Chapter 301
286 / 2769
7 min read
Chapter 301 - Back Again
Published Mar 14, 2026, 07:40 AM
Chapter 301: กลับมาอีกครั้ง
ทันทีที่เอเมอรี่ลืมตาขึ้น เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้าอันเขียวขจี เบื้องหน้าคือท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ไพศาล เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและใบไม้สีเขียวขจีที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมา มันเป็นภาพที่คุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกตา ซึ่งแตกต่างจากความมหัศจรรย์ทั้งหมดในสถาบันอย่างสิ้นเชิง
เขาส่อยตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ ก่อนจะบิดขี้เกียจและสัมผัสได้ถึงสายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านผิวหนังไปทั่วร่าง
“ฉันกลับมาแล้วสินะ?” เอเมอรี่พึมพำขณะที่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่
เอเมอรี่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ดื่มด่ำกับแสงแดดอันอบอุ่น ชื่นชมธรรมชาติที่งดงามและกลิ่นหอมของผืนหญ้า เขากล่าวกับตัวเองด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันกลับถึงบ้านแล้ว”
เขาลุกขึ้นยืนและตระหนักได้ในที่สุดว่าเขายืนอยู่ข้างเส้นทางม้าเดิน
เวลาผ่านไปสามเดือนแล้ว แต่เขาก็จำได้ในทันทีว่านี่คือจุดเดียวกันกับที่เขาไล่ตามรถม้าที่พาตัวมอร์กาน่าไป เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น เอเมอรี่ก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
เขาเริ่มค้นความทรงจำ พยายามย้อนนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
ครั้งสุดท้ายก่อนจะจากไป เอเมอรี่เพิ่งได้รับภารกิจจากหนึ่งในสามผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรไลออนฮาร์ท เซอร์แบดจ์เมกัส ให้ไปกวาดล้างกลุ่มโจรเขี้ยวโลหิตที่กำลังปล้นสะดมและสร้างความหายนะในดินแดนของอาณาจักร
ทันทีที่กลุ่มโจรถูกจัดการ สถานการณ์ก็เลวร้ายลงเมื่อเอเมอรี่ลงมือสังหารอัศวินเฒ่าและลูกน้องของเขา หลังจากนั้นเขาก็รีบรุดไปไล่ตามรถม้าที่พาตัวมอร์กาน่าไปก่อนจะมาลงเอยที่จุดนี้
เรื่องราวต่าง ๆ เริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวของเอเมอรี่ ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา การแข่งขันแมกัสเกมส์และเล่ห์เหลี่ยมทั้งหมดในจักรวาลแมกัสได้ครอบงำจิตใจของเขาจนหมดสิ้น ในที่สุดเขาก็ได้รับรู้ภาพรวมที่อยู่นอกโลกและรู้สึกถึงภาระที่ต้องแบกรับโดยปริยาย
แต่ในเมื่อตอนนี้เขากลับมาแล้ว เอเมอรี่จำเป็นต้องพักปัญหาเหล่านั้นเอาไว้ก่อนเป็นเวลาสามปี เพราะถึงอย่างไรในตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เอเมอรี่รู้ว่าเขาต้องเริ่มวางแผนสำหรับสามปีข้างหน้า ทว่าก่อนที่จะทำเช่นนั้น เขามีบางสิ่งที่ต้องจัดการเสียก่อน เขาเริ่มตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อตามหาสิ่งของสองอย่างที่ควรจะติดตัวเขามาด้วย
อย่างแรกคือกระเป๋าหนังที่เก็บยาและมีดมูนแดกเกอร์เอาไว้ ส่วนอย่างที่สองคือกล่องเก็บของพิเศษที่ดูธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น
เอเมอรี่เปิดกล่องที่เขาใช้เงินเก็บอันยากลำบากซื้อมาอย่างระมัดระวัง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าของข้างในยังอยู่ในสภาพดี ทรงกลมสีดำขนาดเล็กที่เป็นผลึกแห่งความว่างเปล่า, ม้วนคัมภีร์พิธีกรรมเลือดจันทร์ และเมล็ดพันธุ์จิ๋ว ทั้งหมดดูเหมือนกับครั้งล่าสุดที่เขาเห็นพวกมัน
สิ่งที่ทำให้เอเมอรี่ประหลาดใจคือ หลังจากที่เขาเปิดกล่องได้ไม่นาน กล่องเหล็กใบนั้นก็เริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน เขาตกใจและรีบหยิบของทุกชิ้นออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะนำไปเก็บไว้ในกระเป๋าหนังเก่า ๆ ของเขาอย่างทะนุถนอม
สิ่งถัดไปที่ต้องทำคือการตรวจสอบสถานะปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุดคือระดับความรุนแรงของข้อจำกัด
เอเมอรี่รวมสมาธิไปที่สัญลักษณ์บนฝ่ามือ และการแจ้งเตือนที่คุ้นเคยซึ่งคาดเดาได้อยู่แล้วก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
[มีการลงอาคมจำกัดพลัง]
[เอเมอรี่ แอมโบรส]
[พลังต่อสู้ : 47 (32)]
[พลังวิญญาณ : 193 (118)]
[วิญญาณพฤกษา – ระดับรากฐานขั้นกลาง]
[วิญญาณวารี – ระดับรากฐานขั้นกลาง]
[วิญญาณปฐพี – ระดับรากฐานขั้นกลาง]
[แก่นวิญญาณแห่งความมืด – ขั้นที่ 4]
[สายเลือดเฟย์ – ระดับ 3]
[ระดับอาโคลายท์ : 7]
เอเมอรี่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นข้อจำกัดที่ถูกใส่ไว้ การเห็นพลังของตัวเองลดลงไปกว่าหนึ่งในสามไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลยแม้แต่น้อย
โชคดีที่ดูเหมือนว่าระดับการบ่มเพาะของเขาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดว่าข้อจำกัดนี้ไม่ได้เปลี่ยนระดับพลังของเขา แต่มันทำได้เพียงผนึกและทำให้พลังที่เขามีอ่อนแอลงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอเมอรี่กังวลที่สุดเกี่ยวกับข้อจำกัดนี้คือเวทมนตร์ของเขา แม้ว่าจะยังระบุว่าเขาเป็นอาโคลายท์ระดับ 7 แต่พลังวิญญาณของเขากลับถูกกดให้เหลือต่ำกว่า 150 หน่วย ซึ่งไม่เพียงพอต่อการร่ายเวทมนตร์ระดับ 4
นั่นหมายความว่าเอเมอรี่จะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ระดับ 4 ได้เลยในระหว่างที่เขาอยู่บนโลก ซึ่งทำให้เขารู้สึกขัดใจไม่น้อย
เพื่อให้แน่ใจ เขาจึงลองร่ายเวทมนตร์ระดับ 4 ทั้งสองบทที่มีอยู่ คือ [ดาร์กแมตเทอร์] และ [เจดสกิน] และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด มันทำให้เอเมอรี่ไม่พอใจอย่างยิ่ง
สำหรับ [เจดสกิน] เขาทำได้เพียงปกคลุมร่างกายด้วยเวทมนตร์ระดับ 3 อย่าง [แกรนิตสกิน] เท่านั้น เพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเวทมนตร์ [เจดสกิน] ได้ ส่วน [ดาร์กแมตเทอร์] นั้น เอเมอรี่ไม่แม้แต่จะเห็นพลังงานความมืดปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเลยด้วยซ้ำ เวทมนตร์ไม่สามารถก่อตัวได้เลย
นอกจากเวทมนตร์สองบทนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเวทมนตร์อื่น ๆ ทั้งหมดที่เขามียังคงใช้งานได้ตามปกติ แม้ว่าจะอ่อนพลังกว่าตอนที่เขาใช้อยู่ในสถาบันก็ตาม
เอเมอรี่ถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงสถานะที่ 'น่าสมเพช' ของตัวเองในตอนนี้ แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีตที่ร่ายได้เพียงเวทมนตร์ระดับ 1 แล้ว เขาก็ถือว่าแข็งแกร่งขึ้นมากในตอนนี้ อีกทั้งเขายังมีทักษะดาบที่ชำนาญมากขึ้น และที่ลืมไม่ได้เลยคือทักษะการต่อสู้อันน่าทึ่งอย่าง [ประตูอมตะ]
เอเมอรี่เชื่อว่าด้วยพลังในตอนนี้ เขาคงไม่เจอกับภัยคุกคามที่สามารถเอาชนะเขาได้ง่าย ๆ นอกจากคุณยายหรือนักบวชหญิงแห่งทะเลสาบ
ไม่ว่าอย่างไร เขายังเชื่อว่าเขามีคิลกรากอห์ มังกรตัวนั้นเป็นหนทางในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไปอีก
“ผลึกแห่งความว่างเปล่านี่มันแพงมาก ฉันจะไม่ปล่อยให้มันเอาไปโดยไม่ได้อะไรตอบแทนหรอก!”
ตอนนี้เอเมอรี่ตัดสินใจได้แล้ว เขาเป้าหมายสามอย่างที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ อย่างแรกคือการตามหามอร์กาน่า อย่างที่สองคือคิลกรากอห์ และอย่างที่สามคือการตามหาฟานทูมาร์ ขุนนางผู้รับผิดชอบต่อการตายของพ่อเขา
เมื่อมองดูเส้นทางม้าที่แยกออกเป็นสองทางเลือก เขากำลังตัดสินใจว่าจะมุ่งหน้าไปตามทางที่รถม้าที่พามอร์กาน่าไป หรือจะไปอีกทางเพื่อกลับไปยังเมืองเวนต้า
โชคร้ายที่เอเมอรี่ไม่รู้ว่ารถม้านั้นมุ่งหน้าไปที่ใด นอกจากข้อมูลที่ว่ามันกำลังออกจากอาณาจักรไลออนฮาร์ท เบาะแสเดียวที่เขามีคือชื่อของอัศวินที่พามอร์กาน่าไป นั่นคือเซอร์คีน มือขวาของแบดจ์เมกัส
ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการมุ่งหน้าไปอีกทางเพื่อกลับไปยังเมืองเวนต้า เขาอาจจะไปสอบถามข้อมูลล่าสุดจากลูน่า ควินตินในเมืองเวนต้า เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่หลังจากเซอร์คีนรอดชีวิต เขาอาจกลายเป็นอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดจากการสังหารหนึ่งในสามผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรไลออนฮาร์ท
เมื่อนึกถึงจำนวนปัญหามากมายที่กองอยู่ตรงหน้า เอเมอรี่ก็อดสบถออกมาไม่ได้ “บ้าเอ๊ย... ปัญหาให้แก้เยอะจริง ๆ...”
ในขณะที่เอเมอรี่มองกลับไปที่เส้นทางทั้งสอง เขาก็เริ่มสับสนขึ้นมาทันที เขาไม่รู้ว่าเส้นทางไหนมุ่งไปทางเหนือหรือทางใต้ ดูเหมือนว่าเขาจะหลงทางเสียแล้ว
ในระหว่างที่เอเมอรี่กำลังพยายามนึกให้ออกว่าเส้นทางไหนมุ่งหน้าสู่เมืองเวนต้า ความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงดังสนั่น มันเป็นเสียงของม้าที่กำลังวิ่งผ่านทางลูกรัง
ด้วยประสาทสัมผัสที่ได้รับการเสริมพลัง เขาคาดเดาได้ว่ามีม้าอย่างน้อยห้าตัว และจากระยะไกล เอเมอรี่เห็นว่าพวกนั้นไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา อันที่จริงทั้งห้าคนที่ขี่ม้าดูเหมือนนักรบหรืออาจจะเป็นพวกปล้นสะดมด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นกลุ่มคนที่กำลังเข้ามา ซึ่งดูท่าทางไม่เป็นมิตร เอเมอรี่ก็ไม่มีความคิดที่จะซ่อนตัวเลยแม้แต่น้อย แท้จริงแล้วเขาคิดในใจว่าจังหวะของพวกนี้มันช่างพอเหมาะพอเจาะเหลือเกิน เขาจำเป็นต้องมีอะไรมาระบายความหงุดหงิดเสียหน่อย และพวกมันก็เดินเข้ามาส่งถึงที่เอง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.