ตอนที่ 33
33 / 89
อ่าน 9 นาที
Chapter 33 Iron Rhinos
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:18
โทเท็ม (Totems) คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยอดฝีมือที่สามารถรังสรรค์มันขึ้นมาได้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นชนชั้นนำของสังคม เท่าที่ฉันรู้มา ในสาธารณรัฐแห่งนี้ยังไม่มีใครที่สามารถทำความเข้าใจความลี้ลับของอักษรรูนซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทั้งโทเท็มและเครื่องยนต์ขัดเกลามานาได้อย่างถ่องแท้เลย
ทว่าในหนังสือเล่มนี้กลับบรรจุข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับการสร้างโทเท็ม ตั้งแต่การแนะนำอักษรรูนแต่ละตัวไปจนถึงอัลกอริทึมและสูตรคำนวณที่ซับซ้อน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดยิบที่นี่
หลังจากลองกวาดตามอ่านดูไม่กี่หน้า ฉันก็พบว่าตนเองยังไม่เข้าใจเนื้อหาส่วนใหญ่นัก มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียดลออนับหลายปีกว่าจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมด และในระหว่างนั้น ฉันต้องทำให้มั่นใจว่าความลับเล่มนี้จะไม่มีวันรั่วไหลไปถึงหูใครเด็ดขาด
เมื่อปิดหน้าต่างข้อมูลลง ฉันก็จัดการรเผาบริเวณโดยรอบที่อาจจะมีกลิ่นกายของฉันติดอยู่แล้วรีบเดินจากไปทันที ฉันต้องการออกจากป่าก่อนเวลาพลบค่ำประมาณหนึ่งชั่วโมง เพราะในช่วงเวลากลางคืนพวกสัตว์อสูรจะออกหากินและมีความดุร้ายขึ้นหลายเท่าตัว
หลังจากเดินเท้าในพงไพรต่อไปอีกสิบห้านาที ฉันก็ยังไม่พบสัตว์อสูรที่หมายตาไว้ เห็นเพียงอสูรระดับต่ำที่ฉันไม่สนใจ ทว่าฉันก็ยังไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้เขตตัวทะเลสาบมากนัก เพราะที่นั่นคือจุดรวมตัวของฝูงสัตว์อสูรขนาดใหญ่ หากต้องเผชิญกับอสูรระดับผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันห้าถึงหกตัว ฉันคงไม่มีทางรอดกลับมาได้แน่ๆ
'กึก...' ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงกระทบกันของโลหะแว่วมาจากทางทิศตะวันตก เหมือนจะมีคนกำลังต่อสู้อยู่แถวนั้น ด้วยความสงสัยฉันจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปดู และไม่นานเสียงนั้นก็แจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จนฉันมาถึงจุดที่เกิดเหตุ
ภาพที่เห็นคือวัยรุ่นสองคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับฉัน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งกำลังประลองฝีมือกับควายวารี (Aqua Bulls) สี่ตัว ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเป็นฝ่ายออกล่าอสูรมากกว่าจะเป็นฝ่ายถตูกล้อมกรอบนะ
สัตว์อสูรทั้งสี่ตัวนั่นอยู่ระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นที่ 1 เมื่อเห็นน้ำหนักตัวอันมหึมาของมันฉันก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ เพราะนั่นไม่ใช่แค่ควายวารีสีตัว ทว่ามันคือเงินมหาศาลกว่าห้าหมื่นเครดิต เนื่องจากเนื้อของมันมีน้ำหนักมากและสามารถนำไปขายได้ราคาดีกว่าแกนกลางอสูรเสียอีก
ฉันเฝ้าสังเกตการต่อสู้จู่เพียงครู่เดียวก็ปลีกตัวออกมา เพราะไม่อยากเสียเวลาและไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าฉันจะเข้าไปชิงเหยื่อ
ตลอดระยะเวลาสองวันที่ผ่านมา ฉันพยายามเดินเครื่องยนต์ขัดเกลามานาอยู่ลอดเวลาตั้งแต่นอนไม่หลับจนถึงเวลานอน ทีแรกมันสร้างความอืดอัดและเจ็บปวดอย่างน่ารำคาญใจให้แก่ฉันมาก อาการปวดหัวรุมเร้าทำเอาแทบคลั่งทว่าฉันก็ยังคงกัดฟันอดทนต่อสู้กับมันต่อไป
ในรอบสองวันที่ผ่านมานี้ ฉันไม่เคยสั่งหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขัดเกลาเลยยกเว้นเวลาหลับ ตอนที่เริ่มสร้างเครื่องขึ้นมาใหม่ๆ ฉันทำงานกับมันได้เพียงสองชั่วโมงเศษๆ ก็แทบจะขาดใจ ทว่าสมรภูมิสยดสยองในอุโมงค์รถไฟครั้งนั้นได้ขัดเกลาสภาวะจิตของฉันให้แกร่งขึ้น จนสามารถประคับประคองการทำงานของเครื่องยนต์ไปพร้อมกับการรบพุ่งกับอสูรได้
ในตอนนี้ตอนใช้โรงฝึก ฉันก็ยังคงลองเดินเครื่องยนต์ไปพร้อมกับการฝึกซ้อม ถึงแม้อาการปวดหัวจะยังคงอยู่แต่พอนำไปเทียบกับความทรมานตอนฝึกวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุดแล้ว อาการปวดหัวนี่ก็กลายเป็นเรื่องขี้ผงไปทันที
เมื่อสองวันก่อน มีไอเดียประหลาดผุดขึ้นในหัวข้อส่ง ว่าถ้าฉันเดินเครื่องยนต์ตลอดเวลาในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ ล่ะมันจะเป็นอย่างไร ทีแรกฉันก็นึกว่าตัวเองบ้าไปแล้วที่คิดแบบนั้น ทว่าพอลองไตร่ตรองดูอย่างละเอียดแล้วมันก็น่าลอง
ด้วยพรสวรรค์ระดับต่ำของฉัน หากฉันจะขัดเกลามานาเพียงวันละสองสามชั่วโมง หรือรอฝึกเฉพาะตอนสู้รบที่กระบวนการขัดเกลาจะพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดละก็ ฉันคงต้องใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะไปถึงจุดที่มีความบริสุทธิ์มานาเกิน 80% ตามที่หวังไว้
ความจริงมันก็มีน้ำยาวิเศษชนิดต่างๆ ที่ช่วยยกระดับความบริสุทธิ์ของมานาได้เหมือนกัน ทว่าพอมมานาพุ่งถึงระดับ 65% แล้ว ยาปรกติพวกนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้โดยตรงอีกต่อไป ทว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีทางลัดอื่นที่ช่วยทางอ้อม
มันมีน้ำยาที่ช่วยกระตุ้นการทำงานออ้อมๆ อยู่อย่าง น้ำยากระตุกวิญญาณ (Heart Racing Potion) ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็วของเครื่องยนต์ขัดเกลามานาให้พุ่งทะยานขึ้น น้ำยาจำพวกนี้มีวางขายนับร้อยชนิดทว่าราคามันก็สูงลิบลิ่วเกินกว่าที่ฉันจะเอื้อมถึงในตอนนี้
ทางเลือกเดียวที่มีคือวิธีนี้แหละ ในวันแรกฉันถึงกับล้มพับไปเพราะอาการปวดหัวรุนแรงทว่าฉันก็ยังคงดึงดันจะเดินเครื่องยนต์ต่อไป วันที่สองอาการก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่แต่ฉันก็ยังไม่ยอมแพ้ และวันนี้คือวันที่สาม ฉันยังคงรู้สึกปวดหัวตุบๆ อยู่ทว่าก็เริ่มจะชินชากับมันและกัดฟันอดทนผ่านมันไปได้
ความบริสุทธิ์ของมานาขของฉันขยับสูงขึ้นขสองสามจุดในช่วงเวลาเพียงสองวัน หากฉันยังคงรักษามาตรฐานการขัดเกลาแบบนี้ต่อไปได้ ความบริสุทธิ์ระดับ 80% ก็คงไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อม ข้าเข้าใจดีว่าในอนาคตมันจะยิ่งยากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะยิ่งมานาบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ การจะขัดเกลาความบริสุทธิ์ให้เพิ่มขึ้นไปอีกเพียงนิดเดียวก็ต้องแลกมาด้วยเวลาและความพยายามที่หนักหน่วงมหาศาล
ฉันยังไม่พบสัตว์อสูรระดับผู้เชี่ยวชาญตัวอื่นเลยในขณะที่เดินสำรวจอยู่รอบนอกของทะเลสาบออสติน แต่ฉันได้จัดการสังหารทหารอสูรระดับพลทหารขั้นสูงสุดไปได้สองตัว ซึ่งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเพื่อปลิดชีพและแร่เอาชิ้นส่วนสำคัญของมันออกมาสสะสมไว้ในเป้
ระหว่างทางฉันพบนักผจญภัยระดับผู้เชี่ยวชาญสามคนกำลังเดินตรงมาทางฉัน โดยแต่ละคนแบกเป้หลังที่บวมปูดจนมีน้ำหนักมากกว่าตัวเขาเองถึงสองเท่า ดูท่าทางป่านนี้พวกเขาคงจะได้รับทรัพย์ก้อนโตกลับเข้าเมืองแน่นอน
พวกเราเพียงแค่ส่งยิ้มให้กันตามมารยาทโดยไม่ได้ปริปากพูดคุย เมื่อเห็นของกำนัลในเป้ขของพวกเขา ฉันจึงตัดสินใจว่าควรจะมุ่งหน้าเข้าไปใกล้เขตทะเลสาบให้มากกว่านี้ ถึงแม้ที่นั่นจะคราคร่ำไปด้วยสัตว์อสูรนับพันและเต็มไปด้วยความอันตรายก็ตาม
ทะเลสาบออสตินขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัยที่สุดในเขตป่าเมียสต้า เพราะอสูรระดับสูงส่วนใหญ่มักจะกบดานอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบและไม่ค่อยจะโผล่พ้นน้ำออกมาอาละวาดข้างนอกบ่อยนัก
ฉันรวบรวมความกล้าและตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางของเขตรอยต่อทะเลสาบ ทว่ากลางทางฉันก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของสัตว์อสูรบางชนิด ฉันจึงรีบแฝงกายลงในพุ่มไม้และค่อยๆ ย่องมุ่งหน้าไปยังต้นตอของเสียงนั้นด้วยความเเงียบเชียบ หากมีสัตว์อสูรตัวอื่นมาแจมอยู่ด้วย บางทีฉันอาจจะมีโชคได้ลาภก้อนโตจากการชุบมือเปิบก็ได้
ฉันเรียกแอชลินให้สลายร่างเข้ามาในตัวแล้วค่อยๆ คลานหมอบไปตามพงหญ้าโดยระวังไม่ให้เกิดเสียงรบกวน เสียงคำรามนั้นดังสนั่นและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนฉันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ ใต้ฝ่าเท้า ดูท่าสัตว์อสูรตัวนี้น่าจะมีน้ำหนักตัวที่มหาศาลพอสมควรถึงสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ขนาดนี้
น้ำลายของฉันเริ่มสอขึ้นมาทันทีที่นึกถึงขนาดของเหยื่อ ฉันพยายามคาดเดาว่ามันคืออสูรชนิดไหนจากการฟังเสียงทว่าเสียงนั้นมันก้องกังวาลและปนเปไปด้วยความโกรธจนแยกแยะได้ยาก แต่ฉันก็ยังไม่หยุดที่จะคืบคลานเข้าไปหา
ใจลึงๆ ฉันหวังว่าอสูรตัวนั้นจะตกอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บ เพราะนั่นจะทำให้ฉันปลิดชีพมันได้ง่ายขึ้น เมื่อฉันก้าวเข้าสู่แนวเขตรอยต่อที่เป็นที่โล่งแจ้ง ภาพตรงหน้าก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของฉันได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่เห็นคือแรดเหล็ก (Iron Rhinos) สองตัวที่ยังอยู่ในวัยเยาว์
"บ้าเอ๊ย! แย่แล้ว..." ฉันสบถในใจพริบตาเมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ มีฝูงลิงปีศาจ (devil monkeys) หกตัวกำลังหยอกล้อและรังแกแรดเหล็กทั้งสองตัวอยู่อย่างสนุกสนาน จนทำให้เจ้าแรดขี้โมโหพาลกวาดเอาต้นไม้ล้มระเนระนาดไปกว่ายี่สิบสามสิบต้นเพื่อหวังจะสะบัดหลุดจากการกวนประสาทนั้น
เจ้าลิงปีศาจพวกนี้รูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายกับลิงอสูรที่เควินคู่แค้นเก่าของฉันมีอยู่ เพียงแต่จุดที่ต่างกันคือลิงของเควินจะมีดวงตาที่สามประดับอยู่ที่หน้าผาก
ฝูงลิงพวกนี้ยังอยู่เพียงระดับพลทหารเท่านั้น พวกมันคงไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้แก่แรดเหล็กระดับผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง ทว่าพวกมันกลับใช้ความว่องไวกลั่นแกล้งโดยการใช้เล็บสะกิดไปตามส่วนเปราะบางเพื่อให้แรดเหล็กหัวร้อนและวิ่งพล่านไปทั่วเล่นๆ
ทีแรกฉันกะจะถอยหนีออกมาเมื่อเห็นฝูงลิงเจ้าปัญหา ทว่าจังหวะที่ใจกำลังถอดฝีเท้า ฝูงลิงพวกนั้นก็เริ่มทยอยกันจากไปหลังจากที่ตบหัวเจ้าแรดคนละทีสองทีเพื่อเป็นการทิ้งท้าย ดูท่าพวกมันคงจะอิ่มเอมกับความสนุกในวันนี้เพียงแค่นั้น
ฉันไม่แปลกใจเลยที่พวกมันเลือกที่จะจากไปอย่างดื้อๆ เพราะนิสัยของลิงปีศาจมักจะรักสนุกและชอบกลั่นแกล้งใครก็ตามที่ทำให้มันสนใจ ทว่าพอมันเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายมันก็จะสะบัดตูดหนีไปหาเรื่องคนอื่นต่อทันที
ในเวลาไม่กี่นาที ฝูงลิงก็อันตรธานหายไปจนหมด ทิ้งให้เหล้าแรดที่โมโหสุดขีดได้แต่นั่งแหแปะลงบนผืนหญ้าด้วยความอ่อนล้า ดูท่าพวกมันจะโดนเจ้าลิงนั่นกวนประสาทมาพักนึงแล้วล่ะ
ตอนนี้ฉันตกอยู่ในสภาวะที่ตัดสินใจได้ยากยิ่ง ว่าจะควรเสี่ยงจู่โจมแรดเหล็กสองตัวนี้ดีหรือไม่ ฉันไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะสมารถเจาะทะลุผิวหนังอันเกรี้ยวกราดของมันได้ เพราะชื่อของแรดเหล็กนั้นหมายถึงการป้องกันที่เรียกได้ว่าไร้ช่องโหว่ ทว่าหากฉันเลือกที่จะเดินจากไปตอนนี้ เงินรางวัลมูลค่ากว่าสี่หมื่นเครดิตก็จะมลายหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นกัน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.