ตอนที่ 14
14 / 165
อ่าน 5 นาที
Chapter 14: Ira’s Choice
เผยแพร่เมื่อ 21 มี.ค. 2569 16:21
บทที่ 14: การตัดสินใจของไอรา
[ยินดีด้วย คุณได้ช่วยชีวิต [นางเอกที่ถูกลืม – เนเลีย] ไว้สำเร็จ]
[คุณเลเวลอัพ]
[คุณเลเวลอัพ]
[คุณเลเวลอัพ]
[คุณเลเวลอัพ]
[ยินดีด้วย! คุณถึงเกณฑ์แล้ว: เลเวล 10]
[คุณสามารถเลือกคลาสได้แล้ว]
[กำลังแจกจ่ายรางวัลจากการช่วยชีวิต...]
อาเซลจ้องมองประกาศสีน้ำเงินโปร่งแสงที่ลอยพรึ่บอยู่ตรงหน้า เขากระพริบตาถี่เล็กน้อย ดวงตาสีแดงเข้มกระตุกนิดๆ ขณะเม้มปากแน่น
แขนของเขาตอนนี้เต็มไปหมด เต็มจริงๆ เพราะกำลังอุ้มเจ้าหญิงที่หมดสติเอาไว้ในอ้อมแขน แล้วระบบยังจะเรียกความสนใจจากเขาอีกงั้นเหรอ
เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้น เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย
“ตอนนี้เนี่ยนะ จริงเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเอง “รออีกห้านาทีไม่ได้หรือไง”
เพียงนึกขึ้นมาในใจ หน้าจอพวกนั้นก็หายวับไป เขาค่อยกลับมาดูทีหลังก็ได้
หวังว่ารางวัลจะมีอะไรดีๆ บ้าง อาวุธสักชิ้น? ค่าสเตตัสเพิ่ม? แฟนสาว? ...เอาล่ะ บางทีข้อสุดท้ายนั่นอาจจะเรียกร้องมากเกินไป แต่ในโลกนี้ที่โหดร้ายขนาดนี้ อาเซลยอมรับได้หมด ถ้ามันช่วยให้การเดินทางของเขาง่ายขึ้น
ยกเว้นพระเอก สัดพระเอกไปตายซะ
อาเซลปรับท่าเจ้าหญิงในอ้อมแขนให้อยู่ดีขึ้น เขาอุ้มเธอแบบเจ้าหญิงอย่างแผ่วเบา เธออุ่นกว่าที่คิด และโชคดีที่ไม่ได้อ่อนแอเปราะบางอย่างที่เขากังวล
เส้นผมอ่อนนุ่มของเธอปัดถูกแขนเขา และเขาก็รับรู้ได้รางๆ ถึงจังหวะหายใจขึ้นลงของเธอ เธอยังมีชีวิตอยู่ และที่สำคัญกว่านั้น เธอปลอดภัยแล้ว
แค่นั้นก็ทำให้ทุกอย่างคุ้มค่าแล้ว
ดวงตาของเขาเลื่อนไปมองเด็กสาวอีกคนในห้อง คนที่ซื้อเวลาให้เขาได้มากพอจะจัดการชายวิกลจริตคนนั้นจนจบ
ลมหายใจของเธอหนักและสั้นจากการถูกเตะเมื่อครู่ แต่ก็ค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอขึ้น
ดวงตาสีเข้มของเธอสบตาเขาอย่างระวัง และอ่านไม่ออก
เขาก้าวเข้าไปหาเธอแล้วเหยียดมือข้างที่ว่างออกไป
“นี่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่มั่นคง “ผมมาช่วยพวกคุณทั้งสองคน”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น สีหน้าระแวง ไม่ขยับเขยื้อน
ร่างของเธอยังทรุดอยู่บนพื้น แต่คำพูดของเธอกลับคมกริบเหมือนลมหนาวที่พุ่งผ่าน
“คุณมาที่นี่เพื่อช่วยเจ้าหญิง ไม่เกี่ยวกับฉัน”
อ่า มาแล้วล่ะ ลิ้นคมเหมือนมีดนั่น
อาเซลเกือบจะยิ้มออกมา
“แล้วไง” เขาตอบ “เพื่อนของเจ้าหญิง ก็เป็นเพื่อนของผม”
“เราไม่ใช่เพื่อนกัน” เธอพูดเรียบๆ พลางกะพริบตาเพียงครั้งเดียว
“แต่คุณช่วยเธอไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ แต่ก็เพราะเธอไม่ควรอยู่ที่นี่ ฉันต้องช่วย”
รอยยิ้มของอาเซลเลือนหายไปเล็กน้อย
ไม่ใช่ความหงุดหงิดหรือความโกรธ หากแต่เป็นอย่างอื่น เป็นความเข้าใจเงียบๆ
เขาคุกเข่าลงข้างเธอ ระวังให้เจ้าหญิงในอ้อมแขนอยู่ในท่าที่มั่นคง ก่อนจะสบตาไอรา
“ผมเข้าใจ” เขาพูดด้วยเสียงต่ำลง “คุณถูกลากเข้าไปในบางสิ่งที่ไม่เคยขอเอาไว้ คุณเอาตัวรอดในที่แบบนี้ด้วยตัวคนเดียว คุณต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ มาโดยตลอด คุณคงชินกับการถูกเมิน ถูกทอดทิ้ง... ถูกปฏิบัติราวกับไม่มีตัวตนแล้ว”
แววตาของเธอสั่นไหวเพียงน้อยนิด
“แต่คุณก็ยังช่วยเธออยู่ดี ทั้งๆ ที่ไม่มีใครสั่ง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครจะโทษคุณถ้าคุณเลือกไม่สนใจ”
เขาถอนหายใจ “นั่นไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ มันแปลว่าคุณเป็นคนดี และผมรู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคุณพอที่จะทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น แต่ความจริงก็คือความจริง”
ไอรากะพริบตา
ครั้งหนึ่ง
แล้วก็อีกครั้ง
อาเซลยื่นมือออกไปอีกครั้ง อย่างแผ่วเบา ไม่กดดัน
“คุณจะอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ อยู่เอาตัวรอดไปแบบที่เคยทำ คว้าเศษเสี้ยวชีวิตในเมืองที่ไม่แคร์เลยว่าวันพรุ่งนี้คุณจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า... หรือคุณจะไปกับพวกเราก็ได้ เจ้าหญิงคงดีใจถ้ามีคุณอยู่ข้างๆ ผมเองก็ยินดีถ้ามีคุณไปกับพวกเรา”
ไอราไม่ตอบอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นเธอก็ถอนหายใจยาว แล้วในที่สุดก็ยื่นมือมาจับมือเขา
“...ก็ได้ แต่แค่เพราะเธอต้องการคนที่คุ้นเคย” เธอพูดด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม
อาเซลยิ้ม พลางดึงเธอให้ลุกขึ้นยืน
เขาไม่ทันสังเกตว่ามีสีชมพูจางๆ ผุดขึ้นบนแก้มเธอ หรือมือของเธอที่ยังค้างอยู่ในมือเขานานเกินไปเล็กน้อย
[ยินดีด้วย คุณได้ช่วยชีวิต [นางเอกไร้อารมณ์ – ไอรา] ไว้สำเร็จ]
[คุณเลเวลอัพ]
การแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง แต่อาเซลปัดมันออกไปด้วยคำสั่งในใจอีกครั้ง
ไว้ก่อน
ตอนนี้ช่วงเวลานี้สำคัญกว่า
เขากุมมือเธอไว้แน่น ในขณะที่เจ้าหญิงยังคงอยู่ในอ้อมแขนอีกข้าง ถูกแนบชิดกับอกเขา
ทันใดนั้น ประตูก็แง้มเปิดออก และสตีเวนก็เดินเข้ามา ปัดฝุ่นที่มือเหมือนเพิ่งกลับมาจากวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ ไม่ใช่เพิ่งถล่มพวกอาชญากรฝึกมาทั้งกลุ่มจนพังพินาศ
เขาชะงักไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้า อาเซลที่ดูอึดอัดแต่ก็ยังคุมตัวเองได้ อุ้มเด็กสาวคนหนึ่งเหมือนอัศวินในเทพนิยาย ส่วนอีกคนยังคงจับมือเขาไว้แน่น
แล้วเขาก็ผิวปาก
“โหๆๆ กลายเป็นคนเจ้าชู้ไปแล้วเหรอ”
อาเซลสำลักทันที ใบหูทั้งสองข้างแดงก่ำ “ม-ไม่ใช่! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ผมแค่—”
สตีเวนยิ้มกว้าง กอดอกพิงวงกบประตู มองเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนอาของเจ้าตัวดีที่นั่งดูหลานโดนคนที่แอบชอบแซวในงานเลี้ยงครอบครัว
ส่วนไอรา พอกะพริบตาเสร็จ เธอก็หัวเราะออกมาอย่างจริงใจแบบไม่ยั้ง เสียงหัวเราะนั้นไพเราะอย่างน่าประหลาด เป็นสัญญาณแรกของความเป็นมนุษย์ที่โผล่พ้นจากเปลือกอันแข็งกระด้างนั่น
สตีเวนหัวเราะตาม เสียงทุ้มต่ำสั่นลึกในลำคอ
ส่วนอาเซลที่ยังหน้าแดงและอึกอัก ก็ทำได้เพียงบ่นพึมพำ
‘ทำไมฉันต้องมาลำบากขนาดนี้ด้วย...?’
แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้รังเกียจเลยสักนิด
ไม่เลยแม้แต่น้อย
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.