Chapter 399
400 / 1162
5 min read
Chapter 399: Conquering The Goblin Crypt [Part 2]
Published Mar 13, 2026, 07:36 AM
บทที่ 399: พิชิตสุสานกอบลิน [ตอนที่ 2] [หัวหน้าเผ่ากอบลิน]
— บอสดันเจี้ยน
— ก็อบลินโอเวอร์ลอร์ด
— ระดับความเสี่ยง: คลาส B (สูง)
— หัวหน้าเผ่าผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์กอบลินเป็นที่รู้จักในด้านความบ้าคลั่งและไร้ระเบียบ มันคุ้นเคยกับการรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า และมักจะออกทำสงครามกับกอบลินตนอื่นเพื่อผนวกเข้ากับเผ่าของมัน
— หัวหน้าเผ่ากอบลินยังชอบปล้นสะดมหมู่บ้านมนุษย์เพื่อจับตัวผู้หญิงและเด็กสาวมาเป็นแม่พันธุ์ให้กับเผ่าของมัน พวกมันขึ้นชื่อเรื่องความกระหายกาม และมักจะติดโผหนึ่งในสิบสิ่งมีชีวิตที่เหล่านักผจญภัยต้องกำจัดให้ได้ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม
-
หัวหน้าเผ่ากอบลินคำรามกึกก้องและพุ่งเข้าหาวิลเลียมราวกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง มันรู้สึกอิจฉาวิลเลียมที่มีสาวงามอยู่เคียงข้าง ในฐานะสัตว์ร้ายที่มักมากในกาม มันต้องการจับตัวเด็กสาวคนนั้นมาสนองความใคร่ของตน
วิลเลียมแค่นเสียงเหอะและกำลังจะเข้าปะทะกับหัวหน้าเผ่ากอบลินตรงๆ ทว่าเขากลับไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น เพราะเอียนและเวนดี้ที่ยืนอยู่ข้างกายได้พุ่งเข้าใส่หัวหน้าเผ่ากอบลินพร้อมอาวุธในมือแล้ว
ดาบแส้ของเอียนและหอกของเวนดี้ปะทะกับดาบโค้งคู่ที่หัวหน้าเผ่ากอบลินถืออยู่ แอชเปลี่ยนร่างเป็นเงือกในเวลาเดียวกับที่เวนดี้ปลดปล่อยเวทมนตร์ของเธอ
เด็กสาวทั้งสองร่วมมือกันเพื่อต้านทานมอนสเตอร์ตัวนั้นไว้ ในขณะที่ฝูงแพะที่เหลือจัดการกับลูกน้องของหัวหน้าเผ่ากอบลิน
วิลเลียมรู้ดีว่าแอชและเวนดี้ไม่ใช่ดอกไม้ที่บอบบางซึ่งต้องถูกขังไว้ในแจกันคริสตัลเพื่อให้คนเชยชม ทั้งคู่คือนักรบ และพวกเธอมีศักดิ์ศรีของนักรบ เด็กสาวทั้งสองกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้วิลเลียม และฮาล์ฟเอลฟ์หนุ่มก็เข้าใจในเจตนาของพวกเธอ
‘เราจะไม่มัวแต่ยืนดูเฉยๆ และปล่อยให้คุณสู้เพียงลำพังหรอกนะ’ แอชพูดในใจขณะที่ดาบในมือของเธอเปลี่ยนรูปกลายเป็นแส้ที่สร้างจากน้ำ
เวนดี้กำหอกในมือแน่นขณะเตรียมใช้หนึ่งในการโจมตีอันทรงพลังเพื่อจัดการกับหัวหน้าเผ่ากอบลินที่เข้าสู่สภาวะคลั่ง
‘ดูฉันนะ วิลล์ ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันทำอะไรได้บ้าง!’ เวนดี้รวมพลังเวทไปที่ปลายหอกและสบตากับแอชก่อนจะพุ่งเข้าสังหาร
“เรนคัตเตอร์!”
“อินฟินิตี้สเปียร์!”
แส้น้ำในมือของแอชวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วขณะที่มันฟาดลงบนร่างกายของหัวหน้าเผ่ากอบลิน ทิ้งรอยแผลลึกไว้ที่หน้าอกของมัน
เวนดี้แทงหอกไปข้างหน้า และหนามเหล็กหลายเล่มก็ปักเข้ากับร่างของหัวหน้าเผ่ากอบลิน
เด็กสาวทั้งสองยังไม่หยุดการโจมตีประสานอันไร้ความปรานี พวกเธอกระหน่ำโจมตีหัวหน้าเผ่ากอบลินที่บ้าคลั่งครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งมันสิ้นใจ
เด็กสาวทั้งสองอยู่ในระดับโกลด์ขั้นต้น ในขณะที่วิลเลียมอยู่ในระดับแพลตตินัมขั้นต้น เดิมทีทั้งคู่ทำได้เพียงอยู่ในระดับซิลเวอร์ขั้นสูงสุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความปรารถนาที่จะแข็งแเกร่งขึ้นในช่วงสงคราม พวกเธอจึงฝึกฝนอย่างหนักและดูดซับมานาคริสตัลจนในที่สุดก็เลื่อนระดับขึ้นมาได้
เรื่องนี้เกิดขึ้นในตอนที่วิลเลียมยังคงอยู่ในอาการโคม่า และเขาก็รู้สึกประหลาดใจปนยินดีที่ได้เห็นว่าเด็กสาวทั้งสองมีความสามารถในการต่อสู้เพิ่มมากขึ้น
“ทำได้ดีมากทั้งคู่เลย” วิลเลียมเอ่ยชมเด็กสาวทั้งสองที่กำลังหอบหายใจ
หัวหน้าเผ่ากอบลินมีระดับสูงกว่าพวกเธอหนึ่งขั้น แต่ด้วยความร่วมมือกัน พวกเธอจึงสามารถสยบภัยคุกความของมันได้ด้วยการระดมยิงเวทมนตร์จนมันไม่สามารถใช้กำลังได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีเด็กหนุ่มผมแดงคนหนึ่งที่ลอบใช้เวทมนตร์แห่งความมืดอย่างแนบเนียนเพื่อทำให้อ่อนกำลังลงโดยไม่ให้เด็กสาวทั้งสองรู้ตัว ในฐานะคนที่ฝึกฝนกับเซลีนมาหลายปี เด็กหนุ่มย่อมได้เรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างมาจากเธอ
โอลิเวอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาของวิลเลียมพยักหน้าอย่างชื่นชม เขาอยู่กับวิลเลียมหลายครั้งในฐานะบอดี้การ์ด ดังนั้นเขาจึงตระหนักดีถึงนิสัยของเด็กหนุ่มผมแดงคนนี้
การกระทำของเขาที่แอบช่วยเหลือเด็กสาวทั้งสองทำให้โอลิเวอร์ตระหนักว่าวิลเลียมห่วงใยพวกเธอมากเพียงใด ลิงนกแก้วถอนหายใจในใจและหวังว่าเซลีน นายหญิงที่เขาดูแลจะอยู่ที่นี่เพื่อดูว่าเด็กหนุ่มคนนี้เติบโตขึ้นมากแค่ไหน
เขายังเริ่มสงสัยว่าวิลเลียมคือเจ้าชายในคำทำนายจริงๆ หรือไม่ ในตอนแรก โอลิเวอร์ต้องการให้วิลเลียมเป็นเจ้าชายแห่งความมืด ทำไมนะหรือ? เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เขาจะเลือกเซลีนแทนที่จะเป็นเซเลสเต้เมื่อเวลานั้นมาถึงอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้อยู่กับเขามานาน เขากลับหวังว่ามันจะไม่เป็นเรื่องจริง
ท้ายที่สุดแล้ว ในการที่จะเป็นเจ้าชายผู้ครอบครองพลังแห่งความมืด วิลเลียมต้องปล่อยให้ตัวเองถูกกัดเซาะด้วยความมืดและยอมรับมันด้วยความเต็มใจ
เซลีนและลิงนกแก้วเคยเห็นสภาพของวิลเลียมในตอนที่เขาสิ้นหวังต่อมนุษยชาติมาแล้ว ทั้งคู่ไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนั้นอีกเลย
‘ข้าจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติแล้วกัน’ โอลิเวอร์ถอนหายใจเป็นครั้งที่สอง ‘ไม่มีประโยชน์ที่จะกังวลเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา’
โอลิเวอร์เฝ้ามองเด็กสาวทั้งสองแท็กมือกันก่อนจะหันกลับมามองวิลเลียมด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ วิลเลียมยิ้มและจ้องมองคนรักทั้งสองด้วยสายตาที่อ่อนโยน
ลิงนกแก้วหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีใครสักคนมองมาที่เซลีนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเอ็นดูเช่นนี้บ้าง
‘ถ้าวิลเลียมไม่ใช่เจ้าชายคนนั้นก็ให้มันเป็นไป’ โอลิเวอร์คิด ‘แต่ถ้าไอ้เจ้าชายหน้าไหนบังอาจมาทำร้ายนายหญิงของข้า ข้าจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้ปลากิน ข้าไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นเจ้าชายแห่งความมืดหรือเจ้าชายหน้าไหน ใครก็ตามที่ทำให้เซลีนต้องร้องไห้จะต้องตายด้วยน้ำมือของข้า’
ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่ปีกว่าคำทำนายจะกลายเป็นจริง จนกว่าจะถึงตอนนั้น โอลิเวอร์จะเฝ้าดูผู้สมัครเป็นเจ้าชายของเขา และดูด้วยตาตัวเองว่าเด็กหนุ่มผมแดงที่เขาฝึกฝนมากับมือจะตกลงสู่ความสิ้นหวังและยอมให้ความมืดกัดกินตนเองหรือไม่
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.