Chapter 7
8 / 552
9 min read
Chapter 7
Published Apr 7, 2026, 01:29 PM
ตอนที่ 2 – ตัวเอก (2)
**[การคัดเลือกสปอนเซอร์สิ้นสุดลงแล้ว]**
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ทอดสายตามองข้อความโปร่งแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
**[กลุ่มดาวบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการตัดสินใจของคุณ]**
ใช่แล้ว... ของจริงมันเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก
**[กลุ่มดาว ‘มังกรเพลิงทมิฬแห่งอเวจี’ ขุ่นเคืองอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของคุณ]**
**[กลุ่มดาวในสังกัด ‘เมฆาทมิฬ’ ต่างสั่นคลอนด้วยโทสะของมังกรเพลิงทมิฬแห่งอเวจี คุณจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มดาวในสังกัดเมฆาทมิฬไปอีกสักระยะหนึ่ง]**
ฉันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว การที่สมาชิกทั้งหมดในกลุ่มหันหลังให้เพียงเพราะเขาถูกปฏิเสธ... ดูเหมือนเจ้านี่จะเป็นสปอนเซอร์ของ ‘คิมนัมอุน’ ในเนื้อเรื่องต้นฉบับจริงๆ สมกับที่เป็นร่างอวตารของกลุ่มดาวนี้ไม่มีผิด
**[กลุ่มดาว ‘อัครเทวทูตผู้พิพากษาเปลวเพลิง’ รู้สึกผิดหวังในตัวคุณ]**
**[เธอจะยังคงเฝ้าจับตาดูความยุติธรรมของคุณต่อไปอย่างใกล้ชิดในอนาคต]**
ในกรณีของอัครเทวทูตอูรีเอลนั้นเป็นเพียงความผิดหวังเบาบาง เพราะโดยปกติแล้วกลุ่มดาวฝ่ายธรรมะจะไม่เกลียดชังใครได้ง่ายๆ เว้นแต่ว่าคนผู้นั้นจะก่อบาปมหันต์ที่ขัดต่อมโนธรรมอย่างรุนแรง
**[กลุ่มดาว ‘นักวางแผนผู้ลึกลับ’ รู้สึกสนใจในการตัดสินใจของคุณ]**
**[คุณได้รับเงินสนับสนุน 200 เหรียญ]**
ทว่ากรณีของ ‘นักวางแผนผู้ลึกลับ’ นั้นกลับผิดคาด หากพิจารณาจากฉายาแล้ว เขาอาจจะเล็งเห็นคุณค่าในความระแวดระวังและรอบคอบของฉันก็เป็นได้
**[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ สนใจในการตัดสินใจของคุณ]**
และยังมี ‘มหาปราชญ์ผู้เสมอฟ้า’ อีกตน...
ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ หรือว่าฉันจะเลือกผิด? ฉันไม่อาจล่วงรู้ได้เลย บางทีฉันอาจจะเพิ่งโยนโอกาสทองที่วางอยู่ตรงหน้าทิ้งไปเสียแล้ว
**[คุณไม่ได้เลือกสปอนเซอร์]**
แต่การเลือกกลุ่มดาวใดกลุ่มดาวหนึ่ง ย่อมหมายถึงการถูกตีกรอบจำกัดไว้ด้วยศักยภาพของกลุ่มดาวนั้น สัญญาจ้างสปอนเซอร์ไม่เคยเป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมมาแต่ไหนแต่ไร
ฉันจะเอาชีวิตรอด... แต่จะไม่ยอมอยู่รอดในฐานะ ‘ของเล่น’ ของพวกมันเด็ดขาด และหากสิ่งที่ฉันคาดการณ์ไว้ถูกต้องละก็ มันยังมีหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพากลุ่มดาว บางทีมันอาจจะเป็นหนทางที่ทำให้ฉันก้าวข้ามร่างอวตารของสปอนเซอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ด้วยซ้ำ
“ฮะๆ นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย... มีตัวเลือกที่น่าสนใจโผล่มาหนึ่งคนงั้นเหรอ? เอาเถอะ ยังมีโอกาสหน้าอีก”
นัยน์ตารูปพระจันทร์เสี้ยวของท็อกแกบีจับจ้องมาที่ฉันครู่หนึ่ง
“เอาละ เอาละ ทุกคนเลือกเสร็จสิ้นกันหมดแล้ว พักผ่อนกันที่นี่ไปก่อนนะ ข้าต้องไปเตรียมการสำหรับสถานการณ์ต่อไป แล้วเจอกันในอีก 10 นาที!”
เมื่อการคัดเลือกสปอนเซอร์สิ้นสุดลง ร่างของท็อกแกบีก็เลือนหายไป มันบอกให้พวกเราพักผ่อน แต่ความจริงแล้ว 10 นาทีนี้แหละคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
ภายใน 10 นาทีนี้ ฉันต้องวิเคราะห์สถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับบททดสอบถัดไป ฉันพยายามทบทวนความสามารถที่มีอยู่ในหัว
**[รายชื่อตัวละคร]** และ **[มุมมองคนอ่านพระเจ้า]**
แม้จะยังไม่รู้ลึกถึงวิธีใช้ที่แน่ชัด แต่ฉันพอก็จะจับจุดเด่นของทักษะเหล่านี้ได้บ้าง มันต้องไปได้สวยสิ
“ทุกคน มารวมตัวกันตรงนี้หน่อยครับ”
ผู้รอดชีวิตที่เหลือเริ่มเดินเข้ามาตามคำเรียกของฉัน คนแรกที่ยื่นมือออกมาหาคืออีฮยอนซอง
“สวัสดีครับ ผมชื่ออีฮยอนซอง”
“คิมดกจาครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ... แม้จะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์แบบนี้ควรใช้คำนั้นหรือเปล่า อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้า ผมเป็นทหาร... อ่า จะบอกว่า ‘เคย’ เป็นทหารน่าจะถูกกว่า”
“ติดต่อหน่วยไม่ได้เลยเหรอครับ?”
“...ครับ”
แรงบีบที่มือของเขานั้นมหาศาล สมกับที่เป็น ‘แทงเกอร์’ ผู้โดดเด่นในช่วงต้นของนิยาย ‘หนทางเอาชีวิตรอด’
ฉันต้องพาอีฮยอนซองไปด้วยให้ได้ แม้ตอนนี้เขาจะยังดูไม่มีอะไรพิเศษ แต่ในเนื้อเรื่องช่วงหลัง อีฮยอนซองจะเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งยวด
“เอ่อ คุณดกจาครับ”
“ครับ?”
“ผมอยากจะขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณดกจา พวกเราคงตายกันหมดแล้ว”
“ไม่หรอกครับ ไม่ถึงขนาดนั้น”
“ต่อให้ผมรอดมาได้ ผมก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่อย่างเป็นผู้เป็นคนได้อีก ขอบคุณมากจริงๆ ครับ และ... ผมรู้สึกละอายใจเหลือเกิน”
อีฮยอนซองก้มหัวให้ฉันอย่างนอบน้อม ในใจของฉันกลับรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ฉันไม่ทำอะไรเลย อีฮยอนซองก็เป็นคนหนึ่งที่เอาตัวรอดได้อยู่ดี
ทันใดนั้น มือหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของฉัน
“ฮ่าๆ พนักงานชั่วคราวของเราทำเรื่องใหญ่ลงไปซะแล้วสิ คุณดกจา จำชื่อผมได้ใช่ไหม?”
ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ฉันปัดมือนั้นออกจากไหล่ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“จำได้ครับ คุณฮันมยองโอ”
“หือ? คุณฮันมยองโอ? เธอควรจะเรียกฉันว่าท่านหัวหน้าแผนกสิ!”
ฮันมยองโอยังคงพยายามใช้อำนาจบาตรใหญ่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาคือราชาแห่งลัทธิบ้าอำนาจในบริษัทมิโนซอฟต์อย่างแท้จริง
“ที่นี่ไม่ใช่บริษัทนะครับ”
“เหอะ ดูพูดเข้าสิ นี่คิดจะโดดงานหรือไง? ไปเรียนรู้มารยาทพื้นฐานมาจากไหนกันฮะ!”
เมื่อได้เห็นใบหน้าที่เกรี้ยวกราดของฮันมยองโอ ฉันก็ตระหนักได้อีกครั้งว่าโลกใบเดิมที่ฉันเคยรู้จักได้พังทลายลงแล้ว
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ ‘ผู้ล่า’ ในโลกก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มขึ้น และฉันก็เป็นเพียง ‘เหยื่อ’ ของเขา มันเคยเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ไม่ว่าจะคิดยังไง การกระทำของเธอมันก็เกินไปหน่อยนะ จริงไหม? ถ้าเธอมีแมลงอยู่กับตัวก็ควรจะแบ่งให้ฉันบ้างสิ ทำไมต้องขว้างพวกมันทิ้งไปแบบนั้นด้วย?”
“...”
“ดกจา เธอต้องทำดีกับฉันไว้นะ สัญญาจ้างงานของเธอเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กันเชียว?”
จู่ๆ เรื่องทั้งหมดมันก็น่าขำสิ้นดี ในโลกที่ฉันเคยอาศัยอยู่ ฉันน่ะมันช่างอ่อนแอเหลือเกิน
“คุณฮันมยองโอครับ”
“หือ?”
**“หุบปากซะ”**
“วะ-ว่าไงนะ?”
“นี่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกเหรอ? เมื่อกี้โดนเจ้านั่นซัดเข้าไปยังไม่จำหรือไง? มิโนซอฟต์เหรอ? คิดว่าบริษัทนั่นยังมีตัวตนอยู่อีกเหรอ ในเมื่อโลกมันถึงจุดจบไปแล้วน่ะ!”
ใบหน้าของฮันมยองโอซีดเผือดและตื่นตระหนก
ฉันเบือนสายตาไปยังคนอื่นๆ ในเมื่อพูดออกมาแล้ว ก็ควรจะทำให้ทุกคนตาสว่างเสียที
“ไม่ใช่แค่คุณฮันมยองโอเท่านั้น ทุกคนครับ ตื่นจากฝันได้แล้ว อย่างที่ท็อกแกบีนั่นบอก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”
“...”
“ผมคิดว่าทุกคนคงพอจะสังเกตเห็นแล้ว ทักษะเฉพาะตัวในหน้าต่างสถานะ อินเทอร์เฟซที่เหมือนกับเกม มีใครที่นี่ยังดูไม่ออกอีกไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น?”
แน่นอนว่าไม่มีใครยกมือขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว เกาหลีใต้นั้นเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย ด้วยอัตราการใช้สมาร์ทโฟนที่สูงลิ่ว จึงไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านหูผ่านตากับเกมแนว RPG มาก่อน
หรือต่อให้ไม่เล่นเกม พวกเขาก็ต้องเคยอ่านนิยายแฟนตาซีมาบ้างสักครั้งในชีวิต
อีฮยอนซองทอดถอนใจ
“มันเหมือนกับนิยายที่ผมเคยอ่านตอนเข้าเวรเลยครับ แต่มันยังรู้สึกไม่จริงอยู่ดี... นี่ไม่ใช่ความฝันจริงๆ ใช่ไหม?”
“นี่คือความจริงครับ”
คำตอบที่หนักแน่นของฉันทำให้นัยน์ตาของอีฮยอนซองสั่นไหวเล็กน้อย
**[ตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เริ่มมีความรู้สึกเชื่อใจในตัวคุณเลือนลาง]**
**[ระดับความเข้าใจในตัวละคร ‘อีฮยอนซอง’ เพิ่มสูงขึ้น]**
อีฮยอนซองพยักหน้า
“ดีครับที่คนยืนยันชัดเจนแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงกันต่อดี? คุณดกจามีความเห็นไหมครับ?”
“เราต้องออกไปจากที่นี่ครับ”
ฉันตอบโดยไม่ลังเล
“อะ-ออกไปงั้นเหรอ? บ้าไปแล้วหรือไง!”
“คุณดกจาคะ ฉันคิดว่า...”
คราวนี้ยูซังอาแย้งขึ้นมา ดูเหมือนทุกคนจะยังหวาดกลัวเกินกว่าจะก้าวออกไป
“แล้วเราจะติดอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหนล่ะครับ?”
ตามความจริงแล้ว เหตุผลของฉันดูจะไม่สมเหตุสมผลนัก เพราะด้านนอกนั่นมันคือแดนสวรรค์ของพวกสัตว์ประหลาดดีๆ นี่เอง แต่ฉันรู้ดี... ว่าตอนนี้เราจำเป็นต้องหนีออกไปให้พ้นจากจุดนี้
“พวกคุณคิดถึงพ่อแม่บ้างหรือเปล่า? คิดว่าในความโกลาหลแบบนี้ พ่อแม่ของพวกคุณจะยังปลอดภัยดีอยู่ไหม?”
“สะ-สัญญาณโทรศัพท์มันตัดไปนานแล้วค่ะ ข้อความคาเกาทอล์คก็ส่งไม่ได้...” ยูซังอาคร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง
ความเป็นกตัญญูญูกตเวทียังคงฝังรากลึกในสังคมเกาหลี สีหน้าของอีฮยอนซองและฮันมยองโอมืดครึ้มลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘พ่อแม่’
ฉันกระชับมือบนไหล่ของอีคิลยองที่ยังคงก้มหน้าเงียบ คนแรกที่ลุกขึ้นยืนคือยูซังอา
“ไปค่ะ ฉันจะออกไป”
“มะ-ไม่นะ! ไม่ได้ยินที่เจ้านั่นบอกเหรอ? ให้พักอยู่ที่นี่ไง! ถ้าเราขยับตัวล่ะก็ หัวพวกเราได้ระเบิดแน่!”
“เรามาใช้มติเสียงข้างมากกันเถอะครับ”
ยูซังอาชูมือขึ้นเป็นคนแรก ตามด้วยฉันและอีคิลยอง แต่มันก็สิ้นสุดลงแค่นั้น
“...ผมต้องกลับไปที่ค่ายทหาร แต่สถานการณ์แบบนี้การเคลื่อนย้ายดูจะอันตรายเกินไป แถมยังมีคำเตือนนั่นอีก”
“บัดซบ! พวกแกอยากไปก็ไปกันเองสิ! ฉันไม่ไป! ฉันไม่ออกไปข้างนอกนั่นเด็ดขาด!”
ฉันไม่ได้ใส่ใจฮันมยองโอหรอก แต่ปัญหาคืออีฮยอนซอง ฉันต้องพาเขาไปด้วยให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
**ตึง!**
เสียงกระแทกแผ่นเหล็กหนาหนักดังสนั่นหวั่นไหว ประตูเหล็กเชื่อมต่อโบกี้ 3707 เริ่มบิดเบี้ยวเสียรูปทรง
“อะ-อะไรน่ะ!”
เสียงอุทานของฮันมยองโอถูกเมินเฉย เมื่อเสียงกระแทกดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
**ตึง!**
ใครบางคนกำลังพยายามพังประตูเข้ามาจากอีกฝั่ง นี่เป็นสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ฉันต้องเร่งใช้ความคิด
หรือจะเป็นสถานการณ์ถัดไป? ไม่สิ ท็อกแกบียังไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้น...
สมองของฉันเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง มวลความเย็นเยียบแล่นพ่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง... เจ้านั่น
“เกิดอะไรขึ้น? ทุกคนไปช่วยกันยันประตูไว้สิ!”
ฮันมยองโอตะโกนก้องพลางวิ่งไปที่ประตู อีฮยอนซองกำลังจะขยับตามแต่ฉันคว้าตัวเขาไว้ก่อน
“ขวางมันไว้ไม่ได้หรอกครับ”
“เอ๊ะ?”
“เราต้องไปแล้ว”
ฉันจ้องมองไปที่ประตูเหล็กด้วยสายตาเคร่งเครียด
“หา? แต่ว่า...”
“ถ้าเราไม่ไปตอนนี้ละก็—”
ในฐานะผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของโบกี้ 3707... ฉันรู้ดีว่าใครที่กำลังยืนอยู่อีกฟากของประตูเหล็กนั่น
“พวกเราทุกคนได้ตายกันหมดแนีก่อนที่สถานการณ์ต่อไปจะมาถึง”
ใช่แล้ว... ในที่สุดเจ้านั่นก็มาถึงเสียที ‘พระเอก’ ตัวจริงของเรื่องราวนี้
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.