ตอนที่ 596
596 / 2060
อ่าน 11 นาที
Chapter 596
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:41
ซ่า...
ท่ามกลางกระแสธารแห่งกาลเวลา สิ่งสำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ ชินยองอูผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีร่างกายอ่อนแอซูบผอม บัดนี้กลับถูกสลักเสลาด้วยมวลกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งจากการตรากตรำออกกำลังกายมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา สายน้ำเย็นเฉียบที่สาดชโลมลงบนมัดกล้ามอันเรียบเนียนดูทรงเสน่ห์จนยากจะละสายตา ความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายและใจนี้ล้วนเป็นผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อแห่งความพยายาม และมันคือหนึ่งในขุมพลังแห่งความมั่นใจอันเปี่ยมล้นของชินยองอูในยามนี้
‘ข้อดีและข้อเสียของวิถีรังสรรค์ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์นั้นชัดแจ้งดุจแสงตะวัน’
เขานิ่งคิดขณะปล่อยให้น้ำเย็นจัดดับความร้อนรุ่มในสมอง
‘นอกจากการทุบตีโลหะด้วยค้อนแล้ว ข้ายังต้องขัดเกลามันด้วยพลังเวทมนตร์ ซึ่งมันต้องแลกมาด้วยเวลาที่มากกว่าเดิมถึงสี่เท่า แถมความทนทานของโลหะยังลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย’
เขานึกถึง ‘หอกของไรเฟล’ เดิมทีอาวุธระดับเทพนิยายชิ้นนี้มีความทนทานสูงถึง 1,500 หน่วย ทว่าในกระบวนการขัดเกลาด้วยศรเวท (Magic Missile) ความทนทานกลับร่วงกราวลงมาเหลือเพียง 990 หน่วย หรือหายไปถึงหนึ่งในสาม
‘หากข้าใช้มันเสริมพลังให้กับอาวุธที่มีความทนทานต่ำอย่างมีดสั้น มันอาจจะพังทลายจนใช้งานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ...’
โดยพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์สวมใส่จำเป็นต้องมีความทนทานเป็นเลิศ เพราะการใช้งานและซ่อมแซมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะทำให้ค่าความทนทานสูงสุดลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงมักหลีกเลี่ยงไอเทมที่มีค่าความทนทานต่ำ
‘หากเป้าหมายคือการผลิตเพื่อจำหน่าย การไม่ใช้วิถีรังสรรค์ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์คงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า’
จริงอยู่ที่ไอเทมซึ่งรังสรรค์ด้วยวิถีแห่งเวทนั้นยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ดังเช่นหอกของไรเฟลที่ทวีความงดงามและทรงพลังยิ่งกว่าเก่า แต่นั่นเป็นเพราะมันคืออาวุธระดับเทพนิยายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
‘ยิ่งระดับของไอเทมสูงขึ้น ออปชันที่เพิ่มเข้ามาก็ยิ่งทรงพลัง’
แต่เมื่อพิจารณาว่าระดับเฉลี่ยของไอเทมที่เขาสร้างมักอยู่ที่ระดับอีปิค (Epic) การทุ่มเทเวลาไปกับวิถีรังสรรค์ยุทโธปกรณ์เวทมนตร์ดูจะไม่คุ้มค่านัก
‘อย่างไรก็ตาม ข้าจะใช้วิธีนี้กับไอเทมหลักของเหล่าสมาชิกกิลด์’
สำหรับสหายร่วมรบแล้ว เขาพร้อมจะสละเวลาอันมีค่าให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ส่วนข้อเสียเรื่องความทนทานนั้น เทคนิคการซ่อมแซมของเขาสามารถสยบมันได้ เพราะเมื่อชินยองอูลงมือซ่อมแซมด้วยตัวเอง ค่าความทนทานสูงสุดจะไม่ลดลงแม้แต่หน่วยเดียว
『 ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง "โอเวอร์เกียร์" อาณาจักรแรกที่สถาปนาโดยผู้เล่นอย่างไม่กะพริบตา ไม่ใช่เพียงแค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ทุกหัวระแหงทั่วโลกต่างเฝ้ารอพิธีสถาปนาอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ หลายคนต่างตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดโอเวอร์เกียร์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการตั้งอาณาจักรกลับยังล่าช้าในการประกาศศักดา 』
『 คงต้องใช้เวลาเตรียมการมหาศาล เพราะนี่คืองานสมโภชที่ทุกประเทศและผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ พวกเขาคงต้องการเนรมิตพิธีสถาปนาที่งดงามวิจิตรและเกรียงไกรอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน 』
『 การบูรณะพระราชวังที่พังพินาศจากน้ำมือของเบเลียลเองก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเช่นกัน 』
ขณะที่ชินยองอูชำระล้างร่างกาย เสียงรายงานข่าวเกี่ยวกับอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ก็ดังแว่วมาจากโทรทัศน์บนผนังห้องน้ำ เขาปรายตามองข่าวเหล่านั้นก่อนจะเอื้อมมือไปปิดน้ำ
‘วุ่นวายชะมัด’
เป็นไปตามที่ข่าวคาดการณ์ โอเวอร์เกียร์กำลังวางแผนจัดพิธีสถาปนาที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุด เพื่อประกาศศักดิ์ศรีของกิลด์ที่เก่งกาจที่สุดให้โลกได้รับรู้ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องลงมา งานนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่เลาเอลจะแบกรับไว้เพียงลำพัง สมาชิกโอเวอร์เกียร์ทุกคนจึงต้องมีบทบาทหน้าที่ รวมถึงตัวเขาเองด้วย เหลือเวลาอีกเพียง 14 วันก่อนจะถึงพิธีสำคัญ และเขาต้องสร้างไอเทมเพื่อเป็นรางวัลให้แก่เหล่าสมาชิก
นี่คือแผนการของเลาเอล เมื่อไอเทมที่รังสรรค์โดยช่างตีเหล็กในตำนานถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้ชมหลายพันล้านคนในงานสถาปนา แรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นย่อมมหาศาล ลองจินตนาการดูเถิด อาวุธชิ้นใหม่ที่จะยกระดับกิลด์โอเวอร์เกียร์ให้ก้าวล้ำนำหน้าไปไกลแสนไกล ผู้ชมที่ได้เห็นย่อมเกิดความอิจฉาและเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเข้าร่วมกับอาณาจักรแห่งนี้
“ราชาโอเวอร์เกียร์... หึหึ”
ไม่ว่าจะคิดมุมไหน มันก็เป็นชื่อที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ชินยองอูแอบชื่นชมในรสนิยมการตั้งชื่อของตนเองขณะก้าวออกจากห้องน้ำและใช้ผ้าขนหนูพันผมที่เปียกชื้นไว้
*ตื้ดดดดด—*
โทรศัพท์กลางห้องนั่งเล่นแผดเสียงร้อง เป็นจิชูก้านั่นเองที่โทรมา เขาสะดุ้งโหยง
‘รวบรวมทองได้ 60 ล้านเหรียญแล้วงั้นรึ?’
ทอง 60 ล้านเหรียญทองนั้นเป็นจำนวนมหาศาลเกินคณนา ลำพังเพียงการขายไอเทมในเกมย่อมไม่เพียงพอ เธอต้องใช้เงินจริงกว้านซื้อทองจากตลาดมืด ซึ่งค่าธรรมเนียมการซื้อขายนั้นคงสูงลิบลิ่วจนประเมินไม่ได้ ชินยองอูตระหนักถึงความทุ่มเทของจิชูก้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
“รับสาย”
สิ้นคำ...
*วิ้ง—*
หน้าจอวิดีโอปรากฏขึ้นทันที ภาพของจิชูก้าที่มีท้องทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตาเป็นฉากหลังปรากฏสู่สายตา เธอยังคงส่งรอยยิ้มเจิดจรัสประหนึ่งดวงตะวันเช่นเคย
“ไฮ~! เกริด...!”
จิชูก้าเอื้อมมือไปทัดผมที่ถูกลมทะเลพัดปลิวไว้ที่หลังหู แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักคำพูด ใบหน้าพลันแดงซ่านขึ้นมาดื้อๆ
‘เป็นอะไรของเขาน่ะ?’
เขายังคงทำหน้าฉงน ในขณะที่ใบหน้าของจิชูก้ายิ่งแดงก่ำกว่าเดิม สายตาของเธอจับจ้องไปยังจุดหนึ่งบนร่างกายของเขา
“นี่คุณ... กำลังยั่วฉันอยู่เหรอ?”
“...”
อา... เขาลืมไปว่ายังไม่ได้สวมเสื้อผ้า ชินยองอูเพิ่งจะรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาเผ่นแนบเข้าห้องไปหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ทันที ในวิดีโอ จิชูก้าทั้งขัดเขินและรื่นรมย์ในเวลาเดียวกัน
“ฉันว่าเขาเนี่ยแหละ... เนื้อคู่ของฉันชัดๆ”
***
ณ พระราชวังไรน์ฮาร์ดที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่
“ลบร่องรอยของราชวงศ์เอเทอร์นัลออกไปให้สิ้น!”
อาณาจักรเอเทอร์นัลมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี แม้พระราชวังไรน์ฮาร์ดจะพังทลายลงจากมหาศึกเบเลียล แต่กลิ่นอายของราชวงศ์เดิมยังคงสถิตอยู่ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่เครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปจนถึงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม และนั่นคือสิ่งที่กวนใจเลาเอลเป็นที่สุด
“อะไรนะ? คุณค่าทางประวัติศาสตร์งั้นรึ? ประวัติศาสตร์ของผู้แพ้ไม่มีค่าให้จดจำหรอก! จงรื้อถอนรูปปั้นกษัตริย์แห่งเอเทอร์นัลออกให้หมด แล้วสร้างรูปปั้นของราชาเกริดประดิษฐานแทนที่ ณ จุดนั้นเสีย! เผาทำลายทุกสิ่งที่สลักตรามังกรเงินสัญลักษณ์ของเอเทอร์นัลทิ้งให้สิ้น แล้วประทับตรา ‘ทั่งและค้อน’ ลงไปบนสิ่งของใหม่ทั้งหมด ส่วนถนนหนทางที่เคยวิ่งเลนซ้าย ก็จงเปลี่ยนมาวิ่งเลนขวาให้หมด และ...”
เลาเอลบัญชาการเหล่าช่างฝีมืออย่างบ้าคลั่ง มือของเขายังคงกุมศีรษะอยู่ตลอดเวลา นิสัยวิตกกังวลเรื่องผมร่วงในโลกจริงดูเหมือนจะลามเข้ามาในโลกเสมือนแห่งนี้เสียแล้ว
เสนาธิการแรบบิทก้าวเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ราชวงศ์จากทั้ง 15 อาณาจักรต่างปฏิเสธคำเชิญร่วมงานสถาปนาครับ บรรยากาศในตอนนี้ ดูเหมือนไม่มีอาณาจักรใดบนทวีปที่ยอมรับพวกเราเลย”
ทว่าเลาเอลกลับไม่มีท่าทีตระหนกแม้แต่น้อย
“เป็นไปตามที่คาด”
ในทางเทคนิค เกริดคือ ‘กบฏ’ ผู้โค่นล้มอาณาจักรของตนเอง การยอมรับเกริดย่อมหมายถึงการยอมรับตัวตนของกบฏ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เหล่าราชวงศ์อื่นจะยอมก้มหัวให้อาณาจักรโอเวอร์เกียร์ง่ายๆ
“การโดดเดี่ยวทางการทูตจะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการพัฒนาชาติ ท่านมีแผนรับมือหรือไม่?”
เลาเอลพยักหน้าตอบคำถามของแรบบิท
“มันจะถูกแก้ไขด้วย ‘เควสต์การทูต’”
“...?”
โอเวอร์เกียร์คืออาณาจักรที่สถาปนาโดยผู้เล่น มันย่อมเติบโตไปในทิศทางที่ผู้เล่นเห็นพ้อง เพราะประชากรส่วนใหญ่ไม่ใช่ NPC เลาเอลจึงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของ NPC และผู้เล่นคนอื่นๆ ผ่านระบบเควสต์
‘หากผู้เล่นของโอเวอร์เกียร์ออกเดินทางไปยังอาณาจักรอื่น ทำเควสต์และล่ามอนสเตอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วัฒนธรรมและอิทธิพลของพวกเราจะแผ่ซ่านเข้าไปในอาณาจักรเหล่านั้นเองโดยธรรมชาติ และเมื่อถึงวันนั้น อาณาจักรอื่นย่อมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับและต้อนรับโอเวอร์เกียร์’
มันเป็นปัญหาที่จะคลี่คลายไปตามกาลเวลา สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือการขัดขวางจากขุมอำนาจอื่น เช่น จักรวรรดิซาฮารัน, อาเรส, อักนุส หรือกลุ่มบลัดคาร์นิวัล หากขุมอำนาจเหล่านั้นตามล่าผู้เล่นของโอเวอร์เกียร์ ย่อมไม่มีใครอยากเข้าร่วมกับอาณาจักรแห่งนี้
‘เราต้องมีอำนาจมากพอที่จะหยุดยั้งเรื่องนั้น’
พวกเขาต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นถึงความแข็งแกร่ง นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่เพียงเชิญคราวเกล, ดาเมียน และคริส แต่ายังรวมถึงเหล่ายอดฝีมือ (High Rankers) ที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อนด้วย
‘ข้าต้องแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพวกเรา’
เขาภาวนาขอให้เหล่าแรงเกอร์ที่ได้รับคำเชิญตอบตกลง
วันตเนอร์เดินเข้ามาหาเลาเอลที่กำลังสวดอ้อนวอนอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วกระซิบกระซาบ
“โกรวเฮด (Grow head)... ออกเสียงแปลกๆ ใช่ไหม? มันคือยาปลูกผมของเกาหลีน่ะเพื่อน ได้ผลดีชะงัดนักแล”
“วันตเนอร์ แกมัน...”
ไอ้หมอนี่ถึงกับมองความทุกข์ระทมของเขาออกในปราดเดียว แถมยังกล้าแนะนำยาปลูกผม?
เลาเอลปฏิญาณกับตนเองทันที ต่อให้มีคมดาบจ่อที่คอ เขาก็จะไม่มีวันใช้ยาปลูกผมที่แนะนำโดยคน ‘หัวล้าน’ อย่างวันตเนอร์เป็นอันขาด!
***
“เหล่าผู้ศรัทธาจำนวนมากต่างอาสามาช่วยงานก่อสร้างวิหารแห่งไรน์ฮาร์ดครับ”
“นั่นคือการสะท้อนถึงความเคารพรักที่พวกเขามีต่อท่านเกริด ผู้พิชิตจอมอสูรเบเลียลและนำความสงบสุขกลับคืนสู่โลกใบนี้”
ณ มหาวิหารแห่งเทพธิดาเรเบก้า
ภายหลังการล่มสลายของสันตะปาปาดรีวิโกและปาสคาล เหล่ามหาปุโรหิตบัดนี้ได้นั่งในตำแหน่งที่สูงส่งขึ้น ความกตัญญูและเคารพรักที่พวกเขามีต่อเกริดนั้นใสซื่อและจริงใจ ทำเอาดาเมียนรู้สึกตื้นตันใจไปด้วย
ดาเมียนเห็นบรรยากาศเข้าทีจึงเอ่ยขึ้นว่า “ผมได้รับจดหมายเชิญจากเกริดให้ไปร่วมพิธีสถาปนาอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ ผมตั้งใจจะไปร่วมงาน มีท่านอาวุโสท่านใดอยากไปกับผมไหมครับ?”
“...”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที เหล่าผู้อาวุโสทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ และปิดปากเงียบ
ดาเมียนเริ่มตระหนักถึงความผิดพลาด
‘พวกเขาเคารพเกริดก็จริง แต่หากเราสนับสนุนโอเวอร์เกียร์ออกนอกหน้า เราอาจถูกจักรวรรดิเพ่งเล็ง... อา ข้าช่างมองการณ์ใกล้แท้ๆ’
เขาเริ่มกังวลว่าอาจจะถูกบีบไม่ให้ไปร่วมงาน แต่ในพริบตานั้นเอง...
*ปัง!*
ผู้อาวุโสทั้ง 15 ท่านผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน สายตาที่จ้องมองมายังดาเมียนเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
“ทะ-ทำไมเหรอครับ?” ดาเมียนผงะถอยหลังด้วยความตกใจ
“ช่างน่าเศร่านัก! เหตุใดองค์สันตะปาปาถึงคิดจะเก็บโอกาสในการประสาทพรบนเส้นทางของท่านเกริดไว้เพียงผู้เดียวเล่า!”
“...?”
“พวกเราจะไปกับท่านด้วย! เราจะนำเหล่าผู้ศรัทธาทั้งหมดจากมหาวิหารไปร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญเกริดและอาณาจักรโอเวอร์เกียร์!”
“ได้โปรดพาพวกเราไปด้วยเถิด!”
“...คะ-ครับ ได้ครับ”
ดาเมียนพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความประหลาดใจต่อปฏิกิริยาอันรุนแรงเกินคาด
อิซาเบลที่ยืนอยู่ข้างกายแย้มยิ้มออกมา บัดนี้เธอแลดูงดงามยิ่งกว่าครั้งใดๆ เมื่อสุขภาพร่างกายได้รับการเยียวยาจนหายดี และเงาใจที่เคยหม่นมัวได้มลายสิ้นไป
***
“คราวเกล แล้วนายล่ะ?”
“จะไปไหม?”
‘เทพดาบ’ คราวเกล ในขณะที่เขากำลังกวาดล้างดันเจี้ยนมอนสเตอร์เลเวล 300 เพียงลำพัง ห่าวและอเล็กซานเดอร์ก็ได้เดินทางมาหา คราวเกลผู้ฝันใฝ่จะทวงคืนอันดับหนึ่งของโลกจะยอมเสียเวลามาร่วมพิธีสถาปนาอาณาจักรโอเวอร์เกียร์งั้นรึ? อเล็กซานเดอร์เชื่อมั่นว่าไม่มีทาง ด้วยความกระหายในความแข็งแกร่งของคราวเกล เขาคงไม่ยอมให้ใครมารบกวนการฝึกฝนแน่
ทว่า คำตอบของคราวเกลกลับผิดคาด
“ไปร่วมงานหน่อยก็คงดี ข้าคงปล่อยให้เพื่อนต้องผิดหวังไม่ได้”
“...เอ๊ะ?”
ผิดกับอเล็กซานเดอร์ที่ยืนอึ้ง ห่าวกลับลอบยิ้มออกมาเบาๆ
จากนั้นคราวเกลจึงเอ่ยชวน “ถ้าพวกนายไม่รังเกียจ จะไปด้วยกันไหมล่ะ?”
“ตกลง ข้าจะไปแน่นอน”
“...เข้าใจแล้ว ข้าจะไปร่วมงานพร้อมกับเหล่าแรงเกอร์จากรัสเซียด้วย”
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.



