ตอนที่ 259
260 / 1162
อ่าน 9 นาที
Chapter 259: Let’s Meet Again When The Sky Falls
เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค. 2569 19:47
บทที่ 259: เอาไว้เรามาพบกันใหม่เมื่อยามที่ท้องฟ้าถล่มลงมา
วิลเลียมมองไปที่แหวนบนนิ้วนางของเขาเมื่อแสงสว่างรอบตัวค่อยๆ จางหายไป เขายังคงรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของเบลล์ และรสหวานล้ำของจูบที่เธอมอบให้ซึ่งยังคงติดตรึงอยู่ที่ริมฝีปาก
เด็กหนุ่มผมแดงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยอาการเหม่อลอย โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขากำลังพยายามโอบกอดความทรงจำเกี่ยวกับคนรักที่โชคชะตาขีดเขียนให้ต้องพลัดพราก ซึ่งตอนนี้อยู่ไกลเกินกว่าจะไขว่คว้าถึง
ทันใดนั้น เสียงกระแอมเบาๆ ก็ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ วิลเลียมถอนหายใจและเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้งดงามที่สวมชุดนักบวชซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขา
“ยินดีด้วยที่เจ้าผ่านการทดสอบแห่งการรู้แจ้ง” ออราเคิลแห่งยอดเขาแห่งเทพ (The Oracle of the Peak of Divinity) กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตามข้ามาเถอะ ท่านประมุขของเราต้องการจะสนทนากับเจ้า”
วิลเลียมพยักหน้าและเดินตามหลังออราเคิลไป เขาเองก็ต้องการพบกับกึ่งเทพผู้ปกครองเทือกเขาคีรินทอร์เพื่อขอบคุณเป็นการส่วนตัวสำหรับโอกาสที่มอบให้แก่เขา
ทั้งสองเดินอยู่ประมาณสิบนาทีก่อนจะมาถึงประตูสีขาวที่สูงกว่าสิบเมตร บนพื้นผิวของมันมีอักขระสีทองสลักไว้มากมายและพวกมันก็ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
ออราเคิลยกมือขึ้นแล้วประตูบานยักษ์ก็เหวี่ยงเปิดออก วิลเลียมไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้องได้เพราะสายตาของเขาถูกบดบังด้วยหมอกสีขาว ถึงกระนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้าด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและย่างกรายเข้าไปในห้องอย่างปราศจากความยำเกรง
เขาเดินเข้าไปในห้องได้เพียงไม่กี่ก้าว ประตูก็ปิดลงตามหลังเขา
“ทางนี้ เจ้าหนุ่มผู้เลี้ยงแกะ” เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและอำนาจเรียกหาเขา
วิลเลียมเดินตรงไปยังทิศทางของเสียงด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
ในไม่ช้า หมอกก็เริ่มจางลง และเขาก็ได้เผชิญหน้ากับแพะมนุษย์สูงสามเมตรที่มีปีกสยายกว้าง มีรูปดาวห้าแฉกสีดำ (pentacle) ปรากฏอยู่บนหน้าผาก และดวงตาสีทองของมันก็จ้องมองมาที่วิลเลียมราวกับกำลังประเมินสัตว์หายากสายพันธุ์หนึ่ง
วิลเลียมรู้สึกว่าแพะตัวนี้ดูคุ้นตามาก เพราะเขาเคยเห็นมันที่ไหนสักแห่งมาก่อน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อในที่สุดเขาก็จำกึ่งเทพที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้
“บาโฟเมต...” วิลเลียมพึมพำออกมาในขณะที่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“โอ้? เจ้ารู้จักพ่อของข้าด้วยหรือ?” สายตาของแพะมนุษย์ดูอ่อนโยนลงเมื่อได้ยินวิลเลียมเอ่ยชื่อพ่อของเขา “ข้าไม่ยักษ์รู้เลยว่าเขาจะโด่งดังในโลกเบื้องล่างขนาดนี้ ถึงกระนั้น มันก็เป็นเรื่องดีที่รู้ว่าชื่อของเขายังไม่ถูกลืมเลือน”
เทพแพะหุบปีกของเขาลงขณะนั่งบนบัลลังก์สีขาวที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นเขาก็ใช้หมัดรองแก้มพลางไขว้ห้าง เพื่อจ้องมองเด็กหนุ่มที่เทพธิดาทรงเลือกอีกครั้ง
“ข้ารู้ชื่อของเจ้าแล้ว แต่คงจะดีกว่าถ้าเราแนะนำตัวต่อกันเหมือนผู้ที่มีอารยธรรม” กึ่งเทพกล่าว “เผ่าพันธุ์ต่างๆ ในเทือกเขาคีรินทอร์เรียกข้าว่า ผู้ยิ่งใหญ่ (Great One) เพราะข้าไม่ต้องการให้พวกเขารู้ชื่อจริงของข้า อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้า ข้าจะละเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ เจ้าสามารถเรียกชื่อข้าได้ ข้าชื่อ ทาแคม (Takam)”
-
[ ทาแคม ]
— ราชาแห่งมวลแพะ
— กึ่งเทพ
— ระดับภัยคุกคาม: หายนะ (ต่ำ)
— สามารถเพิ่มเข้าฝูงได้
— อัตราความสำเร็จ: .00000000000000000000001%
— ?????
— ?????
— ?????
— ?????
— ?????
-
นอกเหนือจากข้อมูลทั่วไปของตัวตนตรงหน้าแล้ว วิลเลียมไม่สามารถรับรู้สิ่งใดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกึ่งเทพผู้ปกครองเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแดนเหนือได้เลย
เด็กหนุ่มผมแดงกำหมัดวางไว้บนหน้าอกและค้อมตัวลงเล็กน้อย “วิลเลียม ฟอน ไอนส์เวิร์ธ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านขอรับ ท่านผู้สูงส่ง”
รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทาแคมขณะที่เขาทำท่าทางให้วิลเลียมขยับเข้ามาใกล้ๆ
“ข้ารู้ว่าเจ้ามีคำถามมากมาย โชคดีที่ข้ามีเวลาเหลือเฟือที่จะตอบคำถามเหล่านั้นทั้งหมด” ทาแคมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นานๆ ทีข้าจะมีแขกมาเยือน ดังนั้นข้าจะดูแลเจ้าในระดับวีไอพีเลยทีเดียว”
ทาแคมดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว โต๊ะขนาดเล็กที่มีขนมหวานและชานานาชนิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าวิลเลียม และเมื่อเขาดีดนิ้วอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และมีถ้วยชาอยู่ในมือ
“ล้างคอเสียก่อนสิ” ทาแคมกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “เจ้าคงจะรู้สึกกระหายน้ำมากหลังจากที่จูบแม่สาวคนนั้นจนวินาทีสุดท้าย”
วิลเลียมอยากจะโต้ตอบ แต่เขาก็ตัดสินใจว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักที่จะไปทุ่มเถียงกับกึ่งเทพ ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังปฏิบัติกับเขาเหมือนแขกผู้มีเกียรติ ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่เขาจะไหลตามน้ำไปก่อนในตอนนี้
ชาที่เขาดื่มมีรสชาติที่คุ้นเคยอย่างประหลาด วิลเลียมจึงจิบอีกครั้งเพื่อยืนยันข้อสงสัยของเขา เขาเคยลิ้มรสชาแบบนี้ในช่วงสามวันที่เขาอยู่กับเบลล์ และมันรู้สึกแปลกๆ ที่ได้ลิ้มรสมันอีกครั้งที่นี่ในเฮสเทีย
“แม้ว่าโลกเก่าของเจ้าจะอยู่ในโลกเบื้องล่าง แต่มันก็มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะชามะนาวเลพตัน (Leapton Ice Tea) ขวดนี้” ทาแคมหัวเราะเบาๆ “โชคดีที่พวกเราสามารถรวบรวมของพวกนี้มาได้เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เรามี”
หูของวิลเลียมผึ่งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่กึ่งเทพกล่าว เขาจึงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะและจ้องมองไปยังแพะมนุษย์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
“ผมสามารถกลับไปยังโลกได้ไหมครับ?” วิลเลียมถาม นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุดในใจของเขาตอนนี้ หากเป็นไปได้ เขาต้องการหาวิธีเดินทางข้ามโลกเพื่อไปหาเบลล์เป็นครั้งคราว
“ข้าอยากจะตอบว่าไม่ได้นะ แต่ในเมื่อเจ้าเคยหาทางไปที่นั่นได้ครั้งหนึ่งแล้ว... ข้าคิดว่าความเป็นไปได้มันก็คงมีอยู่” ทาแคมตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “บอกตามตรง แม้แต่ข้าก็ยังแปลกใจที่การทดสอบแห่งการรู้แจ้งส่งเจ้าไปยังโลกเบื้องล่าง การทดสอบนั้นเกี่ยวกับการพิสูจน์ปณิธานของคนคนหนึ่ง หากเจ้าเลือกที่จะอยู่ที่โลกเก่าของเจ้า เจ้าก็จะต้องอยู่ที่นั่นจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ”
“วิลเลียม เจ้ารู้ไหม? เทพเจ้าเพียงองค์เดียวไม่มีอำนาจพอที่จะส่งใครจากโลกเบื้องบนไปยังโลกเบื้องล่างได้ ต่อให้เทพสององค์ร่วมมือกันมันก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เว้นแต่ว่าพวกเขาทั้งสองจะเป็นเทพที่มีพลังอำนาจสูงส่งอย่างยิ่ง”
วิลเลียมตั้งใจฟังคำอธิบายของทาแคมอย่างละเอียดราวกับกลัวว่าจะพลาดไปแม้แต่คำเดียว จากนั้นเขาก็คิดว่าถ้าเทพหนึ่งหรือสององค์ทำไม่ได้ แล้วถ้าสี่องค์ล่ะ? ภาพของเทพทั้งสี่ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับวิลเลียมปรากฏขึ้นในหัว และเขาก็สงสัยว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการกลับไปพบกับเบลล์ของเขาหรือไม่
‘ผมจะขอบคุณพวกท่านอย่างเป็นทางการในครั้งต่อไปที่เราพบกัน’ วิลเลียมสาบานในใจ
-
กลับไปที่วิหารหมื่นเทพ...
ลิลลี่: ฝีมือเจ้าเหรอ?
กาวิน: เปล่า
จากนั้นลิลลี่และกาวินก็หันไปมองเทพอีกสององค์ที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ข้างๆ
เดวิด: *ผิวปาก*
อิซเซ: *ผิวปาก*
ลิลลี่, กาวิน: ...
-
วิลเลียมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามคำถามที่สองของเขา
“แล้วเพื่อนๆ ของผมล่ะครับ?” วิลเลียมถาม “เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง?”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเขาหรอก” ทาแคมตอบ “พวกเขาทุกคนผ่านการทดสอบแล้ว และตอนนี้กำลังรอเจ้าอยู่ที่ห้องโถงหลัก นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มคนสามารถเอาชนะการทดสอบแห่งการรู้แจ้งได้พร้อมกันมากขนาดนี้”
วิลเลียมถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากรู้ว่าเพื่อนๆ ของเขาปลอดภัย จากนั้นเขาก็พูดคุยกับทาแคมเกี่ยวกับความยากลำบากของอาณาจักรเฮลลันและเหตุผลที่เขาเดินทางมายังเทือกเขาคีรินทอร์
ทาแคมรับฟังด้วยรอยยิ้มและรอจนวิลเลียมอธิบายจบ
“ข้ารับรู้ถึงจุดประสงค์ในการมาของเจ้าแล้ว...” ทาแคมลูบคางของเขา “แต่น่าเสียดาย ที่ข้าไม่สามารถตอบรับคำขอของเจ้าได้”
“ทำไมล่ะครับ?” วิลเลียมถาม
“เพราะสงครามครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า และข้าจำเป็นต้องรักษากำลังของเผ่าพันธุ์แดนเหนือเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม” ทาแคมมองออกไปในระยะไกลราวกับมองทะลุหมอกสีขาวที่ล้อมรอบพวกเขา “เจ้าไม่ต้องกังวลว่าเผ่าพันธุ์ต่างๆ จะลอบกัดเจ้าจากข้างหลัง ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นั่นก็หมายความว่าข้าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่เจ้าได้เช่นกัน”
สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่วิลเลียมก็บอกได้ว่ากึ่งเทพได้ตัดสินใจไปแล้ว เขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในระหว่างสงคราม แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณที่แผนการรุกรานของพวกเขานั้นได้หยุดชะงักลง
“ท่านบอกว่าสงครามครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านผู้สูงส่ง?” วิลเลียมซักถาม
“วิลเลียม”
“ครับ ท่านผู้สูงส่ง?”
“จงเอาชีวิตรอดจากสงครามนี้ให้ได้ก่อน” ทาแคมหันหน้ามามองเด็กหนุ่มที่เขาสามารถบดขยี้ให้หายไปได้อย่างง่ายดายหากต้องการ “เมื่อนั้นและเมื่อนั้นเท่านั้น เจ้าถึงจะสามารถมายังแดนเหนือเพื่อขอความช่วยเหลือได้ ข้าพูดชัดเจนพอไหม?”
“ชัดเจนครับ ท่านผู้สูงส่ง”
“เอาไว้เรามาพบกันใหม่เมื่อยามที่ท้องฟ้าถล่มลงมา”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่วิลเลียมได้ยินก่อนที่สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาจะเลือนหายไป การพบปะกับกึ่งเทพได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่การสนทนาของพวกเขาได้รับคำถามกลับมามากกว่าคำตอบเสียอีก
วิลเลียมถูกบังคับให้ต้องพับเรื่องเหล่านี้เก็บไว้ก่อนเพราะกึ่งเทพพูดถูก เขาจำเป็นต้องเอาชีวิตรอดจากสงครามให้ได้เสียก่อน ตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตอยู่ ย่อมมีโอกาสมากมายที่จะหาวิธีกลับไปพบกับหญิงสาวผู้เลอโฉมที่กำลังรอคอยเขาอยู่ที่โลกอีกครั้ง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.