ตอนที่ 51
51 / 89
อ่าน 8 นาที
Chapter 51 Sarah In Danger
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:30
จู่ๆ พวกมันก็หยุดชะงักลงที่ระยะยี่สิบเมตรตรงหน้าเรา พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาที่กลุ่มขของพวกเรา อสูรพวกนี้มีขนาดตัวใหญ่กว่าที่ฉันประเมินไว้แต่แรกเสียอีก เล็กกว่าเจ้าหมูจอมแผดเผาที่ฉันเคยสู้ด้วยเพียงนิดเดียวเท่านั้น
'แฮ่! แฮ่!' นี่คือส่วนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของอสูรไฮยีน่า นั่นคือเสียงร้องอันแสนวิปริตที่ก้ำกึ่งระหว่างเสียงหัวเราะและเสียงโหยหวน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนี้ ขนตามร่างกายของฉันจะลุกชันด้วยความเสียวสันหลังวาบ
น้ำลายข้นหนืดไหลเยิ้มออกมาจากปากของพวกมัน ข้าพเจ้าเคยอ่านเจอมาพว่าสัตว์อสูรบางชนิดโปรดปรานการลิ้มลองเนื้อมนุษย์ยิ่งกว่าเนื้อของพวกอสูรด้วยกันเองเสียอีก และดูท่าเจ้าพวกไฮยีน่านี่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วยล่ะ
'เฟี้ยว!' พวกมันเปิดฉากจู่โจมพร้อมกันทั้งหกตัวพุ่งเป้าเป้าหมายไปรที่ซาร่า "บ้าเอ๊ย!" ฉันสบถออกมามและกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปช่วยตั้งรับ ทว่าจู่ๆ ฝูงไฮยีน่าก็แยกออกเป็นสองกลุ่ม โดยมีจ่าฝูงตัวใหญ่แต่ละตัวเป็นผู้นำทีมแยกจากกัน
เป้าหมายที่แท้จริงขของพวกมันพคือกาจัดการฉันและจิม พวกมันจงใจละเว้นซาร่าไว้เพื่อหันมารุมสกรัมพวกที่ดูอ่อนแอกว่า 'ฉันตายแน่!' นั่นคือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อเห็นไฮยีน่าสามตัวกำลังวิ่งห้อตะบึงตรงดิ่งมาหาฉัน
เจ้าพวกนี้มันเจ้าเล่ห์เข้าไส้จริงๆ ทีแรกแกล้งทำเป็นรุมกินโต๊ะซาร่าเพื่อให้พวกเราตายใจจนลดการป้อกกันลง และอาศัยจังหวะนั้นแยกทางกันมาล่าเหยื่อที่พวกมันคิดว่าเคี้ยวได้ง่ายกว่า
ฉันกระชับดาบในมมือแน่นและพยายามโคจรอณูพลังตามวิชาการต่อสู้ไปรถึงรอบที่ห้า คราวก่อนฉันทำได้สูงสุดแค่รอบที่สี่ แต่ในนาทีที่ความตายมาเยือนตรงหน้าแบบนี้ ฉันกลับสามารถทะลวงผ่านไปรถึงรอบที่ห้าได้สำเร็จ ถึงแม้มันจะเจ็บปวดเจียนตายจนเกือบจะหมดสติไปเเต่ฉันก็ต้องกัดฟันอดทนไว้เพื่อเอาชีวิตรอด
เมื่อเห็นอสูรร้ายสามตัวพุ่งเข้ามา ฉันรู้ดีว่าโอกาสรอดมันช่างริบหรี่เหลือเกิน ทว่ากความหวังที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็ยังเป็นแรงใจให้ฉันสู้ไม่ถอย
วินาทีที่ระยะห่างเหลือเพียงสองเมตรและฉันง้างดาบเตรียมจะเปิดศึก 'ตูม!' จู่ๆ ลูกบอลสายฟ้าสีม่วงขนาดมหึมาก็พุ่งมาจากนภาอากาศเข้าที่หัวของจ่าฝูงไฮยีน่าออย่างจัง
แรงระเบิดนั่นดึงความสนใจของสมุนไฮยีน่าทั้งสามตัวให้ชะงักงันพริบตา เมื่อจ่าฝูงขของพวกมันถถถูกจู่โจมกะทันหันแบบนั้น
'โอ้!' ลูกบอลสายฟ้าที่ซัดใส่จ่าฝูงนั้้นที่แท้คือฝีมือขของเจ้าซิลินซ์ตัวน้อยขนฟูของซาร่านั่นเอง ถึงแม้มันจะสร้างได้เพียงรอยไหม้จางๆ บนตัวอสูรจ่าฝูง ทว่าก็น่าเหลือเชื่อเหลือเกินที่เจ้าแมวน้อยที่ดูท่าทางบอบบางจะสามารถสำแดงเดชได้ขนาดนี
"แฮ่!" อสูรไฮยีน่าแผดเสียงร้องพิกลแล้วพยายามจะตะปบเจ้าก้อนขนฟูนั่น ทว่าพริบตาเดียวสายฟ้าสีม่วงก็เข้าห่อหุ้มร่างกายซิลินซ์ตัวน้อยและทำให้มันหลบหลีกการโจมตีได้อย่างพริ้วไหว
ทุกอย่างดูเหมือนจะยาวนานทว่ามันเกิดขึ้นเพียงในเสี้ยววินาทีเท่านั้น เมื่อฉันเหลือบสายตาไปรมองอีกด้าน ก็พบว่าซาร่ากำลังรับมือกับจ่าฝูงตัวที่สองออย่างดุเดือด ในขณะที่จิมกำลังพัวพันอยู่กับสมุนไฮยีน่าอีกสองตัว
เจ้าไฮยีน่าสองตัวที่ยืนบื้อใบ้อยู่ครู่หนึ่งเริ่มได้สติและแผดเสียงร้องก่อนจะพุ่งเข้ามาหาฉันรอบใหม่ "แฮ่! แฮ่!" ฉันก้มตัวหลบคมเขี้ยวของพวกมันมาได้ออย่างหวุดหวิด
ความว่องไวขของพวกมันนั้นเหนือคำบรรยายจริงๆ พวกมันรุมล้อมจู่โจมฉันจากทุกทิศทางจนฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคอยหลบหลีกพายุคมเขี้ยวพวกนั้นพลอดเวลา
นับว่าเป็นโชคดีมหาศาลที่ฉันตัดสินใจถอยชุดเกราะวิเศษมาสวมใส่ เพราะบัดนี้มันกำลังทำหน้าที่ปกป้องร่ายกายขของฉันจากการขย้ำได้ออย่างดีเยี่ยม และด้วยร่ายกายที่แข็งแกร่งจากการฝึกวิชา ทำให้ฉันพอจะแบกรับแรงปะทะที่เล็ดลอดผ่านเกราะเข้ามาพได้บ้าง
"อ๊ากก!" เสียงร้องโหยหวนดังแว่วมา ฉันหันไปรมองเห็นดาบสั้นของซาร่ากำลังปลดปล่อยทักษะธาตุสายฟ้าใส่จ่าฝูงจนเกิดรอยไหม้เกรียมไปรทั่วตัวในพริบตา
บอกเลยว่าข้าทึ่งมหาศาล การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มได้ไม่ถึงสองนาทีแต่เธอสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้อสูรระดับจ่าฝูงได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ในขณะที่ฉันเองแค่จะหาจังหวะสวนกลับสมุนไฮยีน่าธรรมดาๆ ยังทำไม่ได้เลย
ไฮยีน่าอีกตัวที่กำลังไล่กวดเจ้าซิลินซ์อยู่ เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมท่าจะไม่ดี มันจึงรีบละทิ้งเป้าหมายเดิมแล้วพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อนขของมันทันที
'ฉึบ!' "บ้าเอ๊ย!" ฉันสบถออกมามเมื่อได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเหนือใบหูจากการมัวแต่เสียสมาธิไปพจ้องมองซาร่า บาดแผลนี้ค่อนข้างลึกทว่ายังไม่ถึงแก่ชีวิต
ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันโดนแค่กรงเล็บขของมัน ไม่ใช่คมเขี้ยว เพราะถ้าเป็นเขี้ยวมหาประลัยนั่นละก็ กะโหลกศีรษะขของฉันคงแหลกคามือมันไปแล้วล่ะ นี่คือราคาที่ฉันต้องจ่ายให้กับความประมาทในสมรภูมิ และฉันขอสาบถว่าจะไม่ยอมให้ความตายมาพรากสมาธิแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง
'งับ!' ฉันเบี่ยงหูหลบการขย้ำได้หวุดหวิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของมันที่เฉียดใบหูไปนิดเดียว อสูรพวกนี้มันดุร้ายจนน่าเหลือเชื่อ ในช่วงสิบนาทีที่ผ่านมาฉันไม่มีโอกาสได้ง้างดาบจู่โจมเลยสักครั้ง ทำได้เพียงแค่เป็นฝ่ายตั้งรับและหลบพายุคมเขี้ยวไปมาเท่านั้น
อานิสงส์ขของชุดเกราะช่วยช่วยให้ฉันรอดพ้นจากบาดแผลฉกรรจ์มาได้ สิ่งที่ฉันต้องทำคืออดทนแบกรับแรงกระแทกที่เกราะแบกไม่ไหวด้วยสภาพร่างกายขของตัวเอง ซึ่งนับว่าโชคดีที่ฉันหมั่นฝึกวิชาจนร่างกายแกร่งกว่าคนในระดับเดียวกันมหาศาล
ทว่าการเปิดใช้งานเกราะแบบจัดเต็มก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิบลิ่ว มานาในตัวฉันจะถูกสูบไปรจนหมดสิ้นภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น
หากฉันใช้เพียงแต่อุปกรณ์ป้องกันเพียงออย่างเดียว มานาก็คงจะอยู่ได้นานกว่านี้ ทว่าฉันกลับต้องใช้ทั้งเกราะและดาบวิเศษที่เคลือบไปด้วยเปลวเพลิงไปพร้อมๆ กัน
และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ทั้งเกราะและดาบที่ฉันใช้อยู่นี้ มันทำงานได้เพียงแค่ 20%-25% ของประสิทธิภาพที่แท้จริงเท่านั้นเอง ต้องรอให้ฉันก้าวเข้าสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญ (specialist grade) เสียก่อน ถึงจะสามารถปลดปล่อยพลังขของพวกมันออกมามได้ออย่างเต็มพพิกัด
ในวินาทีนี้ ฉันทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาหลบการจู่โจมสลับไปสลับมา ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือขของผู้ที่แกร่งกว่าออย่างสุดกำลัง
ความหวังเดียวขของฉันในตอนนี้คือวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุดนั่นเอง ฉันมั่นใจเต็มร้อยว่าถ้าสามารถโคจรพลังไปรถึงรอบที่เจ็ดได้ละก็ ฉันจะมีพละกำลังที่แกร่งกล้าพอจะเปลี่ยนจากการตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุกฆาตได้แน่นอน ข้าพยายามพพยายามจะทะลวงหาทางขขยับไปรถึงรอบที่หกทว่าความเจ็บปวดมันมหาศาลเกินบรรยายจนทำไม่ได้สักที ทว่าฉันก็ไม่คิดจะถอย ร่างกายและจิตใจยังคงเพียรพยายามในทุกวินาที เพราะรู้ว่าถ้าลองมากพอ ใจที่แกร่งกว่าจะชนะความเจ็บปวดได้ในท้ายที่สุดล่ะนะ
'ตูม!' ลูกไฟของแอชลินพุ่งเข้าปะทะไฮยีน่าออย่างจังอีกครั้ง ทว่ามันกลับไม่ได้สร้างรอยแผลอะไรนอกจากแค่ทำมันรำคาญใจและเผาขนบางส่วนของมันให้พเกรียมไปพเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"แฮ่!" มันจ้องหน้าแยกเขี้ยวใส่แอชลินคำรหนึ่งก่อนจะหันกลับมาเปิดศึกกับฉันต่อ 'ผลัวะ!' อสูรลอบโจมตีที่แผ่นหลังขของฉันโดยที่สัมผัสของข้าตามมันไม่ทัน นับว่าเป็นโชคดีที่พื้นที่แถวนี้เป็นที่โล่งแจ้งไร้เงาไม้ใหญ่ ไม่อย่างนั้นร่างขของฉันคงกระแทกต้นไม้จนกระดูกแตกไปอีกรอบแล้วล่ะ
ฉันอาศัยแรงกระแทกนั้้นถีบตัวสร้างระยะห่างออกมามครู่หนึ่ง ถึงแม้พวกมันจะตามมาทันในเวลาเพียงอึดใจทว่านั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับพชะตากรรมเบื้องหน้า
"แฮ่!" เสียงร้องโหยหวนขของไฮยีน่าแว่วมาพเข้าหู เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าซาร่าได้จัดการปลิดชีพจ่าฝูงตัวแรกไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเด็ดหัวตัวที่สองในวินาทีถัดไป
ข้าทึ่งมหาศาลเมื่อเห็นความแตกต่างขของฝีมือระหว่างซาร่ากับพวกเราสองคน อสูรที่เธอสู้กับตัวที่ฉันสู้อยู่มันคือเผ่าพันธุ์เดียวกันแท้ๆ ทว่าเธอที่ต้องเผชิญหน้ากับระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นที่ 2 กลับสามารถจัดการพวกมันได้อยู่หมัด ในขณะที่ฉันทำไม่ได้แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้สมุนขของมัน
แม้แต่จิมเองก็สามารถสร้างบาดแผลให้ไฮยีน่าสองตัวที่เขากำลังสู้ด้วยได้แล้ว ถึงแผลจะดูไม่ลึกมากแต่ก็นับว่ามีความก้าวหน้ากว่าฉันมหาศาล
ฉันรู้สึกยินดียิ่งนักที่เห็นซาร่าสังหารอสูรจ่าฝูงลงได้ ยิ่งเธอจบศึกได้ไวเท่าไหร่ พวกเราเก็จะยิ่งรอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้เร็วขึ้นเท่านั้น
'ซู่ว...' ฉันได้ยินเสียงพุ่มไม้ขยับแว่วมาเบาๆ พริบตาเดียวลางสังหรณ์ร้ายก็จู่โจมเข้ากลางใจ และเเล้วไฮยีน่าตัวยักษ์อีกสามตัวก็พุ่งพรวดออกมามจากแมกไม้ เมื่อเห็นซากศพของพวกพพ้อง พวกมันทั้งสามก็พุ่งเป้าหมายเป้าหมายความแค้นไปรที่ซาร่าทันที!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.