ตอนที่ 27
27 / 89
อ่าน 7 นาที
Chapter 27 Sparring With Ber
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:07
ไม่นานหลังจากที่การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างแมดเดอลีนและไนเจลจบลง ผู้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มทยอยกันออกจากโรงฝึก สำหรับฉันแล้วภาพการต่อสู้เมื่อครู่นี้ถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง
เมื่อผู้คนเริ่มบางตาลง โรงฝึกซ้อมก็ดูจะกว้างขวางขึ้นมาถนัดตา แต่ทว่าก็ยังมีบางคนที่ยังคงซ้อมประลองกันอยู่ในสนาม หรือไม่ก็เดินเข้าห้องฝึกส่วนตัวเพื่อเคี่ยวกรำตนเองต่อไป
เมื่อเห็นสนามประลองว่างลง ฉันจึงก้าวขึ้นไปยืนบนนั้นแล้วเริ่มปลดปล่อยออร่าออกมาจางๆ สนามประลองพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการประลองฝีมือโดยเฉพาะ
หลักการของมันง่ายมาก แค่เพียงคุณขึ้นไปยืนรอในสนามเดียว และไม่นานก็จะมีคนก้าวขึ้นมาเพื่อขอประลองด้วย วิธีนี้ช่วยให้เราไม่ต้องไปเดินไล่ถามใครให้เสียเวลา เพราะใครที่อยากจะทดสอบฝีมือกับเราย่อมจะเดินเข้ามาหาเองโดยอัตโนมัติ
ความกังวลเพียงอย่างเดียวของฉันในตอนนี้คือกลัวว่าจะไม่มีใครก้าวขึ้นมาท้าทาย เนื่องจากผู้เช่าส่วนใหญ่ในตึกนี้คือระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist stage) และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังอยู่ระดับเริ่มต้าน เพราะค่าเช่าตึกนี้ในแต่ละเดือนมันเหยียบสองหมื่นเครดิตเลยทีเดียว ไม่ใช่ทุกคนที่จะแบกรับภาระนี้ได้
ฉันยืนรออยู่สิบห้านาทีและเกือบจะถอดใจเดินลงจากเวทีไปแล้ว ทว่าสายตาก็พลันไปเห็นชายหนุ่มท่าทางเจ้าเล่ห์คนหนึ่งกำลังเดินมุ่งหน้ามาที่สนามประลองนี้
"รบกวนขอประลองด้วยคนได้ไหมครับ? แต่ผมต้องขอบอกไว้ก่อนนะว่าผมอยู่ระดับพลทหาร (Private stage) ขั้นที่ 3 แล้ว" ชายหนุ่มท่าทางเจ้าเล่ห์คนนั้นเอ่ยถาม
"ไม่มีปัญหาครับ" ฉันตอบรับ เดิมทีแผนแรกของฉันคือการเริ่มสู้กับระดับ 2 ก่อนแล้วค่อยขยับไปที่ระดับ 3 ทว่าในเมื่อโอกาสมาถึงมือขนาดนี้ การกระโดดลงไปสู้กับระดับ 3 เลยก็ดูจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อ เบิร์ต" ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวในขณะที่ก้าวเดินเข้ามาในสนาม "เช่นกันครับ ผมไมเคิล" ฉันกล่าวตอบรับคำทักทายของเขา
"งานนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วแฮะ 'นักบดขยี้หน้าใหม่' อย่างเบิร์ตกำลังจะเขมือบเหยื่อรายใหม่อีกรายแล้วล่ะ" เสียงของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ยืนดูอยู่ข้างสนามตะโกนบอกกันอย่างคึกคะนองเมื่อเห็นเบิร์ตเดินขึ้นสนามประลอง หลายคนเริ่มให้ความสนใจมาที่เวทีนี้ขึ้นมาทันที
"เด็กใหม่คนนี้ก็นับว่าโชคดีนะ จำเด็กใหม่คนล่าสุดที่โดนเบิร์ตถล่มได้ไหม เห็นว่าร้องไห้กลางสนามเลยนะนั่น" เสียงเด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยสมทบ
"แถมเบิร์ตยังเอาคลิปการต่อสู้ทั้งหมดไปอัปโหลดขึ้นบอร์ดประจำตึกให้คนอื่นเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกต่างหาก น่าสงสารเด็กคนนั้นจริงๆ ที่ต้องย้ายออกไปภายในอาทิตย์เดียวเลย แต่ก็นับว่าเป็นโชคของเด็กใหม่คนนี้ที่วันนี้มีคู่ของแมดเดอลีนกับไนเจลมาช่วยดึงสายตาคนไป เลยน่าจะมีคนดูไม่เยอะเท่าไหร่ต่อให้เขาต้องร้องไห้ก็นะ" เพื่อนของเขาเอ่ยพลางหัวเราะร่วน
"ครั้งนี้คงโดนหนักแน่ๆ ยอดฝีมือคนก่อนยังพอสู้ได้บ้างเพราะอยู่ระดับ 3 เหมือนกัน แต่เด็กใหม่คนนี้ดูท่าทางจะอยู่แค่ระดับ 2 เองนะ เบิร์ตน่ะแข็งแกร่งกว่านั้นเยอะ เขาเคยสู้กับระดับผู้เชี่ยวชาญขั้น 1 มาแล้วหลายครั้งและไม่ค่อยจะพ่ายแพ้เท่าไหร่เลย บางทีเขาก็ชนะพวกที่อ่อนๆ ได้ด้วยซ้ำ" เด็กสาวผมทรงพิกซี่ในกลุ่มเอ่ยออกมา
ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้องกับคำพูดของเธอ พร้อมกับคิดไปในทางเดียวกันว่าเด็กใหม่คนนี้คงไม่พ้นต้องถูกอัดเละคาสนามแน่นอน
พวกเรายืนเผชิญหน้ากันในสนามประลอง ทันใดนั้นตัวเลขเคาท์ดาวน์จาก 10 ก็ถูกฉายลงบนพื้นสนาม ฉันเริ่มหมุนเวียนท่วงท่าของวิชาไปจนถึงท่าที่สิบสาม และไม่รอช้าที่จะเปิดเครื่องยนต์ขัดเกลามานาเพื่อเตรียมพร้อมสู้รบ
ฉันกระชับดาบฝึกซ้อมในมือแน่นแล้วตั้งท่าพร้อมเตรียมรุก เมื่อเทียบกันแล้วเบิร์ตดูจะผ่อนคลายกว่ามาก เขาถือไม้พลองในมือด้วยท่าทางสบายๆ ไม่เคร่งเครียด
'กริ๊ง...' เสียงระฆังส่งสัญญาณดังขึ้น และเราทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากันทันที เสียงลมหวีดหวิวจากการที่เบิร์ตตวัดไม้พลองเข้าที่ส่วนหัวของฉันทำเอาฉันต้องสะดุ้งกับความเร็วที่ฉีกผ่านอากาศนั่น ฉันไม่รอช้าที่จะหมุนเวียนพลังไปจนถึงท่าที่สิบแปดของวิชาทันที
'เคร้ง!' เสียงโลหะปะทะไม้ดังสนั่นไปทั่วสนาม ร่างกายของฉันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่แล่นผ่านมือทว่าฉันก็ยังคงยืนหยัดไว้อย่างมั่นคงและไม่ก้าวถอยหลังไปแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าของเบิร์ตฉายแววความประหลาดใจออกมาอย่างชัดเจน แววตานั่นสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะข่มอารมณ์ให้กลับมานิ่งเฉยได้อีกครั้ง
"ทักษะของนายก็นับว่าไม่เลวเลยนะ" เบิร์ตเอ่ยปากชม ฉันเพียงยิ้มตอบโดยไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา คงมีเพียงไม่กี่คนหรอกที่มีสายตาเฉียบแหลมพอจะมองออกอย่างจิม ว่าสิ่งที่ฉันใช้อยู่ไม่ใช่ทักษะทั่วไปแต่เป็นการหมุนเวียนวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุด
'เคร้ง เคร้ง เคร้ง!' อาวุธของเราเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง เบิร์ตมีความเชี่ยวชาญในการใช้ไม้พลองเป็นอย่างมาก หลายครั้งที่ปลายไม้เฉียดผ่านร่างกายของฉันไปเพียงนิดเดียวทำเอาหวาดเสียวอยู่ไม่น้อย ทว่าฉันกลับยังหาจังหวะที่จะเอาดาบเข้าไปประชิดตัวเขาไม่ได้เลย
เจ้าไม้พลองบ้านี่มันร้ายนัก ระยะโจมตีของมันกว้างขวางเสียจนฉันหาช่องว่างเจาะเข้าไปไม่ได้เลย แถมเบิร์ตยังมีเพลงยุทธ์เพลงอาวุธระดับสูงที่ช่วยให้เขาคุมเชิงรักษาระยะห่างไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
'เคร้ง!' การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงจนเราทั้งคู่ต้องก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว "ฮ่าฮ่า" เราทั้งคู่เผลอหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน เพราะในตอนนี้การต่อสู้ดูจะเป็นไปอย่างสูสี แม้ฉันจะใส่พละกำลังลงไปในทุกท่วงท่าทว่าเบิร์ตก็เปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์ที่สามารถเบี่ยงเบนและปัดป้องการโจมตีของฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉันรู้สึกสนุกไปกับการรบพุ่งในครั้งนี้จริงๆ หากคู่ต่อสู้ตรงหน้าเป็นอสูรหนูเล็บแดงระดับ 3 ป่านนี้ฉันคงเด็ดหัวพวกมันไปได้สามตัวแล้ว ทว่าการสู้กับมนุษย์นั้นมีความซับซ้อนกว่ากันมากนัก ไม่ว่าฉันจะเปลี่ยนกระบวนท่าไปในรูปแบบไหน เบิร์ตก็สามารถแก้ทางและโต้กลับได้เสมอ
'เคร้ง เคร้ง เคร้ง!' ทันใดนั้นท่วงท่าการสู้ของเบิร์ตก็แปรเปลี่ยนไป ไม้พลองในมือเขาประดุจสุนัขล่าเนื้อที่ตามจิกกัดฉันไปทุกหนแห่ง ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้ตั้งตัวโต้กลับได้เลย
ฉันจำต้องตัดสินใจหมุนเวียนพลังไปถึงท่าที่สิบเก้าเพื่อบรรเทาความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าความเร็วและพละกำลังของฉันพุ่งสูงขึ้น จนเริ่มที่จะเป็นฝ่ายรุกตอบโต้เบิร์ตได้บ้างแล้ว
เมื่อเห็นว่าเริ่มจะเสียเปรียบ ท่วงท่าของเบิร์ตก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันต้องกัดฟันหมุนเวียนไปจนถึงท่าที่ยี่สิบของวิชาเพื่อยับยั้งการจู่โจมที่เกรี้ยวกราดนั้น
ในขณะที่เขามุ่งมั่นสู้รบ เบิร์ตคงยังไม่สังเกตเห็นว่ารอบสนามประลองตอนนี้มีผู้คนมารวมตัวดูกันหนาตาขึ้นเรื่อยๆ "ว้าว เด็กใหม่คนนี้มีของแฮะ" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยกับเพื่อนฝูง
"ใช่ เก่งไม่เบาเลยดูหน้าเบิร์ตสิ เหมือนคนเพิ่งกินของขมเข้าไปเลยล่ะ ฉันขอให้เบิร์ตพ่ายแพ้สักครั้งเถอะ" เพื่อนของเขาเอ่ยสมทบพร้อมด้วยสีหน้าแห่งความหวังที่ปิดไม่มิด
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว! เดี๋ยวเด็กใหม่คนนี้ก็โดนเบิร์ตถล่มเหมือนนายนั่นแหละ" เพื่อนอีกคนขัดจังหวะ เมื่อนึกถึงเมื่อสามเดือนก่อนที่เขาเพิ่งย้ายเข้าอาคารมาใหม่ๆ แล้วโดนกระทำเช่นนั้น
เหมือนเด็กใหม่คนนี้เลย ในวันแรกที่ย้ายเข้ามาเขาได้ลองประลองกับเบิร์ต และเบิร์ตก็จัดการอัดเขาจนน่วมพร้อมกับทำให้อับอายต่อหน้าฝูงชน ก่อนจะนำวิดีโอไปแชร์ให้คนทั้งตึกได้เห็น แม้จะมีคนเก่งๆ หลายคนอยากจะสั่งสอนเบิร์ตบ้าง ทว่าก็ไม่มีใครกล้าลงมือเพราะพรงเกรงคุณพ่อของเบิร์ตที่เป็นถึงผู้จัดการอาคารและยังเป็นยอดฝีมือระดับสิบตรีอีกด้วย
"ต่อให้สู้กันแบบนี้ เบิร์ตก็เพิ่งจะใช้พลังไปเพียง 70% เท่านั้น แถมเขายังไม่ได้งัดเอาทักษะจริงและพลังพิเศษออกมาใช้เลยแม้แต่น้อย" เด็กหนุ่มที่ดูจะแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเอ่ยสรุป ซึ่งคำพูดนั้นทำให้ทุกคนกลับมาจมดิ่งลงสู่ความเงียบและเฝ้าดูการต่อสู้ต่อไป
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.