ตอนที่ 1430
1439 / 4197
อ่าน 8 นาที
Chapter 1430 - Ins and Outs (Part 2)
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 18:59
บทที่ 1430 - ตื้นลึกหนาบาง (ตอนที่ 2)
“เจ้าอยู่เคียงข้างลิธในทุกชั่วขณะของชีวิต ใกล้ชิดยิ่งกว่าที่สมาชิกคนใดในครอบครัวนี้จะทำได้... เจ้าคือสิ่งที่ใกล้เคียงกับพี่น้องฝาแฝดที่สุดที่เขามี และเป็นลูกสาวที่ข้าไม่เคยได้รับอนุญาตให้รู้จัก”
เอลิน่าประคองใบหน้าของโซลัสไว้ในอุ้งมือ พลางลูบไล้อย่างรักใคร่ทะนุถนอมจนโซลัสต้องหลั่งน้ำตาออกมาอีกครา หากแต่ครานี้เป็นน้ำตาที่รินไหลด้วยความปิติสุดหัวใจ
“แม่ขอโทษที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเจ้าเลย และแม่รู้ดีว่าไม่มีทางใดที่จะชดเชยช่วงเวลาที่สูญเสียไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังอยากจะลองทำดู... หากเจ้าจะอนุญาต เจ้าจะให้เกียรติเรียกข้าว่าแม่ได้หรือไม่?”
“ค่ะ...” โซลัสสะอึกสะอื้นตอบท่ามกลางหยาดน้ำตา
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าจะเรียกข้าว่าแม่ก็ได้ตามที่ใจเจ้าปรารถนา” เอลิน่าโอบกอดโซลัสไว้แนบอก รั้งร่างนั้นเข้าหาตัวให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
เข่าของโซลัสพลันทรุดฮวบลง เมื่อกระแสอารมณ์จากความฝันที่เฝ้าคอยมาตลอดทั้งชีวิตกลายเป็นความจริงจนต้านทานไม่ไหว เอลิน่าไม่ยอมปล่อยมือ นางประคองร่างของหญิงสาวลงนั่งบนพื้นหอคอย ขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวต่างทยอยเข้ามาสวมกอดกันเป็นวงล้อม
ในวินาทีนั้น ถ้อยคำทั้งหลายพลันไร้ความหมาย เป็นเพียงสุ้มเสียงรบกวนที่อาจทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของห้วงเวลานี้
ลิธเดินเข้าไปสมทบเป็นคนสุดท้าย เขารู้สึกเปี่ยมสุขที่บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิตไม่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่อีกต่อไป นับจากค่ำคืนนี้เป็นต้นไป โซลัสจะสามารถร่วมแบ่งปันทุกห้วงชั่วขณะที่สำคัญในชีวิตไปพร้อมกับเขาได้อย่างเต็มภาคภูมิ
***
ไม่กี่วันต่อมา ฟาลูเอลได้เรียกเหล่าลูกศิษย์มาเพื่อเริ่มบทเรียนอีกครั้ง ไฮดราผู้ยิ่งใหญ่เผชิญกับความโศกเศร้าและเยียวยาจิตใจด้วยการกินมามากพอแล้ว นางต้องการสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ สายใยที่เชื่อมต่อกับโลกของคนเป็นเพื่อฉุดรั้งจิตใจไม่ให้จมปลักอยู่กับการตายของบุตรชาย
โมรอคและนัลรอนด์ก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งคู่สังเกตเห็นว่าร่างกายของฟาลูเอลดู 'หนา' ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยในทุกทิศทาง ดูเหมือนนางจะเพลิดเพลินกับสุราและไอศกรีมมากเกินไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พี่น้องตระกูลเออร์นาสต่างติดต่อหาลิธและโซลัสอยู่บ่อยครั้ง แต่พวกนางไม่ได้เดินทางมาเยี่ยม เพราะรู้ซึ้งดีว่าลิธไม่ใช่พวกที่รับมือกับการเลิกราครั้งใหญ่ได้ดีนัก เขาและโซลัสต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อเยียวยาจิตใจ
เครื่องรางสื่อสารช่วยให้พี่น้องเออร์นาสยังคงติดต่อกับพวกเขาได้ และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ถอยห่างออกมาได้ทันทีหากอารมณ์ของเจ้าบ้านเริ่มแปรปรวนจนเกินรับมือ
“นี่ฉันพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย?” โมรอคเอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพกลุ่มคนที่ดูสะบักสะบอม “ท่านดูตัวบวมขึ้นนะ ส่วนนายน่ะดูเหมือนคนพเนจร ส่วนที่เหลือก็ดูเหมือนเพิ่งกลับมาจากแนวหน้าไม่มีผิด”
เขาไล่สายตาพูดกับฟาลูเอล ลิธ และพวกสาวๆ ตามลำดับ ก่อนจะได้รับหมัดขวาตรงจากไฮดราเป็นการตอบแทนในความปากเสีย
“เสียมารยาท ฉันไม่ได้ดูเหมือนคนพเนจรเสียหน่อย” ลิธแย้ง เสื้อผ้าของเขายังคงสะอาดสะอ้านด้วยผลของเวทมนตร์ แต่หนวดเคราที่ขึ้นหนาครึ้มทำให้เขาดูเหมือนคนขี้เมาที่ไม่ยอมอาบน้ำอาบท่า
การเก็บตัวอยู่ในหอคอยเพื่อหลีกเลี่ยงเหล่าผู้ติดตามและพวกที่น่ารำคาญ หมายถึงการมีเวลาจมอยู่กับความคิดตัวเองมากเกินไป ในขณะที่โซลัสปล่อยให้ครอบครัวใหม่ได้ทำความรู้จักกับตัวตนของนาง ลิธกลับเริ่มเสพติดไวน์ 'มังกรแดง' (Red Dragon) และไม่นำพาต่อภาพลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป
“ช่วงนี้ฉันเจอเรื่องหนักๆ มาหลายอย่าง แต่ก็ยังประคองตัวอยู่ได้เหมือนเดิมนั่นแหละ” เขาเอ่ย
“เหรอจ๊ะ...” โซลัสแสยะยิ้ม “ถ้าคำว่าประคองตัวของนาย หมายถึงการนั่งฟังเพลงเศร้าวนไปวนมาสองเพลง แล้วก็ต่อยกำแพงจนมือแตกเลือดสาดล่ะก็ นายทำได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ”
ลิธเฝ้าฟังเพลง 'Ashen' ของเซริน ดริออน ทุกครั้งที่เขานึกถึงความรู้สึกของคามิล่าหลังการเลิกรา และฟังเพลง 'Wounded' ของจอห์นนี่ เพย์โหลด ยามที่เขาจมอยู่กับความสมเพชตัวเองและดื่มเหล้าจนหลับไป
“ทำไมเธอไม่ห้ามเขาล่ะ?” ฟลอเรียถาม นางไม่เคยเห็นลิธในสภาพที่ดูทรุดโทรมขนาดนี้มาก่อน เพราะหลังจากเหตุการณ์ 'ความตาย' ของโพรเทคเตอร์ นางเป็นคนคอยดูแลเขา และในตอนนั้นหนวดเคราของเขาก็ยังขึ้นบางเบาจนเรียกไม่ได้ว่าเป็นเคราด้วยซ้ำ
“เชื่อฉันเถอะ ฉันลองแล้ว เอลิน่าก็ลองแล้ว ทุกคนลองหมดแล้ว ผลที่ได้คือเราทะเลาะกันจนเขาใช้วาร์ปหนีไป ลิธแข็งแกร่งเกินไป... ไม่มีใครช่วยเขาได้หรอกถ้าเขาไม่ยอมเปิดใจให้ช่วยเอง” โซลัสตอบ
“ข้าเห็นว่าพวกเจ้าส่วนใหญ่ไม่ได้ละเลยการฝึกฝนในช่วงที่ต้องพักรบภาคบังคับนี้” ฟาลูเอลเอ่ยพลางเตะโมรอคจนล้มกลิ้งไปกับพื้นเพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ก่อนจะหันไปสำรวจพวกสาวๆ
พวกนางทุกคนต่างพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อลดช่องว่างระหว่างตนเองกับลิธ ฝึกฝนจนเหนื่อยล้าเจียนตายเพียงเพื่อจะอาบน้ำ นอน และตื่นมาเริ่มใหม่ มีเพียงคำสั่งห้ามใช้เทคนิคหายใจของฟาลูเอลเท่านั้นที่รั้งไม่ให้พวกนางหักโหมจนเกินไป
“ท่านช่วยตรวจดูร่างกายของฉันหน่อยได้ไหมคะ?” ทีสต้าเอ่ยถาม
หลังจากได้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นมนุษย์เมื่อแกนมานาเข้าสู่ระดับสีน้ำเงิน ความมุ่งมั่นของทีสต้าเคยสั่นคลอนอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อได้เห็นอดีตของโซลัสและลิธ มันกลับช่วยหล่อหลอมจิตใจของนางให้แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง
'เมื่อเทียบกับสิ่งที่ทั้งสองคนต้องเผชิญมา ชีวิตของฉันก็เหมือนกับเทพนิยาย... ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องไปร่วมงานศพของเพื่อนๆ ในขณะที่ตัวเองทำได้เพียงแค่นั่งดูอยู่ข้างสนาม' นางคิดในใจ
“เจ้ามีความก้าวหน้าที่น่าทึ่ง แต่มันยังไม่พอ” หลังจากตรวจสอบทีสต้าด้วย 'สายธารชีวิต' (Lifestream) ฟาลูเอลก็ส่ายหน้า “แต่หากเจ้าตั้งใจจะสู้ต่อไปแบบนี้ ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้าเริ่มใช้ 'เทคนิคฟื้นฟู' (Invigoration) ได้อีกครั้ง”
“แกนมานาของเจ้าเริ่มตามร่างกายไม่ทันแล้ว หากต้องการบรรลุศักยภาพที่แท้จริง ทั้งสองสิ่งนี้ต้องอยู่ในสภาวะที่สมดุลกัน”
จากนั้นนางจึงหันไปตรวจสอบฟลอเรีย ควิลล่า และฟรีย่าตามลำดับ
ฟลอเรียนั้นมีปัญหาตรงข้ามกับทีสต้า สิ่งเจือปนบางส่วนในร่างกายของนางต้องถูกขจัดออกก่อนที่มันจะไปขัดขวางการไหลเวียนของมานา ฟลอเรียไม่ใช่พวกที่หลบเลี่ยงงานหนัก และแม้ว่าการ 'ตื่นรู้' (Awakening) ของนางจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่ร่างกายของนางก็เกือบจะถึงขีดสุดของระดับสีน้ำเงินเข้ม (Deep Blue) แล้ว
“เริ่มใช้ 'การสะสม' (Accumulation) ควบคู่ไปด้วย และจงใช้มันขจัดสิ่งเจือปนตามจุดเหล่านี้อย่างรุนแรง” ฟาลูเอลแสดงภาพจำลองร่างกายให้ฟลอเรียดู พร้อมชี้แนะวิธีปรับเปลี่ยนมัน
ทางด้านควิลล่า นางมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมเกินกว่าจะเป็นจอมเวทเทียม แต่ด้วยแกนมานาที่ทำงานหนักเกินไปและขาดเวทมนตร์หลอมรวม (Fusion Magic) ทำให้นางอยู่ในสภาวะที่ใกล้จะพังทลาย
“เจ้าต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้ เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ อย่าลืมข้อนั้นเสียล่ะ” ฟาลูเอลกล่าว
สำหรับฟรีย่าที่อยู่ในระดับจุดสูงสุดของสีน้ำเงินเข้มอยู่แล้วด้วยเทคนิคการตื่นรู้ของไฮดรา ฟาลูเอลจึงต้องใช้วิธีประลองสั้นๆ เพื่อประเมินความก้าวหน้าในการปรับตัวเข้ากับร่างกายที่ตื่นรู้อย่างเต็มที่
“ดีมาก... แต่พวกเจ้ายังขาดอะไรไปอีกหลายอย่าง และข้าเองก็เช่นกัน ข้าต้องกลับมาฟิตร่างกายให้เข้าที่ และพวกเจ้าก็อยู่ที่นี่เพื่อช่วยข้าในเรื่องนั้น” ฟาลูเอลเอ่ยพลางมองดูพวกเขาทีละคน
“ฉันนึกว่าท่านเรียกพวกเรามาเพื่อเรียนเรื่อง 'แรงโน้มถ่วงหลอมรวม' (Gravity Fusion) เสียอีก” ลิธเกาหนวดเคราด้วยความงุนงง
“ได้โปรดสอนเขาทีเถอะ! เขาใช้มวลร่างกายที่ไม่ใช่มนุษย์เป็นข้ออ้างเพื่อหลบหน้าครอบครัว ถ้าเด็กๆ ได้รับอนุญาตให้เห็นสภาพเขา ลิธคงไม่ยอมลดตัวลงไปทำตัวตกต่ำขนาดนี้หรอก!” โซลัสสำทับ
“ไม่ต้องห่วง นั่นแหละคือเหตุผลที่พวกเจ้าทุกคนต้องมาอยู่ที่นี่” ฟาลูเอลพยักหน้า
“เดี๋ยวนะคะ อะไรนะ?” ควิลล่าเอ่ยแทรก “พวกเราทุกคนมีน้ำหนักตัวปกติ และฉันก็ยังใช้เวทมนตร์หลอมรวมไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วพวกเราจะมีประโยชน์อะไรในบทเรียนนี้ล่ะคะ?”
“แรงโน้มถ่วงหลอมรวมนั้นมีประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่จักรพรรดิอสูร (Emperor Beasts) เช่นกัน เพราะมันสามารถใช้เป็นเทคนิคการเคลื่อนที่ได้” ฟาลูเอลอธิบาย
“ส่วนเจ้า ควิลล่า ข้ารู้ถึงความพยายามของเจ้าในการเรียนรู้เวทมนตร์หลอมรวม ดังนั้นจงตั้งใจฟัง เพื่อที่จะได้เรียนรู้ทั้งวิธีป้องกันและสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างจอมเวทเทียมและจอมเวทแท้”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.