ตอนที่ 5204
5202 / 5804
อ่าน 14 นาที
Chapter 5204 – The Panicked Royal Lord
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 14:38
บทที่ 5204 – ราชันย์ผู้ตื่นตระหนก
ผู้แปล: Silavin & Tia
ผู้ตรวจสอบการแปล: PewPewLazerGun
บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys
ภายในโถงประชุมหลักแห่งด่านมหาวิวัฒน์ ราชันย์ยังคงประทับนิ่งบนบัลลังก์กระดูกดุจเช่นเคย ขนาบข้างด้วยเหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นกว่าสิบชีวิตที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องล่าง
ปัจจุบัน มีเจ้าผู้ครองแคว้นกว่า 30 ตนมาชุมนุมกันที่ด่านมหาวิวัฒน์แห่งนี้ เพื่อเผชิญหน้ากับกองทัพเผ่ามนุษย์จำนวนเจ็ดหมื่นนายที่กรีธาทัพมาจากทิศทางของด่านวายุเมฆา เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นเกือบสองในสามจึงถูกส่งไปประจำการเพื่อป้องกันแนวกำแพงภายใต้การนำของหงตี้ ในขณะที่อีกหนึ่งส่วนสามที่เหลือยังคงอยู่ในโถงประชุมหลักเพื่อรอฟังข่าวอย่างเงียบงัน
การจัดทัพในลักษณะนี้เป็นผลมาจากการปรากฏตัวของกองทัพขนาดใหญ่ของเผ่ามนุษย์อีกกองหนึ่งที่ซุ่มซ่อนอยู่ใกล้กับทิศทางของด่านห้วงนภา ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ากองทัพมนุษย์ที่ว่านี้จะปรากฏตัวเมื่อใด ด้วยเหตุนี้เผ่าหมึกจึงจำเป็นต้องสงวนกำลังรบส่วนหนึ่งไว้เพื่อการป้องกัน
เดิมทีพวกเขาคาดการณ์ว่ากองทัพมนุษย์จะเดินทัพเข้าตีจากทั้งสองด้านเพื่อขนาบโจมตีด่านมหาวิวัฒน์ในลักษณะของคีม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มีเพียงด้านเดียวเท่านั้นที่เผชิญกับการต่อสู้ที่ดุเดือด ในขณะที่อีกด้านหนึ่งกลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่ปรากฏข่าวคราวใดๆ จากกองทัพเผ่ามนุษย์ที่ประจำการใกล้กับด่านห้วงนภา ไม่ต้องพูดถึงข้อมูลว่าพวกมันซ่อนตัวอยู่ที่ใดเลย
หากราชันย์ลงมือด้วยตนเอง เขาอาจจะสามารถค้นพบที่ซ่อนของกองทัพเผ่ามนุษย์ได้ ทว่าคู่ต่อกรที่ถูกลิขิตไว้ของเขาก็คือบรรพชนของเผ่ามนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องสงวนพลังงานเอาไว้ก่อนการต่อสู้ครั้งสำคัญนั้น
ขณะที่เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นกำลังหารือกันอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพเผ่ามนุษย์ พลันหงตี้ก็ทะยานร่างเข้ามาในโถงประชุมอย่างร้อนรน การสนทนาของเหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นหยุดชะงักลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังหงตี้เป็นตาเดียว
หงตี้โค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง “ท่านราชันย์! กองทัพเผ่ามนุษย์เป็นเพียงการเสแสร้ง! ไพร่พลกว่าเจ็ดหมื่นล้วนเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกตกแต่งขึ้นเพื่อตบตา! ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังอ่อนแออย่างยิ่งยวด บัดนี้กองทัพเกือบทั้งหมดถูกทำลายล้างสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะกล่าว เขาก็โยนหุ่นเชิดที่จับมาได้ในมือลงบนพื้น
เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นต่างก้มลงมองด้วยความตกตะลึง [กองทัพเผ่ามนุษย์ทั้งเจ็ดหมื่นนายเป็นของปลอมรึ? เป็นเพียงหุ่นเชิดอย่างนั้นรึ?]
ในขณะเดียวกัน ราชันย์ผู้ประทับบนบัลลังก์ค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้น ชั่วขณะหนึ่ง...แววตาของเขากลับฉายชัดถึงความสับสนงุนงง แม้ว่าเขาจะเป็นถึงราชันย์ผู้ครอบครองพลังอำนาจอันท่วมท้น แต่เขาก็ไม่ใช่สายลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่เผ่ามนุษย์ เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่สามารถหยั่งถึงแผนการของพวกมนุษย์ได้ด้วยข้อมูลเพียงน้อยนิดที่มีในมือ
ที่สำคัญกว่านั้น หากกองทัพเผ่ามนุษย์เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ปลอมแปลงขึ้นมา...แล้วกองทัพมนุษย์ที่แท้จริงเล่า...อยู่ที่ไหน?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เผ่าหมึกต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจากเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายของเผ่ามนุษย์มานับครั้งไม่ถ้วน การที่เผ่ามนุษย์ยอมทุ่มเทถึงขนาดสร้างหุ่นเชิดจำนวนมหาศาลขึ้นมาเพียงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกตน เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีแผนการสมคบคิดอันแยบยลซ่อนอยู่เป็นแน่
ความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างพลันแล่นริ้วผ่านใจกลางของราชันย์อย่างคลุมเครือ
ในชั่วขณะนั้นเอง ขุนนางตนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโถงประชุมจากด้านนอก พลางร้องตะโกนและวิ่งสะดุดขาตัวเองด้วยความตื่นตระหนก "ท่านหงตี้! ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับรายงานด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
หงตี้หันไปมองยังทิศทางนั้นและพบว่าเป็นขุนนางที่รับผิดชอบดูแลรังหมึกและรวบรวมข้อมูลจากทั่วทั้งสมรภูมิ เมื่อเห็นท่าทีตื่นตระหนกของอีกฝ่าย ก็เป็นที่ประจักษ์ว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นเป็นแน่
หงตี้หันกลับไปมองราชันย์ด้วยสายตาเชิงขออนุญาต และหลังจากได้รับพระราชานุญาตจากราชันย์ เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "มีเรื่องอันใด?"
ขุนนางผู้นั้นโค้งคำนับและรายงานสถานการณ์ "เมื่อครู่นี้ ข้าได้รับข่าวจากรังหมึกของท่านเจ้าแคว้นเจ้อฉง ในอาณาเขตของท่าน พบผู้คนจำนวนมากที่ต้องสงสัยว่าเป็นกองทัพมนุษย์ คาดว่ามีจำนวนทั้งสิ้นราว 30,000 นายพ่ะย่ะค่ะ"
"ว่ากระไรนะ!?" เจ้อฉงหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ร่างของมันถึงกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดผวา มันหลบหนีข้ามห้วงอวกาศมานานกว่าหนึ่งปีโดยไม่ได้หยุดพัก และในที่สุดก็หนีรอดมาถึงด่านมหาวิวัฒน์ได้ หลังจากนั้น มันได้รับคำสั่งจากราชันย์ให้กลับไปยังอาณาเขตของตน รวบรวมกองทัพอย่างเร่งรีบได้ราว 30,000 นาย และนำทัพมายังด่านมหาวิวัฒน์เพื่อช่วยป้องกัน
เป็นเพราะอาณาเขตของมันอยู่ใกล้กับด่านมหาวิวัฒน์พอสมควร มันจึงมาถึงได้อย่างรวดเร็ว อันที่จริง ราชันย์ได้รวบรวมเจ้าผู้ครองแคว้นทั้งหมดที่อาณาเขตตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของด่านมหาวิวัฒน์ นั่นเป็นหนทางเดียวที่กองทัพเผ่าหมึกจะสามารถรวบรวมกำลังพลจำนวนมาก ณ ด่านมหาวิวัฒน์ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
แน่นอนว่าไม่ใช่เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นในพื้นที่ส่วนลึกจะอยู่นิ่งเฉยโดยไม่ทำอะไร ทุกคนต่างรวบรวมกำลังพลระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 นาย และมุ่งหน้าสู่ด่านมหาวิวัฒน์ ภารกิจของพวกเขาคือการเข้ายึดครองอาณาเขตที่ไร้ซึ่งเจ้าผู้ครองแคว้นเป็นการชั่วคราวและประจำการอยู่ที่นั่นเพื่อรอรับคำสั่ง
แม้ว่าเจ้อฉงจะไม่ได้ประจำการอยู่ที่อาณาเขตของตนเอง และกำลังพลราว 30,000 นายได้ถูกส่งไปยังด่านมหาวิวัฒน์แล้ว แต่ก็ยังมีเจ้าผู้ครองแคว้นจากอาณาเขตอื่นคอยดูแลดินแดนของมันอยู่ชั่วคราว ดังนั้นอาณาเขตของเจ้อฉงจึงไม่ได้ไร้ซึ่งการป้องกันโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพมนุษย์จำนวน 30,000 นาย ความสามารถในการต้านทานของอาณาเขตเผ่าหมึกเพียงแห่งเดียวนั้นมีน้อยนิดเสียยิ่งกว่าน้อยนิด
เผ่าหมึกมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับองค์ประกอบของกองทัพเผ่ามนุษย์ สำหรับกองทัพที่ประกอบด้วยไพร่พล 30,000 นาย จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญระดับแปดอย่างน้อยหลายสิบคนในหมู่พวกเขา และถึงแม้จำนวนโดยรวมจะน้อย แต่ชาวมนุษย์ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือ ในแง่นี้ เผ่ามนุษย์แตกต่างจากเผ่าหมึกอย่างมาก ซึ่งความแข็งแกร่งของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกมนุษย์ยังมีเรือรบอีกด้วย
นั่นคือเหตุผลที่เจ้อฉงบังเกิดความวิตกกังวลในทันทีเมื่อได้ยินว่ามีกองทัพ 30,000 นายปรากฏตัวขึ้นในอาณาเขตของมัน มันพลันระลึกถึงกองทัพเผ่ามนุษย์ที่เคยเผชิญหน้าระหว่างทางไปยังด่านวายุเมฆาและอดไม่ได้ที่จะสงสัย [กองทัพนั้นก็มีกำลังพล 30,000 นายเช่นกัน... จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไร?]
หากเป็นกองทัพเดียวกับที่มันเผชิญหน้าในวันนั้นจริงๆ เช่นนั้นแล้วเจ้าผู้ครองแคว้นที่ดูแลอาณาเขตของมันอยู่ในขณะนี้คงได้พบกับชะตากรรมอันน่าสยดสยองไปแล้ว อย่าว่าแต่ยอดฝีมือระดับแปดหลายสิบคนเลย กองทัพนั้นกระทั่งมีบรรพชนระดับเก้านำทัพมาด้วยตนเอง!
"แล้วตอนนี้เล่า? กองทัพเผ่ามนุษย์อยู่ที่ไหนแล้ว?" เจ้อฉงเอ่ยถามอย่างร้อนรน
ขุนนางผู้รายงานส่ายหน้า "ข้าไม่ทราบ เราขาดการติดต่อกับรังหมึกในอาณาเขตของท่านเจ้อฉงหลังจากได้รับรายงานเกี่ยวกับการพบเห็นกองทัพเผ่ามนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น ตามรายงานจากรังหมึกของท่านราชันย์ รังหมึกระดับกลางที่อาณาเขตของท่านเจ้อฉงไม่สามารถติดต่อได้อีกต่อไป แม้กระทั่งร่องรอยการมีอยู่ของมันก็ถูกลบหายไปสิ้นแล้ว"
ใบหน้าของเจ้อฉงพลันซีดขาว ร่างของมันทรุดลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
รังหมึกซึ่งเป็นของเจ้าผู้ครองแคว้น ไม่สามารถติดต่อได้อีกต่อไป และแม้กระทั่งร่องรอยการมีอยู่ของมันก็ถูกลบหายไปจากเครือข่าย ในกรณีนี้ มีความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น...มันถูกทำลายแล้ว!
ขุนนางผู้รายงานสถานการณ์ก่อนหน้านี้กล่าวว่าเขาเพิ่งได้รับรายงานเมื่อไม่นานมานี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มีเวลาผ่านไปไม่นานนักระหว่างการปรากฏตัวของกองทัพเผ่ามนุษย์และการถูกทำลายของรังหมึกระดับเจ้าผู้ครองแคว้น ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งว่านี่คือฝีมือของกองทัพมนุษย์ภายใต้การบัญชาการของบรรพชน ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่รังหมึกระดับกลางของเจ้อฉงจะถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ได้
"แผนของเผ่ามนุษย์...คือล่อเสือออกจากถ้ำ!" หงตี้เค้นเสียงคำรามลอดไรฟัน "พวกมันใช้หุ่นเชิดเหล่านั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเรา ทำให้เราคิดว่าพวกมันกำลังโจมตีด่านใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ด่านมหาวิวัฒน์ หากแต่เป็นอาณาเขตของเรา!"
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปากของมัน เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นคนอื่นๆ ที่ในตอนแรกเพียงแค่เห็นใจในสถานการณ์ของเจ้อฉงก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ในตอนแรกพวกมันต่างแอบโล่งใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่ารังหมึกของเจ้อฉงถูกทำลาย รู้สึกขอบคุณที่กองทัพมนุษย์ไม่ได้บุกรุกบ้านของพวกตนเอง มิฉะนั้นแล้ว ผู้โชคร้ายก็คงจะเป็นพวกมันแทน แต่อนิจจา ดูเหมือนว่ารังหมึกของเจ้อฉงจะเป็นเพียงแห่งแรกที่ถูกทำลาย และมันจะไม่ใช่แห่งสุดท้ายอย่างแน่นอน
รังหมึกคือรากฐานของเผ่าหมึกทั้งมวล หากพวกมันถูกทำลายทั้งหมด ก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะสามารถสร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้ หากเป็นเช่นนั้น ในที่สุดพวกมันก็จะสูญเสียความได้เปรียบด้านจำนวนที่มีต่อเผ่ามนุษย์ในสงคราม และความพ่ายแพ้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยง
แม้ว่ารังหมึกของเจ้าผู้ครองแคว้นจะสามารถผลิตขึ้นโดยรังหมึกของราชันย์ได้ แต่การกำเนิดของรังหมึกระดับเจ้าผู้ครองแคว้นแต่ละรังนั้นต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว หากรังหมึกระดับกลางถูกทำลายมากเกินไป เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นจะต้องรอเป็นเวลานานมากก่อนที่จะได้รับรังใหม่
[หากรังหมึกของราชันย์ถูกทำลาย...] เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะปล่อยให้ความคิดของตนดำเนินต่อไปบนเส้นทางนั้น
ในทางกลับกัน ก่อนที่หงตี้จะกล่าวจบประโยคด้วยซ้ำ พลันบังเกิดเสียงกัมปนาทสะท้านสะเทือนดุจสายฟ้าฟาดก้องกังวานไปทั่วทั้งโถงประชุม พร้อมกันนั้นก็มีเงาทะมึนสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป
เมื่อเหล่าเจ้าแคว้นตวัดสายตากลับไปมองอีกครั้ง ร่างของราชันย์ผู้เคยประทับบนบัลลังก์กระดูกกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย! เงาทะมึนที่พุ่งผ่านพวกเขาไปเมื่อครู่...จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากตัวราชันย์เอง!
แม้ว่าเขาจะยังคงสงบนิ่งดุจขุนเขาตั้งแต่มาถึงด่านมหาวิวัฒน์ แต่เขาก็มิอาจรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไปหลังจากได้ยินว่ากองทัพเผ่ามนุษย์ได้ทำลายอาณาเขตของหนึ่งในเจ้าผู้ครองแคว้นใต้บังคับบัญชาของเขา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเขาตระหนักถึงผลกระทบอันเลวร้ายที่จะตามมาหากรังหมึกระดับสูงของเขาถูกทำลาย ดังนั้น เขาจึงต้องป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม โชคยังดีที่เขายังพอมีเวลาอยู่บ้าง เผ่ามนุษย์เพิ่งจะเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนของเผ่าหมึกเป็นครั้งแรก ย่อมไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศเป็นแน่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกมันที่จะค้นพบราชธานีได้ในเวลาอันสั้น
ในชั่วพริบตาถัดมา คำสั่งของราชันย์ก็แผ่กระจายไปถึงโสตประสาทของเหล่าเจ้าผู้ครองแคว้น "ครึ่งหนึ่งของกองทัพจะยังคงอยู่ที่นี่เพื่อพิทักษ์ด่านมหาวิวัฒน์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจงมุ่งหน้าสู่ราชธานีด้วยความเร็วสูงสุด!"
เหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นที่ได้รับคำสั่งต่างรีบรวบรวมตัวกันเพื่อหารือสถานการณ์ ราชันย์ไม่ได้ระบุชื่อผู้ใดในคำสั่งของเขา ดังนั้นพวกเขาจึงต้องวางแผนเพื่อตัดสินใจว่าใครจะอยู่ปกป้องด่านมหาวิวัฒน์และใครจะมุ่งหน้าไปยังราชธานี
มิต้องกล่าวเลยว่า ทุกคนย่อมต้องการจะอยู่ที่ด่านมหาวิวัฒน์มากกว่าเพราะที่นี่ปลอดภัยกว่ามาก หากพวกเขามุ่งหน้าไปยังราชธานีในตอนนี้ ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าจะได้เผชิญหน้ากับกองทัพมนุษย์ระหว่างทางหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น ผู้ใดเล่าจะสามารถต้านทานพลังของบรรพชนมนุษย์ได้?
กระนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของราชันย์หรือเฉื่อยชาในเรื่องนี้ หลังจากผ่านการประนีประนอมและยอมความกันหลายครั้ง ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้ข้อสรุป
จากจำนวนเจ้าผู้ครองแคว้นราว 30 ตน ครึ่งหนึ่งจะยังคงอยู่ที่ด่านมหาวิวัฒน์ภายใต้การนำของหงตี้ ด่านมหาวิวัฒน์เดิมทีเป็นอาณาเขตของหงตี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่เขาควรจะอยู่ที่นี่ นั่นเป็นข้อได้เปรียบที่เจ้าผู้ครองแคว้นคนอื่นไม่มี ในขณะเดียวกัน เจ้าผู้ครองแคว้นอีกครึ่งหนึ่งก็ออกเดินทางไปยังราชธานีภายใต้การนำของเจ้อฉง
ใช้เวลาไม่นานนัก กองทัพเผ่าหมึกที่ด่านมหาวิวัฒน์ก็เริ่มเคลื่อนพลเมื่อเหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นเรียกกองทัพของตน
ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล ราชันย์เหินทะยานไปในทิศทางของราชธานีด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว เขาต้องกลับไปยังราชธานีโดยทันที มิฉะนั้นแล้ว มันจะสายเกินไปหากกองทัพมนุษย์มาถึงก่อนเขา
หากรังหมึกของเขาถูกทำลาย เช่นนั้นแล้วรังหมึกทั้งหมดในสมรภูมินี้ก็จะเหี่ยวเฉาและตายตกไปเช่นกัน เผ่าหมึกจะไร้ซึ่งพลังในการเสริมกำลังพลหากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น และนั่นจะรับประกันการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ของพวกเขาในอนาคตอันไม่ไกลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ราชันย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเผ่ามนุษย์จะอาจหาญถึงเพียงนี้ เมื่อเขาคาดการณ์ว่าพวกมนุษย์กำลังจะมาเพื่อยึดคืนด่านมหาวิวัฒน์ เขาก็ได้รวบรวมเจ้าผู้ครองแคว้นจำนวนมากและวางกำลังป้องกันต่างๆ นานาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ของเขาโดยสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าพวกมนุษย์จะไม่มีเจตนาโจมตีด่านมหาวิวัฒน์เลยแม้แต่น้อย พวกมันเพียงแค่ส่งกองทัพหุ่นเชิดออกมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา ในขณะที่กองทัพที่แท้จริงของพวกมันกลับเดินทัพตรงเข้าสู่ดินแดนของเผ่าหมึกโดยตรง
[พวกมันหลอกข้า!] ราชันย์เดือดดาลด้วยโทสะจนแทบคลั่ง ระหว่างทาง เขาพลันยกมือขึ้น พลังหมึกอันหนาทึบรวมตัวและบิดเบี้ยวอยู่ในฝ่ามือของเขา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของรังหมึกขนาดจิ๋ว นี่ไม่ใช่รังหมึกที่แท้จริง แต่เขาสามารถยืมพลังของมันเพื่อสื่อสารกับรังหมึกระดับสูงของตนเองและจากนั้นก็ออกคำสั่งไปยังเจ้าผู้ครองแคว้นคนอื่นๆ ผ่านมันได้
กองทัพเผ่ามนุษย์ที่มีกำลังพล 30,000 นายได้ปรากฏตัวขึ้นในอาณาเขตของเผ่าหมึกแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าต้องมีบรรพชนและยอดฝีมือระดับแปดหลายสิบคนในหมู่พวกเขา ด้วยพลังอำนาจเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับไล่พวกมนุษย์ด้วยกำลังทหารของอาณาเขตเพียงแห่งเดียว หนทางเดียวที่เผ่าหมึกจะมีโอกาสต่อกรได้คือการรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว ณ จุดๆ เดียว
ในกรณีนี้ ราชธานีคือสมรภูมิที่ราชันย์ได้เลือกไว้ นั่นเป็นเพราะเผ่ามนุษย์ย่อมต้องมุ่งเป้ามาที่ราชธานีอย่างแน่นอน ไม่ว่าพวกมันจะล่วงรู้ความลับเบื้องหลังรังหมึกหรือไม่ก็ตาม พวกมันย่อมต้องตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ที่การทำลายรังหมึกระดับสูงของเขา
หากเขาต้องการปกป้องรังหมึกของตน เขาก็ต้องรวบรวมพลังของเจ้าผู้ครองแคว้นทั้งหมดภายใต้บัญชาของเขา อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนั้นจะทำให้อาณาเขตอื่นๆ ขาดแคลนกำลังพลโดยสิ้นเชิงแม้ว่าราชธานีจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ก็ตาม กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เผ่าหมึกจะต้องละทิ้งดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลของตน จะมีเผ่าหมึกนับไม่ถ้วนถูกสังหารและรังหมึกจำนวนมากถูกทำลายอันเป็นผลมาจากการตัดสินใจครั้งนี้
แม้จะหัวใจสลายกับความสูญเสีย แต่ราชันย์ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเผ่ามนุษย์จะเจ้าเล่ห์และรับมือได้ยากเย็นถึงเพียงนี้เมื่อไร้ซึ่งข้อจำกัดของด่านใหญ่
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.