ตอนที่ 418
390 / 531
อ่าน 9 นาที
Chapter 418: First Date [Part 2]
เผยแพร่เมื่อ 14 มี.ค. 2569 09:19
Chapter 418: เดตแรก [ตอนที่ 2]
“เอแวนเจลีน ชุดนั้นดูดีเหมาะกับคุณจริงๆ นะ” อเล็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เขารู้ดีว่าควรจะพูดประโยคนี้ตั้งแต่ตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้ว แต่เพราะมัวแต่ตกตะลึงในความงดงามของเธอจนลืมวิธีเอ่ยปากชมไปชั่วขณะ
กว่าที่เขาจะตั้งสติได้และเอ่ยชมเธอก็ตอนที่มาถึงร้านอาหารแล้วนี่เอง
“คงต้องใช้ความพยายามมากแน่ๆ กว่าจะทำผมทรงนั้นได้” อเล็กซ์คอมเมนต์ ทั้งที่เขาเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องผมเลยสักนิด
“ขอบคุณค่ะ” เอแวนเจลีนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เอเลโอนาร่าช่วยฉันเลือกชุดนี้ค่ะ แถมยังเป็นคนทำผมทรงนี้ให้ฉันด้วย”
หญิงสาวรู้สึกมีความสุขมากราวกับได้รับคำชมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก
ในขณะเดียวกัน เอเลโอนาร่าที่กำลังแอบฟังอยู่ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา อย่างน้อยความพยายามของเธอในการแต่งตัวให้เจ้านายสาวก็ไม่ได้สูญเปล่า
‘อย่างน้อยเขาก็รู้จักให้เครดิตในส่วนที่ควรให้’ เอเลโอนาร่าคิดขณะฟังบทสนทนาจากห้องข้างๆ ต่อไป
เนื่องจากแวมไพร์สาว, สาวจิ้งจอก และเผ่าแมวเหมียวต่างก็มีประสาทสัมผัสที่เหนือมนุษย์ พวกเธอจึงสามารถได้ยินสิ่งที่วัยรุ่นทั้งสองคุยกันได้หากตั้งใจฟังมากพอ
“คุณเองก็ดูดีเหมือนกันนะ อเล็กซ์” เอแวนเจลีนกล่าว “ดูเหมือนเจ้าชายเลยล่ะ”
ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเอแวนเจลีนพูดเกินจริงหรือเปล่า แต่เขาก็ยังขอบคุณเธออย่างสุภาพ
(หมายเหตุผู้แปล: เอแวนเจลีนอาจไม่เคยเห็นเจ้าชายตัวจริงในชีวิตมาก่อนเลยก็ได้)
ทว่าเนื่องจากเป้าหมายที่พวกเขามาในวันนี้คือการสืบหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของเขา ไม่ใช่การมานั่งคุยสัพเพเหระ เขาจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจก่อน
“เอแวนเจลีน...”
“เรียกฉันว่า เอวา ก็ได้ค่ะ เหมือนที่คุณเคยเรียก”
“แต่ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าผมคือคนที่คุณพูดถึงจริงหรือเปล่า เอวา ถ้าหากว่าผมไม่ใช่คนที่คุณคิดล่ะ?”
“คุณคือ เอเธเรียส” เอแวนเจลีนตอบโดยไม่ลังเล “ฉันมั่นใจในเรื่องนั้นค่ะ”
“คุณมั่นใจขนาดนั้นได้ยังไง?” อเล็กซ์ถามจี้
“นั่นก็เพราะ...” เอแวนเจลีนตอบขณะที่ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ “ฉันจำรสเลือดของคุณได้ค่ะ ฉันจะไม่มีวันลืมรสชาตินั้นแน่นอน เพราะเมื่อก่อนคุณมักจะให้รางวัลฉันด้วยการดื่มเลือดของคุณอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือสองครั้งค่ะ”
“คุณรู้รสเลือดของผมงั้นเหรอ?” อเล็กซ์ขมวดคิ้ว
“ใช่ค่ะ” เอแวนเจลีนพยักหน้า “ฉันแอบเก็บตัวอย่างเลือดของคุณมาหยดหนึ่งค่ะ ฉันแค่อยากยืนยันให้แน่ใจว่าคุณคือเพื่อนสมัยเด็กของฉันจริงๆ”
อเล็กซ์มองหญิงสาวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาจำไม่ได้เลยว่าเธอทำแบบนั้นตอนไหน “มันเกิดขึ้นตอนไหนกัน?”
“ระหว่างการประลองกับเจสสิก้าค่ะ” เอแวนเจลีนตอบตามความจริง “ฉันระวังที่จะทำมันให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วค่ะ”
“งั้นเองหรอ” อเล็กซ์นึกย้อนกลับไปถึงการต่อสู้อันดุเดือดกับเอแวนเจลีน ซึ่งในระหว่างการต่อสู้นั้นเขาก็มีโอกาสถูกเธอทำให้เลือดออกอยู่บ้างจริงๆ “แล้วคุณยืนยันหลังจากได้ดื่มเลือดของผมแล้วว่าผมคือเพื่อนสมัยเด็กของคุณ ถูกไหม?”
“ใช่ค่ะ” เอแวนเจลีนตอบอย่างมั่นใจ
“แต่เลือดแค่หยดเดียวมันเพียงพอสำหรับคุณที่จะนำไปเปรียบเทียบเลยเหรอ?” อเล็กซ์ถามต่อ “คุณไม่จำเป็นต้องใช้เลือดมากกว่านี้เพื่อให้แน่ใจหรือ?”
เอแวนเจลีนกำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็นิ่งไปเพราะสงสัยว่าเธอรีบร้อนเกินไปหรือเปล่า ทว่าถึงอย่างนั้น รสชาติเลือดของเจ้าชายก็เป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันลืมเลือนได้ลง
แม้ว่าเธอจะดื่มเลือดของอเล็กซ์ไปเพียงหยดเดียว แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาคือเพื่อนสมัยเด็กของเธอจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะได้ยืนยันความเชื่อของตัวเอง อเล็กซ์ก็พูดบางอย่างที่ทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ถ้าผมยอมให้คุณดื่มเลือดของผม และไม่ใช่แค่หยดเดียว คุณจะสามารถยืนยันได้ไหมว่าผมคือ เอเธเรียส?” สายตาของอเล็กซ์จริงจังมากจนเอแวนเจลีนไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขาไม่ได้กำลังล้อเล่น
“ถ้า... ฉันหมายถึงถ้าหาก...” เอแวนเจลีนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ “ถ้าคุณยอมให้ฉันดื่มเลือดของคุณ งั้นฉันก็จะมั่นใจได้มากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ”
“ดี” อเล็กซ์พยักหน้า “งั้นผมจะให้คุณดื่มเลือดของผม แต่เอาไว้หลังจากที่เราทานอาหารเสร็จแล้วกันนะ ดีไหม?”
“ค่ะ” เอแวนเจลีนดูสงบนิ่งจากภายนอก แต่ภายในใจนั้น หัวใจของเธอแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากทรวงอกอยู่แล้ว
เธอทานยาเม็ดเลือดมาโดยตลอดตั้งแต่เข้าเรียนที่สถาบัน ซึ่งมันช่วยระงับความโหยหาเลือดของเธอได้ แต่ถ้าบอกว่ามันอร่อยก็คงจะเป็นการโกหก
แค่คิดว่าจะได้ดื่มเลือดของอเล็กซ์ด้วยความยินยอมของเขาก็ทำให้น้ำลายสอออกมาในทันที
นั่นคือตอนที่เธอตระหนักว่าตัวเองไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมาตลอด เธอปฏิเสธคำชักชวนของเอเลโอนาร่าที่อยากให้เธอดื่มเลือดสดๆ มาโดยตลอดโดยอ้างว่าไม่มีความต้องการ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย
เมื่อตระหนักว่าเธออดกลั้นเรื่องเลือดมานานมาก เธอจึงเข้าใจว่ามีโอกาสที่เธออาจจะสูญเสียการควบคุมหากดื่มเลือดของอเล็กซ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับเธอมาก
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตัดสินใจว่าการฝังเขี้ยวลงบนคอของเขาเป็นเรื่องที่ต้องห้ามเด็ดขาด
หากสัญชาตญาณกระหายเลือดเข้าครอบงำ อเล็กซ์อาจจะไม่สามารถหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเธอได้ และคงไม่ต้องถามเลยว่าชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตรายขนาดไหนหากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นขึ้น
ในระหว่างที่เอแวนเจลีนกำลังคิดหาวิธีดื่มเลือดของอเล็กซ์อย่างปลอดภัย พนักงานเสิร์ฟก็เคาะประตูและแจ้งว่าอาหารที่สั่งไว้พร้อมแล้ว
“เข้ามาได้เลยครับ” อเล็กซ์กล่าว
พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามตามความชำนาญ ก่อนจะวางอาหารร้อนๆ ตรงหน้าแขกทั้งสอง จากนั้นเธอก็อวยพรให้ทั้งคู่มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมแล้วจึงขอตัวออกไป
เนื่องจากเอแวนเจลีนเป็นแดมไพร์ (ลูกครึ่งแวมไพร์) เธอจึงสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติของอาหารได้เช่นกัน
ด้านที่เป็นมนุษย์ของเธอยังคงต้องการอาหารเพื่อประทังชีวิต ซึ่งนั่นช่วยให้เธอต้านทานความกระหายเลือดได้ง่ายขึ้นด้วยการเสริมยาเม็ดเลือดเข้าไปในอาหารแต่ละมื้อ
อย่างไรก็ตาม ในระดับที่ลึกซึ้งกว่านั้น ธรรมชาติความเป็นแวมไพร์ของเธอยังคงโหยหาเลือดสดอยู่เสมอ เอแวนเจลีนต่อสู้กับความต้องการนี้มาตลอดหลายปีเพราะรู้สึกว่าการดื่มเลือดผู้อื่นจะทำให้เธอกลายเป็นปีศาจ
เลือดเพียงชนิดเดียวที่เธอต้องการดื่มคือเลือดของเจ้าชายเอเธเรียส เพราะมันเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
พ่อของเธอและเอเลโอนาร่าพยายามหลายครั้งที่จะให้เธอดื่มเลือดของมนุษย์คนอื่น แต่เธอก็ปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวทุกครั้ง
ในขณะที่ทั้งสองทานอาหารกัน สามสาวที่กำลังแอบฟังบทสนทนาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูที่ห้องของพวกเธอเช่นกัน
ด้วยความไม่อยากให้พนักงานเสิร์ฟมาเห็นท่าทางน่าสงสัยของพวกเธอ ทั้งหมดจึงรีบวิ่งกลับไปนั่งที่โต๊ะแล้วแกล้งทำเป็นว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้เอาหูแนบผนังแต่อย่างใด
ภารกิจสายลับนั้นสำคัญ แต่ศักดิ์ศรีของพวกเธอก็สำคัญไม่แพ้กัน
หญิงสาวทั้งสามตกลงกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่าจะหยุดภารกิจไว้ชั่วคราวเพื่อให้พนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาวางบนโต๊ะก่อน
ในบรรดาทั้งสามคน คนเดียวที่รู้สึกผิดกับการแอบฟังบทสนทนาคือลาวิเนีย
เธอไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาบทสนทนาส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก แต่เธอก็จับใจความได้ว่าเอแวนเจลีนเคยดื่มเลือดของอเล็กซ์มาก่อน และเขากำลังจะยอมให้เธอทำแบบนั้นอีกครั้ง
ท่ามกลางเผ่าแมวเหมียว มีพิธีกรรมหนึ่งที่ใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน พวกเขาจะหยดเลือดของตัวเองลงในโถไวน์ก่อนจะดื่มมันร่วมกัน
ผู้ร่วมพิธีจะถูกผูกมัดเป็นพี่น้องร่วมสาบานในฐานะนักรบ
จากสิ่งที่ลาวิเนียแอบฟังมา เธอจึงสรุปเอาเองว่าเอแวนเจลีนต้องการเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับอเล็กซ์
ส่วนลูมินั้น เธอรู้สึกตกใจและสับสนกับบทสนทนานี้อย่างแท้จริง
คนปกติที่มาเดตกันครั้งแรก เขาไม่คุยเรื่องดื่มเลือดกันหรอกนะ!
ลูมิเริ่มคิดว่ามีความเป็นไปได้สองอย่าง ไม่เอแวนเจลีนกับอเล็กซ์ก็เป็นคนใจกว้างผิดปกติถึงได้ข้ามขั้นตอนความสัมพันธ์สิบห้าขั้นแรกไป หรือไม่เอแวนเจลีนก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดื่มเลือด บางทีอาจจะเป็นแวมไพร์
สำหรับเอเลโอนาร่านั้น ความตกใจของเธอนั้นเหนือกว่าสิ่งที่ลูมิและลาวิเนียกำลังรู้สึกเสียอีก
เธอรู้ดีอยู่เต็มอกว่าเอแวนเจลีนเกลียดการดื่มเลือดจากมนุษย์มากแค่ไหน แค่คิดถึงมันก็ทำให้เธอรู้สึกแย่จนแทบรับไม่ได้แล้ว
เมื่อได้ยินว่าเอแวนเจลีนไม่ได้รังเกียจความคิดที่จะดื่มเลือดของอเล็กซ์ เอเลโอนาร่าจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าบทสนทนานั้นมีนัยยะแอบแฝงที่ลึกซึ้งกว่านั้นหรือไม่
‘เขาพูดถึง เอเธเรียส’ เอเลโอนาร่าจดจำไว้ในใจ ‘เอเธเรียสคือใครกัน?’
เอเลโอนาร่ากัดริมฝีปากขณะพยายามนึกว่าเธอรู้จักใครที่ชื่อนั้นหรือไม่ เธออาจจะไม่ได้มีความจำที่ดีเลิศ แต่เธอก็ยังจำชื่อคนส่วนใหญ่ที่เคยพบเจอได้
เธออยู่กับเอแวนเจลีนมานานมาก และเพราะเธอคอยดูแลเจ้านายสาวอย่างใกล้ชิดมาตลอด เธอจึงมั่นใจว่าตัวเองต้องจำได้แน่หากเอแวนเจลีนเคยเจอใครที่ชื่อเอเธเรียส
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็พบทางตันจนรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
‘ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยไปถามท่านหญิงทีหลัง แต่ฉันต้องจัดการปัญหานี้ก่อน...’ เธอหันไปมองนักสะกดรอยตามทั้งสองที่เพิ่งเริ่มเพลิดเพลินกับอาหารของตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาในใจ
เนื่องจากลาวิเนียกับลูมิไม่ใช่ประเภทที่จะปล่อยให้อาหารเหลือทิ้ง พวกเธอจึงทานกันอย่างเงียบๆ และใจเย็น ในขณะเดียวกันก็คอยเงี่ยหูฟังเสียงจากห้องข้างๆ อย่างตั้งใจ
เอเลโอนาร่าเข้าใจดีว่าเธอต้องปกป้องตัวตนของเจ้านายสาวโดยการป้องกันไม่ให้ทั้งสองคนติดตามเป้าหมายของพวกเขาต่อไป
มันคงจะเป็นเรื่องยุ่งยากมากหากเจ้านายของเธอเผลอหลุดปากเรื่ององค์กรของพวกเธอขึ้นมา ซึ่งนั่นจะทำให้เธอต้องเดือดร้อนกับทางสถาบันฟรีเดนอย่างแน่นอน
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.