ตอนที่ 1537
1537 / 2354
อ่าน 11 นาที
Chapter 1537 Gone Rogue
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 01:35
บทที่ 1537: วิถีมารที่ผันแปร
“เหตุใดท่านจึงมิรับรู้ถึงชะตากรรมของนาง? เรื่องราวนี้สั่นสะท้านไปทั่วหล้าเมื่อยามที่มันเกิดขึ้น... ท่านเป็นสหายของนางจริงหรือ?” ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง สายตาที่มองมายังเทียนฉีหยวนเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
“ข้ากักตนฝึกวิชาเป็นเวลานานแสนนาน เพิ่งจะออกมาสู่โลกภายนอกได้ไม่นานนัก จึงยังมีอีกหลายเรื่องที่ข้ามิอาจล่วงรู้ หากท่านช่วยชี้แนะข้าสักครา ข้าจักมิยอมให้ท่านเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์”
สิ้นคำ เทียนฉีหยวนก็สะบัดหัตถ์เรียกกระบี่ระดับโบราณกาลเล่มหนึ่งออกมา กลิ่นอายอันทรงพลังของมันแผ่ซ่านออกมาจนศิษย์ผู้นั้นตาโตเท่าไข่ห่าน เขาแกว่งมันไปมาเบื้องหน้าอีกฝ่ายประหนึ่งนำหัวไชเท้ามาล่อหลอกลาให้ก้าวเดิน
ทันทีที่เห็นสมบัติล้ำค่า ดวงตาของศิษย์สำนักเก้ากระบี่ก็วาววับด้วยความโลภและความตื่นเต้น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเพียงแค่ตอบคำถามไม่กี่ประโยค จะได้ครอบครองกระบี่ระดับโบราณกาลเช่นนี้!
“ข้าจักเล่าทุกอย่างที่ท่านอยากรู้ให้สิ้นเลยขอรับ ท่านผู้อาวุโส!”
“เริ่มจากการบอกข้าว่าเหตุใดจื่อเสวียนถึงถูกขับไล่ออกจากสำนัก”
“นั่นเป็นเพราะนางได้ผันตัวเข้าสู่เส้นทางสายมาร ออกเข่นฆ่าผู้คนประหนึ่งปีศาจคลั่งจนกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่โลกต้องจารึก! หากสำนักเก้ากระบี่ไร้เทียมทานมิประกาศตัดขาดและขับไล่นางออกไป เกรงว่าพวกเราทั้งหมดคงต้องถูกลากลงขุมนรกไปพร้อมกับนางด้วย!”
“อะไรนะ? จื่อเสวียนกลายเป็นฆาตกรวิปลาสอย่างนั้นหรือ? ต้องมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นแน่ ข้าล่วงรู้จักนางมานานนับพันปี นางไม่มีวันทำเรื่องอัปยศเช่นนั้นโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเด็ดขาด” ดวงตาของเทียนฉีหยวนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับความจริงที่แสนโหดร้ายนี้
เขารู้ดีว่าจื่อเสวียนอาจจะมีนิสัยประหลาดไปบ้าง แต่นางมิใช่คนอำมหิตที่ฆ่าแกงผู้คนอย่างไร้เหตุผล หากนางจักปลิดชีพใครสักคน คนผู้นั้นต้องมีเหตุให้ต้องตายอย่างแน่นอน
“มันคือความจริงขอรับท่านผู้อาวุโส! เทพธิดากระบี่ผู้นั้นออกอาละวาดประดุจพายุคลั่งเข้าขยี้ทุกคนที่บังอาจใส่ร้ายป้ายสี 'มหาช่างหล่อหลอมผู้เกรียงไกร' โดยเฉพาะพวกสมาคมทั่งโบราณ... หากผู้ใดหาญกล้าเอ่ยคำดูหมิ่นมหาช่างหล่อหลอมในที่สาธารณะ นางจะปรากฏกายที่หน้าประตูบ้านและเชือดเฉือนพวกเขาไม่ต่างจากสุกรในโรงฆ่าสัตว์!”
“หือ...?” เทียนฉีหยวนตาค้างเป็นรอบที่สอง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เพราะเขานึกภาพออกทันทีว่าจื่อเสวียนที่เป็น 'สาวกตัวยงของมหาช่างหล่อหลอม' (ซึ่งก็คือตัวเขาเอง) ย่อมสามารถทำเรื่องที่สุดโต่งเช่นนั้นเพื่อเขาได้อย่างแน่นอน
“นางสังหารผู้คนไปนับพันตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้แต่อาวุโสของสมาคมทั่งโบราณก็สังเวยชีวิตไปถึงสองคน และนางยังทำลายตบะของ 'ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์' จนพิการถาวร... ถึงขั้นที่เขาไม่อาจกวัดแกว่งค้อนได้อีกต่อไป ด้วยการกระทำอันป่าเถื่อนนี้นางจึงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายมารและถูกตั้งค่าหัวไปทั่วสารทิศ”
“นางคงจะมุ่งหมายปลิดชีพเทพเจ้าแห่งการสรรสร้างไปแล้วด้วยซ้ำ หากว่าเขาคนนั้นมิได้แข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจะเอื้อมถึง หลังจากถูกตราหน้าว่าเป็นจอมมารและมีค่าหัวติดตัว เทพธิดากระบี่ผู้สง่างามก็กลายเป็นผู้ถูกล่าในทันที”
“หากสำนักเก้ากระบี่ไร้เทียมทานมิขับไล่นาง พวกเราก็คงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดและต้องกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก”
“ข้าเข้าใจสถานการณ์ของนางแล้ว... และข้ายังมีอีกคำถามหนึ่ง นาง... สิ้นชีพไปแล้วหรือยัง?” สีหน้าของเทียนฉีหยวนแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเศร้าหมองขณะเอ่ยคำถามสำคัญนี้
แม้ทั้งสองจะมิเคยเอ่ยปากยอมรับว่าเป็นคนรักกัน แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อน และเคยแบ่งปันช่วงเวลาที่สลักจิตสลักใจร่วมกันมา เทียนฉีหยวนคงกำลังโกหกตัวเองหากบอกว่าเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลือให้นางเลย
“ที่ข้าได้รับรู้มาล่าสุด... พวกเขาจัดการทำลายกายหยาบของนางได้สำเร็จ แต่กลับล้มเหลวในการจองจำดวงวิญญาณ ทำให้นางหลบหนีไปได้ เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อราวยี่สิบปีก่อน หลังจากนั้นข้าก็มิได้ยินข่าวคราวของนางอีกเลย”
“แปลว่านางอาจจะยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งสินะ...”
“คำถามสุดท้าย... ใครเป็นผู้ทำลายกายหยาบของนาง?”
“นั่นคือฝีมือของ ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ แน่นอนว่าเขามีสมาคมทั่งโบราณและขุมกำลังอื่นๆ คอยหนุนหลัง”
“ขอบใจเจ้ามาก ตามที่สัญญาไว้ นี่คือสิ่งตอบแทนสำหรับเวลาของเจ้า” เทียนฉีหยวนยื่นกระบี่ให้ศิษย์ผู้นั้นก่อนจะหายวับไปจากที่แห่งนั้นในชั่วพริบตา
เป้าหมายต่อไปของเขาคือการตามหา ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ ซึ่งมิใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด
หลังจากถูกจื่อเสวียนทำลายวรยุทธ์จนพิการ ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ก็อำลาวงการหล่อหลอมและผันตัวไปเป็นเพลย์บอยผู้มั่งคั่ง ใช้เวลาวันๆ อยู่ในหอนางโลมและสถานที่รื่นรมย์
เพียงครู่เดียว เทียนฉีหยวนก็พบเขาที่ 'หอเวหาพันนางฟ้า' ท่ามกลางสาวงามนับสิบที่คอยห้อมล้อมเอาอกเอาใจ ทั้งป้อนผลไม้และรินสุราให้ไม่ขาดสาย
เทียนฉีหยวนกวาดสายตาสำรวจร่ายกายของช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์เพื่อประเมินความเสียหาย
หากมองเผินๆ เขาดูแข็งแรงดี แต่หากสังเกตที่มือทั้งสองข้างจะเข้าใจทันทีว่าเหตุใดเขาถึงต้องเลิกเป็นช่างตีเหล็ก มือคู่นั้นไม่เพียงแต่ไร้นิ้ว หากแต่รอยแผลที่เหลืออยู่ยังดูบิดเบี้ยวแหลกเหลวราวกับเนื้อบด
โดยปกติแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเขาควรจะรักษาบาดแผลเช่นนี้ได้ด้วยตัวเองแม้ปราศจากโอสถทิพย์ แต่น่าเศร้าที่จื่อเสวียนฟาดฟันเขาด้วยกระบี่ที่สร้างความเสียหายถาวรและสกัดกั้นผลของโอสถรักษาร้อยแปดพันเก้า กระบี่เล่มนั้นคือสิ่งที่เทียนฉีหยวนรังสรรค์ขึ้นเองกับมือ เขาจึงรู้ได้ทันทีจากการมองบาดแผลว่านางใช้กระบี่เล่มนั้นทำลายคนผู่นี้
ทางเดียวที่เขาจะกลับมาเป็นปกติได้ คือต้องทำลายกายหยาบที่พิการนี้ทิ้งแล้วสร้างขึ้นใหม่จากศูนย์
ทว่าเรื่องนั้นพูดง่ายแต่ทำยาก การจะสร้างกายใหม่ให้แข็งแกร่งเท่าเดิมต้องใช้พละกำลังมหาศาลและเวลานับแสนปี ซึ่งช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์มรสิ้นไร้ซึ่งแรงผลักดันและปณิธานในการหล่อหลอมไปเสียแล้ว นับตั้งแต่ที่ 'ช่างตีเหล็กนิรันดร์' ก้าวขึ้นเป็นเทพเจ้าแห่งการสรรสร้าง
เมื่อสำรวจจนพอใจ เทียนฉีหยวนก็ก้าวเดินเข้าไปหา
“เฮ้ย! เจ้าลูกหมาที่ไหนวะ? เจ้าตาบอดหรืออย่างไร!”
ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์แผดเสียงด่าทอออกมาก่อนที่เทียนฉีหยวนจะเข้าถึงตัวเสียด้วยซ้ำ
“ไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังเสวยสุขอยู่ตรงนี้? การปรากฏตัวของเจ้ามันทำลายบรรยากาศชะมัด ไสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะสังหา—”
ยังมิทันที่คำขู่จะจบประโยค เทียนฉีหยวนก็เรียก 'ผลงานชิ้นเอก' ที่เขาเพิ่งตีเสร็จออกมาและตวัดมันออกไปหนึ่งครา!
*ฉัวะ!*
แม้ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์จะมองตามการเคลื่อนไหวของเทียนฉีหยวนทัน แต่ร่างกายที่ทรุดโทรมของเขากลับมิอาจตอบสนองได้ทันท่วงที กว่าจะรู้ตัว กายหยาบของเขาก็ถูกคมกระบี่พิฆาตจนแตกดับสลายไปในพริบตา!
“กรี๊ดดดดดด!”
“ฆาตกร!!!”
เหล่าสาวงามรอบกายพากันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ทว่าเทียนฉีหยวนมิได้สังหารดวงวิญญาณของช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ที่บัดนี้ล่องลอยอยู่อย่างไร้ร่าง
“จ... เจ้าสารเลว! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?! กล้าดีอย่างไรมาทำกับข้าเช่น—”
เขาต้องหยุดชะงักคำพูดเป็นครั้งที่สอง แต่มิใช่เพราะการโจมตีของเทียนฉีหยวน
เมื่อดวงวิญญาณของเขาสบเข้ากับกระบี่ในมือของเทียนฉีหยวนโดยบังเอิญ กลิ่นอายและรังสีที่แผ่ออกมาทำให้เขาตกตะลึงจนลืมสิ้นทุกความโกรธแค้น คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ
ในฐานะช่างตีเหล็กระดับเทพ เขาเคยเห็นสมบัติมาแล้วทั่วทั้งจักรวาล แต่เขาไม่เคยพบเห็นสิ่งใดที่มหัศจรรย์เท่ากระบี่เล่มนี้มาก่อนเลย แม้เขาจะมิอาจบอกได้ว่ามันถูกสร้างขึ้นจากวัสดุใด แต่สัญชาตญาณกลับร่ำร้องว่านี่คือสิ่งที่มาจากอีกโลกหนึ่ง... สิ่งที่โลกใบนี้มิควรจะมีอยู่
หากจะหาคำนิยามให้สมบัตินี้ มันคือความ 'ไร้ตำหนิ' และ 'ไร้ผู้ต้าน' อย่างแท้จริง
เทียนฉีหยวนสังเกตเห็นว่าช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ถูกความงามของกระบี่สะกดไว้ จึงยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น “เจ้าสนใจมันอย่างนั้นหรือ?”
เขายื่นกระบี่ออกไปข้างหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยลโฉมชัดๆ
“จ... เจ้าไปได้สมบัติเช่นนี้มาจากที่ใดกัน?! มันเป็นสมบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือว่าเป็นผลงานของใครบางคนกันแน่?!” ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ถามออกไปราวกับคนละเมอ ลืมไปสิ้นว่ากายหยาบเพิ่งถูกทำลายไปเมื่อครู่ แม้เขาจะทิ้งปณิธานไปแล้ว แต่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ เขายังคงเป็นช่างตีเหล็กอยู่เสมอ
เทียนฉีหยวนไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน พอดีเห็นมันวางอยู่กลางถนนเลยหยิบมาน่ะ”
และโดยมิเอ่ยคำใดอีก เทียนฉีหยวนก็เลือนหายไปจากที่แห่งนั้นดั่งภูตพราย ทิ้งให้ช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ตกอยู่ในความเงียบงันและความสับสนอลหม่านเพียงลำพัง
จุดประสงค์ที่เขามาหาคนผู้นี้ ก็เพียงเพื่อลงทัณฑ์ที่มันบังอาจทำลายกายหยาบของจื่อเสวียน ตอนแรกเขาคิดจะทำลายดวงวิญญาณให้สิ้นซากไปเสียด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเห็นความลุ่มหลงในกระบี่ของอีกฝ่าย เทียนฉีหยวนจึงเปลี่ยนใจ... เขาเลือกที่จะทรมานมันด้วย 'ความสงสัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด' แทน
เป็นไปตามคาด การได้เห็นกระบี่ของเทียนฉีหยวนเพียงเสี้ยววินาทีได้สลักลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของช่างตีเหล็กสวรรค์เพลิงกัลป์ มันปลุกเร้าความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะสร้างสิ่งที่ทรงอานุภาพเช่นนั้นขึ้นมาบ้าง
ไฟแห่งปณิธานที่มอดดับไปแล้วกลับมาลุกโชนอีกครั้ง เขาประกาศหวนคืนสู่วงการหล่อหลอมทันทีหลังจากสร้างกายหยาบใหม่เสร็จสิ้น เขาพยายามใช้ความทรงจำทุกหยาดหยดเพื่อศึกษากระบี่เล่มนั้น แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด เขาก็ไม่อาจเข้าถึงความล้ำลึกของมันได้เลย
ในที่สุด เขาก็ละทิ้งความพยายามที่จะทำความเข้าใจและหันมาเลียนแบบมันแทน แต่อนิจจา... ต่อให้เขารังสรรค์ผลงานออกมานับล้านชิ้น ก็ไม่มีชิ้นใดที่เทียบเคียงได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของกระบี่เล่มนั้น
“ขอแค่ข้าได้เห็นกระบี่เล่มนั้นอีกสักครา! หากยามนั้นข้าจับจ้องมันให้ยาวนานกว่านี้อีกนิด...!!!”
ความหมกมุ่นแปรเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นคนเสียสติที่ออกเดินทางไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้าเพียงเพื่อตามหาชายลึกลับและกระบี่ในตำนานเล่มนั้น
ในขณะเดียวกัน เทียนฉีหยวนได้ไปเยือนสมาคมทั่งโบราณและอวดโฉมกระบี่ของเขาต่อหน้าเหล่าช่างฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้ทุกคนที่นั่นต้องอ้าปากค้างด้วยความสะพรึง
สำหรับคนทั่วไป กระบี่ของเทียนฉีหยวนอาจดูเหมือนกระบี่คุณภาพสูงธรรมดาเล่มหนึ่ง แต่สำหรับยอดช่างหล่อหลอม มันคือ 'ปาฏิหาริย์' คือจุดสูงสุดแห่งงานหัตถศิลป์ที่ก้าวข้ามทุกเหตุผลและตรรกะ ประหนึ่งว่ามันเป็นร่างอวตารของความลับแห่งศาสตร์การหล่อหลอมทั้งปวง
เหล่าช่างฝีมือต่างอ้อนวอนขอร้องให้เทียนฉีหยวนอนุญาตให้พวกเขาสัมผัสหรือตรวจสอบสมบัตินั้น แต่เทียนฉีหยวนกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
เรื่องนี้ทำให้เหล่าช่างฝีมือแทบจะคลั่งตาย โดยเฉพาะ 'เหยาเทา' ที่ถึงขั้นสูญเสียการควบคุมอารมณ์และเข้าโจมตีเทียนฉีหยวนเพื่อจะชิงกระบี่มาเป็นของตน
ทว่าเทียนฉีหยวนหยุดยั้งเหยาเทาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับทำลายกายหยาบของอีกฝ่ายทิ้งเป็นของแถม ก่อนจะหายตัวไปในอากาศธาตุอย่างไร้ร่องรอย
ไม่นานนัก ข่าวลือเรื่องชายปริศนาผู้ครอบครอง 'กระบี่ที่สมบูรณ์แบบ' ก็แพร่กระจายไปทั่วโลกแห่งการหล่อหลอมดั่งไฟลามทุ่ง
“มันคือกระบี่ที่ก้าวข้ามแม้แต่ระดับสวรรค์ (Celestial-grade)!”
“นั่นมิใช่สิ่งที่มนุษย์จะสร้างขึ้นได้ แต่มันเป็นผลงานของเทพเจ้า... เทพเจ้าที่เหนือยิ่งกว่าเทพแห่งการสรรสร้างเสียอีก!”
และในที่สุด ข่าวลือเหล่านี้ก็แว่วเข้าถึงพระกรรณของเทพเจ้าแห่งการสรรสร้าง ปลุกความสนใจของพระองค์ให้ตื่นขึ้นมาในทันที!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
