ตอนที่ 1187
1187 / 2354
อ่าน 7 นาที
Chapter 1187 Sparring With The Dragon Empress(4)
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:16
1187 ประลองยุทธ์กับจักรพรรดินีมังกร (4)
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นเบื้องหน้า เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมทั่วแผ่นหลังของสี่เซิ่งโม่ "ท่าไม่ดีแล้ว เราอาจจะต้องยุติการประลองนี้เสีย"
"เอ๋? เพราะเหตุใดกันท่านพ่อ? กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเชียว" สี่เม่ยลี่เลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัย
"มหาค่ายกลนี้มิใช่ว่าจะไร้เทียมทาน หากต้องแบกรับสภาวะตึงเครียดถึงขีดสุดมันย่อมพังทลายลงได้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่แม่ของเจ้าสามารถทำได้หากนางแปลงกายโดยสมบูรณ์! และถ้าหากค่ายกลแตกพลาย ชีวิตของหยวนย่อมตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง!"
"ว่าอย่างไรนะ?! ถ้าเช่นนั้นเราต้องหยุดพวกเขาเดี๋ยวนี้!" สี่เม่ยลี่อุทานด้วยความตกใจ
สี่เซิ่งโม่พยักหน้าขรึม ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปแทรกแซง เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นขัดจังหวะ "อย่าเพิ่งหยุดการประลองเลยเจ้าค่ะ"
"หือ?"
สี่เซิ่งโม่หันไปมองเสี่ยวหัวผู้เป็นเจ้าของคำพูดนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
"ดูรอยยิ้มของพี่ชายหยวนสิคะ เขากำลังสนุกสนานกับมัน หากท่านหยุดการต่อสู้ตอนนี้ เขาคงจะไม่มีความสุขแน่" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบมั่นคง
"เจ้าพูดจริงหรือ? ต่อให้เขาจะเสียความรู้สึกแล้วอย่างไร? อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่!" สี่เซิ่งโม่กล่าวอย่างร้อนรน
เสี่ยวหัวส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยว่า "พี่ชายหยวนไม่ตายหรอกเจ้าค่ะ"
สี่เซิ่งโม่ถอนหายใจยาว "ก็ได้ ข้าจะยังไม่เข้าไปยุ่งในตอนนี้ แต่หากค่ายกลเริ่มปริร้าว ข้าจะหยุดการต่อสู้ทันที—ไม่ใช่เพื่อหยวน แต่เพื่อภรรยาของข้า นางคงใจสลายแน่หากเผลอฆ่าเขาด้วยความผิดพลาด"
เสี่ยวหัวพยักหน้ารับ
"พวกท่านนี่เหลือเชื่อจริงๆ..." เฟิ่งยู่เซียงถอนหายใจพรางพึมพำ "แต่ข้าเองก็มีความรู้สึกแรงกล้าว่านายน้อยจะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อนาง"
ในขณะเดียวกัน เมื่อการแปลงกายสิ้นสุดลง 'เนตรมังกร' ของสี่หมิงเจ๋อก็สำแดงอานุภาพถึงขีดสุด
แรงกดดันที่หยวนได้รับนั้นยากจะพรรณนา พลังไร้รูปมหาศาลคุกคามจนราวกับจะระเบิดร่างของเขาให้แตกสลายดั่งลูกโป่ง ทั้งยังส่งผลให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มเลือนรางลงช้าๆ
'ดูท่าข้าเองก็ต้องเริ่มเอาจริงบ้างแล้ว'
หยวนมิได้เพียงแค่กระตุ้นเนตรมังกรของตนเองเพื่อต้านทานอำนาจสะกดของสี่หมิงเจ๋อเท่านั้น เขายังเร่งเร้าอานุภาพของ 'จิตวิญญาณสยบสวรรค์' ขึ้นสู่ระดับสูงสุด ส่งผลให้พลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นทวีคูณในทุกวินาทีที่ผันผ่าน
เขาดูดซับแก่นแท้จิตวิญญาณเข้ามามหาศาลจนมองเห็นเป็นวังวนพลังงานคล้ายพายุหมุนโอบล้อมรอบกาย ทว่าเนื่องจากมีเพียงระดับอมตะเท่านั้นที่สามารถสัมผัสถึงแก่นแท้จิตวิญญาณได้ ผู้คนที่อยู่ที่นั่นจึงไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่หยวนกำลังสูบฉีดเข้าสู่ร่างคือสิ่งใด พวกเขาทำได้เพียงสันนิษฐานว่ามันคือพลังปราณธรรมชาติทั่วไปเท่านั้น
การปะทะกันระหว่างเนตรมังกรของหยวนและสี่หมิงเจ๋อรุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบไปไกลนับร้อยลี้ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในนครมังกรโบราณยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านมาถึง ทว่ายังโชคดีที่มันไม่รุนแรงจนถึงขั้นทนไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับสี่เม่ยลี่และคนอื่นๆ นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากพวกเขาอยู่ชิดติดขอบค่ายกล แรงกดดันจึงมหาศาลจนสี่เซิ่งโม่ต้องยื่นมือเข้ามากางม่านพลังคุ้มครองพวกเขาไว้
"นี่มิใช่การประลองอีกต่อไปแล้ว... พวกเขากำลังห้ำหั่นกันราวกับตั้งใจจะปลิดชีพอีกฝ่ายจริงๆ..." สี่มู่หรงลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นตระหนก
นอกจากจะประเชิญหน้ากันด้วยพลังวิญญาณแล้ว ทั้งคู่ยังแลกเปลี่ยนกระบวนยุทธ์ผ่านศาสตราในมืออย่างดุเดือด
สี่หมิงเจ๋อราวกกับสัตว์ป่า ยิ่งต่อสู้นางก็ยิ่งฮึกเหิม เกล็ดมังกรเริ่มผุดพรายขึ้นตามร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เส้นผมของนางก็ยาวสลวยขึ้นผิดหูผิดตา
ในที่สุด ร่างกายของนางก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรจนมิดชิด ดูราวกับสวมใส่ชุดเกราะเกล็ดมังกรที่วิจิตรบรรจง
ยามที่เผ่ามังกรแปลงกาย จะมีลำดับขั้นที่ชัดเจนซึ่งพิจารณาได้จากปริมาณเกล็ดที่ปกคลุมร่าง ยิ่งมีเกล็ดมากเท่าใด ก็ยิ่งเข้าใกล้ร่างจำแลงสัตว์อสูรที่แท้จริงมากเท่านั้น และนั่นหมายถึงพละกำลังอันมหาศาลที่เพิ่มพูนขึ้น
เมื่อสี่หมิงเจ๋อมีเกล็ดปกคลุมร่างถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ พละกำลังดิบของหยวนก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหว เขาจึงต้องกระตุ้นใช้งาน 'วิชายุทธ์ดาราเทพสงคราม' เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บ ทว่าเนื่องจากทั้งเนตรมังกรและวิชายุทธ์ดาราเทพสงครามต่างก็สูบใช้พลังวิญญาณมหาศาล เขาจึงไม่สามารถสำแดงอานุภาพของอย่างหลังได้อย่างเต็มกำลัง ถึงกระนั้น มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาหยัดยืนต่อกรกับสี่หมิงเจ๋อได้อย่างสูสี
"เจ้ายังมีลูกไม้อีกกี่อย่างซ่อนไว้ในแขนเสื้อกันแน่? อย่าได้ออมมือ! ข้าอยากจะสัมผัสมันทั้งหมด หยวน!" สี่หมิงเจ๋อแผดเสียงด้วยรอยยิ้มกว้างหลังจากเห็นวิชายุทธ์ดาราเทพสงคราม ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
ทั้งสองยังคงห้ำหั่นกันในสภาวะเช่นนั้นต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง
"เขาไม่ใช่คน... ไม่มีทางที่เขาจะเป็นมนุษย์ไปได้เด็ดขาด" สี่มู่หรงพึมพำด้วยน้ำเสียงโง่งม
"เขามีแหล่งพลังงานไม่จำกัดหรืออย่างไร? เหตุใดถึงสามารถต่อสู้ด้วยพละกำลังมหาศาลขนาดนั้นได้ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง?"
แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายที่สามารถสำแดงพลังเหนือระดับของตนเองออกมาได้ยามคับขัน ทว่าส่วนใหญ่แล้วย่อมไม่สามารถคงสภาวะเช่นนั้นไว้ได้นาน แต่การดำรงอยู่ของหยวนกลับท้าทายตรรกะเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
"ค่ายกลจะทนต่อไปได้อีกไม่นานแล้ว" สี่เซิ่งโม่กัดฟันกรอด หัวใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ทว่าแม้เขาจะอยากหยุดการต่อสู้เพียงใด ร่างกายกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนด้วยเหตุผลบางประการ
บางทีในส่วนลึกของหัวใจ เขารู้อยู่เต็มอกว่าภรรยาอาจจะสังหารเขาเสียหากเข้าไปขัดจังหวะการต่อสู้ที่ดุเดือดถึงเพียงนี้
"มีดีแค่นี้เองหรือ หยวน?! หากเจ้ายังซ่อนอะไรไว้อีก ก็ถึงเวลาที่ต้องควักออกมาให้ข้าชมแล้ว!" สี่หมิงเจ๋อกล่าวพรางหอบหายใจหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ยอดฝีมือระดับนางก็ไม่อาจคงการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนี้ได้ตลอดไป หากนางเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับราชันวิญญาณทั่วไป ป่านนี้คงสิ้นสติเพราะพลังปราณเหือดแห้งไปนานแล้ว
"ข้าก็ขอฝากคำพูดเดียวกันนี้ให้ท่านด้วย ท่านฮองเฮา! ท่านเองก็ยังออมมือให้ข้าอยู่ใช่หรือไม่?!"
"ข้าทำไม่ได้ ต่อให้ใจอยากจะทำก็ตามที!"
หลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอีกหลายร้อยครั้ง สี่หมิงเจ๋อก็เอ่ยขึ้นว่า "หากเราสู้กันต่อไปเช่นนี้ พลังวิญญาณของข้าคงจะหมดสิ้นในไม่ช้า ข้าเข้มแข็งพอจะรู้ว่าเจ้าสามารถสู้ต่อไปได้นานกว่า และสุดท้ายเจ้าจะทำให้ข้าหมดแรงไปเอง แต่เจ้าอยากให้การประลองของเราจบลงในลักษณะนั้นจริงๆ หรือ?! ข้าไม่รังเกียจที่จะพ่ายแพ้ต่อเจ้า แต่ข้าไม่อยากพ่ายแพ้ในสภาพเช่นนั้น!"
หยวนพยักหน้าเห็นพ้อง "ถ้าเช่นนั้น เรามาตัดสินกันด้วยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเราเป็นอย่างไรครับ?"
"ตกลง!"
สิ้นคำ ทั้งหยวนและสี่หมิงเจ๋อต่างดีดตัวถอยห่างจากกัน หยุดการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมงลงเป็นครั้งแรก
พวกเขายังหยุดการใช้งานวิชาทุกอย่างที่ทำค้างไว้
"จบ... จบเสียทีสินะ?" สี่เซิ่งโม่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นภาพนั้น
ทว่า ทันทีที่พวกเขาปรับลมหายใจได้ ทั้งคู่กลับเริ่มรวบรวมพลังวิญญาณขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
"อย่าบอกนะว่าพวกเขาจะ..." สี่เซิ่งโม่สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าในขณะเดียวกัน เขาก็ปรารถนาจะเห็นมันด้วยตาตนเองให้ถึงที่สุด
"ท่านแม่... หยวน..." สี่เม่ยลี่จ้องมองแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยดวงตาเบิกกว้าง นางไม่ยอมละสายตาแม้เพียงเสี้ยววินาที ต่อให้มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่นางจะได้ทำก็ตาม
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.

