ตอนที่ 50
50 / 89
อ่าน 8 นาที
Chapter 50 Razor Teeth Hyenas
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:27
รถลอยตัวร่อนจอดลงที่เขตชายป่าของหุบเขาหมอก เราทั้งสามคนก้าวเท้าลงมาพจากรถแล้วเริ่มออกเดินสำรวจมุ่งหน้าเข้าหาพิกัดภายในหุบเขา
เป้าหมายของพวกเราในวันนี้คือการออกล่าตามแนวเขตชายป่า ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของพวกระดับผู้เชี่ยวชาญ (specialist grade) ขั้นเริ่มต้น
ม่านหมอกจางๆ เริ่มปรากฏให้เห็นในขณะที่เราเดินทอดน่องเข้าสู่ทางเข้าหุบเขา สายสายหมอกพพวกนี้เบาบางพอที่สายตามนุษย์ปรกติจะมองผ่านเข้าไปได้ไม่ยากนัก และนั่นแหละคือที่มาของชื่อ 'หุบเขาหมอก' อันเป็นตำนานแห่งนี้
'ติ๊ด!' นาฬิกาของฉันสั่นเตือนเป็นสัญญาณว่าขขาดการเชื่อมต่อสื่อสารกับโลกภายนอกเรียบร้อยแล้ว เราไม่ได้พูดคุยกันมากนักในระหว่างที่ออกเดินเท้าสำรวจ
ซาร่ากกลายเป็นคนนำทางขในครั้งนี้ และจากการก้าวเท้าที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเธอ ก็พอจะเดาได้ออย่างไม่ยากเย็นว่าเธอน่าจะคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้เป็นออย่างดี
ฉันไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังที่แท้จริงของเธอได้โดยตรง ทว่าสัญชาตญาณบอกฉันอย่างแรงกล้าว่าเธอน่าจะทรงพลังมหาศาลจนสามารถคว่ำฉันและจิมพร้อมกันได้เพียงแค่การสะบัดมือเดียว
ตลอดระยะเวลาการเดินทางช่วงแรก เรายังไม่ได้พบเจอสัตว์อสูรที่ทรงพลังแต่อย่างใด มีเพียงพวกระดับต่ำพพยายามจะพุ่งเข้ามาท้าทายแต่ก็โดนเราสามคนสังหารไปได้อย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงขจากการก้าวเข้าสู่หุบเขา ภาพความงดงามเบื้องหน้ามันช่างสมคำร่ำลือจริงๆ
ลำธารสายเล็กๆ ที่มีน้ำใสสะอาดดั่งผลึกแก้วปรากฏให้เห็นเป็นระยะ มีสัตว์อสูรมากมายพากันเมาดื่มน้ำอยู่ริมตลิ่ง บรรยากาศรอบข้างดูเงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ ทว่าฉันรู้ดีว่าความสงบสุขพวกนี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นดินแดนแห่งความตายได้พพริบตาเดียวหากสัตว์ร้ายระดับสูงโผล่หน้าออกมา
ในจังหวะที่เรากำลังจะเดินพ้นลำธารสายเล็กนั้้น จู่ๆ ก็มีเสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงแว่วมาจากที่ไกลๆ แม้มันจะเบาบางจนแทบไม่ได้ยิน
ซาร่าและจิมเริ่มขยับปลายเท้าก้าวเดินมมุ่งไปรหาต้นตอของเสียงนั้้นทันควัน "ดูท่าทางจะมีอสูรชุมนุมต่อสู้กันเยอะนะ ผมว่าเราอย่าเสี่ยงเข้าไปตรงนั้นจะดีกว่า" ฉันเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี
พริบตาที่กระแสพลังผันผวนแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ ฉันกล้ายืนยันได้เลยว่าอสูรพวกนั้นต้องอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Grade) ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน
"ไม่เป็นไรหรอกน่า เราแค่แอบไปรดูสถานการณ์เงียบๆ เอง ถ้าเห็นท่าไม่ดีเราก็แค่เผ่นออกมาเท่านั้นเองจริงไหมล่ะ" จิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
ซาร่าและจิมไม่ได้สนใจคำทัดทานขของฉันเลยแม้แต่น้อย และยังคงก้าวเดินลึกเข้าไปหาพิกัดสมรภูมิสัตว์ร้ายนั่นต่อไป
ใจลึงๆ ของฉันนี่อยากจะใส่เกียร์หมาหนีไปพตั้งหลักไกลๆ จริงๆ แค่ฟังจากเสียงการรบพุ่งก็พอจะเดาลรออกแล้วว่าศัตรูที่อยู่ข้างหน้ามันโหดเหี้ยมขนาดไหน
สุดท้ายฉันก็ได้แต่กัดฟันข่มความกลัวแล้วเดินตามหลังพวกเขาไป ใช้เวลาเดินทางเพียงอึดใจเดียวเราก็มาถึงจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถซุ่มมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าได้ออย่างแจ่มชัด
'ขอพระผู้เป็นเจ้าโปรดเมตตาด้วยเถิด...' ฉันอ้อนวอนในใจพร้อมกับเริ่มก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ เพราะอสูรที่ปรากฏต่อหน้านักล่าทั้งสี่นั่นคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ดุร้ายและอำมหิตที่สุดในทวีปแห่งนี้เลยทีเดียว
มันคือกองทัพ 'ไฮยีน่าเขี้ยวมีดโกน' (Razor Teeth Hyenas) มีอยู่อันหมดหกตัว โดยตัวที่ใหญ่และน่าเกรงขามที่สุดสองตัวกำลังเปิดฉากสังหารสู้กันเอง ในขณะที่อีกสี่ตัวยืนนิ่งดูสถานการณ์ ดูท่าทางน่าจะเป็นศึกเพื่อแย่งชิงความเป็นจ่าฝูงขของพวกมันละนะ
ไฮยีน่าเขี้ยวมีดโกนคือมัจจุราชที่แท้จริง สาเหตุที่ได้ฉายานี้ก็มาจากเขี้ยวขของมันที่มีความมั่นคงและเฉียบคมราวมกับใบมีดโกนที่เพิ่งออกจากเตาหลอม
เขี้ยวของมันแกร่งพอที่จะกัดฉีกแผ่นเหล็กกล้าให้ขาดออกจากกันราวกับเป็นชีสก้อนนิ่มๆ ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาคิดเลยว่าถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งขของร่างกายฉันหลุดเข้าไปในปากมัน ผลลัพธ์ในนตอนสุดท้ายจะออกมาสยดสยองขนาดไหน
ฉันลอบสบถก่าไอ้คู่รักจอมหาเรื่องคู่นี้อยู่ในใจ ทำไมพวกแกต้องมาอยากรู้อยากเห็นในเวลาที่เป็นความตายลางร้ายขนาดนี้ด้วย ฉันเตือนแล้วก็ไม่ยอมฟัง และตอนนี้โอกาสที่เราจะรอดชีวิตกลับไปก็ลดต่ำลงเหลือไม่ถึงครึ่งหากพวกมันสัมผัสถึงการมีอยู่ของพวกเราได้
'ตูม!'
ใบหน้าฉันพลันซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมอาบแผ่นหลังพริบตาที่จ่าฝูงทั้งสองตัวบะทะกันอย่างรุนแรง แรงปะทะนั่นทำให้เราสัมผัสได้ถึงระดับพลังที่มหาศาลเหนือคำบรรยาย
ระดับพลังของพวกมันสูงกว่าระดังผู้เชี่ยวชาญขั้นที่ 1 อย่างชัดเจน คาดว่าน่าจะเป็นระดับขั้นที่ 2 (Lv.2 Specialist Grade) ซึ่งถ้าหากโดนพวกมันจับได้ละก็ เราสามคนคงได้ไปรวมตัวกันในสัมปรายภพแน่นอน
เราสามคนพยายามค่อยๆ ล่าถอยออกมาจากจุดซุ่มออย่างเงียบเชียบที่สุด นับว่าเป็นโชคดีที่พวกมันมัวแต่จดจ่ออยู่กับการรบพุ่งแย่งชิงบัลลังก์จ่าฝูงจนไม่ได้สังเกตเห็นพวกเรา ทว่าหากกลิ่นกายของเราโชยไปรเข้าจมูกมันพวกมันคงจะยอมสละศึกจ่าฝูงแล้วพุ่งเป้าเป้าหมายมารุมขย้ำพวกเราก่อนแน่นอน
'ซู่ว...' ทันใดนั้น สายพละสายลมเย็นอ่อนๆ ก็พัดผ่านจุดที่เราซุ่มอยู่มุ่งตรงไปรยังทางฝูงไฮยีน่าเจ้าปัญหา
"ซวยแล้ว!" ฉันและจิมสบถออกมามพลอดกันพริบตาที่เหล่าอสูรร้ายชะงักการต่อสู้แล้วหันหน้าขควับมาทางพวกเรา ข้าขอสาปแช่งไอ้พสายลมเฮงซวยนี่จริงๆ ถ้าไม่มีมันละก็ป่านนี้พวกเราคงหนีพ้นวิถีสังหารขของพวกมันไปแล้ว
แววตาทั้งหกคู่จดจ้องระแวดระวังเราอยู่เพียงพริบตาเดียว ก่อนที่พพวกมันจะเปิดพิกัดการพุ่งทยานเข้าใส่กลุ่มพวกเราออย่างระห่ำ โอกาสรอดชีวิตขของฉันในตอนนี้ช่างริบหรี่เหลือเกิน ทว่าชื่อขของไมเคิลจะไม่ขอตายแบบศพกระจอกที่ถูกรุมทึ้งฝ่ายเดียวแน่นอน
ฉันรีบเปิดใช้งานชุดเกราะวิเศษเกรด 1 พริบตาเดียวม่านเกราะก็ปกคลุมร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมชักดาบสะบัดเปลวเพลิงออกมาเตรียมพร้อมรับศึก
"สองตัวใหญ่ข้างหน้าผมจะรับผิดชอบเอง ส่วนที่เหลือฝากพวกคุณสองคนด้วยนะ" ซาร่าเอ่ยปาก นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงของเธอหลังจากที่เธอนิ่งเงียบมพลอดทริปการเดินทาง
กระแสพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอทำให้ฉันต้องตะลึงพพริบตา ระดับพลังของเธออยู่พิกัดสูงสุดขของระดับพลทหาร (Peak of private Grade) หรือเลเวล 3 ของเกรดพลทหารนั่นเอง!
น้ำเสียงของเธอช่างไพเราะทว่าคงรูปไว้ด้วยความหนักแน่นมหาศาล ทีแรกฉันไม่ได้ชายตามองเธอเลยพราะจดจ่ออยู่กับฝูงอสูร แต่พอเหลือบมองไปที่เธออีกครั้ง ก็พบว่าตอนนี้เธอสวมใส่เกราะสีม่วงงดงามที่ประดับไปด้วยรูนวิเศษอันวิจิตรบรรจงอยู่ปทั่วร่าง
ร่ายกายขของเธอถถถถูกโอบล้อมไปด้วยเกราะมิดชิดจนไม่เห็นแม้แต่แววตา ความจริงมันก็เหมือนชุดสูทที่รัดกระชับรับกับสัดส่วนเรือนร่างที่งดงามขของเธอได้อย่างไร้ที่ติ
ชุดเกราะที่เธอใส่ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องรางชิ้นเดียว ทว่ามันคือการรวบรวมเครื่องรางวิเศษเกรด 1 ถึงหกชิ้นเข้าด้วยกัน! ทั้งหมวกนริภัย เกราะตัว รองเท้า ดาบสั้นหนึ่งคู่ในสองมมือ และสายรัดข้อมือเปี่ยมมานาที่เปล่งประกายจางๆ อยู่ที่ข้อมือข้างขวาขของเธอ
ไม่ใช่แค่ซาร่าหรอก จิมเองก็เปิดใช้งานชุดเกราะแบบเดียวกันเป๊ะ ทว่าขของเขาเป็นสีแดงเพลิงฉานร
ฉันแอบสงสัยเหลือเกินว่าทำไมคราวก่อนตอนที่ไปตะลุยอุมโมค์มรถไฟ เขาถถึงไม่ยอมหยิบไอ้ปเครื่องรางครบเซ็ตแบบนี้ออกมาใช้กันนะ
ตอนนี้ใจฉันเต็มไปด้วยความสับสนมหาศาล เพราะตามกฎเหล็กขของผู้ใช้พลังระดับพลทหารปรกติ คุณจะไม่สามารถเปิดใช้งานเครื่องรางวิเศษเกรด 1 ได้อพลอดเกนิสองชิ้นพร้อมกัน ทว่าอทั้งคู่กลับกำลังสวมใส่มันอยู่ถึงห้าหกชิ้นหน้าตาเฉย!
"จิ๊บ จิ๊บ!" แอชลินโผบินออกมามจากตัวฉันทันควัน เช่นเดียวกับงูดำขนาดจิ๋วของจิม และเจ้าก้อนขนซิลินซ์ของซาร่าด้วย
ฝูงไฮยีน่าเขี้ยวมีดโกนพุ่งมาพได้ครึ่งทางแล้ว คาดว่าอีกเพียงไม่กี่วินาทีพวกมันคงจะเข้าถึงตัวพวกเรา
เราทั้งสามคนประจำตำแหน่งในระยะที่เหมาะสม ไม่ห่างกันเกินไปจนรับมือไม่ไหว และไม่ใกล้กันเกินไปจนเกะกะการรบพุ่งขของพหายใจขของแต่ละคน
ฉันเริ่มจุดประกายดาบด้วยเปลวเพลิงสีเงิน คราวนี้เปลวไฟบนดาบดูจะมีความหนาแน่นและควบแน่นขึ้นกว่ามเดิมเล็กน้อย ถึงแม้ความเปลี่ยนแปลงนี้มันจะจางจนมองเห็นได้ออย่างยากเย็นสำหรับสายตาคนทั่วไปก็ตาม
ฝูงอสูรอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น การปะทะกำลังจะเริ่มขึ้นในนนาทีถัดไป
ฉันรีบทบทวนข้อมูลสำคัญของพวกไฮยีน่าเขี้ยวมีดโกนในหัวอย่างรวดเร็ว เพราะการจดจำจุดอ่อนจุดแข็งของศัตรูได้เพียงเพิ่มมาอีกหนึ่งประเด็น ก็อาจหมายถึงเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายขของฉันในตอนนี้เลยก็ได้
ไฮยีน่าเขี้ยวมีดโกนขขึ้นชื่อเรื่องความว่องไวและเล่ห์เหลี่ยมในการลอบกัดที่แสนอำมหิต หากศัตรอูแกร่งกว่า มันจะเน้นการสร้างบาดแผลให้เลือดไหลรินไปพพลอดเวลาจนศัตรูอ่อนแรงลงไปเองก่อนจะปิดฉากสังหาร และจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวที่พวกมันมีคคือคความเปราะบางขของพลังป้อกกันนั่นเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.