ตอนที่ 5216
5214 / 5804
อ่าน 12 นาที
Chapter 5216 – Can You Save Yourself
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 14:39
บทที่ 5216 – เจ้าจะช่วยตัวเองได้หรือ
**ผู้แปล: Silavin & Sara**
**ผู้ตรวจสอบการแปล: PewPewLazerGun**
**บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys**
---
ณ ขอบสมรภูมิ ยังคงมีร่างของทหารเผ่าพันธุ์มนุษย์โซซัดโซเซหลุดรอดออกมาเป็นระยะ บ้างมาเพียงลำพัง บ้างประคองกันมาสองสามคน สิ่งเดียวที่พวกเขามีร่วมกันคือร่างกายที่อาบย้อมด้วยโลหิตและรัศมีพลังที่อ่อนระโหยโรยแรง
ด้วยแรงดึงดูดจากรัศมีพลังของหยางไค่และคนอื่นๆ เหล่าทหารหาญผู้รอดชีวิตซึ่งกระจัดกระจายและอ่อนแอกำลังเหล่านี้ จึงทยอยมารวมตัวกันและหาที่พักฟื้นเพื่อเยียวยาอาการบาดเจ็บ
ทันทีที่หยางไค่ปรับสภาพของตนจนคงที่ เขาก็พุ่งทะยานกลับเข้าไปในม่านเมฆหมึกทมิฬอีกครั้ง
ภายในจักรวาลย่อยของเขามีสรรพชีวิตนับไม่ถ้วน รวมถึงร่างแยกของต้นไม้โลก ด้วยเหตุนี้ พลังโลกของเขาจึงฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าผู้อื่นหลายเท่า ทั้งมรดกแห่งจักรวาลย่อยของเขายังคงเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่ต้องฝึกฝนบำเพ็ญเพียรก็ตาม
ม่านเมฆหมึกทมิฬยังคงปกคลุมสมรภูมิอยู่ แม้ว่ากองทัพทั้งสองฝ่ายจะล่าถอยไปแล้ว แต่ก็ยังอาจมีผู้รอดชีวิตจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หลงเหลืออยู่
บางที ทหารมนุษย์เหล่านั้นอาจยังคงมีพลังชีวิตเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ไม่อาจขยับเขยื้อนได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจะต้องจบชีวิตลงอย่างแน่นอนหากไร้ซึ่งผู้ใดหยิบยื่นความช่วยเหลือ
ดังนั้น หยางไค่จึงตัดสินใจกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง
สมรภูมิแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลกว่าสิบล้านกิโลเมตร ทำให้หยางไค่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เขาจะสแกนพื้นที่เพื่อค้นหารัศมีพลังชีวิตได้
เขาก็ได้พบบ้าง ทว่า ส่วนใหญ่กลับเป็นรัศมีพลังของชาวเผ่าหมึกที่บาดเจ็บสาหัสและใกล้จะสิ้นใจ
หยางไค่ไม่แสดงความเมตตาใดๆ เขาจัดการสังหารผู้รอดชีวิตเหล่านี้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
เขาค้นหาต่อไปอีกสองชั่วโมง
เมื่อหยางไค่ออกมาจากสมรภูมิ เขาก็ได้พาตัวยอดฝีมือหญิงระดับ Open Heaven ขั้นเจ็ดนางหนึ่งออกมาด้วย
เขาไม่รู้จักชื่อของนาง แต่เมื่อเขาพบนาง นางก็หมดสติไปแล้ว ร่างของนางนอนอยู่บนซากปรักหักพังของเรือรบ ทั่วทั้งกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จนอาภรณ์ของนางชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสด
นอกเหนือจากยอดฝีมือหญิงขั้นเจ็ดผู้นี้แล้ว หยางไค่พบเพียงศพของมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วน พร้อมกับซากศพที่กระจัดกระจายของเผ่าหมึก
สมรภูมิอันกว้างใหญ่แลดูไม่ต่างจากขุมนรกอเวจี
สตรีนางนี้คือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่เขาพบ
หยางไค่เข้าร่วมสมรภูมิหมึกมาเป็นเวลานับร้อยปี เขาเริ่มต้นจากการเป็นยอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นหก และบัดนี้ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นเจ็ดแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปยังสมรภูมิมาแล้วมากมายและเข้าร่วมการต่อสู้นับไม่ถ้วนทั้งเล็กและใหญ่ ทว่า ไม่มีการต่อสู้ครั้งใดที่ผ่านมาของเขาจะหนักหนาสาหัสและน่าสะพรึงกลัวเท่าครั้งนี้มาก่อน
อาจเป็นเพราะกองทัพ Great Evolution ต้องเดินทางไกลแสนไกล โดยปราศจากสิ่งใดให้พึ่งพิงได้เลย
สถานการณ์แตกต่างจากการต่อสู้ครั้งอื่นๆ ใกล้กับด่านใหญ่ต่างๆ ในสมรภูมิ Great Evolution แห่งนี้ กองทัพเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีกองหนุนหรือที่หลบภัยอันปลอดภัย แม้จะได้รับบาดเจ็บ พวกเขาก็ไม่มีสถานที่ปลอดภัยสำหรับพักฟื้นและรักษาบาดแผล สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือเอาชนะการต่อสู้เพื่อจะได้ก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดในการทวงคืนด่าน Great Evolution
เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการต่อสู้ในวันนี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอนาคต จะต้องมีมนุษย์อีกกี่ชีวิตที่ต้องสละชีพ ณ สมรภูมิ Great Evolution แห่งนี้เพื่อแลกมาซึ่งชัยชนะ?
เมื่อหยางไค่พาสตรีนางนั้นกลับมายังที่ที่มนุษย์คนอื่นๆ รวมตัวกันอยู่ พวกเขาเพียงเหลือบมองเขาและพยักหน้าเบาๆ โดยไม่เอ่ยคำใด
ที่นี่มีผู้คนรวมตัวกันเพื่อพักฟื้นไม่ถึงสามสิบคน นั่นไม่ได้หมายความว่ามีมนุษย์เพียงไม่ถึงสามสิบคนที่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้หลังจากการรบเมื่อครู่ แต่คนเหล่านี้เป็นเพียงกลุ่มคนที่บาดเจ็บสาหัสเกินกว่าจะติดตามกองทัพมนุษย์ที่กำลังไล่ล่าเผ่าหมึกไปได้
ทหารส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมกับกองทัพที่เหลือแม้จะได้รับบาดเจ็บก็ตาม
หลังจากวางร่างของสตรีนางนั้นลงข้างๆ หยางไค่ก็นั่งขัดสมาธิลงอีกครั้งและปรับลมหายใจของตน
ทว่า ในวินาทีต่อมา เขาก็เบิกตาโพลงและจ้องเขม็งไปยังสมรภูมิ เขาตรวจพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากที่นั่น
เขาค้นหาสมรภูมิมาเป็นเวลาสองชั่วโมงและไม่พบสิ่งใดน่าสนใจ นอกเหนือจากยอดฝีมือหญิงขั้นเจ็ดที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วระลอกคลื่นที่ผิดปกตินี้มาจากที่ใดกัน?
ขณะที่หยางไค่กำลังครุ่นคิดด้วยความสับสน ความเคลื่อนไหวก็ยิ่งชัดเจนขึ้น มันคือผลจากร่องรอยของพลังชีวิตที่กำลังฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตนั้นแข็งแกร่งและการฟื้นฟูก็ยิ่งทวีความเร็วขึ้น
รัศมีพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งพลันแผ่พุ่งออกมาจากสมรภูมิ
สีหน้าของหยางไค่พลันเคร่งขรึมลงในทันที เขากระโจนลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งจิตสัมผัสแผดเสียงกังวานออกไป "จงใช้กฎเคลื่อนย้ายจักรวาลกลับไปยังเรือรบหมึกสลาย เดี๋ยวนี้!"
มียอดฝีมือระดับ Open Heaven กว่าสามสิบคนที่สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่กำลังฟื้นฟูก่อนที่หยางไค่จะเอ่ยปาก พวกเขาจ้องมองไปยังสมรภูมิด้วยความงุนงง แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหยางไค่ สีหน้าของพวกเขาก็แข็งกร้าวขึ้นเมื่อตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์
ไม่มีผู้ใดลังเล ทุกคนกระโจนเข้าสู่การกระทำและใช้กฎเคลื่อนย้ายจักรวาล
การฟื้นฟูเป็นเวลาสองชั่วโมงไม่เพียงพอสำหรับผู้ฝึกตนที่บาดเจ็บสาหัสเหล่านี้จะหายดีโดยสมบูรณ์ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขามีพลังพอที่จะร่ายเคล็ดวิชาลับนี้ ซึ่งไม่ได้ต้องการพลังจากพวกเขามากนัก
แสงแห่งค่ายกลสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้าของทุกคนขณะที่พวกเขาร่ายกฎเคลื่อนย้ายจักรวาล และเชื่อมต่อกับค่ายกลจักรวาลบนเรือรบหมึกสลาย
ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ทุกคนจะสามารถอาศัยกฎเคลื่อนย้ายจักรวาลเพื่อเทเลพอร์ตกลับไปยังเรือรบหมึกสลายได้
ในขณะนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับความโกลาหลที่เกิดจากกฎเคลื่อนย้ายจักรวาล จิตสัมผัสอันทรงพลังสายหนึ่งก็แผ่พุ่งออกมาจากพลังชีวิตที่กำลังฟื้นฟูในสนามรบ
หยางไค่หน้าซีดเผือด
สิ่งที่เขากังวลที่สุดได้กลายเป็นความจริง
ก่อนหน้านี้ แม้เขาจะสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตนั้นทรงพลัง แต่เขาก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลผู้นี้มีระดับพลังบ่มเพาะเท่าใด เพื่อความปลอดภัย เขาจึงสั่งให้ทุกคนอพยพทันที ทว่า บัดนี้เมื่อจิตสัมผัสของบุคคลผู้นั้นแผ่พุ่งออกมา หยางไค่ก็สามารถบอกได้ทันทีว่าพวกเขามีระดับพลังบ่มเพาะเท่าใด
พลังชีวิตที่กำลังฟื้นฟูจากสมรภูมินั้น...เป็นของผู้มีพลังระดับขั้นแปด!
หยางไค่มั่นใจพอสมควรว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นไม่ใช่ยอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นแปดจากกองทัพเหนือ-ใต้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่ามันคือสาวกหมึกระดับขั้นแปด
แม้เขาจะไม่รู้ว่ามียอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นแปดของกองทัพเหนือ-ใต้คนใดเสียชีวิตในการรบหรือไม่ แต่เขารู้ว่าถึงแม้พวกเขาจะเสียชีวิต หากร่างกายของพวกเขายังคงสมบูรณ์ ยอดฝีมือระดับขั้นแปดคนอื่นๆ ก็จะไม่ทิ้งร่างของพวกเขาไว้เฉยๆ พวกเขาจะต้องนำร่างกลับไปด้วยอย่างแน่นอน
มีเพียงเหล่าเจ้าผู้ครองแคว้นเท่านั้นที่จะเพิกเฉยต่อร่างของสาวกหมึกระดับขั้นแปดที่ตายไป
[ยังมีสาวกหมึกระดับขั้นแปดอยู่ในสมรภูมิ!] ไม่มีผู้ใดคาดคิดเรื่องนี้มาก่อน
หยางไค่ไม่ทันสังเกตเห็นอะไรเลยเมื่อเขาค้นหาสมรภูมิเมื่อครู่นี้ ดูจากตอนนี้แล้ว ยอดฝีมือระดับขั้นแปดผู้นี้น่าจะฝึกฝนเคล็ดวิชาลับบางอย่างที่ทำให้เขาสามารถแสร้งตายได้ มิฉะนั้น เขาคงไม่รอดพ้นจากการตรวจจับของผู้บัญชาการกองพลระดับขั้นแปดเมื่อพวกเขาค้นหาสมรภูมิ
กองทัพมนุษย์ได้จากไปแล้ว และมนุษย์ที่เหลืออยู่ราว 30 คนก็อ่อนแอและบาดเจ็บ บัดนี้เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสาวกหมึกระดับขั้นแปด สถานการณ์ก็ดูไม่สู้ดีนัก
หัวใจของหยางไค่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หนึ่งลมหายใจ สองลมหายใจ สามลมหายใจผ่านไป...
แสงจากค่ายกลกว่า 30 แห่งสว่างจ้าขึ้น
หลังจากลมหายใจที่สาม แสงบางส่วนก็ลุกวาบราวกับระเบิด และร่างเงาภายในแสงนั้นก็ถูกห่อหุ้มและหายวับไปในทันที
สามคนหายไปแล้ว
เมื่อถึงลมหายใจที่สี่ ก็มีคนจากไปมากขึ้น
ทว่า ยังคงมีอีกกว่าสิบคนที่เหลืออยู่
กฎเคลื่อนย้ายจักรวาลนั้นมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
โดยการใช้กฎเคลื่อนย้ายจักรวาล มนุษย์สามารถกลับไปยังค่ายกลจักรวาลที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีนี้คือเรือรบหมึกสลาย แต่ระยะทางและระดับพลังบ่มเพาะของผู้ใช้ล้วนส่งผลต่อเวลาที่ใช้ในการเริ่มต้นการเทเลพอร์ต
โดยสรุป ยิ่งระดับพลังบ่มเพาะสูงและค่ายกลจักรวาลอยู่ใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้เวลาน้อยลงในการใช้กฎเคลื่อนย้ายจักรวาล
มนุษย์สามคนที่จากไปหลังจากลมหายใจที่สามล้วนอยู่ในระดับขั้นเจ็ด
ส่วนอีกสิบกว่าคนที่จากไปในลมหายใจที่สี่ ล้วนอยู่ในระดับขั้นหก ระดับพลังบ่มเพาะของพวกเขาต่ำกว่ากลุ่มก่อนหน้าเล็กน้อย ดังนั้นพวกเขาจึงจากไปช้ากว่าเล็กน้อย
ผู้ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่คือผู้ที่อยู่ในระดับขั้นห้า พร้อมกับยอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นหกอีกสองสามคน พวกเขามีระดับพลังบ่มเพาะต่ำที่สุดจึงใช้เวลานานที่สุดในการเคลื่อนย้าย
ภายใต้สถานการณ์ปกติ เมื่อมนุษย์ใช้กฎเคลื่อนย้ายจักรวาล พวกเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการจะไม่ถูกรบกวน เนื่องจากการรบกวนใดๆ จะส่งผลให้การเคลื่อนย้ายล้มเหลว
ทว่า วิกฤตการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป เมื่อพวกเขาสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ดูไม่ดี พวกเขาทำได้เพียงพยายามจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่สามารถใส่ใจสิ่งอื่นใดได้อีก
เวลาผ่านไปอีกสองลมหายใจ และในขณะที่มนุษย์ที่เหลืออยู่กำลังจะจากไป ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากสมรภูมิและพุ่งเข้าหาพวกเขา
แม้ว่าร่างนั้นจะยังอยู่ห่างไกล แต่พลังโลกระลอกหนึ่งก็ควบแน่นเป็นรูปฝ่ามือขนาดมหึมาคว้าจับมายังพวกเขา
ได้รับผลกระทบจากพลังอันทรงพลัง ค่ายกลใต้ฝ่าเท้าของมนุษย์ที่เหลืออยู่กว่าสิบคนเริ่มบิดเบี้ยวและผิดรูป
หากฝ่ามือมหึมานั้นจับพวกเขาได้ แม้ว่ามนุษย์เหล่านั้นจะไม่ตาย พวกเขาก็จะยังคงล้มเหลวในการเทเลพอร์ตออกไป หากเป็นเช่นนั้น กลุ่มยอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นห้าและขั้นหกก็จะต้องถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับสาวกหมึกระดับขั้นแปด พวกเขาไม่มีความหวังใดๆ ที่จะรอดชีวิตจากการเผชิญหน้านี้
หยางไค่เตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา ดังนั้นทันทีที่เขาสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็ส่งเสียงคำรามลั่นและพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกับทวนในมือ
ทวนพุ่งทะยานเข้าหาฝ่ามือนั้น และในขณะเดียวกัน หลักแห่งห้วงมิติก็ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเงาทวนสลายไป ฝ่ามือมหึมาก็กำร่างของหยางไค่ไว้ภายใน ทว่า ในวินาทีต่อมา ร่างเงาของหยางไค่ก็ทะลุกลับออกมาจากฝ่ามือนั้น ร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยประกายแสงแห่งทวนและกลับไปยังตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด แสงวาบก็เข้าห่อหุ้มร่างของมนุษย์ที่เหลืออยู่ ด้วยเวลาที่หยางไค่ซื้อให้พวกเขา ยอดฝีมือระดับ Open Heaven ขั้นห้าและขั้นหกกว่าสิบคนก็สามารถจากไปได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่พวกเขาจากไป ทุกคนต่างจ้องมองหยางไค่ด้วยสีหน้าที่ตกตะลึงและเป็นกังวล
พวกเขารู้ว่าหากไม่ใช่เพราะการขัดขวางของหยางไค่ สาวกหมึกระดับขั้นแปดคงสามารถรั้งพวกเขาไว้ที่นี่ได้ แต่บัดนี้เมื่อพวกเขาจากไปหมดแล้ว หยางไค่ก็ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง เขาจะต่อสู้กับสาวกหมึกระดับขั้นแปดได้อย่างไร?
หากพวกเขารู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น พวกเขาก็คงเลือกที่จะอยู่เบื้องหลังและร่วมมือกันต่อสู้กับสาวกหมึก แม้ว่าพวกเขาทั้ง 30 คนจะอ่อนแอและบาดเจ็บ แต่พวกเขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้หากร่วมมือกัน
กระนั้น มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งเสียใจในตอนนี้ เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่าพลังชีวิตของสาวกหมึกระดับขั้นแปดกำลังฟื้นฟู พวกเขาทุกคนจึงตัดสินใจจากไป ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าสาวกหมึกจะฟื้นตัวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
ในความเงียบงันของห้วงอวกาศ หยางไค่ยกทวนมังกรครามขึ้นและเฝ้ามองร่างที่ปรากฏขึ้นจากสมรภูมิ
มันคือสาวกหมึกระดับขั้นแปดจริงๆ
ร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยพลังหมึกทมิฬและมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ปูดโปนออกมาจากหัวไหล่ ทำให้ดูราวกับว่ามันมีสองศีรษะ พลังหมึกสีดำขลับภายในก้อนเนื้อนั้นกำลังปะทุอย่างดุร้าย
ความจริงที่ว่าหยางไค่สามารถขัดขวางการโจมตีของมันและทำให้มันไร้ผลนั้น ทำให้มันโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด มันจ้องมองหยางไค่อย่างเย็นชาและเจตนาฆ่าฟันก็หมุนวนอยู่ในดวงตาของมัน "เจ้าช่วยคนอื่นได้หมด แต่จะช่วยตัวเองได้หรือ?"
"ถ้ายังไม่ได้ลอง ข้าก็ไม่รู้" หยางไค่ตอบกลับอย่างเยือกเย็น
ขณะที่พูด เขาก็แอบกลืนผลไม้โลกลงไป
แม้ว่าพลังบางส่วนของเขาจะฟื้นคืนมาแล้ว แต่เขาต้องแน่ใจว่าเขาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับขั้นแปด
ทว่า...สาวกหมึกระดับขั้นแปดผู้นี้...ดูเหมือนจะไม่ทรงพลังถึงเพียงนั้น...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.