ตอนที่ 3865
3865 / 5804
อ่าน 11 นาที
Chapter 3865
เผยแพร่เมื่อ 11 เม.ย. 2569 11:06
บทที่ 3865: ยืมดาบฆ่าคน
หยางไค่เพ่งพินิจมองลอดสายตาไปเบื้องหน้า พลันพบว่าผู้ที่มาเยือนนั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่เขาเคยพานพบมาก่อน
นับแต่ย่างเท้าเข้าสู่ห้องคนงานมาไม่ถึงสามเดือน เขาแทบมิได้คบค้าสมาคมกับผู้ใดมากนัก ทว่าบุรุษที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้านี้กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาจำได้แม่นยำ... เขาคือเซี่ยงหย่ง บุรุษร่างยักษ์ราวกับหมีป่าผู้ที่เคยไล่กวดตี้โหย่วกลางย่านตลาดอย่างบ้าคลั่งและดักรอเล่นงานอยู่ภายนอกในครานั้น
หยางไค่เคยพบเซี่ยงหย่งเพียงสองครั้ง และเคยสนทนากันเพียงหนเดียว ทว่าความประทับใจที่มีต่อชายผู่นี้คือความเถรตรง หัวรั้น และบ้าอำนาจ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตรงหน้า ที่ดินผืนนี้คงเป็นอาณาเขตในการดูแลของเซี่ยงหย่งเป็นแน่
'เหตุใดโจวจิ้งถึงพาข้ามาที่นี่?' หยางไค่ขมวดคิ้วด้วยความฉงน
ในขณะเดียวกัน เซี่ยงหย่งก็เหลือบมาเห็นหยางไค่เช่นกัน เขาเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านพลางยกมือเกาศีรษะ นิ้วหนาหยาบกร้านชี้มาที่หน้าของหยางไค่ "เจ้า... เจ้ามัน... ข้าคล้ายจะเคยเห็นเจ้าที่ไหนมาก่อน!"
หยางไค่คลี่ยิ้มบางพลางเอ่ยเตือนความจำ "ที่ย่านตลาดอย่างไรเล่า"
"อ้อ! ใช่แล้ว เป็นเจ้านั่นเอง ข้าจำได้แล้ว" เซี่ยงหย่งโพล่งออกมาอย่างกระจ่างแจ้งเมื่อได้รับการกระตุ้นเตือน
"พวกเจ้าสองคนรู้จักกันด้วยรึ?" โจวจิ้งที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขามองสลับระหว่างหยางไค่และเซี่ยงหย่ง มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงนัยยะ
"ไม่รู้จัก!" เซี่ยงหย่งส่ายหัวพัลวันก่อนจะหันไปทางโจวจิ้ง "ผู้ดูแลโจวมีคำสั่งอันใดหรือ?"
โจวจิ้งไพล่มือไว้เบื้องหลังพลางเอ่ยราบเรียบ "ข้าเพียงจะมาแจ้งให้เจ้ารู้ว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ที่ดินผืนนี้ของเจ้า... หยางไค่จะเป็นผู้ดูแลแทน"
สิ้นคำประกาศนั้น กรามของเซี่ยงหย่งก็อ้าค้างจนแทบจะยัดกำปั้นเข้าไปได้ทั้งลูก เขาถึงกับยืนบื้อใบ้ ราวกับวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปชั่วขณะ
ทางด้านหยางไค่เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ลอบสงสัยในใจว่าเหตุใดโชคลาภถึงหล่นทับเขาเช่นนี้
นี่นับเป็นข่าวดีสำหรับคนงานทุกคน เพราะที่ดินที่หยางไค่เคยดูแลนั้นเล็กจ้อยและมีต้นไม้เพียงหยิบมือ การได้เปลี่ยนมาดูแลที่ดินผืนใหญ่ย่อมส่งผลดีมหาศาล และนี่คือเหตุผลที่เขาเคยไหว้วานให้ผู้เฒ่าฟางนำของกำนัลไปมอบให้ผู้ดูแลโจวเพื่อขอเปลี่ยนที่ดิน
ทว่า... เป็นไปได้อย่างไรที่โจวจิ้งจะเมตตาเขาถึงเพียงนี้ ทั้งที่เขาเพิ่งจะล่วงเกินอีกฝ่ายไป? ต่อให้โจวจิ้งมิอาจลงมือกับเขาอย่างเปิดเผย แต่มันย่อมมีวิธีกลั่นแกล้งลับหลังได้อีกมากมาย
'หรือว่าที่ดินของเซี่ยงหย่งจะมีปัญหาแฝงอยู่?' เพียงชั่วอึดใจ หยางไค่ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งและประจักษ์แจ้งถึงบางสิ่ง... ที่ดินนี้อาจไร้ปัญหา แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังการโยกย้ายครั้งนี้ต่างหากคือกับดัก!
อีกด้านหนึ่ง เซี่ยงหย่งกระอักกระอ่วนพลางยกมือเกาศีรษะ "เหอๆ ผู้ดูแลโจว เมื่อครู่ท่านว่าอย่างไรนะ? ข้า... ข้าได้ยินไม่ค่อยถนัด"
โจวจิ้งเน้นย้ำทีละคำอย่างหนักแน่น "ข้าบอกว่า นับแต่นี้ที่ดินผืนนี้จะถูกหยางไค่เข้าครอบครองแทนเจ้า คราวนี้ได้ยินชัดเจนแล้วใช่หรือไม่?"
เซี่ยงหย่งกระโดดตัวลอยราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกนิ้วสั้นป้อมชี้หน้าหยางไค่พลางแผดเสียง "มันเนี่ยนะ? เพราะเหตุใดกัน!"
โจวจิ้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงยะเยือก "เพราะมันคือคำสั่งของข้า เหตุผลเพียงเท่านี้ยังไม่พออีกรึ? หรือว่าเจ้ากล้าที่จะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา?" ขณะที่พูด กลิ่นอายพลังแห่งขอบเขตเปิดนภาอันข่มขวัญก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่าง
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เซี่ยงหย่งก็พลันได้สติสลัดความเดือดดาลทิ้งไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าพินอบพิเทาแทน "ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ผู้ดูแลโจว ข้าไหนเลยจะกล้าลบหลู่ท่าน เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจผิดเป็นแน่ ข้าทำสิ่งใดผิดไปหรือ? เหตุใดที่ดินของข้าจึงถูกคนอื่นมาชุบมือเปิบเอาไปง่ายๆ เช่นนี้!"
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าเจ้าทำผิดหรือไม่"
หยางไค่ประสานมือคารวะพลางเอ่ยสอดขึ้น "ผู้ดูแลโจว ในเมื่อพี่เซี่ยงมิสมัครใจ เช่นนั้นก็ลืมเรื่องนี้เสียเถิด ที่ดินผืนเดิมของข้าก็ยังดีอยู่ มิจำเป็นต้องเปลี่ยนหรอก"
โจวจิ้งเค่นยิ้มเย็น "เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น ข้าจะบอกให้พวกเจ้าได้รับรู้ เรื่องนี้คือคำสั่งของศิษย์พี่ตู้ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรพวกเจ้าก็ต้องสลับที่ดินกัน!"
หยางไค่ถึงกับอึ้งกิมกี่ ลอบครุ่นคิดในใจ 'เหตุใดตู้หรูเฟิ่งถึงได้ลงมาวุ่นวายกับเรื่องจิ๊บจ๊อยในสวนผลไม้เช่นนี้? เขาเป็นถึงศิษย์สายตรงของดินแดนธาตุไฟมิใช่หรือ? ทว่าในเมื่อโจวจิ้งอ้างชื่อเขาออกมา ย่อมมิอาจเป็นเรื่องมุสา หรืออาจเป็นเพราะข้าช่วยเขาเก็บรวบรวมเพลิงทองเมฆาชาดเมื่อไม่กี่วันก่อน?'
เซี่ยงหย่งกะพริบตาปริบๆ "ท่านศิษย์พี่ตู้จงใจสั่งให้มันมาแย่งที่ดินข้าอย่างนั้นรึ?" หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็คงไร้วาจาจะโต้แย้ง ได้แต่ต้องก้มหน้ารับกรรมที่ถูกตู้หรูเฟิ่งมองข้าม
โจวจิ้งตอบเลี่ยงๆ "ก็ไม่เชิง"
"แล้วเหตุใดต้องเป็นที่ของข้าด้วยเล่า!" เซี่ยงหย่งฟึัดฟัดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะลากตัวโจวจิ้งออกไปด้านข้างพลางกระซิบกระซาบบางอย่าง
หยางไค่มิได้สนใจจะแอบฟัง เพราะหากเขาทำ อีกฝ่ายย่อมรู้ตัวทันที เขาจึงไม่รู้ว่าทั้งคู่สนทนาสิ่งใดกัน รู้เพียงแต่ว่าเซี่ยงหย่งพ่นคำพูดออกมาไม่หยุดหย่อน ขณะที่โจวจิ้งเอาแต่ส่ายหน้าเป็นพักๆ ทว่าในบางจังหวะ เซี่ยงหย่งกลับหันมาถลึงตาใส่หยางไค่ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
สำหรับเซี่ยงหย่งแล้ว นี่เปรียบเสมือนมหันตภัยครั้งใหญ่ เขาไร้สิ้นกำลังจะต่อกรกับโจวจิ้งผู้ที่มีทั้งพลังและฐานะเหนือกว่า โทสะทั้งมวลจึงถูกโถมเข้าใส่หยางไค่แต่เพียงผู้เดียว
หยางไค่ไพล่มือไว้ข้างหลังพลางเบือนหน้าหนี มิยอมสบสายตากับเซี่ยงหย่ง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เจ้าหมีป่าผู้นี้เดือดดาลยิ่งกว่าเดิม
ในเมื่อโจวจิ้งพาหยางไค่มาที่นี่ในวันนี้ ย่อมหมายความว่าเขาได้วางแผนการไว้เบื้องหลังอย่างรอบคอบแล้ว และเซี่ยงหย่งที่ดูจะรับมือได้ยากผู้นี้เองก็คงหนีชะตากรรมไม่พ้น
เป็นดังคาด หลังจากทั้งคู่สนทนากันชั่วธูปดับ ใบหน้าของเซี่ยงหย่งก็บิดเบี้ยวดูไม่ได้ ทันใดนั้นเขาผละจากโจวจิ้งแล้วพุ่งตรงมาหาหยางไค่พลางชูกำปั้นจ่อหน้า ขู่ตะคอกอย่างดุดัน "ไอ้หนู! ถ้าเจ้ายังฉลาดอยู่บ้าง จงไปบอกผู้ดูแลโจวเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าไม่ต้องการที่ดินผืนนี้ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้า... เซี่ยงหย่งผู้นี้ใจร้ายกับเจ้าก็แล้วกัน!"
หยางไค่ถอนหายใจยาวพลางมองข้ามไหล่เซี่ยงหย่งไป เห็นโจวจิ้งแอบแสยะยิ้มอยู่ไกลๆ ก็ประจักษ์แจ้งในทันทีว่าเขาเดาไม่ผิด... โจวจิ้งกำลังใช้แผน 'ยืมดาบฆ่าคน' เพื่อกำจัดเขาโดยแท้!
ในเมื่ออีกฝ่ายหวังใช้คนอื่นมาทำร้ายตน หยางไค่ไหนเลยจะยอมให้แผนสำเร็จ เขาจึงรีบอธิบาย "พี่เซี่ยง เรื่องนี้ข้าเองก็สุดจะรั้ง ข้าเองก็บริสุทธิ์ใจและถูกลากตัวมาโดยไม่รู้เรื่องราวเช่นกัน ทว่าในเมื่อผู้ดูแลโจวตัดสินใจไปแล้ว ย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่? แม้ข้าจะเป็นผู้ดูแลที่ดินผืนนี้แทนท่าน แต่หากมีผลประโยชน์หรือแต้มบุญอันใดเกิดขึ้น ข้าจะยกให้ท่านทั้งหมด ดีหรือไม่?"
"ไม่ดี!" เซี่ยงหย่งพ่นน้ำลายกระเซ็น "ที่นี่คือวิมานบนดินของข้า ต่อให้เจ้าประเคนประโยชน์มาให้เท่าไหร่ ข้าก็ไม่มีวันยกให้!"
หยางไค่แทบสำลัก... ที่ดินพื้นสวนนี่น่ะหรือคือวิมานบนดิน? ที่ดินทุกผืนในสวนผลไม้ล้วนเหมือนๆ กันหมด จะต่างกันก็เพียงขนาดเล็กใหญ่เท่านั้น
"รายได้ทั้งหมดจากที่นี่ข้าก็ยกให้ท่านด้วย!" หยางไค่เสนอเพิ่ม
เซี่ยงหย่งสะบัดมือใหญ่ราวกับพัดใบตาล เกือบจะฟาดโดนหน้าหยางไค่ "ข้าบอกแล้วไงว่าต่อให้ราคาไหนข้าก็ไม่ยอม! เจ้าต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
หยางไค่เริ่มหมดความอดทน เขาคิดว่าตนเองถอยให้มากพอแล้ว ถึงขั้นยอมสละผลประโยชน์จากที่ดินสองผืนเพื่อประนีประนอม ทว่าเจ้าหมีตัวนี้กลับมีสมองทึบเบาปัญญา ยึดติดกับที่ดินผืนนี้อย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น หยางไค่ก็รู้ซึ้งว่าการใช้เหตุผลกับคนผู้นี้ไร้ผล จึงเลิกสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงสืบไป
"พวกเจ้าจะคร่ำครวญกันไปถึงไหน? ถ้าธุระเสร็จแล้วก็ไปกับข้าเสียที!" โจวจิ้งตะโกนเร่งเร้าอยู่ไม่ไกล
เซี่ยงหย่งหันไปทางโจวจิ้งพลางทำท่าจะอ้าปาก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของอีกฝ่าย เขาก็รู้ดีว่าคำพูดใดๆ ล้วนไร้ความหมาย จึงได้แต่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ถึงกระนั้นเขาก็ยังหันกลับมาถลึงตาใส่หยางไค่อย่างเคียดแค้น "ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าหนู... ข้าต้องกลับมาแน่!"
ขณะที่เดินจากไปพร้อมโจวจิ้ง เซี่ยงหย่งยังคงเหลียวหลังกลับมามองหยางไค่ทุกๆ สามก้าวด้วยสายตาอาฆาต จนกระทั่งลับตาไป หยางไค่จึงได้แต่จึ๊ปากเบาๆ
แผนการของโจวจิ้งช่างล้ำลึกนัก การอ้างชื่อตู้หรูเฟิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าค้าน และการเลือกเซี่ยงหย่งที่รับมือยากมาเป็นคู่ขัดแย้งย่อมสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เขาไม่จบสิ้น โจวจิ้งสามารถหาข้ออ้างให้ตนเองได้เสมอ และต่อให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ใครๆ ก็ต้องมองว่าเขาหวังดีที่มอบที่ดินผืนใหญ่ให้แก่หยางไค่
ทว่าในความเป็นจริง หยางไค่มิได้อยากเปลี่ยนที่ดินเลยแม้แต่น้อย นับแต่ปัญหาที่ดินเดิมคลี่คลาย และมี 'ท่านแม่ทัพใหญ่' ผู้นำโชคคอยช่วยเหลือ เขาก็มิได้คาดหวังผลกำไรจากการทำสวนเหมือนคนงานคนอื่นๆ หยางไค่พอใจในที่ดินผืนเล็กที่มิต้องลงแรงมากนัก และที่สำคัญคือมันอยู่ใกล้กับผู้เฒ่าฟาง วันว่างยังได้ร่ำสุราเดินหมากด้วยกันอย่างสำราญใจ
แต่เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้ เขาก็ทำได้เพียงก้าวเดินต่อไปตามสถานการณ์
ที่ดินผืนนี้กว้างขวางกว่าเดิมมากนัก และที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนคือกะท่อมมุงจากที่ถูกสร้างอย่างวิจิตรบรรจง หยางไค่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันมิใช่ฝีมือของเจ้าหมีเซี่ยงหย่งแน่ คงเป็นของคนงานคนก่อนหน้าที่ทิ้งไว้ให้
ผู้เฒ่าฟางเองก็มีกระท่อมส่วนตัว ส่วนเหตุผลที่หยางไค่ไม่มีนั้น เป็นเพราะที่ดินเดิมของเขามันเล็กเกินกว่าจะสร้างสิ่งใดขึ้นมาได้
อย่างไรเสีย เหล่าคนงานต้องใช้เวลาอยู่ในสวนผลไม้เกือบเดือนต่อรอบ แม้การใช้ชีวิตกลางแจ้งจะมิใช่เรื่องยากลำบากสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร ทว่าการมีร่มไม้ชายคาให้พักพิงย่อมรื่นรมย์กว่าเป็นไหนๆ
ทว่าเมื่อหยางไค่ผลักประตูเข้าไป ฝุ่นหนาเตอะก็พวยพุ่งเข้าใส่หน้าจนแทบสำลัก
หยางไค่ยืนบื้อใบ้อย่างไร้วาจา ลอบสงสัยว่าเจ้าหมีนั่นมิได้ย่างกรายเข้าบ้านมานานเท่าใดแล้ว ฝุ่นในนี้ถึงได้หนาจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังจากทำความสะอาดอย่างง่ายๆ เขาจึงนำเครื่องเรือนออกมาจากแหวนมิติ จัดแต่งจนกระท่อมหลังน้อยเริ่มดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง
เมื่อนั่งขัดสมาธิลงบนเตียง หยางไค่ก็หยิบป้ายหยกควบคุมที่ดินออกมาวางบนฝ่ามือ
ก่อนจากไป โจวจิ้งได้ทำการแลกเปลี่ยนป้ายหยกของเขากับเซี่ยงหย่ง ป้ายหยกของที่ดินแต่ละผืนมีความเฉพาะตัว หยางไค่จึงจำเป็นต้องทำพิธีผูกพันกับมันเสียก่อนเพื่อจะล่วงรู้รายละเอียดทั้งหมดของอาณาเขตนี้
หยางไค่เริ่มกระบวนการทันที แม้ในใจจะยังคงระแวดระวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขารู้ดีว่านับตั้งแต่นี้ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้โจวจิ้งหาช่องว่างมาเล่นงานเขาได้อีก
ป้ายหยกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษโดยดินแดนธาตุไฟเพื่อให้คนงานใช้งาน และเนื่องจากมีการเปลี่ยนมือเจ้าของบ่อยครั้ง กระบวนการผูกพันจึงมิใช่เรื่องยากเย็นนัก
เพียงไม่ถึงสองชั่วโมง หยางไค่ก็ทำพิธีเสร็จสิ้น เขาจึงส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไปสำรวจภายใน
หยางไค่ถึงกับหลุดปากอุทานออกมา
ดูท่าเซี่ยงหย่งจะเป็นที่โปรดปรานมิใช่น้อย แม้ที่ดินผืนนี้จะมิได้ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุด ทว่ามันกลับกว้างกว่าที่ดินของผู้เฒ่าฟางถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่ามีต้นไม้ที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม หยางไค่มิอาจมองเห็นรายละเอียดของต้นไม้แต่ละต้นผ่านป้ายหยกได้ เขาจึงต้องออกไปสำรวจด้วยตาตนเองทีละต้นเพื่อดูว่ามีปัญหาใดที่ต้องแก้ไขหรือไม่
หลังจากก้าวออกจากกระท่อม หยางไค่ก็เดินสำรวจไปรอบอาณาเขตใหม่ของตน พลางตรวจสอบต้นไม้อย่างละเอียด แล้วเขาก็ต้องพบกับความจริงที่ว่า เซี่ยงหย่งช่างเป็นคนงานที่สะเพร่าเหลือเกิน ต้นไม้หลายต้นเต็มไปด้วยร่องรอยของการดูแลที่ผิดพลาดจนหยางไค่ยังนึกสงสัยว่าเจ้าหมีนั่นได้ครอบครองที่ดินผืนใหญ่เช่นนี้มาได้อย่างไร
หากที่ดินผืนนี้อยู่ในมือผู้เฒ่าฟาง ต้นไม้เหล่านี้ย่อมงอกงามและได้รับการดูแลดีกว่าที่เซี่ยงหย่งทำไว้หลายเท่าตัวนัก
หยางไค่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเสียเวลาลงแรงแก้ไขปัญหาเหล่านั้น หลังจากตรากตรำมาทั้งวัน เขาก็เริ่มคิดถึงที่ดินผืนเล็กอันแสนสงบของตนขึ้นมาจับใจ โชคยังดีที่จำนวนผลไม้บนต้นนั้นถูกบันทึกไว้ตรงตามความเป็นจริง มิได้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องไปให้น่ากังวล
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.