ตอนที่ 39
39 / 89
อ่าน 8 นาที
Chapter 39 Searing Hog
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:21
วันวลาล่วงเลยผ่านไป และแล้วก็ถึงเวลาที่ฉันต้องออกเดินทางล่าสมบัติอีกครั้ง ฉันตั้งใจมุ่งมั่นว่าจะออกเดินทางทุกๆ สามวัน เพราะตอนนี้ฉันต้องการเงินมหาศาล ทั้งเพื่อใช้ในการเรียนสไตล์การต่อสู้ระดับสูง การซื้ออาวุธวิเศษ น้ำยาวิเศษ และข้าวของจำเป็นอื่นๆ อีกมากมาย
อุปกรณ์ทุกอย่างในทริปนี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว ฉันเพิ่งถอยชุดฝึกซ้อมตัวใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมมากมาใช้งาน หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยรอบสุดท้ายจนแน่ใจฉันก็มุ่งหน้าไปรที่ประตูห้องพักทันที
"ไปกันเถอะแอชลิน!" ฉันเอ่ยเรียกเพียงอึดใจเดียวเธอก็มาเกาะนิ่งที่ไหล่ของฉันเป็นที่เรียบร้อย
ในเช้าตรู่ที่แสงอาทิตย์สาดส่องมาอย่างเต็มที่ ฉันตัดสินใจออกจากห้องพักเช้ากว่าปรกติเล็กน้อย เพราะต้องการใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจป่าให้คุ้มค่าที่สุด ต่างจากครั้งก่อนที่ต้องหอบร่างหนีออกมาด้วยความเร่งรีบช่วงตะวันตกดิน
รถลอยตัวจอดรอที่หน้าตึกเรียบร้อยแล้ว มันพาฉันไปส่งที่ตลาดเมียสต้าพริบตาเดียว ตลาดแห่งนี้ยังคงความคึกคักและคราคร่ำไปด้วยผู้คนแม้มันจะยังเช้าตรู่ขนาดนี้ก็ตาม
ฉันไม่เสียเวลาเดินเที่ยวเล่นในตลาดหลังจากก้าวลงรถ รีบเรียกใช้บริการรถลอยตัวแบบหุ้มเกราะเพื่อมุ่งตรงไปรยังเขตชายป่าของทะเลสาบออสตินทันควัน
ทว่าครั้งนี้ฉันเลือกที่จะลองไปรสำรวจพื้นที่ฝั่งอื่นของทะเลสาบบ้าง แผนการของฉันคือพยายามทำความรู้จักกับพื้นที่แถบนี้ให้ทั่วถึง เพื่อที่วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ฉันจะได้ค้างคืนที่นี่ได้อย่างอุ่นใจ
เพราะในช่วงกลางคืนคือเวลาที่สัตว์อสูรจะฮึกเหิมและดุร้ายที่สุด และนั่นก็เป็นช่วงนาทีทองที่เหล่านักผจญภัยยอดฝีมือจะเข้ามากอบโกยทรัพยากร ทว่าสำหรับมือสมัครเล่นอย่างเรามันคือดินแดนแห่งความตายที่อาจโดนสัตว์ร้ายยกพวกมารุมขย้ำได้ทุกเมื่อ
ฉันจ้องมองดูรถลอยตัวที่ค่อยๆ บินลับสายตาไปหลังจากส่งฉันลงที่พิกัดเป้าหมาย ฉันกางแผนที่โฮโลแกรมขึ้นมาเพื่อเลือกเส้นทางที่จะเดินต่อ เนื่องจากมีหลายโซนที่ถูกมาร์กไว้ว่าเป็น 'เขตอันตรายที่มีสัตว์อสูรชุกชุม'
ในครั้งแรกฉันไม่ได้กังวลเรื่องนี้เท่าไหร่นักเพราะเลือกพื้นที่ที่มีสถิติอสูรเบาบาง ทว่าครั้งนี้ฉันกลับต้องการความท้าทายด้วยการก้าวเข้าสู่เขตที่มีความหนาแน่นของสัตว์ร้ายสูงกว่าเดิม แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอจะรับมือไหวืไม่ใช่เขตอันตรายสูงสุดเสียทีเดียว
หลังจากเลือกเส้นทางได้แล้วฉันก็เริ่มก้าวเดินอย่างมุ่งมั่น หวังว่าจะได้พบอสูรระดับผู้เชี่ยวชาญบ้าง ทว่าโลกความเป็นจริงมันช่างสวนทางกับความหวัง เดินสำรวจอยู่ในป่านานกว่าเกือบชั่วโมงฉันกลับไม่เจออสูรระดับผู้เชี่ยวชาญเลยสักตัวเดียว
ฉันเริ่มเดินคอตกสำรวจป่าต่อไปด้วยความห่อเหี่ยว ทว่าทันใดนั้นสายตาก็พลันไปปะทะเข้ากับเถาวัลย์สีเหลืองนวลเส้นหนึ่ง มันพันธนาการอยู่รอบลำต้นไม้ใหญ่ ทีแรกนึกว่าเป็นแค่พืชปรกติธรรมดาแต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวกลับร้องบอกให้ลองพิจารณามันดูอีกสักนิด เถาวัลย์เส้นนี้มีความหนาแน่นและลักษณะวงเลี้ยวที่ดูจงใจพาดผ่านกิ่งไม้และท่อนไม้รอบข้างอย่างผิดวิสัย
"เหลือเชื่อเลย!" ฉันอุทานออกมาพริบตาที่ได้เห็นภาพของอสูรงูเถาวัลย์เหลือง (yellow vine snake) ที่โตเต็มวัย
เจ้างูเถาวัลย์เหลืองนี่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับนกกระจอกสมานกาย (Grey Spark sparrow) คือเป็นอสูรสายพันธุ์ระดับ 2 ที่มีขีดจำกัดวิวัฒนาการอยู่ที่ระดับผู้เชี่ยวชาญ ทว่าจุดที่ต่างกันคือ เจ้างูเถาวัลย์เหลืองนี่คือสัตว์อสูรประเภทพืชสมุนไพร ซึ่งนั่นหมายความว่าตัวมันคือขุมทรัพย์เคลื่อนที่ได้ดีๆ นี่เอง
ทุกอนูของอสูรประเภทพืชสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำยาวิเศษได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะส่วนหัวใจและแกนกลางอสูร น้ำยางจากตัวมันคือวัตถุดิบชั้นเลิศที่ใช้สร้างน้ำยาสมานแผล และแกนกลางของสัตว์ประเภทพืชก็นิยมนำไปสร้างอาวุธวิเศษสำหรับผู้ที่มีพลังรักษาพยาบาล สรุปง่ายๆ คืออสูรประเภทพืชคือขุมทองเคลื่อนที่ ทว่ามปัญหาก็คือการจะพรากชีวิตมันนั้นยากยิ่งกว่าสิ่งใด
นั่นเป็นเพราะมันมีพลังชีวิต (vitality) ที่มหาศาลจนน่าสยดสยอง การจะสังหารสัตว์ประเภทพืชนั้นมีกฎเหล็กเพียงข้อเดียวคือ 'คุณต้องเด็ดชีพมันในดาบเดียว' เพราะมันมีความสามารถในการฟื้นฟูบาดแผลระดับเทพเจ้า แม้จะได้รับแผลฉกรรจ์เพียงใดก็ตาม หากไม่ขาดใจตายในทันทีมันจะเยียวยาร่างกายจนกลับมาเป็นปกติได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
การออกล่าอสูรสายพันธุ์พืชมมองได้ว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเกินกำลังของฉันในตอนนี้ไปหน่อย ฉันจึงทำเพียงแค่จ้องมองมันชั่วครู่แล้วแกล้งเดินผ่านไป เพราะขืนดื้อรั้นอยากจะโค่นมันตอนนี้คงต้องใช้ทั้งมานาและเรี่ยวแรงมหาศาล แถมยังไม่มั่นใจเลยว่าจะจัดการมันได้สำเร็จหรือไม่
ใจลึงๆ ฉันกะว่าจะย้อนกลับมาที่นี่ในช่วงบ่าย และถ้าโชคดียังเห็นมันอยู่ที่เดิมถึงตอนนั้นค่อยลองเสี่ยงดูอีกสักตั้ง
ฉันเดินสำรวจทิ้งช่วงห่างจากเจ้างูเถาวัลย์ไปสักพักใหญ่ ทว่าโชคในวันนี้ช่างแสนอาภัพนับตั้งแต่ตอนนั้นฉันสังหารไปได้เพียงแค่อสูรระดับพลทหารระดับ 2 สองตัวเท่านั้น แถมยังเป็นพวกสายพันธุ์กระจอกที่ได้ราคาแค่หัวใจ ส่วนอื่นกลายเป็นขยะที่ไร้ราคาลิบสิ้น
ท่ามกลางความท้อแท้ที่เริ่มกัดกินใจ ทันใดนั้นเสียงบดขยี้แผ่วๆ ก็ดังมาเข้าหู ฉันบอกไม่ได้ว่ามันคือเสียงของอะไรพอดิบพอดี แต่ที่แน่ๆ คือมันเกียวข้องกับการขัดสีของก้อนหินแน่นอน
ฉันค่อยๆ ย่องเข้าไปหาต้นตอของเสียง และแล้วก็ได้เห็นร่างของเจ้าของเสียงนั่น มันคือ 'หมูจอมแผดเผา' (Searing Hog) ตัวเขื่อง มันกำลังมุ่งมั่นใช้ก้อนหินลับงาสั้นๆ ของมันให้แหลมคมอยู่
ที่มันได้ชื่อว่าหมูจอมแผดเผา ก็เพราะพริบตาที่มันเข้าจู่โจมเขางาของมันจะทวีความร้อนแรงจนกกลายเป็นสีแดงเพลิงฉาน และสามารถหลอมละลายแผ่นเหล็กได้เพียงแค่การสัมผัสเพียงครั้งเดียว นอกจากความร้อนแล้ว หนังที่หนาเตอะของมันยังทำให้มันจัดการได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก ทว่าหากโค่นมันลงได้รางวัลที่รออยู่คือเงินหนึ่งหมื่นห้าพันถึงสองหมื่นเครดิต เพราะทั้งหนัง งา และเนื้อของมันล้วนเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
ทันทีที่สัมผัสได้ถึงการมาเยือนของฉัน เจ้าหมูก็เริ่มส่งเสียงคุกคามทำท่าทางป้องกันตัวออกมา งาของมันเริ่มเปลียนเป็นสีแดงเข้มเตรียมพร้อมสังหาร
มันโถมร่างเข้าใส่ฉันทันควัน เหนือความคาดหมายคือภายใต้ร่างที่ตุ้ยนุ้ยและใหญ่โตมโหฬารนั่น มันกลับมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อและมาถึงตัวฉันภายในเสี้ยววินาทีเดียว
'ฉับ!'
ฉันเบี่ยงตัวหลบไปพร้อมกับฟาดดาบเข้าที่ใบหน้าของมันครู่หนึ่งเพื่อทดสอบพลังป้องกัน เมื่อเห็นร่องรอยเลือดซึมออกมาบางๆ ติดดาบ ฉันจึงตัดสินใจได้ทันทีว่าน่าจะปลิดชีพเจ้าหมูนี่ได้ภายในเวลา 30 นาที หากใช้แรงส่งจากวิชาขั้นที่สามขของฉันช่วยสนับสนุน
"กู๊ดดด!"
มันคำรามลั่นเมื่อฉันเริ่มเปิดฉากจุกโจมต่อเนื่องโดยไม่รอช้า และพริบตานั้นฉันก็เริ่มหมุนเวียนพลังวงจรที่สามของวิชาออกมาทันที
"ซู่ววว!" ฉันสูดลมหายใจเพื่อข่มความเจ็บปวดที่บาดลึกในร่างและเตรียมรับศึก
'เคร้ง! ตูม!' มันใช้เงาอันทรงพลังต้านทานเพลงดาบของฉันที่เล็งไปรที่คอของมัน ทว่าฉันไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรนัก เพราะพละกำลังที่อาบดาบอยู่แบบนี้ไม่นานมันก็ต้องพ่ายแพ้ไปแน่นอน
ฉันเปิดฉากรุกกระหน่ำไม่ยั้งมมือ แม้มันจะพอปัดป้องได้บ้างในบางจังหวะ ทว่าส่วนใหญ่แล้วมันทำได้เพียงเอาตัวเข้ามารับแรงปะทะของเพลงดาบฉันจนเลือดสาดไปทั่ว ใบหน้ามันเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ ทว่าพละกำลังที่ด้อยกว่าทำให้มันเริ่มจะกลายเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว
มันหมายจะถอยหนีทว่าด้วยความเร็วของฉันที่เหนือกว่า จึงสกัดกั้นทางหนีของมันไว้ได้หมด ไม่นานนักเจ้ายักษ์ตัวนี้ก็เริ่มเฉื่อยชาลงเพราะความเสียเลือดมาก
'เคร้ง!'
มันพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงครั้งสุดท้ายต้านทานดาบของฉัน ทว่าวินาทีต่อมามันกลับนิ่งอึ้งไปด้วยความตื่นตระหนก ฉันเห็นโอกาสทองตรงหน้าพอดีจึงไม่รอช้าที่จะพุ่งขยับดาบแทงเข้าที่ดวงตาของมันโดยตรง ความจริงฉันพยายามจะจามตามามันหลายรอบแล้วแต่ครั้งก่อนๆ มันหลบได้หวุดหวิด ทว่าคราวนี้นับว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมมือ
'ฉึบ!'
'ตุบ!'
พริบตาที่ดาบพุ่งทะลุเข้าสู่ดวงตา ร่างยักษ์ขของหมูจอมแผดเผาก็ถล่มลงกระแทกดินจนเสียงดังสนั่นไปทั่่วศัตรูสิ้นชีพลงในพริบตาเดียว
ฉันไม่รอให้เสียเวลาเปล่า รีบจัดการแร่เนื้อถลกหนังและแพ็กสมบัติใส่กระเป๋าทันที เพราะไอ้เจ้านี่แหละที่จะเปลี่ยนเป็นเงินได้ถึงสองหมื่นเครดิต
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.