ตอนที่ 88
87 / 165
อ่าน 7 นาที
Chapter 88: Mana And Aura
เผยแพร่เมื่อ 21 มี.ค. 2569 16:37
บทที่ 88: มานา และออร่า
“งั้นนี่ก็คือปลาศักดิ์สิทธิ์สินะ?” อาเซลถาม พลางหรี่ตาเมื่อเอื้อมมือไปทางผิวน้ำที่มีปลาตัวมหึมาว่ายผ่าน
มันไม่เหมือนสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมาก่อน เกล็ดของมันส่องประกายราวทองหลอมละลาย ทุกการเคลื่อนไหวสะท้อนแสงเป็นลำระยิบระยับไปทั่วผิวน้ำทะเล
ญาลายืนอยู่ไม่ไกล โดยประคองปลาตัวหนึ่งไว้ในสองมืออันบอบบาง ราวกับมันเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องเท่านั้น
เจ้าปลาขยับดิ้นเบา ๆ ส่งแสงเรืองอ่อน ก่อนที่นางจะปล่อยมันกลับลงสู่ผืนน้ำ
“ใช่” ญาลายืนยัน น้ำเสียงของนางแฝงความเคารพอ่อนโยน ขณะเจ้าสิ่งมีชีวิตสีทองค่อย ๆ หายลับลงไปในความลึก
“ทุกสิ่งในระนาบนี้ล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ อากาศ ผืนดิน น้ำ ทุกชีวิต แม้แต่ปลาตัวนี้ก็ยังมีมันแฝงอยู่ นั่นหมายความว่ามานาที่เธอกำลังดูดซับอยู่ที่นี่... จะปรากฏออกมาได้เพียงเวทศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น”
อาเซลเอียงคอเล็กน้อย ขณะที่ระลอกคลื่นสัมผัสไหล่ของเขา เขาใช้มือพยุงตัวในน้ำอยู่
คิ้วของเขาขมวดมุ่น ครุ่นคิดตามคำพูดของนาง
“งั้นเธอกำลังบอกว่าฉันใช้เวทแบบอื่นไม่ได้? ใช้ได้แค่เวทศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว?”
“ก็ไม่เชิงนะ” ญาลายิ้มบาง ๆ แล้วยกนิ้วขึ้นราวกับกำลังสอนเขา “ถ้าอยากใช้เวทชนิดอื่น เธอจะต้องสร้างแกนพลังแยกอีกแกนหนึ่งขึ้นมาในตัวเอง จากนั้นก็เติมมันด้วยธาตุนั้นให้เต็มจนกระทั่งมันคงตัว”
อาเซลถอนหายใจเฮือก น้ำกระเซ็นขึ้นตรงมุมปาก “ฮา... ฉันหวังไว้ว่าอย่างน้อยคงไม่ต้องทำมากกว่าหนึ่งแกน”
เขายกมือขึ้นลูบขมับ “สงสัยคงต้องยอมรับมันแบบนี้ล่ะ ถ้าต่อไปฉันจะไปเขตฤดูหนาว งั้นก็คงสร้างแกนน้ำแข็งที่นั่นเลย”
ญาลาเอียงศีรษะอย่างสงสัย “รีบวางแผนล่วงหน้าเชียวนะ ตัดสินใจไว้แล้วหรือ?”
เขาแสยะยิ้ม “ฉันคงไม่ได้ต้องไปเจอเทพธิดาอีกคนในทุกเขตหรอกใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงบ้าสิ้นดี”
เทพธิดาหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะของนางดังกังวานราวระฆังเงินท่ามกลางความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ของชายหาดศักดิ์สิทธิ์
‘ขออย่าให้เขาไปเจอไอซ์เลย ยัยแพศยานั่นจะต้องไม่หยุดจนกว่าจะทำลายความสุขของฉันแน่’
“เอาเถอะ ตอนนี้ไม่สำคัญหรอก” อาเซลเอนหลัง ลอยตัวอยู่เหนือน้ำใสราวผลึก “ลองทดสอบอะไรหน่อย...”
ไม่ทันให้ตั้งตัว เขาปล่อยให้ออร่าไหลสู่ฝ่ามือ
พลังปะทุขึ้นราวพายุ ถูกบีบอัดสะสมอยู่ในมือของเขา จนผิวหนังเริ่มรู้สึกชาขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ฟาดฝ่ามือลงบนผิวน้ำทะเลอย่างรุนแรง
ผลที่เกิดขึ้นรวดเร็วฉับพลัน
น้ำทะเลยกตัวระเบิดเป็นเกลียวคลื่นอันดุเดือด กระจายออกไปรอบด้านพร้อมเสียงคำราม
แรงปะทะรุนแรงเสียจนร่างของอาเซลถูกเหวี่ยงถอยหลัง หมุนคว้างอย่างช่วยตัวเองไม่ได้ ก่อนจะกระแทกจมหายลึกลงไปในคลื่น
หน้าอกของเขาแสบร้อนจากแรงกดดันที่เกิดขึ้นกะทันหัน ขณะที่เขาดันตัวโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้วไอออกมา
เขาจ้องมองมือตัวเองอย่างตกตะลึง “อะไรวะ... ทำไมออร่าฉันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เขาสัมผัสได้ว่าความเป็นเทพกำลังซึมแทรกเข้าไปในออร่าของเขา
นั่นคือสาเหตุของแรงสะท้อนกลับอันรุนแรง
“เฮ้! ญาลา! เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?!” เขาตะโกนพลางกวาดตามองไปรอบบริเวณอย่างลนลาน
“ข้างหลังเธอ”
น้ำเสียงของนางแผ่วผ่านข้างหูราวเสียงกระซิบ ทำเอาอาเซลเกือบจะกระโจนพรวดขึ้นจากทะเล เมื่อหันไปก็พบว่านางกำลังลอยตัวหงายหลังอยู่บนผิวน้ำอย่างสบายใจ และไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
นางถอนหายใจ
“เธอต้องระวังให้มากกว่านี้ ไอ้งั่ง” นางเอ็ด พลางว่ายเข้ามาใกล้
มือของนางยื่นออกมาแล้วจับมือของเขาเอาไว้
สัมผัสของนางอุ่นอย่างน่าประหลาด แม้จะมีน้ำล้อมรอบพวกเขาอยู่ก็ตาม
“เธอกำลังถักเวทศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในออร่าโดยไม่รู้ตัว” นางอธิบายอย่างใจเย็น “ออร่าถูกสร้างมาให้มั่นคง ตั้งอยู่กับร่างกาย แต่พอมีพลังศักดิ์สิทธิ์แทรกเข้าไป... เธอก็เสี่ยงจะเผาผลาญตัวเองจนหมด หรือแย่กว่านั้น”
นางประคองมือของเขายกขึ้น ไล้นิ้วไปตามเส้นเลือดใต้ผิวหนัง
“ออร่ามีอยู่ทั้งในร่างกายและในจิตวิญญาณ มันคือพลังชีวิตของเธอที่ดึงขึ้นมาจากภายใน เธอสามารถถ่ายมันเข้าไปในหมัด เข้าไปในอาวุธ เพื่อเสริมให้แข็งแกร่งและหนักแน่นขึ้น แต่ถ้าจะปล่อยมันออกไปภายนอก เธอก็ต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าเส้นออร่า”
“เส้นออร่า?” อาเซลทวนเสียง คิ้วเลิกขึ้น เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ใช่” ญาลาพยักหน้า
น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไป กลายเป็นจริงจังขึ้น คล้ายกำลังสอนเรื่องวิชาการ “เส้นออร่าคือทางเดินพลัง เป็นเส้นทางเฉพาะของแต่ละคนที่ทำให้พลังออกจากร่างได้โดยไม่ทำลายตัวเองระหว่างทาง ถ้าไม่มีมัน ทุกครั้งที่พยายามปลดปล่อยพลังออกไป เธอก็เสี่ยงจะฉีกตัวเองออกเป็นชิ้น ๆ”
อาเซลครางในลำคอ ครุ่นคิดตามคำอธิบายของนาง
มือของญาลาเคลื่อนอีกครั้ง คราวนี้เลื่อนขึ้นไปวางสูงกว่าเดิมบนท่อนแขนของเขา
เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบา คล้ายเส้นด้ายกำลังถักทออยู่ใต้ผิวหนัง
“ทีนี้ ถ้าออร่าคือส่วนขยายของร่างกาย งั้นมานา...” นางกดแรงลงอีกนิด ดวงตาสีทองจ้องลึกเข้าไปในตาของเขา “...ก็คือส่วนขยายของจิตใจ เวทมนตร์คือความคิดที่ถูกทำให้เป็นจริง เธอเรียกไฟ น้ำแข็ง พายุ ไม่ใช่ด้วยกล้ามเนื้อ แต่ด้วยจินตนาการและการควบคุม”
น้ำเสียงของนางอ่อนลง พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ คลี่อยู่บนริมฝีปาก “บางคนพึ่งคำร่าย บางคนพึ่งสัญลักษณ์ แต่มันไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว เวทมนตร์คือความคิดสร้างสรรค์ เธอจะปั้นมันออกมาได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าจิตใจของเธอไปได้ไกลเท่าไร เส้นมานาเป็นตัวควบคุมเวทในร่างกาย เพราะเธอมีทั้งสองอย่าง ดังนั้นต้องแยกให้ออกระหว่างเส้นพวกนี้”
นางผละออกมา หยดน้ำเกาะตามผิวราวกับไม่ยอมจากไป
จากนั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นางก็พุ่งถอยหลังฉับพลัน
“งั้นต่อไป” นางเย้า เสียงหัวเราะของนางก้องสะท้อนราวกับลอยอยู่ใต้เกลียวคลื่น “มาดูกันว่าเธอจะจับฉันได้ไหม”
ก่อนที่อาเซลจะทันตอบสนอง ทะเลรอบตัวนางก็ปะทุระเบิดขึ้น ขณะที่ญาลาดันตัวพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง
นางว่ายราวกับเกิดมาจากผืนน้ำ ร่างของนางกรีดผ่านกระแสน้ำอย่างงดงามไม่ต่างจากพวกปลาสีทองเหล่านั้น
“ชิ... เร็วชะมัด” อาเซลกัดฟันแน่น เขาหลับตาแล้วรวบรวมออร่ารอบกาย
ครั้งนี้เขาระวังมากขึ้น กำจัดร่องรอยของความศักดิ์สิทธิ์ออกไปก่อนที่มันจะทำให้พลังเสียสมดุล
ร่างของเขาคมชัดขึ้น การเคลื่อนไหวลื่นไหลกว่าเดิม เขาเตะตัวพุ่งตามทางน้ำที่นางทิ้งไว้
ผืนน้ำแหวกออกต่อหน้า ฟองอากาศวนผ่านข้างหู
เขาเร่งความเร็วขึ้นอีก เร็วขึ้นอีก จนปอดร้อนผ่าว สายตาจับจ้องอยู่ที่เงาสีเงินของเส้นผมของนางเบื้องหน้า
‘เขาเรียนรู้เร็ว’ ญาลาคิดพลางเหลือบมองกลับไป ดวงตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อย
เขาไล่ตามเข้ามาใกล้แล้ว ‘เร็วมาก’
นางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วถีบตัวหนีแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่พอ
มือของอาเซลคว้าแขนเสื้อของนางได้ในที่สุด แล้วดึงนางไปด้วยกัน ขณะที่ทั้งคู่พุ่งขึ้นเหนือผิวน้ำพร้อมกัน
ทั้งสองโผล่พ้นน้ำขึ้นมาในคราวเดียว สาดละอองน้ำกระจายไปกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงกลับสู่ผิวน้ำ
“ฮู่...” อาเซลหอบหายใจแรง ยังจับแขนของนางอยู่ “ในที่สุดก็ตามจับได้แล้ว”
ญาลาเม้มปากพองแก้มอย่างไม่พอใจ “ก็เพราะฉันชะลอเองต่างหาก!”
“ใช่ ๆ” เขาแสยะยิ้ม
สายตาของนางเลื่อนมองไปยังชายฝั่งสีทองที่อยู่ไกลออกไป
ทรายตรงนั้นส่องประกายจาง ๆ สะท้อนแสงแดดราวอัญมณีบดละเอียด นางกระพริบตาแล้วหันกลับมามองเขา
“อยากกลับไปหรือ?” อาเซลถาม พลางตามองไปยังทิศทางที่นางมอง
“อืม... ไปที่ชายฝั่ง” นางยอมรับ พร้อมพยักหน้าเบา ๆ
“ดี” อาเซลว่า พร้อมรอยยิ้ม “หลังจากนั้น มาสร้างปราสาททรายกัน”
“ปราสาททราย?” ญาลาเอียงคอ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความงุนงงแท้จริง
อาเซลตบหน้าผากตัวเองครางออกมา “นอกจากเธอจะเจ้าเล่ห์แล้ว ยังไม่รู้อะไรเลยอีกนะ”
ริมฝีปากของนางยู่ลึกขึ้น “งั้นก็ต้องให้เธอสอนฉัน ถ้ามันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างกัน ฉันก็อยากลองทำด้วย”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.