ตอนที่ 37
37 / 89
อ่าน 7 นาที
Chapter 37 Reynard
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:21
โรงฝึกซ้อมยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย ทุกคนต่างขะมักเขม้นกับการฝึกฝนตามวิถีของตนเอง มีอุปกรณ์ฝึกซ้อมหลากหลายชนิดวางกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น รวมถึง 'ชุดแรงดัน' (pressure suits) ด้วย
อุปกรณ์พวกนั้นก็นับว่าดีมาก แต่ไม่มีชิ้นไหนจะเทียบชั้นได้กับ 'ห้องแรงโน้มถ่วง' (gravity chamber) เลย ซึ่งห้องพวกนั้นจะมีให้ใช้แค่ในโรงฝึกระดับสูงเท่านั้น มันคือสุดยอดนวัตกรรมการฝึกฝนที่มีอยู่ในสาธารณรัฐแห่งนี้เลยทีเดียว
ฉันลองสำรวจดูว่าพอจะมีชุดแรงดันเหลือว่างให้ใช้บ้างไหม ถึงแม้ชุดแรงดันจะถูกขนานนามว่าเป็นรุ่นราคาถูกของห้องแรงโน้มถ่วงก็ตาม รูปทรงของมันดูคล้ายกับชุดฝึกปรกติแต่จะมีน้ำหนักมากกว่าและสามารถปรับแรงกดทับใส่ร่างกายผู้สวมใส่ได้ตามต้องการ ทว่าผลลัพธ์คือไม่มีชุดว่างให้ใช้เลย ฉันได้แต่ถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก เพราะชุดพวกนี้ไม่ค่อยจะว่างติดราวนานเกินห้านาทีหรอก ส่วนใหญ่จะถูกคนอื่นจองใช้ไปหมดแล้ว
อีกอย่าง การสู้กับหุ่นยนต์ดรอยด์มันก็เริ่มจะน่าเบื่อขึ้นมานิดๆ แล้วล่ะ
ฉันกะว่าจะไปมอหาใครสักคนเพื่อขอท้าประลองฝีมือ ทว่าสนามประลองทุกสนามกลับถูกจับจองไปจนหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยืนรอจนกว่าจะมีสนามไหนว่างลง
ฉันยืนดูการต่อสู้ในสนามประลองไปพลางๆ ในขณะที่รอคอยจังหวะของตัวเอง
ไม่นานนัก การประลองคู่หนึ่งก็จบลงและทั้งสองฝ่ายก็ก้าวลงจากเวที ฉันรีบพุ่งเข้าไปจับจองพื้นที่ในสนามทันทีโดยไม่ให้ใครได้ปาดหน้า แล้วยืนรอผู้มาท้าทายรายต่อไป
ใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวก็มีคนก้าวขึ้นมาประลองด้วย ทว่าฉันกลับสะดุ้งอยู่ในใจเล็กน้อยเมื่อพบกับระดับพลังขของเขา
เขาคือยอดฝีมือระดับผู้เชี่ยวชาญ (specialist grade) ฉันไม่เคยประลองฝีมือกับระดับผู้เชี่ยวชาญตัวเป็นๆ มาก่อนเลย ที่ผ่านมาอย่างมากที่สุดก็แค่พวกระดับพลทหารขั้นสูงสุดเท่านั้น
"ไม่รังเกียจที่จะให้ผมท้าประลองด้วยใช่ไหมครับ?" เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ ท่าทางเขาดูจะมีอายุประมาณยี่สิบกลางๆ ซึ่งถือว่าหาได้ยากในสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะคนที่มาถึงระดับผู้เชี่ยวชาญในวัยเพียงแค่นี้
เข มีรูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้ากลมเกลี้ยงเกลา มีเคราสั้นๆ ประดับอยุ่ และพอมารวมกับผมบลอนด์ยาวนั่นก็ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่น้อยเลยทีเดียว
"แน่นอนครับ! การได้สู้กับระดับผู้เชี่ยวชาญถือเป็นโชคดีของผมเลยล่ะ" ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม
"ผมไมเคิลครับ" ฉันเอ่ยแนะนำตัว
"เรย์นาร์ด" เขาตอบสั้นๆ และทันใดนั้นตัวเคาท์ดาวน์ก็เริ่มทำงานพริบตาเดียว
เราทั้งคู่กระชับอาวุธในมือแน่น เขาใช้ดาบสั้นแบบฟาลเชียน (falchion) ส่วนฉันใช้ดาบคาทาน่าคู่ใจ
'กริ๊ง'
ทันทีที่สัญญาณเริ่มการต่อสู้ดังขึ้น เราทั้งคู่ก็พุ่งเข้าใส่กันทันควัน
'เคร้ง!' อาวุธปะทะกันอย่างจัง ส่งผลให้เรย์นาร์ดต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าขของเขาฉายชัดถึงความตกตะลึงที่ยอดฝีมือระดับผู้เชี่ยวชาญขั้น 1 อย่างเขา กลับต้องเป็นฝ่ายถอยร่นจากการจู่โจมของไอ้หนูระดับพลทหารระดับ 2 อย่างฉัน
ทว่าเขาก็เรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วและเป็นฝ่ายเปิดฉากรุกเข้าใส่ฉันอีกครั้ง
'เคร้ง เคร้ง เคร้ง...' ดาบของเราผลัดกันรุกรับต่อเนื่องหลายสิบกระบวนท่า ทว่าไม่มีใครสามารถชิงความได้เปรียบเหนืออีกฝ่ายได้เลย
"ผมไม่เคยเห็นคุณที่นี่มาก่อนเลย เพิ่งย้ายมาเหรอครับ?" เขาเอ่ยถามในขณะที่ดาบยังคงปะทะกันอยู่ ท่าทางเขาดูผ่อนคลายมากเหมือนการต่อสู้นี้ไม่ได้สร้างภาระให้แก่ร่างกายเขาเลยแม้แต่น้อย
"ครับ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ตึกนี้ได้แค่อาทิตย์เดียวเองม" ฉันตอบในขณะที่ยังคงรบพุ่งต่อไป
"นับว่าดีเลยล่ะ" เขาพููดปิดบทสนทนาเพียงแค่นั้น
หากใครมาเห็นภาพการต่อสู้ของเราในตอนนี้ พวกเขาคงเชื่อสนิทใจว่าเรามีฝีมือทัดเทียมกันและไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ ทว่าความจริงที่ฉันสัมผัสได้มันกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ฉันบอกได้เลยว่าเรย์นาร์ดสามารถควบคุมร่างกายของเขาได้ออย่างสมบูรณ์แบบ และใช้พลังงานเพียงขั้นต่ำที่สุดในการรับมือท่วงท่าของฉัน ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ท่วงท่าที่ดูเรียบง่ายของเขาแฝงไปด้วยจังหวะที่ลึกลับจางๆ ซึ่งมันน่าจะเป็นสไตล์การต่อสู้ระดับสูงบางอย่าง
'เคร้ง เคร้ง เคร้ง...'
เมื่อเห็นว่าสู้กันต่อไปผลก็คงออกมาเสมอ ฉันจึงตัดสินใจกัดฟันเริ่มหมุนเวียนพลังวงจรแรกของวิชาชุดที่สอง ความเจ็บปวดแล่นโหมกระหน่ำเข้ามาทว่าฉันก็ยังคงฝืนทนไว้ แต่พอพละกำลังของฉันเพิ่มขึ้น พลังของเรย์นาร์ดก็ขยับตามขึ้นมาอย่างแม่นยำและทำให้เรากลับมาอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันเหมือนเดิม
ฉันยิ้มเจื่อนๆ ให้กับความมหาศาลขของเขา แต่นี่ก็นับว่าเป็นโอกาสทองที่ฉันจะได้ขัดเกลาท่วงท่าของตัวเอง เมื่อมียอดฝีมือระดับนี้มาช่วยเป็นคู่มือให้ ฉันย่อมมองเห็นข้อบกพร่องและหนทางที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้แจ่มชัดกว่าเดิมมหาศาล
เรย์นาร์ดดูจะไม่รีบเร่งที่จะปิดเกมนี้เลยสักนิด ซึ่งนั่นนับเป็นเรื่องดีสำหรับฉัน เพราะยิ่งการต่อสู้ลากยาวออกไปมากเท่าไหร่ โอกาสที่ฉันจะก้าวหน้าก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ตามสถิตินั้น หากมนุษย์และสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเท่ากันมาต่อสู้กัน มนุษย์จะเป็นฝ่ายมีชัยถึง 70% ของการต่อสู้ทั้งหมด ทั้งที่ความจริงแล้วสัตว์อสูรมีความแข็งแกร่งทางร่างกายรวมถึงปริมาณมานาที่มากกว่ามนุษย์ถึงเท่าตัว ทว่าพวกมันกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายที่มีระดับพลังต่ำกว่า
สาเหตุหลักคือเรื่องของ 'สติปัญญา' สัตว์อสูรส่วนใหญ่มักจะมีความคิดความอ่านที่ค่อนข้างต่ำ มีเพียงสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญากับมนุษย์เท่านั้นที่จะมีโอกาสยกระดับสติปัญญาให้สูงขึ้นได้
หากคู่ต่อสู้ตรงหน้าเป็นสัตว์อสูรระดับผู้เชี่ยวชาญแทนที่จะเป็นเรย์นาร์ด ป่านนี้มันคงจะสิ้นชื่อไปแล้ว ทว่าพอมมาเจอคนอย่างเรย์นาร์ด ฉันกลับไม่สามารถชิงความได้เปรียบได้เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกที่ฉันสัมผัสได้คือเขาสามารถปลิดชีพฉันได้ภายในสามดาบหากเขาต้องการจริงๆ และนั่นคือถือว่าฉันยังเป็นฝ่ายที่โชคดีมากแล้วนะ
เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไป เรย์นาร์ดก็เริ่มที่จะเพิ่มน้ำหนักลงไปในท่วงท่าดาบของเขามากขึ้น จนฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันหมุนเวียนพลังไปจนถึงขั้นที่สองของวิชาถึงจะยื้อร่างก้าวตามเขาไปได้ทัน
ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบสนามเริ่มทยอยจากไปเพราะมองว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันดูเรียบๆ น่าเบื่อไม่มีอะไรหวือหวา ทว่าสำหรับฉันแแล้ว นี่คือหนึ่งในการประลองที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา ฉันสามารถมองเห็นจุดบกพร่องของตนเองและเริ่มลงมือแก้ไขมันได้ทันควัน โดยมีเรย์นาร์ดคอยช่วยประคองด้วยการเพิ่มแรงกดดันขขมาในระดับที่พอเหมาะพอเจาะ คือไม่ช้าจนเกินไปและไม่เร็วเสียจนฉันรับมือไม่ไหว
'ฉับ'
ในวินาทีที่ฉันพลาดพลั้งปัดดาบไม่ทัน ปลายดาบของเรย์นาร์ดก็กรีดผ่านสีข้างฉันไป ความจริงฉันคงเจ็บหนักกว่านี้หากเขาไม่ยั้งมือและควบคุมแรงกระแทกไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อแรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดสุด ฉันจึงจำเป็นต้องตัดสินใจหมุนเวียนพลังไปจนถึงขั้นที่สามขของวิชาบรรลัยนั่น ความทรมานแสนสาหัสโหมกระหน่ำเข้ามาจนแทบจะขาดใจทว่าฉันก็ยังคงฝืนทนไว้ เพราะรู้ดีว่าโอกาสทองที่จะได้พบคู่ฝึกที่แสนวิเศษแบบนี้คงไม่ได้มีมาบ่อยๆ
ฉันสู้กับเรย์นาร์ดอยู่นานกว่าสองชั่วโมง และแรงกดดันจากดาบของเขาก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พริบตาเดียวฉันก็เริ่มจะก้าวตามเขาไม่ทันเสียแล้ว สุดท้ายฉันก็โดนดาบเขาฟาดไปกว่าสิบครั้ง และถึงแม้จะพยายามตะเกียกตะกายหมุนเวียนไปขั้นที่สี่ทว่าก็ยังทำไม่สำเร็จ เมื่อเห็นว่าสู้ต่อไปก็คงไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ฉันจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอยอมแพ้แต่โดยดี
"ขอบคุณมากครับ" ฉันเอ่ยบอกเขาในขณะที่ก้าวลงจากเวที ทว่าเขาก็ทำเพียงแค่ยิ้มตอบและยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.