ตอนที่ 626
626 / 6761
อ่าน 14 นาที
Chapter 626 Players of the Game
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:48
กองกำลังเฉพาะกิจเวิร์ล (Verle Task Force) กำลังจะยาตราเข้าสู่ระบบดวงดาวรีมอสในอีกเพียงหนึ่งวันข้างหน้า ระบบรีมอสแห่งนี้เปรียบเสมือนจุดแวะพักยอดนิยมของเหล่าพรานล่าสมบัติและโจรสลัดที่เดินทางสัญจรไปมาระหว่างเขตชายแดนและระบบดวงดาวฮาร์เกนเซน
ทว่าในสายตาของผู้มาเยือน ระบบรีมอสหามีสิ่งใดที่น่าอภิรมย์ไม่ ด้วยการมีเพื่อนบ้านที่ยิ่งใหญ่อย่างระบบฮาร์เกนเซนขนาบข้าง ทำให้มันขาดแรงดึงดูดที่จะมอบสิ่งใดให้แก่เหล่านักท่องเที่ยวหรือกองกำลังติดอาวุธ อุตสาหกรรมภายในของที่นี่ช่างซูบซีดโรยแรง พวกเขาถูกบีบให้ผลิตเพียงสินค้าโภคภัณฑ์มูลค่าต่ำที่ถูกกดราคาจนเหลือเพียงเศษเงินเมื่อนำไปขายในฮาร์เกนเซน
แม้รีมอสจะมิได้วางกำลังรักษาการณ์ไว้ในระบบส่วนนอก แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาทัพเรือป้องกันตนเองขนาดเล็กทว่าเปี่ยมด้วยสมรรถภาพเอาไว้กลุ่มหนึ่ง
เนื่องจากการศึกที่กำลังจะมาถึงน่าจะปะทุขึ้นในอวกาศส่วนนอก กองกำลังป้องกันท้องถิ่นจึงมีแนวโน้มว่าจะไม่สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐเรนัลด์และเหล่าแฟลกแรนท์ วานดัลจะเริ่มขุ่นมัว แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะยั่วยุให้ฝ่ายนั้นต้องเปิดฉากโจมตี
"ต่อให้กองกำลังรักษาการณ์ท้องถิ่นจะถูกบีบให้เคลื่อนไหว แต่พวกเขาก็อ่อนแอเกินกว่าจะหาญกล้ามาประลองกำลังกับเหล่าวานดัล"
ผมรวมรวบสมาธิเกือบทั้งหมดไปกับการเตรียมความพร้อมให้แก่เหล่าเมชาสายอวกาศของวานดัลเพื่อเข้าสู่สมรภูมิ สิ่งแรกที่ผมทำคือการสืบค้นข้อมูลของกลุ่ม 'มาสเตอร์ส ออฟ คอมแบท' (Masters of Combat) เพื่อตรวจสอบดูว่าผมได้มองข้ามจุดสำคัญใดไปหรือไม่
ปรากฏว่ากลุ่มมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบทนั้นก่อตั้งมาได้ไม่กี่ทศวรรษ ซึ่งถือว่าพอๆ กับแฟลกแรนท์ วานดัล ระยะเวลาเพียงเท่านี้มากพอที่จะทำให้พวกเขาสร้างวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมของเมชาที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยกระดับขึ้นสู่ทำเนียบกองกำลังระดับชนชั้นนำ
"การปะทะกับพวกเขาคงไม่ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมเมื่อครั้งประจันหน้ากับกองพัน ‘อุกกาบาตเหมันต์’ (Frosty Meteors)"
ผมหวนนึกถึงสถานการณ์อันสิ้นหวังในศึกครั้งนั้น แม้พวกอุกกาบาตเหมันต์จะส่งเมชาสายอวกาศเพียงสามหรือสี่กองร้อยมาสกัดกั้นกองกำลังเฉพาะกิจเวิร์ล แต่ด้วยการบุกตะลุยอย่างบ้าระห่ำและไม่ยอมศิโรราบ พวกเขาก็แทบจะทำลายรายชื่อเมชาของวานดัลไปได้เกือบครึ่ง
ผมลูบคางพลางประมวลผลข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับมา "มาสเตอร์ส ออฟ คอมแบท เชี่ยวชาญการศึกบนภาคพื้นดินยิ่งนัก ดังนั้นเราต้องเด็ดหัวพวกมันให้ได้ก่อนที่เหล่าเมชาของพวกมันจะร่อนลงสู่พื้นผิว นี่คือโอกาสหายากที่จะกำจัดหนึ่งในคู่แข่งให้พ้นทาง ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นก้างขวางคอที่ยากจะกำจัดมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า"
ผมจินตนาการถึงความสยดสยองหากต้องพยายามหยุดยั้งระลอกคลื่นเมชาของพวกเวเซียนบนพื้นผิวของซูเปอร์เอิร์ธ (Super Earth) ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายเช่นนั้น แบ็กแพ็กแรงโน้มถ่วงที่กินพลังงานมหาศาลคือที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว และสิ่งที่จะตัดสินผลแพ้ชนะได้ดีที่สุดก็คือ ‘ประสบการณ์’
"มันสมเหตุสมผลแล้วที่จะเขี่ยมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบท ออกจากกระดาน หากพวกเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นของเกมนี้ ความเก่งกาจบนภาคพื้นดินของพวกเขานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะคาดคิด"
นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าเหตุใดแฟลกแรนท์ วานดัล และกลุ่มลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์ (Lydia’s Swordmaidens) จึงยอมร่วมหอลงโรงกัน แม้ทั้งสองกลุ่มจะแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แต่นั่นก็หมายความว่าผลประโยชน์ของพวกเขาจะไม่ทับซ้อนกัน นอกเหนือจากการไล่ล่ารางวัลชิ้นเดียวกันแล้ว พวกเขาก็แทบไม่มีเรื่องอื่นให้ต้องห้ำหั่น
"ผมละสงสัยจริงๆ ว่ากลุ่มลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์ถนัดเรื่องอะไร ชื่อของพวกนางฟังดูเหมือนพวกคลั่งการต่อสู้ระยะประชิดไม่มีผิด"
เมื่อเจาะลึกลงไปในบันทึก ข้อมูลที่พบกลับเบาบางยิ่งนัก เนื่องด้วยพวกนางปฏิบัติการอยู่ในเขตชายแดนโดยสมบูรณ์ บันทึกรายละเอียดจึงหาได้ยากยิ่ง กระนั้น ผมก็ยังนำเศษเสี้ยวของข้อมูลข่าวสารมาปะติดปะต่อจนเห็นภาพลักษณ์ของสไตล์การต่อสู้ที่ชัดเจนพอสมควร
ผมพ่นลมหายใจออกจมูกเมื่อเห็นผลลัพธ์ "พวกหล่อนมันก็แค่กลุ่มโจรชัดๆ!"
เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มโจรสลัดอื่นๆ เหล่าซอร์ดเมเดนส์ประทังชีพด้วยการปล้นชิงผู้อื่น แต่ข้อแตกต่างหลักคือ แทนที่จะเข้าสกัดกั้นกองเรือในระหว่างการเดินทางผ่านอวกาศ พวกนางกลับชมชอบการบุกโจมตีคณะสำรวจที่กำลังปฏิบัติงานอยู่บนภาคพื้นดิน!
วิธีการนี้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการนั่งรออยู่ที่ขอบระบบดวงดาวใดดวงหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วโจรสลัดมักจะซุ่มโจมตีใกล้กับจุดผ่านที่ได้รับความนิยม แต่ในความเป็นจริง ด้วยระยะทางอันมหาศาลและความไม่แม่นยำในตัวของเทคโนโลยี FTL การซุ่มโจมตีกองเรือในอวกาศจึงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ
หากกองเรือที่กำลังเดินทางมาโผล่พ้นจากรูหนอนห่างจากจุดซุ่มโจมตีไปหลายชั่วโมงแสง เหล่าโจรสลัดก็ไม่มีทางข้ามผ่านระยะทางนั้นได้ทันเวลา ต่อให้พวกเขาสามารถพยากรณ์เส้นทางและเวกเตอร์ของเป้าหมายได้แม่นยำเพียงใด แต่ก็ยังมีเหยื่อจำนวนมากที่หลุดรอดเงื้อมมือไปได้เสมอ
เหล่าโจรสลัดเองก็จนใจ เพราะอวกาศนั้นกว้างใหญ่เกินพรรณนา
เมื่อเทียบกับการดักโจมตีกองเรือในอวกาศ การซุ่มโจมตีคณะสำรวจที่ถูกพันธนาการไว้กับพื้นโลกนั้นง่ายดายกว่ามาก เหล่าซอร์ดเมเดนส์รู้ดีว่าพวกเขาจะพบเป้าหมายได้ที่ไหน และตราบเท่าที่พวกนางครองอำนาจเหนือวงโคจร พวกนางก็สามารถส่งเมชาลงไปเท่าใดก็ได้เพื่อสยบกองกำลังบนพื้นดิน
ความท้าทายเพียงอย่างเดียวของวิธีนี้คือ กลุ่มลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์ต้องพึ่งพาการแจ้งเบาะแสและความพยายามในการรวบรวมข่าวกรองของตนเองเพื่อดมกลิ่นหาคณะสำรวจที่มีสมบัติล้ำค่า
"ถึงอย่างนั้น ดูเหมือนว่าพวกนางจะเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากตลอดหลายปีที่ผ่านมา"
นั่นหมายความว่าซอร์ดเมเดนส์ได้กลายเป็นขุมกำลังที่น่าเกรงขามยิ่งในแง่มุมนี้ พวกนางหยั่งรากลึกลงในสังคมไร้ขื่อแปของอวกาศเขตชายแดนอย่างมั่นคง
บางทีแฟลกแรนท์ วานดัลอาจจะบดขยี้กลุ่มซอร์ดเมเดนส์ได้อย่างง่ายดายในอวกาศแถบศิวิไลซ์ ทว่าหากการสู้รบเกิดขึ้นในเขตชายแดน เหล่าซอร์ดเมเดนส์ก็อาจเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบด้วยวิธีการที่หลากหลาย
โดยรวมแล้ว การมุ่งเน้นไปที่การปล้นชิงพรานล่าสมบัติได้หล่อหลอมให้พวกนางกลายเป็นนักรบภาคพื้นดินที่ฉกาจฉกรรจ์ ดั่งเช่นสมญานามของพวกนาง เหล่านักรบสาวเหล่านี้คลั่งไคล้ใน ‘เมชาสายดาบ’ (Swordsman mechs) เป็นที่สุด เมชารูปแบบนี้มอบสมดุลที่ยืดหยุ่นระหว่างความคล่องตัวและการป้องกันภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ส่วนที่ดีที่สุดของเมชาสายดาบคือพวกมันมีพลังโจมตีที่สูงล้ำ ช่วยให้พวกนางสามารถสยบเมชาคุ้มกันได้อย่างรวดเร็วและงดงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น คณะสำรวจส่วนใหญ่ก็มักจะยอมศิโรราบในทันที
ในฐานะกลุ่มโจร การกระทำของเหล่าซอร์ดเมเดนส์กลับดูนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ พวกนางไม่เคยสังหารพรานล่าสมบัติหลังจากที่พวกเขายอมแพ้ และไม่เคยทำลายหนทางหลบหนีของเหยื่อ
โจรสลัดที่โหดเหี้ยมกว่านั้นมักจะเข่นฆ่าหรือจับเชลยทุกคนไปเป็นทาส หากพวกมันขี้เกียจเกินกว่าจะทำเช่นนั้น พวกมันก็ยังสามารถขับไล่สมาชิกคณะสำรวจเข้าสู่ความสิ้นหวังด้วยการขโมยเมชาและยานอวกาศไปเสีย เมื่อไร้ซึ่งหนทางออกไปจากดวงดาวที่ป่าเถื่อนและไร้การควบคุม พวกเขาก็สูญสิ้นทุกความหวังที่จะได้กลับสู่โลกแห่งความเจริญ!
อันที่จริง เขตชายแดนมิได้ประกอบไปด้วยระบบดวงดาวที่ว่างเปล่าหรือถูกครอบครองโดยพวกต่างดาวทั้งหมดเสียทีเดียว มีดาวเคราะห์ส่วนน้อยทว่าสำคัญยิ่งที่เป็นแหล่งพำนักของมนุษย์ซึ่งกลายเป็นคนท้องถิ่นไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ พวกเขาก็สามารถหยัดยืนอยู่ในที่ที่ผู้อื่นล่มสลายและสร้างนิคมที่พึ่งพาตนเองได้ขึ้นมา บางแห่งถึงกับกลายเป็นที่ดินศักดินาของกลุ่มโจรสลัดใจทมิฬที่กุมอำนาจเหนืออวกาศแถบนั้น
"เมื่อเทียบกับโจรสลัดเดนตายเหล่านั้น การกระทำของลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์นับว่าประดุจเทพบุตรลงมาจุติ"
เหล่าซอร์ดเมเดนส์จะโจมตีเฉพาะเป้าหมายที่พวกนางมั่นใจว่าจะสยบได้อย่างแน่นอนเท่านั้น พวกนางเลือกเป้าหมายอย่างชาญฉลาดและถอยร่นจากภัยคุกคามใดๆ ที่เกินกำลังจะเอาชนะ เมื่อเวลาผ่านไป พวกนางก็ค่อยๆ เพิ่มพูนจำนวนสมาชิก จากกลุ่มผู้หญิงที่รวมตัวกัน กลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งและเป็นหลักสำคัญในเขตชายแดน
"ถึงกระนั้น ต่อให้พวกนางจะน่าเลื่อมใสที่เอาตัวรอดในเขตชายแดนมาได้ แต่พวกนางก็ไม่ต่างจากแฟลกแรนท์ วานดัลนักหรอก นั่นคือล่าเหยื่อที่อ่อนแอและวิ่งหนีผู้ที่แข็งแกร่งกว่า พวกนางคงทำได้ไม่ดีนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังเมชาที่เน้นการทำสงครามโดยตรง"
เมื่อผมเปรียบเทียบหลักนิยมทางเมชาและบันทึกการสู้รบของพวกนางกับมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบท กลุ่มซอร์ดเมเดนส์แทบไม่มีโอกาสชนะเลย มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบทมักจะวางกำลังด้วยหน่วยรบที่สมดุลและเน้นการป้องกัน เมชาแต่ละรุ่นและแต่ละประเภทจะเข้ามาเติมเต็มจุดอ่อนของกันและกัน
ในทางกลับกัน ซอร์ดเมเดนส์กลับใช้เมชาสายดาบในสัดส่วนที่มากจนผิดปกติ แม้จะมีสมาชิกจำนวนน้อยที่บังคับเมชาสายอัศวินหรือเมชาสายโจมตีไกล แต่รายชื่อเมชาที่ขาดความสมดุลนี้บีบให้พวกนางต้องใช้กลยุทธ์เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
"บุก! บุก! และบุกเข้าไป!"
และนั่นก็บังเอิญเป็นกลยุทธ์ที่มาสเตอร์ส ออฟ คอมแบทเชี่ยวชาญในการรับมือเป็นที่สุด พวกเขาชมชอบการทำลายจังหวะการบุกของคู่ต่อสู้ ทื่อทลายพลังทำลายล้างและหลอกล่อให้ศัตรูอ่อนแรง จนกระทั่งมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบทสามารถหยิบยื่น ‘ดาบสุดท้าย’ (Coup-de-grace) เพื่อปลิดชีพได้อย่างหมดจด
ในมุมมองนี้ การกำจัดมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบทออกไปจากการแข่งขันก่อนที่พวกเขาจะไปถึงยานสตาร์ไลท์ เมกะโลดอน (Starlight Megalodon) จึงเริ่มดูสมเหตุสมผลมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมองจากภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น พันธมิตรระหว่างแฟลกแรนท์ วานดัล และลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์นั้น อวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง หากอยู่เพียงลำพัง พวกเขาต่างขาดกำลังที่จะแข่งขันกับขุมกำลังอื่น มีเพียงการผนึกกำลังกันเท่านั้นที่ทำให้พวกเขาได้รับฐานที่มั่นที่จำเป็นต่อการคว้าชัยในเกมนี้
บางทีเหล่าวานดัลอาจจะสามารถข่มขวัญกองกำลังอื่นได้หากพวกเขานำกองกำลังมาครบจำนวน ทว่าลำพังกองกำลังเฉพาะกิจเวิร์ลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถข่มขวัญคู่แข่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาไม่มีโอกาสได้เติมเต็มเหล่านักบินเมชาที่ล่วงลับไป
"ช่างน่าเศร้าที่ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นกองกำลังสายปล้นชิงเหมือนกัน"
ทว่าสิ่งนี้เองที่เป็นรากฐานของการร่วมมือ ทั้งคู่ต่างไม่แข็งแกร่งพอที่จะประสบความสำเร็จหากปราศจากความช่วยเหลือของกันและกัน มีเพียงการหลอมรวมจุดแข็งเข้าด้วยกันเท่านั้นที่พวกเขาจะสามารถยืนหยัดในเกมอันโหดเหี้ยมนี้ได้
สำหรับศึกที่กำลังจะมาถึง การที่ซอร์ดเมเดนส์ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การต่อสู้ในอวกาศมิได้หมายความว่าพวกนางจะละเลยมันไปเสียทีเดียว หากปราศจากกำลังรบทางอวกาศที่เพียงพอ พวกนางย่อมมิอาจแย่งชิงอำนาจเหนือวงโคจรมาจากกองเรือสำรวจได้
สมรรถนะการรบทางอวกาศของพวกนางอาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่สิ่งที่ต่างไปจากวานดัลคือ เหล่าซอร์ดเมเดนส์ได้ฝึกฝนหน่วยจู่โจมยึดยาน (Boarding force) ที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวขึ้นมา การที่พวกนางไม่ตัดเส้นตายของเหยื่อมิได้หมายความว่าพวกนางจะมองข้ามมูลค่าของยานดารา หน่วยจู่โจมที่เปี่ยมความสามารถเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้ายึดยานดาราที่มีมูลค่าสูงโดยไม่เสี่ยงต่อความผิดพลาดใดๆ
เหล่าซอร์ดเมเดนส์หาเงินจากการขายยานที่ยึดมาได้พอๆ กับการขายสมบัติที่ปล้นมา ยานเพียงประเภทเดียวที่พวกนางทิ้งไว้เบื้องหลังคือยานชั้นต่ำที่ผุกร่อนอย่างพวกยานขนส่งสินค้าเก่าๆ หรือยานบรรทุกเมชาที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่
มันยังคงดูแปลกประหลาดสำหรับผมที่กลุ่มลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์จงใจสร้างหน่วยจู่โจมระดับชนชั้นนำในขณะที่กลับละเลยเมชาสายอวกาศของตนเองไปบ้าง มันฟังดูไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของพวกนางเอาเสียเลย
เหนือสิ่งอื่นใด การจะยึดยานให้ได้ในสภาพที่สมบูรณ์นั้นต้องใช้ความพยายามมากกว่าการสอยมันให้ร่วงจากฟากฟ้าหลายเท่าตัวนัก
ผมยักไหล่ "ช่างเถอะ เดี๋ยวเราก็คงจะได้พบกันแล้ว ตอนนั้นผมคงจะได้รู้ความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้เอง"
ผมไม่อาจลืมได้ว่าลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์นั้นมีผู้หนุนหลัง ผมยังไม่สามารถขุดคุ้ยข้อมูลที่แม่นยำเกี่ยวกับขุมอำนาจเบื้องหลังได้ นอกเหนือจากความจริงที่ว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายสายกลาง (Moderate faction)
การเมืองของเรนัลด์นั้นค่อนข้างสุดโต่ง ฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะขยายอิทธิพลของตนในกลุ่มดาวโกโมโด และพวกเขาไม่เกี่ยงที่จะใช้กำลัง พวกเขาต้องการผลักดันพันธมิตรใบไม้เยือกแข็ง (Frozen Leaf Alliance) จากการเป็นเพียงพันธมิตรเพื่อการป้องกัน ให้กลายเป็นสหภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อที่จะได้แผ่อิทธิพลไปทั่ว
ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนการรักษาสถานะเดิมไว้ "หากมันยังไม่พัง ก็อย่าไปซ่อมมัน" นี่คือแก่นแท้ของคติพจน์ของพวกเขา พวกเขาพึงพอใจกับข้อเท็จจริงที่ว่าสาธารณรัฐเรนัลด์ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าอย่างไม่เป็นทางการและมีจุดยืนที่มั่นคงของตนเอง
ไม่ใช่ทุกคนในกองทัพที่จะเข้าข้างฝ่ายก้าวร้าว และไม่ใช่พ่อค้าทุกคนที่จะเชื่อว่าสาธารณรัฐเรนัลด์จะสามารถรักษาความปลอดภัยไว้ได้ตลอดไป
ลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์ คือเครื่องมือที่ช่วยแผ่ขยายอิทธิพลของฝ่ายสายกลางไปยังเขตชายแดน หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด เหล่าซอร์ดเมเดนส์ก็ยังสามารถนำพาผู้หนุนหลังหลบหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือศัตรูได้หากสาธารณรัฐเรนัลด์ล่มสลายลง
ในบริบทนี้ ลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์จึงดูไม่เหมือนโจรสลัด แต่ดูเหมือนสายลับข่าวกรองที่เสแสร้งเป็นโจรสลัดมากกว่า บางทีงบประมาณของพวกนางอาจขึ้นอยู่กับของที่ปล้นมาได้จริงๆ แต่ผมสังเกตเห็นว่าซอร์ดเมเดนส์มีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าที่บันทึกตื้นๆ เหล่านั้นเปิดเผยออกมา
เกือบทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องในเกมนี้ต่างมีผู้หนุนหลังคอยค้ำจุน มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่กระหายที่จะครอบครองสารต่ออายุขัยขนาดนั้น
หากไม่ใช่เพื่อตนเอง แล้วจะมาร่วมแข่งขันตั้งแต่แรกทำไม? ทรัพย์สินชิ้นนี้มันร้อนแรงเกินกว่าจะนำไปขายต่อให้คนอื่น
เท่าที่ผมรวบรวมข้อมูลได้จนถึงตอนนี้ มี ‘ผู้เล่น’ อย่างน้อยสี่รายที่กำลังขับเคี่ยวกันในเกมนี้
รายที่หนึ่ง ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสาธารณรัฐแห่งแสง (Bright Republic) บุคคลผู้นั้นกุมอำนาจมากพอที่จะบงการเหล่าวานดัลได้
ผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังมาสเตอร์ส ออฟ คอมแบท ต้องเป็นชาวเวเซียน แม้จะไม่จำเป็นต้องเป็นชาวเวนิจซัน (Venidsan) ก็ตาม
ผู้เล่นที่พึ่งพากลุ่มลีเดีย ซอร์ดเมเดนส์ ต้องเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายสายกลางในสาธารณรัฐเรนัลด์
ส่วนตัวตนของผู้เล่นรายที่สี่นั้นช่างลึกลับที่สุด บุคคลผู้นี้มีความเชื่อมโยงกับเหล่าผู้ก่อการร้ายที่เนรมิตให้ฮาร์เกนเซน I กลายเป็นขุมนรกบนดิน นี่คือผู้เล่นที่หนามยอกอกที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนประเภทที่ไร้ซึ่งคุณธรรมและศีลธรรมมากที่สุดเกินกว่าใครจะหยั่งถึง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.