ตอนที่ 35
35 / 89
อ่าน 9 นาที
Chapter 35 Selling Monster Material
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:19
'ปรี๊ดดด!' ฉันสะดุ้งตื่นด้วยเสียงระฆังดังสนั่นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่เบาะรถ ทำให้ตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอหลับไปในรถลอยตัวเนื่องจากความเหนื่อยล้า ฉันรีบก้าวออกจากรถด้วยอาการวูบวาบเพียงเล็กน้อยหลังจากที่สภาวะง่วงหงาวหาวนอนยังไม่จางหายไป
แขนกลยนต์ยกเป้สะพายหลังขขของฉันลงวางกับพื้นก่อนที่ตัวรถจะลอยลำจากไป รอบกายมีรถลอยตัวนับพันคันที่บินว่อนไปมาเพื่อคอยรับส่งเหล่านักผจญภัย ทว่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายที่มาส่งเพื่อให้ทุกคนได้กลับคืนสู่ความปลอดภัยของกำแพงเมือง
ฉันสังเกตเห็นรถลอยตัวบางคันมีตราสัญลักษณ์พิเศษขขององค์กรต่างๆ ประดับอยู่ พวกเขาคงจะเดินทางกลับจากการเคี่ยวกรำสมาชิกในพื้นที่อันตรายที่นักผจญภัยมือสมัครเล่นอย่างพวกเราไม่น่าจะเข้าไปยุ่มย่ามได้ง่ายๆ
ฉันแบกเป้หลังมุ่งหน้าไปยังอาคารที่มีโลโก้ขของบริษัท 'เวลส์' (Wells) ประดับอยู่เด่นหรา พวกเขาคือบริษัทชั้นนำระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมการจัดจำหน่ายอาหารสัตว์อสูร แม้แต่อาหารซองที่แอชลินทานอยู่ทุกทุกวันนี้ก็มาจากบริษัทนี้นั่นแหละ
"สวัสสดีค่ะคุณ มีอะไรให้ทางเราช่วยดูแลไหมคะ?" พนักงานสาวสวยทักทายฉันมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ดูท่าทางเธอคงจะมองภาพออกว่าฉันตั้งใจจะทำอะไรจากการแบกเป้ใบยักษ์นั่นมา
"รบกวนช่วยวางข้าวของทั้งหมดลงบนเคาน์เตอร์ได้เลยค่ะ" เธอเอ่ยประโยคต่อมาโดยที่ยังรักษามาตรฐานรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ฉันเริ่มทยอยนำทรัพยากรทุกชิ้นที่แร่มาจากสัตว์อสูรวางลงบนเคาน์เตอร์ ไม่นานนักก็มีแสงสว่างส่องสแกนผ่านจากซ้ายไปขวาของโต๊ะเพื่อทำการประเมินมูลค่าสินค้าทั้งหมดนั้น
ผ่านไปเพียงชั่วครู่หลังจากที่เธอชายตามองผลการประเมินจากหน้าจอหลังเคาน์เตอร์ พนักงานสาวก็เอ่ยเสียงใสออกมาว่า "ทางร้านของเรามีข้อเสนอให้คุณอยู่ที่สามหมื่นสี่พันเครดิตค่ะ"
"ตกลงครับ" ฉันตอบรับข้อเสนอเกือบจะในทันที ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีขของนาฬิกาโฮโลแกรมก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จ
"ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจกับคุณนะคะ" เธอพยักหน้าตอบรับอย่างสุภาพ ฉันเดินออกจากอาคารบริษัทมาด้วยรอยยิ้มที่กว้างขวางที่สุดในรอบวัน
นี่คือรายได้ก้อนแรกที่ฉันหามาได้จากการขายชิ้นส่วนสัตว์อสูรด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหล่านักผจญภัยส่วนใหญ่ถึงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรา แค่การล่าสัตว์อสูรเพียงแค่ห้าหกตัวแบบนี้ ก็มีเงินมากพอจะไปเลือกซื้ออาวุธวิเศษเกรด 1 ได้อย่างไม่ยากเย็นแล้ว
ในขณะที่นักผจญภัยระดับผู้เชี่ยวชาญที่ฉันพบเห็นในวันนี้ส่วนใหญ่จะมีอาวุธวิเศษอย่างน้อยสองชิ้นติดตัวกันทุกคน ทว่าชีวิตสายถไฟนี้มันไม่ได้มีแต่ความสวยงามเสมอไป จากนักผจญภัยหน้าใหม่สิบคนที่มีโอกาสเข้าไปตะลุยในเวสต์โบลัด มีเพียงแค่หกคนเท่านั้นที่จะรักษาวิญญาณไว้ได้ยืนหยัดสู้ต่อไป เพราะคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าวันไหนที่โชคชะตาจะแกล้งเราด้วยการส่งอสูรระดับสูงมาโผล่ตรงหน้าแบบกะทันหัน
ชีวิตนักผจญภัยคือความไม่แน่นอนแท้จริง วันหนึ่งคุณอาจจะยังหัวเราะร่าเริงอยู่ แต่พรุ่งนี้ร่างขของนายอาจจะเน่าสลายอยู่ในป่าระหว่างการออกล่าก็ได้ นั่นคือเหตุผลว่านักผจญภัยส่วนใหญ่มักจะเลือกเกษียณตัวเองทันทีที่พวกเขาสามารถกอบโกยทรัพยากรมาได้มากพอสำหรับใช้ชีวิตทั้งชาติอย่างสุขสบาย
"จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ!" ขณะที่กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด แอชลินก็สลายร่างออกมาจากตัวฉันแล้วส่งเสียงร้องทวงมื้ออร่อยทันที ฉันส่งยิ้มให้เธอด้วยความเอ็นดู ความจริงฉันก็แค่แกล้งรอดูว่าเธอจะอดทนได้นานแค่ไหนกันพริบตาที่มีรถขายอาหารลอยตัวมากมายรุมล้อมอยู่รอบพวกเราเช่นนี้
"จิ๊บ จิ๊บ.." เธอร้องเร่งเร้าพริบตาที่เห็นว่าฉันเริ่มมีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามคำขอของเธอ
"โอเคๆ เดี๋ยวจัดมื้อยักษ์ให้เธอเลยแบบจุกๆ" ฉันบอกพลางหัวเราะให้กับท่าทางขของเจ้าเพื่อนยากตัวนี้
เธอบอกผ่านมาทางจิตสำนึกว่ามื้ออาหารปรกติทั่วไปน่ะมันไม่เพียงพอสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว เธอต้องการมื้อที่ใหญ่และอิ่มหนำกว่านั้นมหาศาล
ฉันเลือกจองที่นั่งในโต๊ะว่างตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่หน้าขบวนรถขายอาหาร บริเวณสแถวนี้โต๊ะเกือบทุกตัวคราคร่ำไปด้วยนักผจญภัยที่เพิ่งกลับมาจากสมรภูมิป่าดงดิบเพื่อมาสังสรรค์เฮฮากับก๊วนเพื่อนและคู่หูของแต่ละคน
หุ่นยนต์ดรอยด์บริกรบินว่อนเพื่อเสิร์ฟจานอาหารและเก็บกวาดภาชนะเข้าออกจากขบวนรถอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวอาหารที่เราสั่งไปก็ถูกเสิร์ฟมาถึงที่ด้วยฝีมือลลอยลำของหุ่นยนต์
และก็เป็นไปตามคาด แอชลินไม่รอให้ควันจางหายไปเลยด้วยซ้ำ เธอพุ่งเข้าใส่ถาดอาหารและจัดการฟาดมันอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ยอมให้หน้าของเธอโหยออกจากจานแม้แต่วินาทีเดียว ดูท่าทสางเธอจะหลงรักการกินอาหารฝีมือเชฟเข้าไส้เสียแล้ว
ฉันเองก็เริ่มลงมือจัดการมื้อของตัวเองเหมือนกัน รสชาติมันเลิศล้ำเหมือนอาหารในครัวของอาคารอพาร์ตเมนต์ไม่มีผิดเพี้ยน ระหว่างที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติ ฉันก็มีความคิดบางอย่างวาบขึ้นมาในหัวจึงลองเปิดอินเทอร์เน็ตเช็กดูความเป็นไปได้
"ทำได้จริงๆ ด้วยแฮะ!" ฉันพูดด้วยความตื่นเต้น เมื่อพบว่าในเว็บเปิดโอกาสให้มีการส่งอาหารเดลิเวอรี่ข้ามเมืองไปยังบ้านเกิดของฉันได้ด้วย ทางบริษัทคอนเฟิร์มว่าพวกเขาสามารถส่งอาหารสัตว์อสูรคุณภาพระดับเทพไปให้พ่อแม่ฉันได้ แม้ว่าบ้านเกิดจะอยู่ห่างจากสาขาที่ใกล้ที่สุดในเมืองระดับ 6 ถึงแปดชั่วโมงก็ตาม
ฉันรีบทำรายการจองเพื่อให้พ่อแม่ได้รับอาหารสัตว์อสูรรสเลิศนี้สามวันต่อสัปดาห์ เพราะนั่นคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยพยุงร่างกายของพวกท่าน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาฉันได้อ่านข้อมูลว่าร่างกายมนุษย์ต้องแบกรับภาระที่สูงมากเพื่อแลกกับพลังที่ส่งผ่านมาทางสัตว์อสูรคู่หู ดังนั้นอาหารคุณภาพย่อมช่วยให้ร่างกายพวกท่านทนรับแรงกดดันได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้แม่ของฉันกำลังตั้งครรภ์อยู่ ท่านย่อมต้องการสารอาหารในระดับที่มากกว่าคนปรกติทั่วไป
พอนึกถึงความลับที่บ้าน ฉันก็ยังรู้สึกทำตัวไม่ถูกและมีความรู้สึกสับสนปนเปอยู่บ้างเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ขของแม่ ข้าเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องตามธรรมชาติที่น่ายินดี ทว่าฉันก็ยังไม่สามารถสลัดความรู้สึกขัดเขินประหลาดๆ นี้ออกไปได้เสียทีเดียว
ค่าบริการส่งอาหารพวกนี้มันจะกินเงินในกระเป๋าของฉันไปเดือนละประมาณหนึ่งหมื่นสองพันเครดิต ซึ่งก็นับว่าสร้างภาระทางการเงินอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ทว่าหากผลการออกล่าของฉันในทุกรอบมันเลิศเลอเหมือนวันนี้ ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องสถานะเครดิตในบัญชีเลย
จากที่รู้มาว่านักผจญภัยส่วนใหญ่จะออกไปล่าป่าสัปดาห์ละสองครั้ง ฉันจึงตั้งเป้าหมายทำตามอย่างพวกเขา ทุกๆ สามวันฉันจะก้าวออกจากกำแพงเพื่อออกล่า เพราะช่วงเวลาสามวันนั้นก็น่าน่าจะเพียงพอสำหรับการเยียวยาบาดแผลและใช้เวลาฝึกเคี่ยวกรำตนเองได้อย่างเต็มที่
ในจังหวะที่ฉันยังจัดการมื้ออาหารของตัวเองไปได้เพียงแค่ครึ่งจาน แอชลินกลับจัดการส่วนของเธอซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าฉันถึงสองเท่าไปจนเกือบจะเกลี้ยงถาดแล้ว สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยคือ หลังจากเลื่อนระดับเลื่อนความเก่งกาจขึ้นมา ความเร็วในการกินของเธอก็ย่อมไม่ลดน้อยถอยลงไปเลยสักนิดเดียว
"จิ๊บบบบบ!" แอชลินร้องครางออกมาด้วยความพึงพอใจหลังจากซัดจนเกลี้ยงจานและเอนกายล้มตัวลงนอนในท่าหงายท้องอย่างเกียจคร้าน ดูท่ามันจะกลายเป็นนิสัยประจำตัวของเธอไปแล้วล่ะที่จะต้องนอนผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังทานอาหารมื้อยักษ์เข้าไปเพื่อช่วยในการย่อย
เมื่อฉันจัดการมื้อขของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็นึกใจจะลุกออกจากโต๊ะทว่ากลับพบว่าแอชลินยังนิ่งสนิทไม่ขยับหนีไปไหนเลย เจ้าเพื่อตะกละตัวนี้นี่มันจริงๆ เลย!
"แอชลิน ไปกันได้แล้ว!" ฉันเอ่ยเรียกเธอก็จริงแต่เธอก็ทำเพียงแค่ส่งเสียงครางแผ่วๆ ในลำคอเหมือนจะบอกว่าขี้เกียจขยับตัว
"เจ้านี่นะ!" ฉันสบถออกมาอย่างเสียไม่ได้ที่เป็นคนตามใจเธอ เธอจงใจบีบบังคับให้ฉันช้อนร่างเธอขึ้นมาประคองไว้เพราะความอิ่มแปล้จนเดินเหินไม่สะดวกของเธอนั่นแหละ
ด้วยความไร้ทางเลือกฉันจึงต้องช้อนร่างที่แสนจะขี้เกียจของเธอมาประคองไว้บนมือ แล้วจึงทำการเรียกใช้บริการรถลอยตัวมุ่งหน้ากลับสู่อพาร์ตเมนต์
ฉันไม่ต้องรอนานนักรถคันที่เรียกก็มาถึง ฉันก้าวขึ้นรถไปโดยมีแอชลินที่ยังแกล้งตายอยู่ในอ้อมแขน
"จิ๊บ จิ๊บ" เธอร้องออกมาอีกครั้งเพื่อบอกให้ฉันพยุงร่างเธอไปที่ข้างหน้าต่างรถ เพราะเธออยากจะรับลมชมวิวด้านนอกในระหว่างเดินทางด้วย เธอช่างเป็นสัตว์อสูรที่เจ้ากี้เจ้าการและอยากรู้อยากเห็นในทุกสรรพสิ่งของโลกใบนี้เหลือเกิน ด้วยความรำคาญใจที่คละเคล้าด้วยความรัก ฉันจึงยอมชูร่างเธอให้สูงพอที่จะมองเห็นทัศนียภาพที่พุ่งผ่านไป
ในที่สุดเราก็มาถึงอาคารที่พัก ทว่าก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์ ฉันก็แวะไปที่จุดแลกเปลี่ยน (Exchange point) เสียก่อน เพราะฉันยังมีแกนกลางสัตว์อสูรระดับผู้เชี่ยวชาญสามก้อนที่เพิ่งจะได้เมาจากการสังหารอสูรทั้งสามตัวนั่น
หลังจากใส่แกนกลางเข้าเครื่องและรอการประเมินอยู่ชั่วครู่ เครื่องจักรก็เสนอราคาออกมาและฉันก็จัดการตอบรับทันควัน
แกนกลางอสูรระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นที่ 1 ทั้งสามก้อนถูกแลกออกมาเป็นเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเครดิต สาเหตุที่ได้ราคาสูงขนาดนี้ก็เพราะแกนกลางจากแรดเหล็กนั้นมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมกว่าตลาดทั่วไปนั่นเอง
บัดนี้ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของฉันพุ่งสูงถึงสี่หมื่นเก้าพันเครดิตแล้ว และถ้าจำไม่ผิด ในสัปดาห์เดียวฉันก็เพิ่งจะผลาญเงินห้าหมื่นเครดิตไปจนหมด เรียกว่าทั้งรับและจ่ายมาในปริมาณที่มหาศาลจริงๆ
ฉันยังต้องหาซื้อข้าวของเพิ่มอีกหลายชิ้น และหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดก็คือชุดฝึกซ้อมที่มีคุณภาพสูงกว่านี้ เพราะชุดเก่งที่ใส่อยู่นี่บัดนี้อยู่ในสภาพที่เกือบจะใช้งานไม่ได้แล้วจากการรบพุ่งที่ทะเลสาบยออสติน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.