ตอนที่ 587
587 / 2060
อ่าน 8 นาที
Chapter 587
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:40
ซ่า...
ม่านหมอกแห่งการต่อสู้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ สายตาของไวท์ประสานเข้ากับกาสิมในจังหวะที่ร่างแยกของแบล็กสลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านสีเทา ความสับสนเข้าจู่โจมจิตใจของไวท์อย่างรุนแรงจนยากจะทำใจเชื่อ
‘ราชันแห่งเงา กาสิม...’ เหตุใดนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปถึงยอมสยบรับใช้เกริด? ความกังขาแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเธอกล้ำกลืนความรู้สึกพ่ายแพ้เอาไว้ไม่มิด
‘เขามีจุดอ่อนบ้างไหม?’
ไวท์ใคร่รู้ ทว่าไม่มีโอกาสได้หาคำตอบ เมื่อกาสิมพุ่งทะยานเข้าหาเธอราวกับวิญญาณร้ายที่หมายเอาชีวิต!
เคร้ง! เคร้ง!
“อึก...!”
ไวท์สัมผัสได้ถึงความกดดันมหาศาล ราวกับถูกศัตรูนับร้อยโอบล้อมเอาไว้ในคราเดียว พลังของกาสิมที่สามารถบงการเงาซึ่งสถิตอยู่ทุกหนแห่งนั้นช่างขี้โกงจนน่าเหลือเชื่อ
“...!”
เธอยกอาวุธขึ้นต้านรับมีดสั้นแห่งเงาที่พุ่งเข้ามาจากเบื้องหน้า ทว่าดวงตาต้องเบิกกว้างด้วยความตระหนก เมื่อกาสิมเลือนหายไปในเงาเบื้องหลังและแทงมีดเข้าใส่จุดตายอย่างอำมหิต
‘มันจะมากไปแล้ว!’
เพล้ง!
ไวท์สะบัดหมัดออกไปสุดแรงเกิดเพื่อปะทะกับคมมีด เป็นการสวนกลับที่ดุดันและทรงพลัง ทว่ากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า กาสิมเคลื่อนกายผ่านเงาหลบหลีกการโจมตีได้อย่างไร้ร่องรอย ถึงกระนั้นไวท์ก็ไม่ได้เสียใจ เพราะเป้าหมายของเธอคือการสร้างระยะห่าง เมื่อสบโอกาสเธอจึงรีบคว้าเนื้อชิ้นโตขึ้นมาเคี้ยวอย่างรวดเร็ว เพื่อสะสมไขมันมหาศาลไว้เป็นเกราะป้องกัน
‘เรย์ดันมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
ทั้งที่กองกำลังหลักของโอเวอร์เกียร์ไม่อยู่ แต่ที่นี่ยังมีสัตว์ประหลาดระดับนี้หลงเหลืออยู่อีกงั้นหรือ? ขุมพลังของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์อาจเหนือล้ำกว่าที่จินตนาการไว้หลายเท่าตัวนัก
‘ชิ... ฉันต้องถ่วงเวลาเจ้ากาสิมนี่ไว้ให้ได้ จนกว่าแบล็กจะลอบสังหารไอรีนสำเร็จ’
เธอจะยื้อไว้ได้นานแค่ไหน? ศัตรูตรงหน้าคือนามกรที่จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ทวีป ไวท์สูดลมหายใจลึก คำนวณโอกาสชนะอย่างระแวดระวัง
‘ตอนที่มีข่าวลือเรื่องนักฆ่าแห่งเงาแพร่สะพัด ฉันเพิ่งเลเวล 230 เอง’
นั่นหมายความว่าในขณะที่เธอเพิ่งเปลี่ยนอาชีพขั้นสอง กาสิมก็เข้าสู่ขอบเขตอาชีพขั้นสามไปแล้ว ปัจจุบันไวท์เลเวล 370 เมื่อพิจารณาจากค่าประสบการณ์มหาศาลและความเร็วในการเติบโตของ NPC ระดับเนมด์ เลเวลของกาสิมน่าจะพุ่งไปแตะหลัก 400 กลางๆ แล้ว ดีที่ระยะห่างยังไม่เกินหนึ่งร้อยเลเวล
‘ส่วนต่าง 60 เลเวลยังพอชดเชยได้ด้วยฉายาและผลของรูน... เว้นเสียแต่ว่ากาสิมจะก้าวข้ามไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพขั้นที่สี่แล้ว ซึ่งนั่นก็ยังไม่แน่นอน’
ปัญหาใหญ่คือ ‘เงา’ ของกาสิม นักฆ่าแห่งเงามีพลังป้องกันและพลิกแพลงได้หลากหลายกว่านักฆ่าทั่วไปจนแทบไร้จุดบอด ส่วนไวท์ที่เป็นเพียงนักสู้สายพละกำลังย่อมเสียเปรียบอย่างหนัก ทว่าเธอยังพอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
‘นักฆ่าแห่งเงามีพลังโจมตีที่เบาบาง!’
ตามหลักแล้ว นักฆ่าทั่วไปจะโจมตีรุนแรงแต่เปราะบาง แต่นักฆ่าแห่งเงาจะเน้นความเสถียรแลกกับพลังทำลายที่ลดลง ที่แบล็กตายง่ายขนาดนั้นเพราะประเภทอาชีพมันแพ้ทางกันและร่างแยกนั้นก็เป็นเพียงจอมเวท
‘ถ้าแค่ถ่วงเวลาไว้จนกว่าแบล็กจะลงมือสำเร็จ... ก็พอเป็นไปได้!’
เมื่อตัดสินใจได้ ไวท์จึงเริ่มสลายมวลกล้ามเนื้อและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นไขมันหนาทึบ เธอสละพลังโจมตีและความคล่องตัวเพื่อแลกกับพลังป้องกันที่สูงลิบลิ่ว
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังสนั่นต่อเนื่อง ไวท์ยังคงปักหลักหยัดยืนไม่ล้มลงภายใต้พายุการโจมตีของกาสิม เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอดทนอย่างถึงที่สุด กาสิมที่เห็นว่ามีดสั้นเงาไม่สามารถปลิดชีพเหยื่อได้ในทันทีก็เดาะลิ้นด้วยความรำคาญใจ
‘พลังโจมตีถูกทอนลงไปครึ่งหนึ่ง... อ่อนเกินไปจริงๆ’
โลกนี้ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ กาสิมเองก็มีจุดอ่อนที่ไวท์ไม่ล่วงรู้ ทักษะของเขาผลาญมานาในปริมาณมหาศาล นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้อ่อนแอแค่พลังโจมตี แต่ยังรวมถึงความต่อเนื่องในการต่อสู้ที่จำกัด การยื้อเวลาจึงไม่ใช่ผลดีต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
ทว่ากาสิมกลับไม่รีบร้อน ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยาก แต่เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงมวลกล้ามเนื้อที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้ชั้นไขมันของสตรีผู้นี้
‘นางแกร่งเกินคาด... หากข้าเผยช่องว่างเพียงนิด นางจะจู่โจมสวนกลับทันที’
กาสิมจึงเลือกที่จะกดดันอย่างใจเย็น นี่คือแผ่นดินของนายเหนือหัว ทุกคนรอบข้างคือพันธมิตร มีเพียงสตรีตรงหน้าที่เป็นศัตรู เขาควบคุมจังหวะการหายใจ จัดระเบียบมานา และเริ่มโถมแรงกดดันเข้าใส่ไวท์อย่างช้าๆ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือสิ่งที่ไวท์ต้องการ
‘กาสิมเอ๋ย... ความระแวงของเจ้านี่แหละที่ทำให้ฉันซื้อเวลาได้ง่ายขึ้น’
ไวท์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา เธอเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าอีกไม่นาน ข่าวดีจากแบล็กจะส่งมาถึง และชัยชนะจะเป็นของพวกเธอ
อีกด้านหนึ่ง ลอร์ดตัวน้อยกำลังจับจ้องทุกท่วงท่าของกาสิมอย่างไม่วางตา เขาต้องการเรียนรู้และขัดเกลาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องบุคคลอันเป็นที่รัก ดวงตาของเด็กน้อยทอประกายเจิดจรัสประดุจประทีปท่ามกลางการต่อสู้ และแผ่นหลังนั้นก็อยู่ในสายตาของเหล่ากสิกรแห่งเรย์ดัน
‘นี่น่ะหรือ... บุตรชายของกษัตริย์เกริด’
‘นี่มัน NPC ระดับซูเปอร์เกรดชัดๆ พรสวรรค์นั่นมันอะไรกัน?’
‘ใช่... ขนาดตอนนี้ยังเป็นสัตว์ประหลาดขนาดนี้ อนาคตจะเกรียงไกรขนาดไหนกันนะ’
‘...พวกเราควรติดตามเขาไหม?’
‘หือ? ในโอเวอร์เกียร์มีคนเก่งเยอะเกินไป เราไปก็คงไม่ได้เกิด’
‘งั้นไม่ต้องเข้าโอเวอร์เกียร์ แต่เรามาสวามิภักดิ์ต่อลอร์ดโดยตรงเลยดีไหม? ดูอนาคตสิ ถ้าเราติดตามเขาตั้งแต่ตอนนี้ พอเขาเติบใหญ่เป็นขั้วอำนาจใหม่ พวกเราก็จะกลายเป็นผู้บุกเบิกที่มีชื่อเสียงไปด้วย!’
‘โอ้! เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมไปเลย!’
พรสวรรค์ระดับสูงสุดของทวีปที่ตราตรึงใจแม้กระทั่งผู้เล่น เหล่ากสิกรผู้มีความสามารถเริ่มปันใจหวังจะเป็นรากฐานให้แก่ลอร์ดในอนาคต นี่คือจุดกำเนิดของหน่วยรบพิเศษแห่งโอเวอร์เกียร์ที่จะสั่นสะเทือนโลกในภายหลัง
***
[ร่างแยกมายาถูกทำลาย]
[สูญเสียค่าประสบการณ์ 20%]
“ชิ!”
พลังของ ‘นักมายา’ (Illusionist) ที่เนรมิตภาพลวงตาให้กลายเป็นความจริงนั้นอาจดูไร้เทียมทานจนน่าอิจฉา ทว่ามันก็แลกมาด้วยบทลงโทษที่แสนสาหัส ทุกครั้งที่สร้างร่างแยกต้องจ่ายค่าประสบการณ์ และหากร่างนั้นถูกทำลาย โทษทัณฑ์ที่ได้รับก็แสนหนักหน่วง มันคืออาชีพที่มีเพดานเลเวลจำกัดอย่างชัดเจน
‘เลเวล 400 คงเป็นได้แค่ฝันสินะ’
แบล็กมองดูแถบค่าประสบการณ์ที่ลดฮวบลงด้วยความเจ็บใจ ตอนนี้เธอลอบเข้ามาถึงใจกลางเรย์ดันได้สำเร็จแล้ว ด้วยกองกำลังส่วนใหญ่ถูกโยกย้ายออกไป ทำให้การรักษาความปลอดภัยหละหลวมเกินคาด ทหารยามทั่วไปย่อมไม่มีทางตรวจพบเธอที่พรางกายด้วยเวทมายา
‘ห้องนอนของไอรีนอยู่ไหนกันแน่?’
แบล็กเร่งฝีเท้าอย่างเงียบเชียบที่สุด พลางกังวลว่าพี่สาวของเธอจะยื้อกับกาสิมได้นานแค่ไหน
‘นั่นมัน...?’
ในขณะที่กำลังค้นหา สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับสตรีผมสีเงินผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ในสวนบริเวณระเบียงกลางแจ้ง
“...สวยเหลือเกิน”
ความงามของสตรีผู้นั้นทำให้แบล็กถึงกับนิ่งอึ้ง สตรีผมเงินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากมวลดอกไม้ในสวนสวย นามของเธอคือ ไอรีน... หญิงสาวผู้เป็นรักแรกพบของผู้เล่นนับไม่ถ้วน ก่อนที่เธอจะกลายเป็นชายาของเกริด
‘รอยยิ้มที่ช่างสดใสอะไรเช่นนี้’
ผู้หญิงที่งดงามขนาดนี้คงมีชีวิตที่ต่างจากเธอราวฟ้ากับเหว ชีวิตที่พรั่งพร้อมไปด้วยความรักและความสุข
‘ในหัวใจของนาง... คงไม่เคยรู้จักความมืดมนเลยสินะ’
ซ่า...
สายลมพัดผ่านเส้นผมของแบล็กที่ยืนอยู่บนระเบียง จ้องมองลงไปยังไอรีนที่อยู่เบื้องล่าง ใบหน้าซูบผอมของแบล็กเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและชิงชัง
‘มันสมเหตุสมผลแล้วหรือ... ที่ NPC จะมีความสุขมากกว่าฉัน?’
กรอด!
แบล็กและพี่สาวถูกทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่จำความได้ เธอไม่เคยได้รับความรักจากใคร มีเพียงเสียงเยาะเย้ยและความสมเพชเป็นเพื่อนร่วมทาง เพราะเหตุนั้นเธอจึงเกลียดไอรีน เกลียดความสว่างไสวที่เธอไม่มีวันครอบครอง ความรู้สึกสูญสิ้นกัดกินใจจนเธออยากจะพรากความสุขนั้นไปจากอีกฝ่ายเสีย
“ฉันจะฆ่านาง...”
ฆ่า... ฆ่ามันให้สิ้นซาก ดวงตาของแบล็กเต็มไปด้วยความคุ้มคลั่ง เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับคนเสียสติ จินตนาการถึงภาพตัวเองที่ครอบครองเส้นผมสีเงินอันงดงามนั่น... มันคือสัญญาณเตือนของการใช้ทักษะ ‘ภาพมายาจุติ’ (Illusion Manifestation)
ทว่าในวินัยนั้นเอง...
“อย่าเอาความอัปยศของเธอมาแปดเปื้อนนาง”
เสียงทุ้มต่ำของบุรุษลึกลับดังขึ้นจากความมืด มันแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่เสียดแทงลึกเข้าไปถึงกระดูก
“ใครกัน?!”
แบล็กสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองทางเดินที่มืดมิด
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏสู่สายตา
“เฟ... เฟคเกอร์?! แกควรจะอยู่ที่ไรน์ฮาร์ดไม่ใช่เหรอ!”
ชื่อเสียงของเฟคเกอร์นั้นขจรขจายไปทั่ว แม้จะเป็นเพียงผู้เล่นอาชีพทั่วไป แต่ฝีมือการควบคุมและประสิทธิภาพในการดึงพลังอาชีพออกมาใช้นั้นเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับเคราเกล
หากจะ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


