Chapter 5682
5680 / 5804
12 min read
Chapter 5682, Furious Ou Yang Lei
Published Apr 11, 2026, 03:40 PM
บทที่ 5682: โอหยางเล่ยผู้เดือดดาล
ผู้แปล: Silavin & June
ผู้ตรวจคำแปล: PewPewLazerGun
บรรณาธิการและผู้พิสูจน์อักษร: Leo of Zion Mountain & Dhael Ligerkeys
ความว่างเปล่าเกิดระลอกคลื่น และในแต่ละระลอกที่ขยายวงกว้าง ประตูมิติก็ค่อยๆ เผยตัวออกมาทีละน้อย ไม่นานหลังจากนั้น ร่างแล้วร่างเล่าก็ปรากฏกายขึ้นจากประตูมิตินั้น
หยางไค่รีบผนึกมันกลับคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้ดูราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
โอหยางเล่ยหยิบแผนภูมิจักรวาลของสมรภูมิหมึกดำออกมา และหลังจากการเปรียบเทียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สามารถระบุตำแหน่งของพวกเขาได้ว่ากำลังยืนอยู่ ณ บริเวณหนึ่งในเขตสมรภูมิฟ้าครามซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกเผ่าหมึกดำยึดครอง มันอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งเดิมของด่านทัพฟ้าครามเป็นอย่างมาก และใกล้กับนครหลวงของราชันย์มากกว่า
ณ ด่านทัพฟ้าครามนี่เอง ที่หยางไค่ได้สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังขึ้นมา เขานำพาแสงแห่งการชำระล้างมาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์และออกแบบเรือรบชำระล้างหมึกดำ เปลี่ยนด่านปราการใหญ่ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสัญญาณแห่งความหวังอันเจิดจรัส
นอกจากนั้น การมีอยู่ของหยางไค่ยังทำให้ด่านทัพฟ้าครามสามารถจัดตั้งฐานที่มั่นแนวหน้าแห่งแรกนอกนครหลวงของราชันย์ได้สำเร็จ ด้วยการใช้สวรรค์แดนสุขาวดีจักรวาลและถ้ำสวรรค์จักรวาลจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียง ด่านทัพฟ้าครามได้วางกับดักนับไม่ถ้วนซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างหนักแก่เผ่าหมึกดำ ทำลายรากฐานของพวกมันในเขตสมรภูมิฟ้าครามอย่างรุนแรง
ชัยชนะครั้งนี้ได้ปูทางไปสู่สงครามศักดิ์สิทธิ์ โดยกองทัพฟ้าครามได้กลายเป็นกองทัพแรกที่พิชิตดินแดนส่วนหนึ่งของเผ่าหมึกดำได้สำเร็จ สร้างชื่อเสียงที่ก้องกังวานไปชั่วนิรันดร์
หยางไค่เองก็หยิบแผนภูมิจักรวาลของเขาออกมาและระบุทิศทางที่พวกเขาต้องมุ่งหน้าไป จากนั้นจึงนำสหายทั้ง 10 คนของเขามุ่งสู่ห้วงลึกของความว่างเปล่า
โอหยางเล่ยที่ตามอยู่ข้างหลังรู้สึกงุนงงอย่างที่สุด เขาจึงเอ่ยถาม "ศิษย์น้อง เราไม่ได้กำลังไปผิดทางหรอกหรือ? ด่านไร้หวนอยู่ทางนั้นนะ"
ทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งไปนั้นแตกต่างจากที่ตั้งของด่านไร้หวนโดยสิ้นเชิง ทำให้โอหยางเล่ยสับสนเป็นอย่างมาก
แม้หยางไค่จะอยากอธิบายทุกสิ่งให้เขาฟัง แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บงำความจริงไว้ ด้วยเกรงถึงผลที่จะตามมา "ศิษย์พี่ โปรดอดทนรออีกสักนิด เมื่อไปถึงแล้วข้าจะอธิบายทุกอย่างเอง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โอหยางเล่ยจึงสะกดความสงสัยของตนไว้และติดตามไปอย่างเงียบๆ
ตลอดทาง หยางไค่ได้ทิ้งหมุดหมายอวกาศไว้หลายจุดเพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิง เขารู้ดีว่าตนจะต้องกลับมาอีกครั้งหลังจากนำโอหยางเล่ยและคนอื่นๆ ไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว
พวกเขาผ่านนครหลวงของราชันย์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าตระการตา บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพปรักหักพังจากสงครามครั้งก่อน โลกจักรวาลทั้งใบแหลกสลายกลายเป็นเศษซากนับไม่ถ้วน เผยให้เห็นร่องรอยความพินาศย่อยยับจากการต่อสู้เมื่อหลายพันปีก่อนได้อย่างเลือนราง
เมื่อครั้งที่กองทัพฟ้าครามกรีธาทัพออกไปทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ กองกำลังของเผ่าหมึกดำในเขตสมรภูมิฟ้าครามยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ พวกมันจึงไม่อาจต้านทานพลังอันมหาศาลของด่านทัพฟ้าครามได้ ท้ายที่สุด นครหลวงของราชันย์ก็ถูกบดขยี้เป็นผุยผงและกองทัพของพวกมันก็ถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก บรรพชนสูงสุดของด่านทัพฟ้าคราม พร้อมด้วยยอดฝีมือขอบเขตแปดที่แข็งแกร่งที่สุดบางส่วน ได้สังหารจ้าวราชันย์หมึกดำลงได้ในศึกครั้งนั้น
การสิ้นชีพของจ้าวราชันย์ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ของเผ่าหมึกดำในเขตสมรภูมิฟ้าคราม
แต่ทั้งหมดนั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว และหยางไค่ก็ได้จากด่านทัพฟ้าครามมานานแล้ว ในตอนที่ด่านทัพฟ้าครามทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ หยางไค่กำลังนำสหายร่วมรบของเขาเข้าสู่สนามรบในฐานะส่วนหนึ่งของกองทัพวิวัฒน์ยิ่งใหญ่
เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทีมของเผ่าหมึกดำที่กำลังเก็บเกี่ยวทรัพยากร เหล่ามนุษย์จึงต้องเดินทางลึกเข้าไปในสมรภูมิหมึกดำ มีเพียงการรักษาระยะห่างจากศัตรูให้มากพอเท่านั้น พวกเขาจึงจะสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่นำไปสู่หายนะได้
หลังจากเดินทางผ่านที่ตั้งของนครหลวงของราชันย์มาได้หนึ่งเดือนเต็ม หยางไค่จึงหยุดและใช้จิตสัมผัสกวาดสำรวจพื้นที่โดยรอบ ที่นี่มีโลกจักรวาลที่ตายแล้วอยู่มากมายซึ่งแทบไม่มีร่องรอยของการขุดค้น ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยวอย่างยิ่ง
"คือที่นี่แหละ" หยางไค่ประกาศ
ยอดฝีมือขอบเขตแปดคนอื่นๆ ไม่ได้คัดค้าน มีเพียงโอหยางเล่ยที่ยังคงมีสีหน้ามืดครึ้มและนิ่งเงียบ แม้บางครั้งเขาจะหุนหันพลันแล่นและไม่เชี่ยวชาญในเล่ห์เหลี่ยมอุบาย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่เขลา สัญญาณต่างๆ ที่พบเจอระหว่างทางทำให้เขาเข้าใจว่าภารกิจนี้อาจไม่ตรงไปตรงมาอย่างที่เขาจินตนาการไว้
มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาถูกเจ้ามี่หัวโตหลอกเข้าให้แล้ว!
ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิด หยางไค่ก็ได้แยกย้ายกับยอดฝีมือขอบเขตแปดอีกเก้าคนไปแล้ว จากนั้นเขาจึงเปิดประตูจักรวาลย่อยของตน ปลดปล่อยผู้ฝึกตนทั้งหมดที่เก็บไว้ภายในออกมา นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีเรือรบอีกหลายลำ รวมถึงเรือรบชำระล้างหมึกดำสองลำด้วย
ความสงสัยของโอหยางเล่ยยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ผู้ฝึกตนที่ถูกปล่อยออกมาส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับสี่และห้า บางคนถึงกับอยู่เพียงระดับสาม และเกือบทั้งหมดเป็นผู้สูงวัย นี่ไม่ใช่กองกำลังที่คาดหวังได้สำหรับภารกิจการต่อสู้ที่สำคัญ มันเหมือนกับการเดินทางมาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจของผู้เกษียณอายุเสียมากกว่า
หยางไค่หันไปทางยอดฝีมือขอบเขตแปดและกล่าวว่า "ข้าขอมอบเรื่องนี้ให้พวกท่านดูแล นี่คือหมุดหมายอวกาศสำหรับแต่ละท่าน โปรดเก็บไว้ใกล้ตัว ทุกๆ ราวหนึ่งร้อยปี ข้าจะมาหาพวกท่านเพื่อรวบรวมทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวได้"
การขนส่งทรัพยากรที่คนนับหมื่นขุดค้นกลับไปนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก มีเพียงหยางไค่เท่านั้นที่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตนเอง การมอบหมุดหมายอวกาศให้ยังช่วยให้เขาสามารถค้นหาตำแหน่งของพวกเขาได้สะดวกในอนาคต ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้อยู่ห่างไกลจนเกินไป หยางไค่ก็จะสามารถระบุตำแหน่งและมาถึงได้ในทันที
ยอดฝีมือขอบเขตแปดรับหมุดหมายอวกาศไปและเก็บไว้อย่างระมัดระวัง ยกเว้นโอหยางเล่ยที่บัดนี้กำลังจ้องเขม็งไปยังหยางไค่ด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ
หยางไค่ยิ้มอย่างขมขื่น เขาคว้าแขนของโอหยางเล่ยและยัดหมุดหมายอวกาศใส่มือของเขา พร้อมกล่าวขอโทษ "ศิษย์พี่โอหยาง หากท่านมีคำถามใดๆ โปรดถามจากศิษย์พี่คนอื่นๆ ในภายหลังเถิด ศิษย์น้องยังมีเรื่องสำคัญอื่นที่ต้องไปจัดการและไม่สามารถอยู่ได้นาน"
ความจริงก็คือ เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดหวังของโอหยางเล่ย
เขาหันไปย้ำเตือนกับยอดฝีมือขอบเขตแปดคนอื่นๆ "หากพวกท่านเผชิญกับอันตรายใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โปรดนำทุกคนไปยังมหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาล ที่นั่นมีกองทัพปราบหมึกดำประจำการอยู่และมีผู้อาวุโสฝูกวงแห่งเผ่ามังกรเป็นผู้บัญชาการ"
คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจ พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องกองทัพปราบหมึกดำมาก่อน และไม่รู้เลยว่ากองบัญชาการสูงสุดได้มีการจัดเตรียมเช่นนี้ไว้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังตกใจที่ได้รู้ว่าฝูกวงแห่งเผ่ามังกร ผู้ซึ่งหายตัวไปนานหลายปี แท้จริงแล้วกำลังเฝ้ารักษามหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาลอยู่ตลอดเวลานี้
ยอดฝีมือขอบเขตแปดคนหนึ่งพยักหน้ารับทันทีและกล่าวว่า "ศิษย์น้องวางใจได้เลย มอบพวกเขาให้เราและเราจะปกป้องพวกเขาเอง แต่เรื่องกองทัพปราบหมึกดำนี่มันคืออะไรกัน? เจ้าพอจะให้ความกระจ่างแก่พวกเราได้หรือไม่?"
ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกองทัพปราบหมึกดำถูกเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวกระจายออกไปและส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะแบ่งปันข้อมูลนี้กับยอดฝีมือขอบเขตแปดผู้ช่ำชองเหล่านี้
หยางไค่จึงอธิบายสถานการณ์เกี่ยวกับป้อมปราการและกองทัพปราบหมึกดำโดยสังเขป
ยอดฝีมืออาวุโสคนหนึ่งพลันตระหนักขึ้นมาได้ "มิน่าเล่า เมื่อ 130 ปีก่อน กองบัญชาการสูงสุดถึงได้โยกย้ายยอดฝีมือจำนวนมากจากสมรภูมิต่างๆ ทั้งหมดก็เพื่อจัดตั้งกองทัพปราบหมึกดำนี่เอง!"
ยอดฝีมืออีกคนถามด้วยความเป็นห่วง "สถานการณ์ที่มหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาลนั้นร้ายแรงมากหรือ?"
"ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ และผู้อาวุโสฝูกวงก็เป็นผู้พิทักษ์สถานที่นั้นด้วยตนเอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวล" หยางไค่ตอบ
คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนโล่งใจ นอกจากเทพยักษ์อาเอ้อที่ยังคงต่อสู้กับเทพยักษ์หมึกดำในดินแดนรกร้างแล้ว เทพมังกรฝูกวงก็นับเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในฝ่ายเผ่าพันธุ์มนุษย์ในปัจจุบัน การมียอดฝีมือเช่นนี้คอยพิทักษ์มหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาลนั้นช่างน่าอุ่นใจอย่างแท้จริง
ครู่ต่อมา ท่ามกลางสายตาของเหล่าอดฝีมือขอบเขตแปด หยางไค่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และร่างของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไป
โอหยางเล่ยไม่ได้หยุดเขา แต่หันไปหายอดฝีมือขอบเขตแปดคนอื่นๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ลอดไรฟัน "ตอนนี้พวกท่านทุกคนควรจะอธิบายให้ข้าฟังได้แล้วไม่ใช่หรือ?"
ยอดฝีมือขอบเขตแปดคนหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับโอหยางเล่ยถอนหายใจและก้าวออกมาอธิบายภารกิจที่พวกเขาได้รับมอบหมาย
เมื่อได้รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการสู้รบครั้งใหญ่ แต่เป็นเพียงการดูแลการรวบรวมทรัพยากร โอหยางเล่ยก็แผดเสียงคำรามอย่างเดือดดาล "มี่หัวโต ข้าขอสาปแช่งเจ้าไปจนถึงบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเจ้า!"
ยอดฝีมือผู้นั้นรีบปราม "ศิษย์น้องโอหยาง ใจเย็นก่อน แม้จะไม่มีสงครามที่นี่ แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทหารของเราต้องการทรัพยากรเพื่อการบ่มเพาะพลังและการรักษา และด้วยสถานการณ์ขาดแคลนในปัจจุบัน เราจึงทำได้เพียงใช้วิธีการเช่นนี้ เมื่อเทียบกับการสังหารศัตรูในสนามรบแล้ว ภารกิจของเราก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย พวกเราทุกคนกำลังทำงานเพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์!"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว..." ยอดฝีมืออีกคนเห็นด้วย
"ใช่กับผีน่ะสิ!" โอหยางเล่ยระเบิดอารมณ์ ผมสีแดงเพลิงของเขาราวกับลุกเป็นไฟและทั้งร่างของเขาดูเหมือนจะลุกไหม้ เขาจากดินแดนห้วงลึกเร้นลับมาด้วยเหตุผลเดียว คือเพื่อสังหารศัตรูในสนามรบ ไม่ใช่มาที่นี่เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ฝึกตนระดับสาม สี่ และห้าที่ได้รับมอบหมายให้ขุดหาทรัพยากร
ด้วยความเดือดดาล เขาจึงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในสมรภูมิหมึกดำ
"ท่านจะไปไหน ศิษย์พี่โอหยาง?" ยอดฝีมือขอบเขตแปดที่พยายามปลอบเขาตะโกนเรียกด้วยความตกใจ
"ข้าจะไปยังมหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาล! ข้าจะเข้าร่วมกองทัพปราบหมึกดำเพื่อสังหารศัตรู!" เสียงของเขาดังก้องสะท้อนขณะที่เขาบินหายลับไปในระยะไกล
ยอดฝีมืออีกเก้าคนมองหน้ากัน ไม่แน่ใจว่าจะหยุดเขาดีหรือไม่ ในที่สุด โอหยางเล่ยก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ในที่สุดคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้น "ขอบคุณสวรรค์ที่เขาไม่ได้บุ่มบ่ามไปที่ด่านไร้หวน..."
การไปยังด่านไร้หวนเพียงลำพังคือการฆ่าตัวตาย แต่การไปยังมหาพันธนาการแหล่งกำเนิดสวรรค์บรรพกาลและเข้าร่วมกองทัพปราบหมึกดำยังพอรับได้
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาก็กลับมา" ยอดฝีมือขอบเขตแปดอีกคนกล่าว
"ท่านรู้ได้อย่างไร?"
"ศิษย์พี่โอหยางอาจไม่ได้มาจากสวรรค์แห่งมหาศึก แต่ตั้งแต่ที่เขาก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเปิดสวรรค์ระดับหก เขาก็ต่อสู้ในสมรภูมิหมึกดำมาโดยตลอด เขาคุ้นเคยกับชีวิตทหารมานานแล้ว และเขาก็คือทหารอย่างแท้จริง แม้ว่าเขาจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เขาก็จะไม่กระทำการโดยประมาทฝ่าฝืนคำสั่ง มิฉะนั้นเขาคงไม่ยอมทนอยู่ในดินแดนห้วงลึกเร้นลับนานหลายปีเพียงเพื่อรอการประทับตราคำสั่งย้ายของเขาหรอก" ยอดฝีมือผู้นั้นอธิบาย
ทุกคนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุผล พฤติกรรมของโอหยางเล่ยเป็นเช่นนี้จริงๆ หากเขาเป็นคนที่ทำอะไรตามอารมณ์ชั่ววูบ เขาคงไม่อยู่ในดินแดนห้วงลึกเร้นลับนานขนาดนั้น
และก็เป็นไปตามคาด ครึ่งวันต่อมา โอหยางเล่ยก็ปรากฏตัวขึ้นจากห้วงลึกของความว่างเปล่า เขายังคงดูบ้าคลั่งอยู่บ้าง แต่ความโกรธเกรี้ยวของเขาก็ลดลงไปบ้างแล้ว
ยอดฝีมือขอบเขตแปดคนหนึ่งต้อนรับเขากลับมาด้วยตนเอง เขาตบไหล่โอหยางเล่ยแล้วหัวเราะ "โอหยางเล่ย ยอมรับความจริงเถอะ นี่ไม่ใช่ความเมตตาของหมี่จิ้งหลุนที่มีต่อสหายเก่าอย่างพวกเราหรอกหรือ?"
ทุกคนเข้าใจดีว่าทำไมพวกเขาถึงถูกส่งมาที่นี่เพื่อดูแลทีมขุดค้น
พวกเขาแต่ละคนต่างเคยเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน และแต่ละคนก็มีบาดแผลเรื้อรังสะสมอยู่มากมาย เมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกายของพวกเขาก็ย่ำแย่ลง และบางคนก็ร่วงโรยจากจุดสูงสุดของตนไปแล้ว
พวกเขาทุกคนมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องและรับใช้เผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่หากวันใดที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เอาชนะเผ่าหมึกดำได้ ลบล้างเถ้าถ่านแห่งสงคราม และสร้างระเบียบขึ้นมาใหม่ ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าจะเป็นแนวทางที่ขาดไม่ได้สำหรับคนรุ่นใหม่
การส่งพวกเขามาที่นี่เพื่อดูแลทีมรวบรวมทรัพยากรนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความเมตตาของหมี่จิ้งหลุนเท่านั้น แต่ยังเพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกด้วย!
โอหยางเล่ยแค่นเสียงทันที "ข้าต้องการให้เขามาดูแลข้างั้นรึ? ข้ายังแข็งแกร่งอยู่ และอายุยิ่งมากก็ยิ่งทำให้ข้าแกร่งขึ้น! หากจะสู้กับเผ่าหมึกดำ แล้วพวกเราคนแก่ๆ จะมีประโยชน์อันใดหากไม่เป็นผู้นำทัพ แต่กลับผลักภาระหนักอึ้งทั้งหมดไปให้เจ้าเด็กพวกนั้น?"
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.