Chapter 1400
1400 / 2354
8 min read
Chapter 1400 Training With Liya
Published Apr 5, 2026, 01:24 AM
บทที่ 1400 การฝึกซ้อมกับลีย่า
หลังจากสมาชิกสำนักสยบมารอิ่มหนำกับมื้อเช้าฝีมือการรังสรรค์ของเหมยเฟิ่ง พวกเขาก็มุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาเกลียวมังกรเพื่อเริ่มต้นการฝึกฝนอีกวันภายใต้การดูแลของท่านเจ้าเมืองและลีย่า ทว่าในวันนี้กลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน—ใครบางคนที่ยังไม่เคยย่างกรายมายังสนามฝึกแห่งนี้มาก่อน
“ปกติแล้วพวกคุณฝึกซ้อมกันแบบไหนหรือ?” หยวนเอ่ยถามพลางก้าวเดินไปพร้อมกับทุกคน
“ช่วงแรกพวกเราทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเร่งระดับการบ่มเพาะครับ แต่พอถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณ พวกเราก็เปลี่ยนมาเน้นการทำให้รากฐานพลังมั่นคง ส่วนทุกวันนี้... เวลาเกือบทั้งหมดของพวกเราหมดไปกับการประลองกับผู้จัดการครับ” สื่อหลางเป็นตัวแทนตอบ
“พวกคุณประลองกับลีย่าอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่ท่านเจ้าเมืองหรอกหรือ?” หยวนได้รับรู้ข้อมูลใหม่
“จะไหวได้ยังไงกันคะ ถ้าสู้กับท่านเจ้าเมือง พวกเราคงอยู่ได้ไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ อีกอย่างผู้จัดการเองก็แข็งแกร่งมาก พวกเราแทบจะทำอะไรนางไม่ได้เลย ต่อให้รุมเข้าไปพร้อมกันหมดทุกคนก็ตาม” หวังปิงปิงทอดถอนใจ
หยวนยกยิ้มบาง “ผมเริ่มตั้งตารอที่จะได้ประลองกับนางแล้วสิ”
เมื่อมาถึงยอดเขาอันสูงเสียดเมฆ ลีย่ายืนนิ่งสงบรอคอยพวกเขาอยู่บริเวณหน้าทางเข้าเขตอาคม เรียวคิ้วของนางกระตุกวูบยามเหลือบเห็นหยวนเดินปะปนมากับกลุ่มคน แม้นางจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาน่าจะปรากฏตัวในเร็ววัน แต่การได้เห็นเขามาพร้อมกับคนอื่นๆ เช่นนี้ยังคงให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดอยู่ดี
ทันทีที่ทุกคนมาถึงจุดสูงสุดของยอดเขา ลีย่าก็เริ่มบททดสอบทันทีโดยไม่รีรอ “ใครจะเริ่มเป็นคนแรก?”
หวังหมิงชูมือขึ้นสูง
“เข้ามา” ลีย่ากวักมือเรียกเป็นสัญญาณ
พื้นที่บนยอดเขานั้นกว้างขวางและว่างเปล่า ผิวหน้าดินราบเรียบราวกับถูกตัดพรมด้วยใบมีด ทำให้มันกลายเป็นลานประลองและสนามฝึกซ้อมที่สมบูรณ์แบบ ทั้งยังไร้ซึ่งสิ่งปลูกสร้างใดๆ ให้ต้องกังวล พวกเขาจึงสามารถปลดปล่อยพละกำลังทั้งหมดออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น หวังหมิงพุ่งทะยานเข้าหาลีย่าพร้อมอาวุธคู่กายในมือ ในขณะที่ลีย่าเผชิญหน้ากับเขาด้วยเพียงหมัดเปล่าอันเรียบเนียน
“ฮ่าห์!”
“...”
ในช่วงนาทีแรกๆ ลีย่าไม่ได้จู่โจมกลับแม้แต่น้อย นางเพียงขยับกายหลบหลีกและปัดป้องคมอาวุธของหวังหมิงด้วยท่วงท่าที่พริ้วไหวราวกับสายน้ำ
ห้านาทีผ่านไปโดยที่หวังหมิงไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้แก่นางได้ ลีย่าจึงเริ่มชี้จุดบกพร่องของเขาพลางปล่อยหมัดสวนกลับไป ทว่าแตกต่างจากหวังหมิง เพราะทุกท่วงท่าที่ลีย่าจู่โจมล้วนพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำและไร้ความปราณี
ลีย่านั้นมีระดับการบ่มเพาะถึงขั้นขุนพลวิญญาณระดับสูงสุด ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์เมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนพลังปราณวิญญาณเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ระดับพลังของนางหาใช่ประเด็นสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ เพราะนางรับมือหวังหมิงโดยไม่ได้ใช้พลังปราณวิญญาณเลยแม้แต่น้อย
ด้วยสายเลือดแห่งมังกรในร่างจริง ลีย่าครอบครองพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด หากนางต้องใช้ระดับพลังการบ่มเพาะควบคู่ไปกับความแข็งแกร่งทางกายภาพอีก มันคงเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุไปมากนัก
ใช้เวลาเพียงไม่นาน หวังหมิงก็ลงไปกองกับพื้น สิ้นท่าพ่ายแพ้ให้แก่ลีย่าอย่างหมดรูป
“คนต่อไป” ลีย่าเอ่ยเรียกผู้ท้าชิงคนถัดไปโดยไม่คิดจะหยุดพักหายใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว
สมาชิกสำนักสยบมารดาหน้าเข้าต่อสู้กับลีย่าคนแล้วคนเล่า แต่นางก็ยังคงดูสงบนิ่งและผ่อนคลาย ราวกับว่าการต่อสู้เหล่านี้เป็นเพียงการยืดเส้นยืดสายเบาๆ เท่านั้น
ลีย่าจงใจเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สู้กับนางคนละห้านาที แต่กลับไม่มีใครสามารถสร้างรอยตำหนิบนร่างนางได้เลย ยกเว้นเพียงหลี่จินซีที่สามารถเฉียดผิวของนางได้เพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็แลกมาด้วยการต้องงัด ‘วิชาไร้นาม’ ออกมาใช้
เมื่อทุกคนเสร็จสิ้นภารกิจ ลีย่าก็เบนสายตามาทางหยวนแล้วเอ่ยถาม “เจ้ามาที่นี่เพื่อดูเฉยๆ หรือตั้งใจจะร่วมด้วยล่ะ?”
“ผมขอร่วมนิยมด้วยสักหน่อยก็แล้วกันครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจ”
ลีย่าลอบยิ้มเยาะอยู่ในใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางเฝ้าหาโอกาสที่จะ ‘สั่งสอน’ หยวนมานานแล้ว ทว่ากลับถูกท่านเจ้าเมืองคอยเหนี่ยวรั้งไว้ตลอด
หยวนก้าวเดินเข้าไปหานางก่อนถาม “กฎคืออะไรครับ?”
“เจ้าใช้อะไรก็ได้ตามใจชอบ คิดซะว่านี่คือการต่อสู้เสี่ยงตายจริงๆ” นางรีบเอ่ยตัดบท
“คุณไม่อยากพักฟื้นแรงกายสักนาทีหรือครับ?”
“เหอะ! ให้สู้กับพวกนี้อีกสิบโหลข้าก็ยังไม่เสียเหงื่อสักหยด” ลีย่าแค่นเสียงหยัน
หยวนยิ้มกว้าง “ถึงอย่างนั้น ผมก็จะให้เวลาคุณพักสักครู่ เพราะผมอยากจะสู้กับคุณในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด”
“เจ้าคิดว่าเจ้ามีดีพอที่จะดูแคลนข้าอย่างนั้นรึ?! ข้ารอโอกาสที่จะชกหน้าเจ้านับตั้งนานแล้ว!” ลีย่าไม่รับข้อเสนอของหยวน นางระเบิดอารมณ์ออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาเขาในทันที
“ว้าว!”
หยวนประหลาดใจเล็กน้อยกับความเร็วของลีย่าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการต่อสู้ก่อนหน้า ทว่าเขาก็ไม่ได้ตระหนกจนเกินไปนัก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่านางออมมือให้กับคนอื่นๆ มาโดยตลอด
ถึงกระนั้น เขาก็ยังอดทึ่งไม่ได้ว่านางซ่อนเร้นพลังไว้มากขนาดไหน
‘นี่คือพลังเต็มที่ของนางหรือยัง? ไม่สิ... น่าจะแค่ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น’ หยวนคิดในใจพลางเอี้ยวตัวหลบการจู่โจมที่รวดเร็วปานสายฟ้า
ลีย่าไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางรุกไล่ด้วยหมัดที่สอง สาม และสี่ตามมาติดๆ
ทว่าหยวนกลับสามารถหลบหลีกทุกการจู่โจมของลีย่าได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องลงมือตอบโต้แม้แต่ครั้งเดียว สมาชิกสำนักสยบมารต่างมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะภาพที่เห็นในตอนนี้ ดูราวกับลีย่าเป็นฝ่ายที่ถูกหยวน ‘ฝึกสอน’ เสียเอง
“เจ้าทำอะไรอยู่? ทำไมไม่สู้กลับ? หรือว่าเจ้ากำลังล้อเล่นกับข้าอยู่รึไง!” ในที่สุดลีย่าก็หยุดมือพลางตะคอกถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“เปล่าครับ ผมแค่รอให้คุณใช้พลังทั้งหมดออกมาต่างหาก” เขาเอ่ยเรียบๆ
“พลังทั้งหมดของข้าอย่างนั้นรึ? เจ้าอยากตายนักหรือไง!” ลีย่ายังคงขมวดคิ้วแน่น
หยวนตบหน้าอกตัวเองเบาๆ พลางหัวเราะร่า “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ เพราะคุณฆ่าผมไม่ได้อยู่แล้ว”
ลีย่าขบฟันกรอดกับคำพูดโอหังนั่น นางระเบิดระดับการบ่มเพาะออกมาในทันที แรงกดดันอันหนักอึ้งแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนคนอื่นๆ ถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
“นางซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้มากขนาดนี้เชียวหรือ!” ซีมู่หรงโพล่งออกมาด้วยความตกใจ
ถึงแม้ลีย่าจะรู้ดีว่าหยวนจงใจยั่วโทสะเพื่อให้นางเอาจริง แต่นางก็ไม่อาจปล่อยให้เขามาดูหมิ่นเกียรติของนางได้อีกต่อไป
ทว่านางไม่ได้พุ่งเข้าหาหยวนในทันที ราวกับกำลังรอคอยสัญญาณอะไรบางอย่าง
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งโดยที่ไร้วี่แววการขัดขวางจากท่านเจ้าเมือง ลีย่าก็เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา “ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่มาสามหาวกับข้า!”
นางเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หยวนด้วยพละกำลังเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ โดยคาดการณ์ว่าเขาคงจะหลบมันเหมือนเช่นเคย แต่ผิดคาด... หยวนกลับวาดแขนออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือที่กางออกคว้าจับหมัดนั้นไว้ได้อย่างมั่นคง!
‘บ้าไปแล้ว!’
ลีย่าไม่อาจยั้งมือได้ทัน หมัดของนางกระแทกเข้ากับฝ่ามือของหยวนเต็มแรง นางหวังจะเห็นเขากระเด็นไปไกล ทว่าเขากลับยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ทั้งยังกำหมัดของนางเอาไว้แน่น ทำลายความเชื่อมั่นของนางลงอย่างย่อยยับ
“ไม่เลว... ทีนี้ตาผมบ้างล่ะนะ” หยวนพึมพำเสียงแผ่ว
เมื่อหยวนยกแขนอีกข้างขึ้นและง้างไปข้างหลัง ลีย่าก็กระโดดถอยร่นออกมาตามสัญชาตญาณเพื่อทิ้งระยะห่างจากเขาในทันที
นางจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เหงื่อกาฬซึมโทรมแผ่นหลังจนเย็นเยียบ
‘มนุษย์อย่างเขาไปเอาพละกำลังมหาศาลปานสัตว์ประหลาดมาจากไหนกัน!’ นางแผดร้องอยู่ในใจ
จากการปะทะเพียงครั้งเดียวนั้น ลีย่าตระหนักได้ทันทีว่าหยวนซ่อนเร้นความแข็งแกร่งอันยากจะหยั่งถึงเอาไว้ในร่างกาย นางไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยว่าเหตุใดมนุษย์คนหนึ่งถึงได้มีพละกำลังตามธรรมชาติที่ทัดเทียมได้แม้กระทั่งมังกรเช่นนี้
ทางด้านหยวน เขาใช้แรงปะทะอันน่าครั่นคร้ามของลีย่าเพื่อทดสอบสภาพร่างกายของตนในขณะนี้ เขาสัมผัสได้ว่า ‘กายาเซียนทองคำ’ ได้ส่งผ่านพลังมายังร่างจริงของเขาแล้ว แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
หยวนเมินเฉยต่อความรู้สึกซ่านเสียวในร่างกาย เขาจ้องมองแขนที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากการรับหมัดของลีย่า ก่อนจะพึมพำเบาๆ กับตัวเองว่า
“แค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เองงั้นหรือ...”
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


