ตอนที่ 302
307 / 417
อ่าน 7 นาที
Chapter 302
เผยแพร่เมื่อ 7 เม.ย. 2569 04:55
**เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว**
**ตอนที่ 307: การละเล่นหลบหนีอันวิจิตรของริมุรุ – 19**
ชั่วขณะหนึ่ง เดียโบลถึงกับไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง
เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากำลังพ่นออกมาแม้แต่น้อย... ไม่สิ หากจะกล่าวให้ถูกคือเขาเข้าใจทุกคำพยางค์ ทว่าโทสะที่พุ่งพล่านกลับแผดเผาจนหัวใจสั่นสะท้าน ส่งผลให้เขาไม่อาจประมวลผลถ้อยคำเหล่านั้นได้รวดเร็วตามปกติ
สำหรับเดียโบลแล้ว การลดการป้องกันทางอารมณ์ลงเพียงนิดอาจหมายถึงการปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าครอบงำจนกู่ไม่กลับ และเขาก็พยายามอดกลั้นอย่างที่สุด เพราะอยากจะมั่นใจให้แน่ชัดว่าตนไม่ได้หูฝาดหรือตีความคำพูดเหล่านั้นผิดเพี้ยนไป...
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมานั้น... มันรุนแรงพอที่จะเป่าเอาเศษเสี้ยวแห่งเหตุผลที่เหลืออยู่ให้กระเด็นหายไปในพริบตา
*—เจ้าสไลม์โอหังที่อวดอ้างตนเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่—*
วินาทีนันเอง เดียโบลเริ่มจินตนาการถึงวิธีการประหารโกดามานับร้อยนับพันวิธี
*(หึๆๆๆ นานเหลือเกินแล้วที่อารมณ์ของข้าไม่ได้ถูกกระตุ้นรุนแรงถึงเพียงนี้... บังอาจทำให้ข้าโกรธเกรี้ยวได้ขนาดนี้... จะว่าไป ชายผู้นี้ก็น่าประทับใจไม่น้อยในแง่หนึ่ง...)*
เหตุผลเดียวที่เขายังไม่ลงมือสังหารอีกฝ่ายทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ เป็นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับโซเอย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เดียโบลพยายามใช้ความอดกลั้นอันเหนือชั้นข่มใจไว้พลางลุกขึ้นจากที่นั่ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง พื้นที่เขาเหยียบอยู่กลับมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
ด้วยความที่ต้องแบ่งสมาธิส่วนใหญ่ไปกับการระงับโทสะที่ล้นทะลัก ส่งผลให้ประสาทสัมผัสของเดียโบลไขว้เขวไปชั่ววูบ
โกดามาแสยะยิ้มอย่างพึงใจ พื้นเบื้องหน้าเก้าอี้ที่เขานั่งหายวับไปหมดสิ้น ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นใต้เท้าของเดียโบลดูเหมือนจะถูกสูบลงไปในขุมนรกเบื้องล่าง
นี่ไม่ใช่กับดักเวทมนตร์ขั้นสูงอย่างการเคลื่อนย้ายมวลสาร แต่มันคือกับดักหลุมพรางพื้นๆ ที่เรียบง่ายที่สุด
“อ๊าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าๆๆๆ! ห้องนี้รวมไปถึงหลุมพรางเบื้องล่างน่ะคือ ‘พื้นที่มหาเวทสัมบูรณ์’ (Absolute Magic Spaces) มันถูกผนึกด้วยข่ายมนตร์ป้องกันสมบูรณ์แบบที่ทำให้เวทมนตร์ทุกชนิดไร้ผล! ต่อให้เจ้าจะเป็นปีศาจที่ทรงพลังแค่ไหน แต่เมื่อก้าวเข้ามาในนี้ เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่ไร้ทางสู้! นี่แหละคืออานุภาพแห่งสติปัญญาของมนุษย์!!”
โกดามาแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง มันคือคำประกาศชัยชนะที่เขามั่นใจเหลือเกิน
ส่วนเดียโบลที่ร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของหลุมลึก กลับหยั่งเท้าลงบนพื้นอย่างนิ่มนวลและมั่นคง
เสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจที่ดังแว่วมาจากเบื้องบนกลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจที่ช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเขากลับมา อารมณ์ที่เคยพลุ่งพล่านกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเดียโบลพบว่าตนเองสามารถเหยียดยิ้มออกมาได้อีกครั้ง
“หึๆๆๆ เพื่อเป็นการรางวัลที่เจ้าบังอาจทำให้ข้ามีโทสะ ข้าจะยอมตกหลุมพรางของเจ้าให้สักหน่อยก็แล้วกัน เอาล่ะ...”
ความจริงเขาสามารถตอบโต้ได้ตั้งแต่พริบตาที่พื้นเริ่มหายไป แต่เดียโบลเกรงว่าหากเขาสู้กลับในตอนนั้น เขาอาจจะเผลอสังหารโกดามาทิ้งด้วยความโกรธแค้นจนงานเสีย เขาจึงเลือกที่จะกระโดดลงมาในหลุมนี้ด้วยตนเอง
เมื่อลงมาถึงเบื้องล่าง เขาพบว่าพื้นที่แห่งนี้กว้างขวางราวกับโรงยิมของโรงเรียน เพดานเบื้องบนอยู่สูงขึ้นไปประมาณสิบเมตร
เดียโบลสามารถบินกลับขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย ทว่ามีบางสิ่งที่สะดุดตาเขาอยู่ เขาจึงเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ
ที่นั่นมีแถวของ 'โกเลม' ที่มีรูปทรงแปลกตาซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อนวางเรียงรายอยู่
การออกแบบของพวกมันดูเรียบง่ายเน้นการใช้งานจริง เกราะเหล็กเวทมนตร์หนาเตอะหุ้มทับร่างยักษ์ที่สูงถึงสามเมตร และพวกมันมีจำนวนทั้งหมดสิบสามตน
พวกมันดูน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างยิ่ง
“โอ้ ช่างวิเศษเหลือเกิน ท่านริมุรุจะต้องยินดีเป็นแน่เมื่อได้เห็นสิ่งนี้”
เดียโบลพึมพำกับตนเอง ทันใดนั้น เสียงที่ชวนให้ขนลุกก็ดังเข้ามาในโสตประสาท
“หึๆๆ ได้ยินข้าไหมเดียโบล? ข้ามั่นใจว่าสายตาของเจ้าคงปรับเข้ากับความมืดได้แล้ว และเจ้าคงจะสังเกตเห็นโกเลมที่อยู่ตรงหน้า ใช่แล้ว... โกเลมพวกนั้นจะเป็นพยานในวาระสุดท้ายของเจ้า พื้นที่มหาเวทสัมบูรณ์นี้ไม่มีมานาหลงเหลืออยู่ ทว่าภายในตัวพวกมันกลับมีหน่วยเก็บกักพลังงานเวทมนตร์สำรองไว้ พวกมันคือเพชฌฆาตที่แข็งแกร่งที่สุด ตราบเท่าที่เจ้าไม่ขัดขืน เจ้าก็จะไม่ต้องเจ็บปวดหรือหวาดกลัว มันจะจบลงอย่างง่ายดาย... ข้าจะให้เวลาเจ้าสวดภาวนาเพียงชั่วอึดใจ จงขอบคุณในความเมตตาของข้าเสียเดี๋ยวนี้”
แน่นอนว่านั่นคือเสียงของโกดามา
เขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าและอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด น้ำเสียงของเขาจึงเต็มไปด้วยความโอหังและดูหมิ่น
“หือ? เจ้าหมายความว่าจะฆ่าข้าน่ะหรือ? เจ้านี่ช่างเล่าเรื่องตลกได้น่าขันเสียจริง”
“อะไรนะ? ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้าเอาจริงที่สุด! หลังจากนี้ข้าจะไปบอกเจ้าสไลม์นั่นว่าเจ้าหายสาบสูญไปหลังจากแยกจากพวกเรา ข้าจะให้คนอื่นๆ ช่วยยืนยันเรื่องราวของข้า ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกอย่างจะราบรื่นไร้ที่ติ”
“งั้นหรือ... แล้วเจ้าคิดจะฆ่าข้าด้วยวิธีไหนกันล่ะ?”
เดียโบลถามย้ำอีกครั้ง โกดามาพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญใจ
จากนั้น เขาก็เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยยาพิษ ราวกับกำลังสั่งสอนนักเรียนที่โง่เขลาเป็นพิเศษ
“ข้าก็แค่ต้องออกคำสั่งให้โกเลมเบื้องหน้าเจ้านั่นยังไงล่ะ พวกมันจะปลิดชีพเจ้าอย่างง่ายดาย พวกขยะสมาคมสมานฉันท์เองก็ตายอยู่ที่ก้นหลุมนั่นแหละ พวกมันกรีดร้องและร้องขอชีวิตเมื่อตระหนักได้ว่าไม่อาจใช้เวทมนตร์ที่พวกมันแสนภาคภูมิใจได้ เจ้าเองก็จะต้องตายในสภาพเดียวกัน!”
“หืม... สมาคมสมานฉันท์งั้นหรือ? น่าสนใจทีเดียว”
เนตรปีศาจของเดียโบลมองเห็นสิ่งนั้น... ร่องรอยของคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้น
มันชัดเจนว่าไม่ได้มีเพียงแค่ศพเดียวหรือสองศพที่ถูกประหาร ณ ที่แห่งนี้
สถานที่ที่ควรจะเป็นสถานศึกษาอันศักดิ์สิทธิ์ กลับถูกแปดเปื้อนด้วยอาชญากรรมที่สมควรตายสถานเดียว
“เอาล่ะ บทสนทนาของเราเริ่มจะน่าเบื่อแล้ว ถึงเวลาต้องบอกลากันเสียที เจ้ามีคำพูดสุดท้ายไหม?”
“หึๆๆๆ คำสุดท้ายงั้นหรือ? ข้ายังมีคำถามอีกมากมายก่ายกองเลยล่ะ เอาเถอะ... ในเมื่อข้าต้องลงมาเพื่อให้อารมณ์เย็นลงอยู่แล้ว ข้าจะยอมเล่นสนุกด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน”
“เจ้าสามหาวเอ๊ย...! ฆ่ามันซะ! เดสทรอยเยอร์ (Destroyers)!!”
สิ้นคำบัญชาของโกดามา แสงสีเขียวพลันสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเหล่าโกเลม
—และในวินาทีต่อมา พื้นที่ใต้ดินแห่งนั้นก็ถูกเติมเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของการต่อสู้ที่ดุดันสั่นสะท้านเลื่อนลั่น!
◆◆◆
หลังจากออกคำสั่งให้เหล่าโกเลม โกดามาก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเป็นสุข
เขาต้องพยายามกลั้นเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะที่เอ่อล้นอยู่ในอก
*ข้าทำได้แล้ว!*
*ข้าเอาชนะปีศาจตนนั้นได้! เอาชนะจอมมารเดียโบลได้แล้ว!*
ในเมื่อมันติดกับดักนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางผิดพลาดเดียโบลจบสิ้นแล้วแน่นอน!
เดสทรอยเยอร์เพียงหนึ่งตนก็มีพลังเทียบเท่ากับอาร์คเดมอน (Arch Demon) และที่นี่มีถึงสิบสามตน! เวทมนตร์คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของปีศาจ และในเมื่อมันต้องสู้ในขณะที่ความสามารถนั้นถูกผนึกไว้... มันย่อมพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยเหตุนี้ ชะตากรรมของมันจึงถูกกำหนดไว้แล้ว
โกดามาดื่มด่ำกับความตื่นเต้นนั้น
เหล่าอาร์คเดมอนนั้นถูกหวาดเกรงในเรื่องพละกำลังและถูกมองว่าเป็นปีศาจแห่งหายนะ ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจักรวรรดิ มีหลายครั้งหลายคราที่จักรวรรดิถูกคุกคามโดยอาร์คเดมอน
และเพราะประวัติศาสตร์เหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้ผู้คนในจักรวรรดิมองว่าอาร์คเดมอนคือตัวแทนแห่งความหวาดกลัวที่ไม่อาจสั่นคลอนได้...
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.