้าข้าทิ้งพวกวานรไว้กับพวกเขาแล้วเกิดมีใครในนั้นหนีรอดไปได้ ข้าก็คงสร้างศัตรูที่รับมือยากขึ้นมาให้ตัวเองเสียแล้ว’ เขาคิดพลางจ้องมองไปยังองค์ชายสิบสอง
เวลาของเขามีจำกัด จึงต้องรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุดเพราะพวกวานรอยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ในตอนที่เขากำลังใกล้จะถึงจุดนี้ เขาพยายามทิ้งระยะห่างระหว่างตัวเองกับพวกวานรเอาไว้ เพื่อที่จะได้มีเวลาคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนเมื่อเห็นกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่
เมื่อรู้ว่าเป็นองค์ชายสิบสอง การจะล่อพวกวานรไปทางนั้นจึงเป็นอันต้องพับเก็บไป แต่เขาก็ไม่ได้กังวลเพราะเตรียมแผนสำรองไว้แล้วในกรณีที่รู้จักใครสักคนที่กำลังต่อสู้อยู่
“ได้แล้ว!” เขาตะโกนก้องดึงดูดความสนใจของทั้งสองกลุ่มที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด อีกทั้งยังมั่นใจว่าพวกวานรที่ไล่ตามหลังมาจะได้ยินเสียงนี้จากตำแหน่งของพวกมันด้วย
เมื่อได้ยินเสียงตะโกน ทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่ก็หันกลับมามองตามสัญชาตญาณว่าใครเป็นคนพูด ในสถานการณ์การต่อสู้เช่นนี้ แต่ละกลุ่มต่างก็หวังว่าจะเป็นคนที่ตนรู้จัก
ทั้งสองกลุ่มแยกตัวออกจากกันทันทีและกลับไปตั้งหลักที่กลุ่มของตน พวกเขาไม่รู้ว่าคนที่มาเป็นมิตรหรือศัตรู การถอยกลับไปรวมตัวกับทีมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
‘เจ้ากำลังทำอะไร?’ วอยด์ถามเกรย์ด้วยสีหน้าสับสน
‘พอไปถึงที่นั่น เจ้ากระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของแม่นางคนนั้นซะ’ เกรย์สั่ง
‘อะไรนะ?!’ วอยด์ถามอย่างตกตะลึง
‘ทำตามที่ข้าบอกซะ ไม่งั้นเจ้าไม่ได้กินอาหารไปตลอดทั้งสัปดาห์แน่’ เกรย์ขู่ เขาไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายแผนการให้วอยด์ฟัง แต่เขารู้ว่าวอยด์จะเข้าใจเจตนาในไม่ช้า
‘ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ข้าทำตามอยู่แล้วน่า’ เมื่อไม่มีทางเลือก วอยด์จึงจำใจต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก เขาไม่รู้ว่าเกรย์กำลังวางแผนอะไร แต่ดูออกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับกลุ่มที่เขากำลังพุ่งเป้าไปแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีทางที่เขาจะยอมอดอาหารเป็นสัปดาห์เป็นอันขาด
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาที่อยู่กับเกรย์ สิ่งที่เขารื่นรมย์ยิ่งกว่าการโจมตีเกรย์ตอนฝึกฝนก็คือฝีมือการทำอาหารของอีกฝ่าย เขาไม่ค่อยได้คลุกคลีกับใครมากนัก แต่เขาก็มั่นใจแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำอาหารได้อร่อยเท่าเกรย์
“พวกเจ้ารู้จักเขาหรือเปล่า?” แม่นางคนหนึ่งถามคนในกลุ่มเมื่อเห็นเกรย์พุ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยท่าทางตื่นเต้น
ทุกคนต่างส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
ทางด้านกลุ่มขององค์ชายสิบสอง องค์ชายสิบสองเป็นคนแรกที่จำเกรย์ได้ และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าพฤติกรรมของเขาน่าสงสัยเล็กน้อย เกรย์มาจากอาณาจักรฉีหลิน ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมุ่งหน้าไปทางคนจากอาณาจักรอาซูร์ด้วยท่าทางตื่นเต้นเช่นนั้น
‘หรือว่าจริงๆ แล้วเขามาจากอาณาจักรอาซูร์?’ เขาถามตัวเองโดยยังไม่เข้าใจว่าทำไมเกรย์ถึงมุ่งหน้าไปทางกลุ่มจากอาณาจักรอาซูร์
แม้เขาจะไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเกรย์ แต่เขาก็ไม่กล้าเชื่อว่าเกรย์มาจากอาณาจักรอาซูร์ มิเช่นนั้นหากเกรย์เข้าร่วมกับกลุ่มอาณาจักรอาซูร์ในการต่อสู้นี้ พวกเขาก็คงจบเห่กันพอดี
ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อซักถามเกรย์ เขาก็เห็นเกรย์ส่งสายตาให้เขาถอยไป องค์ชายสิบสองเป็นคนฉลาดจึงรีบบอกให้คนอื่นๆ รักษาแนวไว้ แม้เขาจะไม่ได้เป็นมิตรกับเกรย์ แต่เขาก็ตัดสินใจเชื่อใจอีกฝ่ายสักครั้ง เพราะยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี ถึงแม้ทั้งสองกลุ่มจะแยกกันแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มอาณาจักรอาซูร์จะไม่สามารถโจมตีพวกเขาได้
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที คนอื่นๆ ยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนถึงกับทำหน้าฉงนขณะจ้องมองร่างของเกรย์ที่กำลังวิ่งตรงมา
“รับไป!” เกรย์กล่าวพลางโยนก้อนหินไปในทิศทางของชายหนุ่มร่างสูง โดยกะจังหวะการโยนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
หากชายหนุ่มคว้าหินไปเร็วเกินไป พวกวานรก็จะไม่เห็นว่าเขาเป็นคนรับ แต่ถ้าช้าเกินไป พวกวานรก็จะดูออกทันทีว่าสิ่งที่เขาโยนไปนั้นเป็นเพียงก้อนหินไม่ใช่สมบัติของพวกมัน
ชายหนุ่มร่างสูงรับก้อนหินที่เกรย์โยนมาไว้โดยสัญชาตญาณ
วินาทีที่เขาคว้าหินได้ คือวินาทีเดียวกับที่พวกวานรสายฟ้าเขาสีม่วงพุ่งทะยานออกมาจากป่า พวกวานรไม่เห็นว่าชายหนุ่มคว้าอะไรไป แต่จากทิศทางมือของเขาในตอนที่รับ พวกมันจึงเดาเอาเองว่ามนุษย์ที่พวกมันกำลังไล่ล่าเป็นคนโยนสิ่งนั้นไปให้
ด้วยความที่อยู่ในระดับต้นกำเนิด พวกมันย่อมฉลาดกว่าสัตว์อสูรในระดับที่ต่ำกว่า จะมีก็แต่สัตว์ประหลาดอย่างวอยด์เท่านั้นที่อาจกล่าวได้ว่าฉลาดกว่าพวกมัน
โฮก!
วานรสายฟ้าเขาสีม่วงตัวหัวหน้าคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะคิดว่าสมบัติของพวกมันถูกส่งต่อให้ชายหนุ่มร่างสูงแล้ว มันจึงพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มของพวกเขาทันที
ในขณะที่เกรย์แอบอยู่ด้านหลังชายหนุ่มร่างสูง ส่วนวอยด์นั้นเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของแม่นางคนเดิมที่กำลังยืนตะลึงมองแมวสีดำประหลาดที่จู่ๆ ก็กระโดดเข้ามาในอ้อมกอดของเธอ
เสียงคำรามทำให้ทุกคนกลับมาตั้งสติได้
องค์ชายสิบสองรีบถอยทัพพร้อมกับกลุ่มของเขาทันทีที่เห็นพวกวานรบุกมา
‘เจ้าหมอนั่นหนีรอดจากแรงกดดันของการถูกสัตว์อสูรพวกนั้นไล่ล่ามาได้ยังไงกัน?’
นี่คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของทุกคน พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าวานรพวกนี้เป็นหนึ่งในสัตว์อสูรธาตุสายฟ้า ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วพวกมันว่องไวมาก แต่เกรย์กลับหนีพ้นจากเงื้อมมือของพวกมันที่กำลังโกรธจัด ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสามารถทิ้งระยะห่างระหว่างพวกมันกับตัวเองได้มากขนาดนั้นอีก
ไม่มีใครในที่นี้มั่นใจเลยว่าจะสามารถทำแบบเดียวกันได้
‘ไม่น่าล่ะ เขาถึงวิ่งมาทางนี้ ที่แท้เขาก็ตั้งใจจะล่อพวกสัตว์อสูรมาให้กลุ่มนี้’ องค์ชายสิบสองเข้าใจในที่สุดว่าทำไมเกรย์ถึงมุ่งหน้าไปหาอีกกลุ่ม
เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยกลุ่มจากอาณาจักรอาซูร์ แต่เขากำลังนำพาความตายมาส่งให้ถึงที่ต่างหาก!
แต่สิ่งที่ทำให้องค์ชายสิบสองและกลุ่มของเขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือเมื่อเห็นฝูงวานรสายฟ้าเขาสีเงินจำนวนมหาศาลกำลังกรูกันออกมาจากป่า
“พระเจ้าช่วย! เขาไปทำอะไรมาเนี่ย?!” นีลอุทานออกมาตามสัญชาตญาณขณะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เขาเพิ่งจะรู้สึกว่าเกรย์เป็นคนที่เหนือชั้นมากที่สามารถวิ่งหนีพวกวานรสายฟ้าเขาสีม่วงมาได้ ทั้งๆ ที่มีถึงห้าตัว ซึ่งเขารู้ดีว่าตนไม่มีทางหนีพ้น แต่ไม่เคยฝันถึงเลยว่าพวกวานรสายฟ้าเขาสีม่วงจะไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียวที่ไล่ล่าเขามา แต่ที่จริงแล้วมันคือวานรทั้งโขลง!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.