ตอนที่ 46
46 / 89
อ่าน 6 นาที
Chapter 46 Training
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:27
อาวุธวิเศษมีอยู่เป็นพันเป็นหมื่นชนิด บางชิ้นก็มีราคาสูงลิบลิ่วเกือบหนึ่งล้านเครดิต ซึ่งเป็นราคาเริ่มต้นสำหรับอาวุธวิเศษเกรด 2 เลยทีเดียว
ฉันยังคงตั้งหน้าตั้งตาเลือกชุดเกราะวิเศษต่อไป มีอยู่เป็นร้อยแบบที่น่าสนใจและราคาก็ทยานขึ้นไปรถึงห้าแสนเครดิต
สุดท้ายฉันก็เลือกชิ้นที่เหมาะสมกับงบประมาณในกระเป๋าของฉันมากที่สุด ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเกราะเกรด 1 คุณภาพระดับล่างๆ ทว่ามันกลับมีจุดเด่นอย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจฉันมหาศาล
นั่นคือ 'ระบบการสวมใส่ที่รวดเร็ว' (quick activation) มานาในระดับพลทหารของฉันมันไม่ได้มีมากพอจะเปิดใช้งานชุดเกราะอาบมานาไว้พลอดเวลาได้ ฉันจึงต้องเลือกชุดที่พร้อมจะกางออกคุ้มครองร่ายกายได้ในเศษเสี้ยววินาทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
รูปลักษณ์ภายนอกของมันดูเหมือนเสื้อกั๊กสีเทาธรรมดาๆ ทว่าทันทีที่เริ่มเปิดใช้งาน มันจะแผ่ขยายออกคุ้มครองร่ายกายตั้งแต่ลำคอลงไปจนถึงปลายเท้าได้ภายในเวลาเพียงสองวินาทีเท่านั้น
ชุดนี้ทำเอาฉันตัวเบาไปถึงหนึ่งแสนสองหมื่นเครดิต และการช้อปปิ้งในวันนี้ยังไม่จบสิ้น เพราะฉันยังต้องมองหาน้ำยาสมานแผลมาติดตัวไว้ด้วย
ฉันลอบถอนหายใจยาวเมื่อเห็นยอดบิลรวมทั้งหมด หนึ่งแสนห้าหมื่นกับอีกสามร้อยเครดิต นอกจากชุดเกราะและน้ำยาสมานแผลแล้ว ฉันยังตัดสินใจถอยน้ำยามานาเพิ่มมาอีกสองขวดด้วย
เดิมทีฉันมีน้ำยามานาอยู่สามขวดแต่ใช้ไปแล้วสองขวดในการออกล่าสองครั้งล่าสุด ฉันจึงคิดว่าควรจะหามาเติมไว้ในกรณีที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ในตอนนี้ ยอดเงินคงเหลือในบัญชีขของฉันเหลืออยู่เพียงหกพันเศษๆ เท่านั้น ซึ่งคงจะพอประทังชีวิตไปได้ออีกเพียงหนึ่งสัปดาห์
หลังจากกดสั่งซื้อเสร็จ ฉันก็หันกลับมาจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อ คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าของจะมาส่ง ฉันใจจดใจจ่ออยากจะเห็นของเล่นชิ้นใหม่ที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเต็มแก่แล้วล่ะ
'ก๊อก ก๊อก' ในขณะที่ฉันมกำลังนำกล่องอาหารของแอชลินและของฉันไปทิ้งลงถังขยะ เสียงเคาะเบาๆ ก็ดังขึ้นมาจากทางประตูระเบียง
พอมองขึ้นไปก็เห็นโดรนส่งของกำลังใช้กามเคาะกระจกเรียกฉันอยู่ ฉันรีบกุลีกุจอเปิดประตูระเบียงเพื่อรับพัสดุจากโดรนตัวนั้นทันที
หลังจากปิดประตูเรียบร้อย ฉันก็นำกล่องพัสดุมาวางไว้บนเตียงแล้วเริ่มลงมือแกะห่อบรรจุภัณฑ์ออก
ภายในกล่องสีขาวใบโตนั้นบรรจุไว้ด้วยขวดแก้วเล็กๆ สามขวดและเสื้อกั๊กสีเทาหนึ่งตัว ขวดแก้วสองใบแรกคือน้ำยามานา ส่วนใบที่สามคือน้ำยาสมานแผล
ชุดเกราะวิเศษที่ดูเหมือนเสื้อกั๊กปรกตินี่พอนำออกมาจากกล่องแล้วลองสวมดู พบว่ามันมีน้ำหนักราว 3 กิโลกรัมทว่าพอมันอยู่บนตัวกลับรู้สึกเบาหวิวปานขนนก
ฉันทดลองเปิดใช้งานโดยการส่งมานาเข้าไปในชุดพริบตาเดียวเกราะก็เริ่มกางออกปกคลุมร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเผินๆ แล้วเหมือนฉันกำลังสวมชุดฝึกซ้อมอยู่เลย
ฉันลองส่งมือส่งไม้และยืดแข้งยืดขาดูก็พบว่ามันไม่ได้สร้างอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวขของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉันถอดเกราะเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า และนำน้ำยาทั้งสามขวดไปเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างดี
ก่อนจะเข้านอน ฉันตัดสินใจจะนั่งอ่านสารานุกรมสัตว์อสูรต่ออีกสักหน่อย เพราะในการออกล่าครั้งล่าสุดฉันเจออสูรที่คคุ้นหน้าคุ้นตาทว่ากลับไม่สามารถระบุชนิดของมันได้อย่างแม่นยำ นับว่าโชคดีที่พวกมันมีระดับพลังต่ำฉันจึงจัดการได้ง่ายๆ แต่ถ้านั่นเป็นพวกระดับผู้เชี่ยวชาญละก็ ฉันคงต้องเหงื่อตกกว่านี้แน่นอน
ฉันใช้เวลาอ่านหนังสืออยู่สองสามชั่วโมงก่อนจะเผลอหลับไปพกลางคัน ตื่นมาอีกทีพริบตาที่เช้าวันถัดมามาถึงก็เพราะแอชลินนี่แหละที่เป็นคนปลุก
ฉันลูบหัวเเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปจัดการธุระส่วนตัว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันตั้งใจจะมุ่งมั่นฝึกฝนความสามารถขของตัวเองและแอชลินให้แกร่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาฉันรู้สึกเหมือนพวกเรากำลังใช้พลังกันแบบสมัครเล่นเหลือเกิน
ถึงแม้พวกเราจะเป็นเพียงมือใหม่จริงๆ ทว่าฉันก็อยากจะขัดเกลาพลังขของพวกเราให้เฉียบคมพอที่จะปลิดชีพศัตรูได้ในกระบวนท่าเดียว
"ไปกันเถอะแอชลิน!" ฉันบอกลาเธอพริบตาเดียว ใช้เวลาเตรียมตัวนานถึงหนึ่งชั่วโมงในห้องพัก ทั้งนวดขนให้แอชลินและทานมื้อเช้าให้เรียบร้อยก่อนจะก้าวออกจากห้อง
ฉันทำการจองห้องฝึกซ้อมพิเศษสำหรับฉันและแอชลินไว้แล้ว ซึ่งต้องควักเงินเพิ่มอีกสองสามร้อยเครดิตเพื่อเข้าใช้งานโซนที่ออกแบบมาสำหรับการฝึกอสูรคู่หูโดยเฉพาะ
ไม่นานฉันก็มาถึงชั้นที่จัดไว้สำหรับการฝึกอสูร และมุ่งหน้าไปรยังห้องพิเศษที่จองไว้
ห้องฝึกนี้รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูเหมือนห้องปรกติที่มีเป้าซ้อมยิงมากมาย ทว่ามันเพรียบพร้อมไปด้วยเซนเซอร์ตรวจจับระดับสูงที่จะคอยติดตามความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยทั้งขของมนุษย์และสัตว์อสูร
"แอชลิน ลองเรียกใช้ลูกไฟออกมาแล้วพยายามควบแน่น (condense) มันดูสิ" ฉันบอกเธอ "จิ๊บ จิ๊บ" เธอขานรับด้วยความกระตือรือร้นพริบตาเดียวลูกไฟขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
ลูกไฟสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว "ดีมาก คราวนี้ลองบีบมันให้เล็กลงดูซิ" ฉันให้คำแนะนำ "จิ๊บ" เธอร้องรับอย่างเข้าใจแล้วเริ่มเพ่งสมาธิไปที่ลูกไฟนั่น
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทในการควบแน่นเปลวเพลิงทว่าผ่านไปเนิ่นนานลูกไฟก็ยังคงมีขนาดเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยน "จิ๊บ จิ๊บ.." เธอร้องออกมาและพยายามเพ่งสมาธิรอบใหม่ ลูกไฟเริ่มส่งอาการสั่นสะท้านจางๆ ทว่าขนาดของมันก็ยังไม่ขยับเลยสักนิด
"ตูม!" สุดท้ายเธอก็ซัดลูกไฟใส่เป้าซ้อมด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเป้าซ้อมไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเธอก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
"แอชลิน ลองใหม่อีกสักรอบสิ" ฉันให้กำลังใจ เธอจึงเริ่มสร้างลูกไฟลูกใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง แอชลินมักจะเป็นพวกอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ และชอบทำตัวเป็นเจ้าหญิงขี้รำคาญบ้างในบางครั้งทว่าเธอก็มีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือความมานะอุตสาหะ
ไม่ว่าเธอจะหงุดหงิดหรือโกรธงอนขนาดไหน ทว่าเธอไม่เคยละทิ้งความพยายามกลางคันเลย เธอจะยอมหยุดพละความพยายามก็ต่อเมื่อความปรารถนาของเธอได้รับการตอบสนองเท่านั้น
ฉันเองก็ลองเรียกใช้ลูกไฟสีเงินขึ้นมาที่มือบ้าง และพยายามจะบีบอัดมันดู ข้าลองใช้แรงดันจากภายนอกกดทับมันลงทว่ามันกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนเลยสักมิลลิเมตรเดียว
ผ่านไปยี่สิบนาทีกับการพยายามควบแน่นลูกไฟทว่าไร้ผล เหงื่อเริ่มไหลอาบแผ่นหลังและใบหน้าของฉันด้วยความตรากตรำทว่าผลลัพธ์กลับว่างเปล่า
"ตูม!" แอชลินซัดลูกไฟออกไปรอีกรอบด้วยความโมโหที่ยังทำไม่สำเร็จ
ฉันจึงสลายลูกไฟในมมือทิ้งแล้วตัดสินใจว่าจะลองเซิร์ชหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตดูดีกว่า ความจริงฉันควรจะทำเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนมาโรงฝึกเสียด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาลองผิดลองถูกแบบนี
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.