ตอนที่ 26
26 / 89
อ่าน 8 นาที
Chapter 26 Battles Conclusion
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:07
"หน้าอกของเธอนี่เด็ดจริงๆ ว่ามะ?" ชายหนุ่มท่าทางเป็นมิตรข้างกายเอ่ยถามด้วยเสียงเคลิบเคลิ้ม "ครับ เด็ดจริงๆ" ฉันตอบออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันพูดออกไปเบาๆ และตอนนั้นก็ไม่มีใครหันมาสนใจพวกเรา ทว่าไมเคิลหารู้ไม่ว่าเขาจะได้เห็นหน้าอกคู่นั้นใกล้ชิดกว่านี้ในอนาคตอันใกล้
"อ้อ ฉันชื่อ บิลลี่ นะ" เขาแนะนำตัวพลางชายตามามองหน้าฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะวกกลับไปจ้องมองหน้าอกของแมดเดอลีนต่อแบบไม่วางตา "ผมไมเคิลครับ" ฉันตอบกลับไป
การต่อสู้ในสนามเริ่มรุนแรงและจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จากท่วงท่าที่ทั้งคู่ใช้นั้นชัดเจนว่าพวกเขากำลังใช้สำนักยุทธ์เพลงอาวุธระดับสูง ใครคนใดคนหนึ่งในที่นี่ก็สามารถปลิดชีพฉันได้ในวินาทีเดียว แม้ว่าฉันกำลังจะหมุนเวียนวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุดแบบครบเซ็ตอยู่ก็ตาม
ทันใดนั้น บรรยากาศการต่อสู้ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แก๊สสีเขียวประหลาดพุ่งออกมาจากร่างของไนเจลจำนวนมหาศาล และมันเริ่มควบแน่นกลายเป็นหมัดขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลหกหมัดลอยวนอยู่รอบกายเขา กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น
"รับนี่ไปซะ!" ไนเจลตะโกนลั่นพร้อมกับซัดหมัดแก๊สสีเขียวทั้งหกพุ่งเข้าหาแมดเดอลิลีน ในวินาทีที่การจู่โจมพุ่งเข้ามา แมดเดอลีนเองก็เตรียมการป้องกันไว้พร้อมแล้ว ผลึกแก้วรูปหกเหลี่ยมขนาดหมัดเริ่มก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าเธอ และร้อยเรียงต่อกันจนกลายเป็นม่านโล่ยักษ์ขวางกั้นการโจมตีไว้ มันเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนไมเคิลแทบจะมองไม่ทันว่านั่นคือการใช้ครึ่งทักษะ (Half skills)
'ตูม ตูม ตูม!' เสียงกระแทกดังสนั่นเมื่อหมัดพิษเข้าปะทะกับโล่แก้ว ทว่าหมัดแก๊สนั้นกลับไม่สลายตัวไปหลังการปะทะ
ไนเจลบังคับทิศทางพวกมันให้เข้าถล่มโล่ขของแมดเดอลีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าใบหน้าของไนเจลกลับเริ่มฉายแววความตระหนกเมื่อพบว่าหมัดพิษอันทรงพลังของเขาไม่สามารถเจาะทะลุแนวป้องกันนั้นไปได้เลยแม้แต่น้อย
โล่แก้วของแมดเดอลีนยังคงยืนหยัดต้านทานไว้อยู่จนกระทั่งหมัดเหล่านั้นสลายไปเอง ทิ้งไว้เพียงรอยแตกร้าวประดุจใยแมงมุมทั่วทั้งแผ่นโล่ "คุณบิลลี่ครับ พอจะรู้ไหมว่านั่นคือครึ่งทักษะอะไร?" ฉันหันไปถามบิลลี่
"นายไม่รู้เหรอ?" บิลลี่ถามกลับด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบว่าฉันยังเข้าไม่ถึงข้อมูลระดับนั้น เขาก็พูดขึ้นมาก่อน "อ้อ! นายน่าจะเป็นแค่ระดับพลทหาร (Private stage) สินะ?" ฉันพยักหน้ารับคำ
บิลลี่ไม่ได้ถามด้วยท่าทางก้าวร้าวอะไร เขาคงแค่คิดว่าฉันน่าจะเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Grade) เหมือนกับผู้เช่าคนอื่นๆ ในตึกนี้
"อ้อ ขอโทษทีนะ! ฉันไม่รู้ว่านายยังอยู่ระดับพลทหารน่ะ" บิลลี่ขออภัย "ไม่เป็นไรครับ" ฉันตอบ เพราะตราบใดที่ใครคนหนึ่งไม่ได้ปลดปล่อยออร่าพลังออกมาด้วยตนเอง ก็ยากที่จะคาดเดาระดับพลังของเขาได้ โดยเฉพาะก่อนจะถึงระดับสิบตรี (Corporal stage) ที่ประสาทสัมผัสจะฉับไวพอที่จะมองคนอื่นออกได้ทะลุปรุโปร่ง
ในสาธารณรัฐแห่งนี้มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดว่า เราจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ตามระดับพลังที่ตนเองมีอยู่เท่านั้น ในตอนที่ฉันยังเป็นระดับพลทหาร ข้อมูลที่ฉันอ่านได้ก็จะมีเพียงเรื่องที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้พลังระดับเริ่มต้นเท่านั้น หากอยากได้ข้อมูลที่สูงกว่านี้ต้องเลื่อนระดับขึ้นไป หรือไม่ก็ต้องได้รับสิทธิ์พิเศษจากผู้ใช้พลังลำดับที่สูงกว่ามายกระดับการเข้าถึงให้
"ครึ่งทักษะที่ไนเจลใช้อยู่นั่นเรียกว่า หมัดพิษนพเก้า (Deca smoke Fist) ซึ่งต่อยอดมาจากทักษะจริงที่ชื่อว่า ร้อยหมัดพิษอาฆาต (Hect Smoke skill) โดยถ้าใช้แค่ครึ่งทักษะจะสร้างหมัดได้สูงสุดสิบหมัด ทว่าถ้าเป็นทักษะต้นฉบับจะสร้างได้ถึงร้อยหมัดเชียวนะ" เขาอธิบาย
"ส่วนครึ่งทักษะที่แมดเดอลีนใช้คือ โล่กระจกหมื่นลี้ (Minor Glass Shield) ที่ต่อยอดมาจากวิชา โล่กระจกแก้ว (Glass Shield) ซึ่งเป็นวิชาป้องกันตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของหน่วยอัศวินแก้ว (Glass Knight) และมีเพียงผู้ที่อยู่ระดับคลาส A ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝน" เขาพูดจบพร้อมทิ้งแววตาแห่งความอิจฉาไว้จางๆ เมื่อพูดถึงวิชาประจำหน่วยอัศวินที่มีชื่อเสียงระดับโลกขนาดนั้น พลังของมันย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
"พรสวรรค์ของแมดเดอลีนนี่มันปีศาจชัดๆ เธอเพิ่งเข้าร่วมหน่วยอัศวินแก้วได้เพียงสองวัน แต่กลับฝึกวิชานี้จนถึงระดับพื้นฐานได้แล้วเหรอเนี่ย" บิลลี่อุทานออกมาด้วยความทึ่ง และไม่ใช่แค่เขา คนรอบข้างที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน
ฉันไม่รู้หรอกว่าปรกติต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฝึกจนถึงระดับพื้นฐานได้ แต่จากสีหน้าของทุกคนที่นี่ มันคงต้องใช้เวลานานกว่าสองวันอย่างแน่นอน
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปและเริ่มมีผู้คนพรั่งพรูเข้ามาในโรงฝึกมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนคงจะโทรตามเพื่อนฝูงให้มาดูการประลองที่หาชมได้ยากแบบนี้
"แมดเดอลีน อย่างน้อยเธอก็บอกฉันมาสักคำสิว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบฉัน? ขอแค่เหตุผลเดียวเท่านั้นนะ ได้โปรดเถอะ" ไนเจลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งอ้อนวอน ทว่าแมดเดอลีนกลับนิ่งสงบไร้คำพูดใดๆ และทำเพียงแค่ปัดป้องท่วงท่าการจู่โจมของไนเจลเท่านั้น
ไนเจลคนนี้คงจะรักแมดเดอลีนมากจริงๆ ถึงขั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีถามคำถามแบบนั้นต่อหน้าสาธารณชน "ไนเจลเป็นคนดีนะ แต่เขาแค่หมกมุ่นกับแมดเดอลีนมากเกินไปหน่อย ถ้าเขาเอาความพยายามพวกนี้ไปลงกับการฝึกซ้อม เขาคงจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะ ทว่าถ้าเขายังสลัดความลุ่มหลงนี้ออกไม่ได้ อนาคตของเขาคงจะติดกับอยู่แค่นี้แหละ" บิลลี่เอ่ยเบาๆ ดูเหมือนเขาจะรู้จักไนเจลมานานพอที่จะมองเห็นข้อเสียของเพื่อนคนนี้
"คุณจักไนเจลด้วยเหรอครับ?" ฉันถามกลับ "ใช่สิ เขาเป็นเพื่อนรักของฉันเอง เราโตมาด้วยกันในเมืองเดียวกันน่ะ" บิลลี่ตอบอย่างกระตือรือร้น เมื่อได้รับคำตอบนั้นฉันก็แทบอยากจะกุมขมับและด่าบิลลี่ในใจเสียจริงๆ
หากเขาเป็นเพื่อนรักของนายจริงๆ ทำไมนายถึงเอาแต่จ้องหน้าอกของผู้หญิงที่เพื่อนรักนายกำลังตามจีบขนาดนั้นล่ะ! ไม่คิดจะให้เกียรติเพื่อนตัวเองบ้างเลยหรือไงกัน!
ฉันล่ะไม่อยากจะมีเพื่อนแบบบิลลี่ที่มานั่งมองแฟนเพื่อนด้วยสายตาหยาบโลนแบบนั้นเลยให้ตายเถอะ
"ถ้าคุณเอาชนะฉันได้ ฉันจะบอกเหตุผลให้ฟังดีไหมคะ?" แมดเดอลีนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ไพเราะทว่าเย็นชา ทันทีที่เธอพูดจบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างก็พลันเงียบสงบลง ทุกคนหันไปจ้องมองไนเจลเป็นตาเดียว ไนเจลเพียงพยักหน้าตอบรับเงียบๆ ทว่าท่วงท่าการจู่โจมของเขากลับแปรเปลี่ยนมาเป็นดุดันและกร้าวร้าวขึ้นทันตาเห็น
'ตูม ตูม ตูม!' เสียงการประทะกันระหว่างทวนและสนับมือดังสนั่นหวั่นไหว ผลการต่อสู้ยังดูไม่ออกว่าใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเพราะทั้งคู่มีระดับพลังที่คู่คี่สูสีกันมาก
การต่อสู้ลากยาวมานานกว่าสามชั่วโมงทว่าผลลัพธ์ยังไม่แจ่มชัด หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นว่าไนเจลมีแต้มต่ออยู่เพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น
ทั้งคู่เดินเดินหน้าแลกหมัดแลกดาบกันอย่างเมามัน ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน จนถึงขั้นมีคนเริ่มเปิดโต๊ะพนันและผู้คนส่วนใหญ่ก็เทใจไปลงข้างไนเจลกันเป็นแถว
"โอกาสที่ไนเจลจะชนะนั้นเลือนรางเต็มที" บิลลี่เอ่ยขึ้น "ทำไมล่ะครับ? จากที่ดูในสนาม ไนเจลดูจะได้เปรียบมากกว่าอยู่นะ" ฉันแย้ง บิลลี่เพียงแค่ยิ้มกริ่ม "เดี๋ยวนายก็จะได้เห็นเอง" เขาตอบ โดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าอกของแมดเดอลีนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เวลาล่วงเลยไปอีกสองชั่งโมง ทันใดนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสนามประลอง เส้นใยสีดำขลับเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากปลายทวนของแมดเดอลีน และพุ่งเข้าพันธนาการร่างของไนเจลไว้อย่างรวดเร็ว เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวจู่โจมสวนกลับ ปลายทวนของแมดเดอลีนก็มาจ่ออยู่ที่ลำคอของไนเจลเสียแล้ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วปานกามนิตเสียจนฉันต้องเพ่งมองซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"พวกเราเคยเห็นแมดเดอลีนใช้ครึ่งทักษะนี้ตอนอยู่นอกเมืองโดยบังเอิญครั้งหนึ่ง มันรวดเร็วเสียจนสัตว์อสูรไม่มีโอกาสได้ดิ้นรนเลย พริบตาที่เส้นใยพันร่าง ปลายทวนของเธอก็จะพุ่งทะลุกะโหลกมันไปแล้วล่ะ" เขาเล่า
แมดเดอลีนก้าวลงจากเวทีประลองและเดินออกจากโรงฝึกไปพร้อมกับทวนคู่ใจ ทิ้งให้ไนเจลยืนแข็งค้างอยู่อย่างนั้นเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะพ่ายแพ้ให้กับเธอในรูปแบบนี้
'วูบ!' ทันใดนั้นร่างของบิลลี่ก็อันตรธานหายไปจากหน้าฉัน เมื่อฉันแหงนหน้ามองก็พบว่าเขาเข้าไปพยุงแขนไนเจลและพากันเดินออกจากโรงฝึกไปทางประตูทางออกแล้ว
ฉันถึงกับต้องสูดลมหายใจเย็นๆ เมื่อนึกถึงความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของบิลลี่ ชายจ้ำม่ำที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน พริบตาถัดมาเขากลับไปอยู่บนเวทีแล้วพาเพื่อนออกไปได้หน้าตาเฉย
เห็นภาพนี้แล้วฉันก็ระลึกถึงคำเตือนของพ่อที่ให้ไว้ก่อนออกเดินทางว่า 'ในเมืองใหญ่ ทุกหนแห่งคือแหล่งซ่อนเร้นของยอดฝีมือ จงเดินเหินอย่างระแวดระวัง' ฉันได้แต่ทอนหายใจเมื่อได้รระลึกถึงคำสอนนั้น เพราะสิ่งที่พ่อพูดมันคือความจริงที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.