ตอนที่ 1165
1165 / 1340
อ่าน 7 นาที
Chapter 1165, Peak Showdown
เผยแพร่เมื่อ 8 เม.ย. 2569 14:31
### บทที่ 1166: ศึกตัดสิน ณ จุดสูงสุด
**ผู้แปล:** StarReader
**บรรณาธิการ:** CutieBinkie
**พิสูจน์อักษร:** Papatonks
*ฮู้ว...*
ความเงียบงันที่กดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่พัดผ่านเส้นผมสีขาวโพลนของชายชราเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท บนลานประหารนั้นไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีเสียงปะทะ แม้แต่กลุ่มของตันชิงเสินทั้งสามก็หยุดนิ่งงัน
ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังร่างของชายชราที่ดูองอาจดั่งเทพเจ้า ดวงตาของเขาคมกริบและแผ่รังสีสังหารที่เยือกเย็นออกมา
เพียงชั่วพริบตาเดียว เหล่าธรรมราชาและทูตทั้งสองก็ถูกสยบลงกับพื้นด้วยบาดแผลฉกรรจ์
*[จงดูอานุภาพของกระบี่ไร้พ่าย! เขาคือประจักษ์พยานแห่งความอมตะที่จักรวรรดิกระบี่ดาราจะไม่มีวันล่มสลาย!]*
เหล่าทหารของจักรวรรดิต่างเต็มไปด้วยความศรัทธาและความยำเกรง ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างมองว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด หลินอวิ๋นเทียนถึงกับรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งในใจ
*[ข้าคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่ไว้ชีวิตไอ้ตัวประหลาดบ้าคลั่งคนนี้ในตอนนั้น!]*
ความเสียดายมักมาเยือนเสมอหลังจากสายเกินไป
“ฮ่าๆๆ...”
ไป่หลี่จิงเว่ยหัวเราะร่าพลางก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางลำพองใจ “พ่อบ้านจั๋ว เจ้าแพ้แล้ว! แม้ท่านบรรพชนจะไม่ได้ปรากฏตัวมาตลอดศตวรรษ แต่เขายังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่เขายังอยู่ จักรวรรดิจะยืนยงชั่วนิรันดร์ วันนี้เจ้าจะต้องเป็นคนที่ต้องดับสูญไปพร้อมกับพวกคนทรยศทั้งหลายที่ร่วมหัวจมท้ายกับเจ้า แผนการร้อยปีของเจ้าจบสิ้นลงแล้ว!”
*โฮก~!*
เหล่าทหารแผดเสียงคำรามด้วยความฮึกเหิมและตื่นเต้น สัญลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิคือเทพเจ้าของพวกเขา... กระบี่ไร้พ่าย! เหล่าราชากระบี่อาจพ่ายแพ้ได้ แต่ไม่ใช่เขา!
ไป่หลี่อวี้อวี่มองจั๋วฟานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล กำปั้นของนางสั่นเทา
นางไม่รู้ว่าเขาเอาตัวรอดจากบรรพชนมาได้อย่างไรในคราวก่อน แต่ในตอนนี้ยอดฝีมือทั้งเจ็ดของเขาล้วนกองอยู่กับพื้น แล้วเขาจะรับมือกับชายชราผู้นี้ได้อย่างไร?
ทว่า จั๋วฟานกลับเพิกเฉยต่อความสับสน ความกังวล และความปิติยินดีรอบข้าง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินตรงไปยังกระบี่ไร้พ่าย
“ท่านอัครมหาเสนาบดีไป่ ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่า แผนการของข้าถูกวางไว้เพื่อควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหวของพวกเจ้า และหากเจ้าถามว่าทำไม... ฮ่าๆๆ ก็เพื่อให้ข้าได้เตรียมตัวเข้าสู่ศึกตัดสินครั้งสุดท้ายอย่างไรเล่า”
จั๋วฟานเหยียดยิ้ม มือของเขาพลันปรากฏแสงสีดำวับวาว ก่อนที่ดาบมืดจะถูกดึงออกมา ปลายดาบอาบไปด้วยแสงสี่สีที่น่าสะพรึงกลัว ก่อนจะพุ่งเข้าหาไป่หลี่อวี้เทียน
“ปกป้องทุกคนไว้!”
“รับทราบ!”
กลุ่มของตันชิงเสินทุ่มสุดกำลังเพื่อคุ้มครองนักโทษให้ปลอดภัย
*เคร้ง!*
เป็นครั้งแรกที่ไป่หลี่อวี้เทียนชักกระบี่เทวะสายฟ้าออกมา ร่างของเขากลายเป็นประกายแสงสีม่วงพุ่งเข้าหาจั๋วฟาน
สีดำและสีม่วงเข้าปะทะกัน กระบี่ทั้งสองเล่มขัดขากันจนเกิดประกายไฟรุนแรง
*ตู้ม!*
คลื่นพลังกระแทกทำให้ผืนดินสั่นสะเทือนและท้องฟ้าระลอกไหว ตามมาด้วยพายุคลั่งและพายุฝุ่นที่โหมกระหน่ำ
ไป่หลี่จิงเว่ยและฮ่องเต้รีบก้มหลบแนบพื้น ปล่อยให้ลมมรณะพัดผ่านหลังไป แม้จะยังรู้สึกเจ็บปวด ส่วนเหล่าทหารนั้นกลับร่างระเบิดออกกลายเป็นละอองเลือดและเศษเนื้อ เพิ่มแต้มสีแดงฉานให้กับภาพการนองเลือดที่น่าสยดสยอง
ชีวิตผู้คนกว่าหนึ่งแสนคนดับสูญลงในชั่วพริบตา กลายเป็นซากศพบนพื้นดินโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
คลื่นพลังนี้กวาดล้างไปไกลกว่าพันลี้ เปลี่ยนเมืองหลวงจักรวรรดิให้กลายเป็นเศษซาก
ไป่หลี่จิงเว่ยเงยหน้าขึ้นหลังจากพายุสงบลง สิ่งที่เห็นแทนที่เมืองหลวงอันหรูหรากลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ต่างมองไปรอบๆ ด้วยความช็อก
*[พระเจ้า... นั่นมันพลังอะไรกัน? มันถึงกับราบเป็นหน้ากลองขนาดนี้เชียวหรือ!]*
ทุกคนที่เหลือรอดต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว มีเพียงไป่หลี่จิงเว่ยที่หัวเราะ “เห็นหรือไม่? นี่คือพลังของท่านบรรพชน จั๋วฟาน เจ้าก็เป็นเพียงมดปลวกที่เจ้าเล่ห์ต่อหน้าเขาเท่านั้น!”
เหล่าทหารที่หวาดกลัวเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
*[นี่คือพลังเทวะของท่านบรรพชน เพียงหนึ่งกระบี่ก็ส่งศัตรูทั้งหมดลงนรกได้ เราชนะแล้ว!]*
ไป่หลี่อวี้อวี่พยุงกายขึ้นได้ยินเสียงหัวเราะของไป่หลี่จิงเว่ย หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความกังวลจนแทบบ้า ขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ
*[ไอ้เจ้าเด็กนั่นอยู่ที่ไหน? เขาไม่ควรตาย... แต่ด้วยพลังของบรรพชน...]*
นางเริ่มกระวนกระวายใจยิ่งนัก
“ท่านอัครมหาเสนาบดีไป่ เจ้ากำลังลำพองใจเกินไปแล้ว”
ไป่หลี่จิงเว่ยชะงักงัน จ้องเขม็งผ่านกลุ่มฝุ่นที่กำลังจางลงไปยังแท่นประหารและเหล่านักโทษที่ปลอดภัย
มีเพียงผู้คุ้มกันทั้งสามที่ใบหน้าซีดเผือดและกระอักเลือดออกมา
จั๋วฟานให้พวกเขาเป็นคนรับแรงกระแทกจากพลังนั้น แม้จะรอดมาได้แต่พวกเขาก็บาดเจ็บหนัก
ตันชิงเสินถอนหายใจ “นี่คือพลังของกระบี่ไร้พ่าย แม้ไม่เอาจริงยังทำให้เราบาดเจ็บสาหัสได้ หากรับการโจมตีนั้นตรงๆ พวกเราคงแหลกสลายไปแล้ว ชายชราคนนี้คือสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ”
“นั่นสินะ” อีกสองคนเห็นพ้อง
ไป่หลี่จิงเว่ยแค่นหัวเราะ “แน่นอน เพราะไม่มีใครทนทานต่อพลังเทวะของท่านบรรพชนได้ เจ้าคิดหรือว่าจั๋วฟานจะรับการโจมตีนี้ได้? ฮ่า! ตลกสิ้นดี!”
“ไม่เพียงแค่รับได้ แต่เขาจะชนะด้วย”
ตันชิงเสินเช็ดเลือดออกจากมุมปาก เผยรอยยิ้มกว้าง “ท่านอัครมหาเสนาบดีไป่ ท่านไม่รู้สึกแปลกใจหรือว่า เหตุใดพวกเราที่อยู่กับจักรวรรดิมานับร้อยปี ทรยศบ้านเกิดและโจมตีพวกพ้องตัวเอง จนโลกทั้งใบต้องประณาม แต่สุดท้ายกลับหันหลังให้จักรวรรดิในวินาทีสุดท้าย?”
ไป่หลี่จิงเว่ยจ้องเขาเขม็ง
ตันชิงเสินแสยะยิ้มก่อนตะโกนก้อง “เพราะเราเห็นความหวังในการเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และคนผู้นั้นคือ จั๋วฟาน!”
อีกสองคนพยักหน้าด้วยความแน่วแน่
ไป่หลี่จิงเว่ยใบหน้าบิดเบี้ยว หันขวับกลับไปมองการต่อสู้
*ฮู้ว...*
สายลมพัดฝุ่นจางหายไป เผยให้เห็นชายสองคนที่กำลังต้านกระบี่เทวะเข้าหากัน
ไป่หลี่อวี้เทียนกุมกระบี่พิชิตฟ้าไว้ในมือที่เหี่ยวย่นแต่ทรงพลัง ดวงตาของเขาฉายแววตื่นเต้น ในขณะที่จั๋วฟานในชุดขาวเหยียดยิ้ม รับมือกับเขาด้วยดาบมารสีดำที่ส่องแสงประหลาด สีดำและสีขาวตัดกันอย่างโดดเด่น กระบี่ทั้งสองส่งเสียงกรีดร้องเสียดสีจนเกิดประกายไฟกระจายไปทั่ว
ทั้งสองคนอยู่ในระดับที่ทัดเทียมกัน!
“เป็นไปไม่ได้! เขาขวางการโจมตีของท่านบรรพชนได้งั้นหรือ?”
ไป่หลี่จิงเว่ยกรีดร้องออกมาด้วยความตระหนก พลางส่ายหัวเพื่อปฏิเสธความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า “ไม่... ไม่มีใครรับการโจมตีของท่านบรรพชนได้ ไม่มีใครทั้งนั้น...”
ทุกคนรอบข้างต่างตกตะลึง แม้แต่เหล่าราชากระบี่และเหล่าทหาร มีเพียงกลุ่มของตันชิงเสินที่เผยรอยยิ้มออกมา
*[เรารู้อยู่แล้วว่าเจ้าเด็กนี่จะเป็นจุดจบของกระบี่ไร้พ่าย ข้ารู้สึกได้ตั้งแต่วินาทีที่เราสู้กับเขา]*
*[จักรวรรดินี้กำลังจะล่มสลายด้วยมือของเขา]*
“จั๋วฟาน จัดการมันเสีย! แล้วเจ้าจะได้ขึ้นเป็นจุดสูงสุดของโลกนี้!”
จั๋วฟานได้ยินเสียงตะโกนนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาก็ขยายกว้างขึ้น
*[เรื่องนั้นไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้ว]*
*ซ่า...*
แขนกิเลนลุกโชนด้วยแสงสีแดงฉาน จั๋วฟานเร่งพลังเวทจนถึงขีดสุด ดาบสีดำกดดันกระบี่สีม่วงด้วยพละกำลังมหาศาล ไป่หลี่อวี้เทียนเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนตามมือ แต่กลับถูกต้อนให้ถอยหลังไปทีละก้าว เขายังคงไม่อาจต้านทานแรงกดดันนั้นได้
เขากัดฟันแน่น จ้องมองจั๋วฟานด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยความกระหายในการต่อสู้
*[หนึ่งหมื่นปี... นั่นคือเวลาที่ข้ารอคอยคู่ต่อสู้ที่คู่ควร ศึกตัดสินที่จุดสูงสุดนี้แหละ คือที่ที่ข้าควรอยู่]*
“ฮ่าๆๆ...”
ไป่หลี่อวี้เทียนหัวเราะอย่างปิติ “จั๋วฟาน!”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.