ตอนที่ 5259
5257 / 5804
อ่าน 11 นาที
Chapter 5259, Consecutive Kills
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 14:45
บทที่ 5259: สังหารซ้อนสังหาร
ผู้แปล: ศิลาวิน และ จอน
ผู้ตรวจคำแปล: ปิ้วปิ้วเลเซอร์กัน
บรรณาธิการและพิสูจน์อักษร: ลีโอแห่งภูผาสิงโต และ เดล ไลเกอร์คีย์ส
บังเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะท้านฟ้า เมื่อพลังโลกาและพลังปราณหมึกเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด มิติโดยรอบนครราชันย์ถึงกับบิดเบี้ยวปริแตกภายใต้น้ำหนักแห่งการประจัญบาน
แม้ว่าในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ยอดฝีมือสูงสุดทั้งสองได้เคยประมือกันใกล้กับนครราชันย์มาแล้วหลายครา ทว่าการศึกในวันนี้กลับดุเดือดรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา
ทั้งฝ่ายมนุษย์และเผ่าหมึกต่างตระหนักดีว่านี่คือศึกตัดสินชี้เป็นชี้ตาย
สิ่งที่สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้แก่เหล่าเผ่าหมึกก็คือ แม้ราชันย์จะได้รับการสนับสนุนจากรังปราณหมึก แต่เขากลับตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
นี่เป็นสิ่งที่เผ่าหมึกยอมรับได้ยากยิ่ง
ต้องทราบก่อนว่าด้วยความช่วยเหลือจากรังปราณหมึก ราชันย์สามารถใช้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าปกติมหาศาล อาจกล่าวได้ว่าตราบใดที่ราชันย์ยังอยู่ในอาณาเขตครอบคลุมของรังปราณหมึก ก็ไม่มีบรรพชนท่านใดจะต่อกรกับเขาได้
ทว่าบัดนี้ ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
รังปราณหมึกไม่ได้มีปัญหาอันใด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่การต่อสู้ปะทุขึ้น จะมีเจ้าอาณาเขตหรือศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดสองถึงสามคนคอยเฝ้าระวังอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายมนุษย์ลอบโจมตี และเพื่อปัดเป่าพลังส่วนเกินจากการต่อสู้ของยอดฝีมือทั้งสอง ไม่ให้รังปราณหมึกระดับสูงได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน ทรัพยากรนับไม่ถ้วนก็จะถูกเทลงในสระหมึกเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้รังปราณหมึกดูดซับ
ปัญหาอยู่ที่ตัวราชันย์เองต่างหาก
อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสเกินไป ดังนั้นแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากรังปราณหมึกในตอนนี้ เขาก็ยังไม่สามารถต่อกรกับท่านบรรพชนได้
หากราชันย์ถูกสังหาร แล้วเผ่าหมึกที่เหลือจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร?
หลังสิ้นความหวาดหวั่นและกระวนกระวายใจชั่วครู่ เหล่านักรบเผ่าหมึกกลับยิ่งทวีความดุร้ายขึ้นไปอีก การที่ราชันย์ตกเป็นรองไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญเสียความกล้าที่จะต่อต้าน ตรงกันข้าม สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของพวกเขากลับถูกจุดประกายขึ้นมา
ผู้นำของกองทัพบูรพา-ประจิมสังเกตเห็นสิ่งนี้ได้อย่างเฉียบไว เซี่ยงซานและหลิวจื้อผิงจึงสั่งการให้นักรบมนุษย์เน้นการป้องกันมากขึ้น เพื่อให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับทหารเผ่าหมึกในศึกที่ยืดเยื้อได้
พลังอำนาจลึกล้ำสั่นสะเทือนขณะที่กองทัพทั้งสองเข้าปะทะกัน ผลกระทบจากการต่อสู้ของยอดฝีมือสูงสุดทั้งสองทำให้ห้วงมิติถึงกับแตกสลาย
สภาพของราชันย์ย่ำแย่ลงทุกขณะ แม้จะตกเป็นรอง แต่ด้วยความช่วยเหลือของรังปราณหมึก เขายังคงเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก บรรพชนได้เปิดฉากโจมตีหวังผลถึงชีวิตหลายครั้ง แต่ความพยายามของนางกลับไร้ผล ตรงกันข้าม นางเกือบจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อราชันย์ฉวยโอกาสโต้กลับ
สิ่งนี้ทำให้นางตระหนักว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการรับมือกับคู่ต่อสู้รายนี้
นางรู้ดีว่าราชันย์คือยอดฝีมือที่ทรงพลังที่สุดในเผ่าหมึกซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับบรรพชน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสังหารลงได้ กระนั้น โอกาสเช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่ง นางใช้เวลาถึง 100 ปีในการพยายามกำหนดผลลัพธ์ของสงครามครั้งนี้ คงน่าเสียดายหากต้องมาล้มเหลวในช่วงเวลาสุดท้าย
ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร นางก็ต้องลองดูสักตั้ง
หนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดบรรพชนเซียวเซียวก็ค้นพบโอกาส ในชั่วพริบตาที่รังปราณหมึกดูเหมือนจะหยุดทำงานอย่างราบรื่นไปชั่วครู่ นางได้ร่ายวิชาเทวะเข้าใส่ราชันย์
ราชันย์ที่ไม่ทันตั้งตัวถูกวิชาเทวะซัดเข้าอย่างจัง และในทันใดนั้น ร่างของเขาก็ถูกกลืนหายไปในแสงสว่างอันเจิดจ้า
ในเวลาเดียวกัน บรรพชนเซียวเซียวก็ส่งเสียงครางต่ำขณะที่โลหิตพุ่งออกจากริมฝีปากของนาง
ครั้งนี้ไม่ใช่การเสแสร้ง เมื่อครั้งที่นางประมือกับราชันย์ในอดีต นางเคยแสดงอาการบาดเจ็บหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงการแสดงที่นางจัดฉากขึ้น
ครั้งนี้ นางบาดเจ็บจริงๆ ในชั่วขณะที่นางลงมือ ราชันย์ก็ได้ซัดการโจมตีหวังผลถึงชีวิตเข้าใส่เช่นกัน แทนที่จะหลบหลีกการโจมตี นางกลับยอมทนรับมันไว้เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสังหารคู่ต่อสู้
ทว่าเมื่อแสงสว่างจางลง ร่างของราชันย์ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แววตาของบรรพชนเซียวเซียวฉายแววผิดหวังเล็กน้อย
วิชาเทวะไม่ได้ให้ผลลัพธ์ตามที่นางคาดหวังไว้ แม้ว่าคู่ต่อสู้ของนางจะอ่อนแอลงไปอีก แต่เขาก็ยังสามารถต่อสู้ได้
หากนางยังคงกดดันราชันย์ต่อไป เขาจะถูกบีบให้เข้าสู่การต่อสู้ที่ต้องพินาศไปพร้อมกัน เมื่อถึงตอนนั้น แม้แต่นางเองก็อาจไม่รอดชีวิต
‘คงต้องจบลงเพียงเท่านี้’ นางลอบถอนหายใจในใจ นางใช้เวลาถึง 100 ปีในการเตรียมตัวเพื่อวันนี้ ช่างน่าเสียดายที่ท้ายที่สุดแล้วนางก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้
กระนั้น นี่ก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็บรรลุเป้าหมายที่เซี่ยงซานตั้งไว้ก่อนจะออกจากด่านวายุเมฆา
ยอดฝีมือสูงสุดทั้งสองตกลงที่จะหยุดต่อสู้กันอย่างกะทันหันโดยปริยาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกองทัพทั้งสองที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
ทหารเผ่าหมึกยังคงงุนงง แต่ฝ่ายมนุษย์คาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว
ดังนั้น ในชั่วขณะที่บรรพชนเซียวเซียวหยุดโจมตี เรือรบของมนุษย์ก็เริ่มล่าถอย เมื่อคำนึงถึงความจริงที่ว่าท่านบรรพชนกำลังจับตาดูอยู่ ทหารเผ่าหมึกจึงไม่กล้าไล่ตามและทำได้เพียงปล่อยให้พวกเขจากไป แม้ว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสด้วยน้ำมือของพวกเขาก็ตาม
ชั่วครู่ต่อมา ฝ่ายมนุษย์ก็ถอยห่างออกไปหลายแสนกิโลเมตรแล้ว แม้ว่าเรือรบจำนวนมากจะได้รับความเสียหาย แต่กองทัพมนุษย์ก็ยังคงเป็นกำลังที่น่าเกรงขามและมีพลังพอที่จะเข้าสู่การต่อสู้อีกรอบได้อย่างแน่นอน
เบื้องหลังทัพมนุษย์คือท่านบรรพชนที่ยืนนิ่งเงียบ นางไม่เคลื่อนไหว และไม่ถอยกลับ ราวกับว่ากำลังรออะไรบางอย่างอยู่
ภายใต้ความเงียบงันเช่นนี้ กองทัพเผ่าหมึกรู้สึกราวกับถูกบีบคั้น ดุจขุนเขากดทับลงมา ทำให้พวกเขากระสับกระส่ายไม่เป็นสุข
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ชั่วครู่ต่อมา ทหารเผ่าหมึกก็เริ่มส่งเสียงโกลาหล
ก็ช่วยไม่ได้ เพราะดาวพิภพกว่า 10 ดวงที่เต็มไปด้วยค่ายกลกำลังพุ่งเข้าใส่นครราชันย์ ในตอนนี้ พวกเขาสามารถมองเห็นค่ายกลที่ส่องประกายบนดาวพิภพเหล่านั้นได้แล้ว ไม่นานพวกมันก็จะมาถึง
ประมาณ 30% ของทหารเผ่าหมึกยังคงอยู่ทางด้านขวาของนครราชันย์ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งก่อนหน้านี้ หน้าที่ของพวกเขาคือการสกัดกั้นดาวพิภพมาโดยตลอด และนั่นไม่เคยเปลี่ยนแปลง
อันที่จริง พวกเขาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากครั้งแรกที่พวกเขาเผลอปล่อยให้เศษเสี้ยวของดาวพิภพพุ่งชนนครราชันย์โดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาก็สามารถหยุดดาวพิภพทุกลูกได้ในการต่อสู้ครั้งต่อๆ มา
ทว่า พวกเขาก็ต้องจ่ายราคาอย่างมหาศาลเพื่อการนี้เช่นกัน
บางครั้ง ดาวพิภพเหล่านี้ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว พวกมันมาถึงนครราชันย์เกือบจะพร้อมๆ กับฝ่ายมนุษย์ บางครั้งพวกมันก็มาช้า ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ฝ่ายมนุษย์ล่าถอยไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของมนุษย์ ซึ่งก็คือการใช้ดาวพิภพเหล่านี้เพื่อเหนี่ยวรั้งทหารเผ่าหมึก ฝ่ายมนุษย์มีกำลังคนน้อยกว่าตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นหากพวกเขาปล่อยให้เผ่าหมึกรวบรวมกำลังทั้งหมดได้ ก็จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา
ครั้งนี้เป็นการมาถึงที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ที่ฝ่ายมนุษย์เริ่มใช้ดาวพิภพโจมตีนครราชันย์
ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ กองทัพทั้งสองได้หยุดโจมตีกันแล้ว และยอดฝีมือสูงสุดทั้งสองก็ได้ยุติการต่อสู้ลง ไม่นานหลังจากนั้น ดาวพิภพเหล่านี้ก็มาถึง
หากไม่มีสิ่งใดมารบกวน ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทหารเผ่าหมึกเหล่านี้ที่จะสกัดกั้นดาวพิภพได้
ดังนั้น ในชั่วขณะที่ดาวพิภพปรากฏตัว เหล่าเจ้าอาณาเขตและศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดที่ยังคงอยู่ทางด้านขวาก็เริ่มลงมือทันที
เจ้าอาณาเขตคนหนึ่งเป็นคนแรกที่พุ่งไปข้างหน้า แต่ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ห่อหุ้มตัวเขาไว้
ในชั่วพริบตาถัดมา พลังมหาศาลพลันระเบิดขึ้นในห้วงสำนึกของเขา บังเกิดความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นเข้าสู่ศีรษะจนร่างแข็งทื่อคาที่
เมื่อรู้ว่าตนถูกโจมตี เจ้าอาณาเขตก็ถึงกับตกตะลึง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้โจมตีก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากท่านบรรพชน ซึ่งยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงและเงียบงันอยู่กลางห้วงมิติ
เจ้าอาณาเขตไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านบรรพชนจึงใช้พลังจิตวิญญาณโจมตีเขา ในเมื่อคู่ต่อสู้ของนางควรจะเป็นราชันย์
ยอดฝีมือสูงสุดทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันในความเงียบ ดังนั้น โดยปกติแล้ว เมื่อฝ่ายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างผลีผลาม อีกฝ่ายย่อมต้องตอบสนองอย่างแน่นอน
ดังนั้น แม้ว่าเจ้าอาณาเขตจะตกตะลึง แต่เขาก็ไม่หวาดกลัว นั่นเป็นเพราะเขาเชื่อว่าราชันย์จะช่วยเขาได้
โชคร้ายสำหรับเขาที่คิดผิด ราชันย์เพียงแค่ยืนนิ่งและจ้องมองไปยังท่านบรรพชนอย่างเงียบงัน ชั่วพริบตาถัดมา นางพุ่งเข้าหาเจ้าอาณาเขตที่ได้รับผลกระทบจากวิชาลับวิญญาณของนางและยื่นมือออกไป จากนั้นก็เด็ดศีรษะของเขาได้อย่างง่ายดาย
โลหิตสีดำพวยพุ่งออกจากลำคอของเจ้าอาณาเขตขณะที่บรรพชนเซียวเซียวกลับไปยังจุดเดิมอย่างรวดเร็วพร้อมกับศีรษะในมือนาง ดวงตาที่เบิกกว้างของศีรษะนั้นบ่งบอกว่าเจ้าอาณาเขตยังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ก่อนตาย
ในพริบตาเดียว เจ้าอาณาเขตผู้ทรงพลังได้สิ้นชีพลง
เหล่าเจ้าอาณาเขตและศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดคนอื่นๆ ที่กำลังจะลงมือต่างพากันแข็งทื่อและจ้องมองไปยังบรรพชนเซียวเซียวอย่างระแวดระวัง กังวลว่านางจะสังหารพวกเขาเช่นกัน
ในไม่ช้า พวกเขาก็โล่งใจที่บรรพชนเซียวเซียวหยุดลงมือหลังจากสังหารเจ้าอาณาเขตคนแรกไปแล้ว นางยังคงยืนอยู่ที่เดิม
หากไม่ใช่เพราะมีร่างไร้ศีรษะอยู่บนสมรภูมิ และบรรพชนเซียวเซียวกำลังถือศีรษะสดๆ อยู่ในมือนาง เผ่าหมึกทั้งหมดคงคิดว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา
พวกเขาทั้งหมดงุนงง
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านบรรพชนจึงลงมืออย่างกะทันหัน ในเมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว เหตุใดนางจึงมาสังหารเจ้าอาณาเขตในตอนนี้?
พวกเขายิ่งงุนงงมากขึ้นไปอีกเมื่อราชันย์ไม่ได้ตอบสนองต่อเรื่องนี้เลย ด้วยพลังของเขา มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหยุดยั้งท่านบรรพชนได้ ทว่าเขากลับยืนนิ่ง ไม่ทำอะไรเลย
ดาวพิภพกำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว หากพวกเขาไม่หยุดพวกมันตอนนี้ ก็จะสายเกินไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับพระพิโรธของราชันย์หากนครราชันย์ได้รับความเสียหาย
ดังนั้น แม้ว่าเหล่าเจ้าอาณาเขตและศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดจะระแวง แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน
ทว่า สิ่งเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ในชั่วขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหว ความรู้สึกอันตรายอย่างใหญ่หลวงก็เข้าครอบงำ ทำให้พวกเขายืนนิ่งอยู่กับที่ ในขณะเดียวกัน ท่านบรรพชนก็ได้หายตัวไป
บรรพชนเซียวเซียวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชั่วครู่ต่อมา ราวกับว่านางไม่เคยขยับไปไหนเลย แต่ในมือนางกลับมีศีรษะเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งศีรษะ
เสียงประหลาดที่บ่งบอกว่าเจ้าอาณาเขตอีกคนหนึ่งได้สิ้นใจดังมาจากฝั่งของเผ่าหมึก
สิ่งนี้สร้างความน่าสะพรึงกลัวให้กับทหารเผ่าหมึกยิ่งนัก
ผู้ที่ถูกสังหารทั้งสองคนคือเจ้าอาณาเขต บรรพชนได้ลงมือติดต่อกันและเด็ดศีรษะเจ้าอาณาเขตสองคนได้อย่างง่ายดาย นั่นบ่งชี้ว่าหากไม่มีราชันย์คอยหยุดยั้งนาง บรรพชนก็สามารถสังหารใครก็ได้ตามใจชอบ แม้ว่านางจะบาดเจ็บอยู่ก็ตาม
สิ่งที่ทำให้พวกเขางุนงงคือราชันย์ยังคงไม่ตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บรรพชนลงมือถึงสองครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง
เจ้าอาณาเขตที่นางสังหารคือผู้ที่ริเริ่มเข้าไปสกัดกั้นดาวพิภพ
การเลือกสังหารเจ้าอาณาเขตทั้งสองอย่างเจาะจง คือสาส์นที่บรรพชนต้องการจะสื่ออย่างชัดเจน: ใครก็ตามที่กล้าเคลื่อนไหว... คนผู้นั้นต้องตาย!
นางพยายามจะทำอะไรกันแน่? นางตั้งใจจะหยุดไม่ให้พวกเขาสกัดกั้นดาวพิภพอย่างนั้นหรือ? พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองเท่านั้นหรือ?
ช่างอุกอาจยิ่งนัก!
ราชันย์ซึ่งเงียบขรึมมาตลอดตั้งแต่กลับมาถึงนครราชันย์ ไม่อาจทนได้อีกต่อไปและแผดคำรามลั่น "อย่าได้ทำเกินไปนัก!"
บรรพชนเซียวเซียวหันไปมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก จากนั้น ในชั่วพริบตาต่อมา นางก็ลงมืออีกครั้ง
หลังจากได้สัมผัสกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหล่าเจ้าอาณาเขตและศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดต่างระแวดระวังทุกการกระทำของท่านบรรพชน เมื่อเห็นนางหายตัวไป พวกเขาก็รีบยกการป้องกันขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจ้าอาณาเขตและศิษย์ปราณหมึกขั้นแปดส่วนใหญ่จะปลอดภัย แต่ย่อมมีผู้โชคร้ายอยู่เสมอ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.