ตอนที่ 173
161 / 1914
อ่าน 8 นาที
Chapter 173: Finding The Cause
เผยแพร่เมื่อ 12 มี.ค. 2569 16:46
Chapter 173: ค้นหาสาเหตุ
วูบ!
เกรย์ได้ยินเสียงลมพัดผ่านตัวไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาก็พบว่าตนเองกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า และพื้นดินก็ยังอยู่ห่างออกไปอีกกว่าหนึ่งพันเมตร
‘นี่มันสุดโต่งเกินไปหน่อยไหม?’ เขาบ่นพึมพำ แต่ยังรู้สึกโชคดีที่เขาปลุกธาตุลมขึ้นมาได้ จึงรีบใช้มันพยุงตัวไว้เพื่อชะลอความเร็วในการตกลงมา
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวลราวกับแค่เดินเล่น หลังจากยืนบนพื้นเรียบร้อย เขาก็แหงนหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
ขณะนี้พวกเขาอยู่ในแนวเทือกเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และสามารถได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรชนิดต่าง ๆ ดังแว่วมา
‘ที่นี่ดูต่างไปจากที่ที่ฉันเคยเข้าไปก่อนหน้านี้แฮะ’ เกรย์คิด
เขารออยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงกลไกที่เขาคาดหวังว่าจะได้ยิน หากไม่มีเสียงนั้น เขาก็คงไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และด้วยความกว้างใหญ่ของมัน เขาคงไม่มีทางสำรวจได้ทั่วถึงก่อนเวลาที่กำหนดในการทดสอบจะหมดลง
‘มีสิ่งก่อสร้างอยู่ตรงนั้น’ เสียงเล็ก ๆ ของวอยด์ดึงเกรย์ออกมาจากความคิด
เมื่อมองไปตามทิศทางที่วอยด์ชี้ เขาเห็นโครงร่างของสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่บนยอดเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภูเขาลูกที่เขายืนอยู่มากนัก หากนับจากลูกถัดไป มันควรจะเป็นยอดเขาที่สองนับจากที่นี่ แม้ว่าภูเขาลูกนั้นจะสูงกว่าที่เขายืนอยู่ก็ตาม
“ฉันเดาว่านั่นน่าจะเป็นเป้าหมายของเรา” เกรย์วางมือบนคางพลางพินิจพิเคราะห์ภูเขาลูกนั้น
โดยไม่รอช้า เขาเริ่มไต่ลงจากภูเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังลูกที่มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่
ยี่สิบนาทีต่อมา
“เป็นสัตว์อสูรที่ประหลาดชะมัด น่าเสียดายที่มันหนีไปทันทีที่รู้ตัวว่าฉันเก่งกว่า” เกรย์กล่าวพลางมองพื้นที่ที่พังเสียหายตรงหน้า
ตลอดยี่สิบนาทีที่ผ่านมา เขาเดินทางมาได้กว่าครึ่งทางของภูเขาและเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรหลายชนิดที่มีระดับพลังอยู่ในช่วงขั้นที่ 4 ถึงขั้นที่ 6 ของระดับกำเนิด ซึ่งเขาก็จัดการพวกมันได้ทั้งหมดโดยไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย พวกมันไม่คุ้มที่จะกล่าวถึงด้วยซ้ำจนกระทั่งได้เจอกับตัวล่าสุดนี้ มันเป็นสัตว์อสูรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนและเขาก็หวังจะจับมันไว้ แต่ทว่ามันดันหนีไปได้เสียก่อนเมื่อเห็นว่าเขารับมือได้เหนือกว่า
สัตว์อสูรตัวนั้นยืนสองขาเหมือนมนุษย์ มีหัวคล้ายสุนัข และมีมือสองข้างที่มีนิ้วข้างละสี่นิ้ว มันสูงเกือบสองเมตร ลำตัวเป็นสีฟ้าสลับดำโดยมีสีฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสีดำปกคลุมแค่บริเวณหน้าอกและหน้าท้อง รวมถึงบางส่วนบนใบหน้า น่าแปลกที่มันเป็นสัตว์อสูรธาตุคู่ คือธาตุลมและธาตุดิน
‘เฮ้! เราต้องไปกันได้แล้ว’ วอยด์มองขึ้นไปบนยอดเขาพลางพูด
“มีอะไรหรือเปล่า?” เกรย์ถามหลังจากที่เริ่มออกเดิน
เขาไม่รู้ว่าทำไมวอยด์ถึงบอกว่าต้องรีบไป แต่เขาก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อไป เผื่อว่าหากจำเป็นต้องหนี เขาจะได้มีระยะห่างที่ได้เปรียบ
‘ดูเหมือนจะมีหนึ่งในพวกมันเข้ามาในนี้แล้ว และกำลังตรงมาที่นี่อย่างรวดเร็วเลยล่ะ’ วอยด์อธิบาย
“แค่หนึ่งตัวงั้นเหรอ?” เกรย์ต้องการยืนยันจำนวน
หากมีเพียงตัวเดียวที่เข้ามาในนี้ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการมันเสียหน่อย เพราะเหตุผลเดียวที่เขาต้องคอยหนีก็เพราะพวกมันมีจำนวนมากเกินไปจนเขาไม่สามารถต่อกรได้
‘ใช่ แต่นี่แค่ตัวแรกที่เข้ามา อีกไม่นานตัวอื่น ๆ ก็คงตามเข้ามาเช่นกัน ยิ่งออกจากที่นี่ได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี’ วอยด์แนะนำ
“ไม่” เกรย์ส่ายหัว
ตอนแรกเขาก็คิดจะจัดการตัวแรกที่เข้ามา แต่หลังจากฟังคำพูดของวอยด์ เขาก็เปลี่ยนใจเพราะเขารู้ดีว่าวอยด์พูดถูก
“ยิ่งเรารู้สาเหตุที่พวกมันไล่ล่าเรา และรู้วิธีที่พวกมันคอยตามหาเราเจอได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เราจะหนีไปตลอดกาลไม่ได้หรอก” เขาเสริม
ตอนที่พวกเขาเข้ามาในสถานที่นี้ เขาก็ตระหนักได้บางอย่าง ถึงแม้กบตัวหนึ่งจะโจมตีเนลตอนที่เห็นเขา แต่มันกลับไม่ตามเนลไป แต่มันกลับไล่ตามเกรย์ต่อไป ราวกับว่าพวกมันจดจ่ออยู่กับเขาเพียงคนเดียว เขาพยายามปกปิดออร่าของตนเองแล้ว แต่พวกมันก็ยังตามหาเขาเจอ จนกระทั่งเข้ามาในหนึ่งในสิบสองแสงสว่างที่เขาคิดว่าน่าจะช่วยซ่อนตัวจากพวกมันได้ แต่นั่นก็ยังไม่วายถูกพวกมันตามมาได้อยู่ดี
‘ต้องมีอะไรบางอย่างที่คอยบอกตำแหน่งของฉันแน่ ๆ’ เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
การถูกไล่ล่าไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก และแม้ว่าเขาจะเริ่มชินกับมันเพราะถูกไล่ล่าบ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงเป็นความรู้สึกที่แย่อยู่ดี
‘เข้ามาอีกตัวแล้ว’ วอยด์กล่าวหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
‘จะเป็นของที่ฉันเก็บมาจากห้องทดลองนั่นหรือเปล่านะ?’ เกรย์ถามตัวเองพลางก้าวเดินต่อไปอย่างช้า ๆ
“นายคิดว่าพวกมันตามหาเราเจอเพราะของที่เอามาจากห้องทดลองหรือเปล่า?” เขาถามโดยคิดว่านี่เป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุด
‘ตอนนี้เพิ่มมาอีกสามตัวแล้ว ขอโทษนะ นายว่าอะไรนะ?’ วอยด์ซึ่งจดจ่ออยู่กับการสัมผัสถึงสัตว์อสูรที่กำลังเข้ามาในเขตนี้ ไม่ได้ยินสิ่งที่เกรย์พูดอย่างชัดเจน
เกรย์ถามคำถามนั้นซ้ำอีกครั้ง
‘นั่น…ก็มีความเป็นไปได้ แต่เรายังมั่นใจไม่ได้หรอก’ วอยด์ตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็มีวิธีเดียวที่จะรู้ได้”
ห้านาทีต่อมา
ขณะนี้เกรย์เกือบจะถึงตีนเขาแล้ว แต่ทว่าวอยด์กลับไม่ได้อยู่กับเขาด้วย
‘ได้ยินฉันไหม?’ เขาส่งกระแสจิตไปหาวอยด์ที่ดูเหมือนจะหายไปไหนแล้วไม่รู้
ห่างจากจุดที่เกรย์อยู่กว่าหนึ่งกิโลเมตร เห็นวอยด์กำลังกระโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่งด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
‘ได้ยิน’ มันตอบกลับมาอย่างขุ่นเคือง
เกรย์หัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น เขายังคงพูดไม่ออกกับการที่วอยด์หมกมุ่นอยู่กับของวาววับ
หลังจากที่เขาคิดถึงเหตุผลที่เป็นไปได้ที่ถูกสัตว์อสูรตามล่าและหาตัวเจอ เขาจึงเสนอให้ตนเองกับวอยด์แยกทางกันโดยต่างคนต่างถือหนึ่งในของที่เก็บมาจากห้องทดลอง ทันทีที่วอยด์ได้ยินข้อเสนอนั้น มันก็รีบโหวตให้ตนเองเป็นคนถือดาบ ส่วนเกรย์เป็นคนถือหลอดแก้วที่บรรจุกิ้งก่าเอาไว้
เกรย์ไม่ยอมตกลงตามนั้นแน่นอน และหลังจากโต้เถียงกันเกือบนาทีเรื่องว่าใครจะได้ถือดาบ เขาก็เป็นฝ่ายชนะด้วยเหตุผลที่ว่าดาบเล่มนั้นอยู่ในแหวนเก็บของของเขาเอง
เขากำลังสวดอ้อนวอนอย่างหนัก หวังว่าสัตว์อสูรจะไม่ตามเขามา เพราะแค่คิดว่าจะต้องทิ้งอาวุธชั้นยอดแบบนั้นไป เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจแล้ว
‘น่าทึ่งนะที่เรายังสื่อสารกันได้แม้จะอยู่ไกลกันขนาดนี้’ เกรย์กล่าวเพื่อดึงความสนใจวอยด์ออกจากเรื่องดาบเพื่อช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น
วอยด์เป็นเพื่อนร่วมทางที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ และนอกเหนือจากความหลงใหลในของวาววับแล้ว มันก็ถือว่าสุดยอดมาก เกรย์เองก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น เพราะทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ตนเองชอบ แต่นั่นแหละ มีโอกาสสูงที่ความหมกมุ่นของวอยด์จะนำปัญหามาให้ เหมือนกับตอนที่เจอกับลิงสายฟ้า
‘นั่นสิ ฉันไม่คิดเลยว่าเราจะยังสื่อสารกันได้แม้จะห่างกันขนาดนี้’ วอยด์ตอบกลับ
ไม่นานทั้งคู่ก็หันมาคุยกันเรื่องการเชื่อมต่อทางจิตและข้อจำกัดที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งค่อย ๆ ทำให้วอยด์ลืมเรื่องดาบไปได้บ้าง
‘ฉันเกือบจะถึงภูเขาลูกถัดไปแล้ว เอาไงต่อ?’ วอยด์ถามขณะโผล่มาที่ตีนเขาอีกฝั่ง เตรียมตัวจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกต่อไป
‘รออยู่ที่นั่น’ เกรย์ตอบ
ในตอนแรกวอยด์เสนอว่าหลังจากที่มันออกห่างจากตำแหน่งของเกรย์ไปไกลพอสมควรแล้ว มันจะทิ้งหลอดแก้วและกลับมา เพราะมันรู้สึกว่าหลอดแก้วที่มีกิ้งก่าน่าจะเป็นของที่ล่อพวกสัตว์อสูรมากที่สุด แต่เกรย์ปฏิเสธเพราะเขาไม่อาจเสี่ยงทำแบบนั้นได้ หากทิ้งหลอดแก้วไปแล้วพวกสัตว์อสูรยังคงไล่ล่าเขาอยู่ล่ะ? นั่นจะไม่เท่ากับว่าเขาต้องเสียทั้งตัวกิ้งก่าและดาบไปเลยหรอกหรือ?
เกรย์และวอยด์เฝ้ารออย่างอดทนอยู่บนภูเขาคนละลูก ภูเขาที่พวกเขายืนอยู่ไม่ได้อยู่ในทิศทางของสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นต่อให้สัตว์อสูรตามหาพวกเขาเจอ หลังจากทิ้งของไปแล้ว พวกเขาก็จะมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกที่มีสิ่งก่อสร้างนั้น อีกอย่างพวกเขายังสามารถสื่อสารกันได้ และทันทีที่เข้าใกล้กัน พวกเขาก็จะรับรู้ถึงกันและกันได้
สิบนาทีต่อมา
กรอบแกรบ!
เกรย์ที่หลับตาและนั่งขัดสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งเมื่อได้ยินเสียงหญ้าดังกรอบแกรบจากการถูกเหยียบ
‘อย่าบอกนะว่าดาบเล่มนี้เป็นสาเหตุที่พวกมันไล่ล่าฉันน่ะ’ เขาส่ายหัวรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
นี่เป็นอาวุธหลายธาตุชิ้นแรกที่เขาเคยเห็นหรือเคยได้ยินมา มันคงแย่แน่หากต้องเสียมันไป
‘พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางฉัน ฉันเพิ่งทิ้งหลอดแก้วไปแล้ว’
ในขณะที่เกรย์กำลังเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรดี เขาก็ได้ยินเสียงของวอยด์และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากพวกสัตว์อสูรไปหาวอยด์ นั่นก็หมายความว่าพวกมันตามหาหลอดแก้วที่ใส่กิ้งก่ามาโดยตลอด
‘ถ้าพวกมันไปหาวอยด์ แล้วอะไรกำลังมุ่งหน้ามาหาฉันล่ะ?’
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.