ตอนที่ 25
25 / 89
อ่าน 8 นาที
Chapter 25 Battle of Specialits
เผยแพร่เมื่อ 9 เม.ย. 2569 15:05
'ฉับ!' ดาบของฉันแทงทะลุเข้ากลางอกของมัน และหุ่นแอนดรอยด์ก็หยุดชะงักลงเมื่อแถบพลังชีวิตของมันเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น
ฉันต่อสู้กับหุ่นแอนดรอยด์ระดับพลทหารขั้นที่ 3 ตัวนี้อยู่นานเกือบยี่สิบนาที และสุดท้ายก็โค่นมันลงได้สำเร็จในจังหวะที่หมุนเวียนวิชาไปถึงท่าที่สิบสาม
หุ่นวเดินกลับไปเข้าที่ของมันด้วยท่วงท่าเยือกเย็นแต่นิ่งสนิท มันเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมากที่บีบให้ฉันต้องใช้ท่าที่สิบสามออกมาจนได้ ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างวิเศษเกินบรรยาย เพราะในขณะที่ต่อสู้ขัดเกลาฝีมือ ฉันก็สามารถขัดเกลามานาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์ขัดเกลามานามีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกระดับ
ฉันตัดสินใจที่จะยกระดับการจำลองเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist stage) ขั้นที่ 1 ฉันอยากจะลองทดสอบดูว่าพละกำลังของหุ่นยแอนดรอยด์ระดับใหม่นี้จะน่าเกรงขามเพียงใด
"เริ่ม!" 'เปรี้ยง พรวด!' ร่างของฉันถูกซัดกระเด็นถอยไปข้างหลังทันที โชคยังดีที่ไม่กระแทกกำแพงลึกเกินไปเพราะมีม่านลมช่วยผ่อนแรงกระแทกไว้ให้ "บ้าเอ๊ย! ฉันนี่มันโง่จริงๆ" ฉันสบถตัวเองที่ดันทะลึ่งไปท้าพิสูจน์ระดับผู้เชี่ยวชาญทั้งที่ยังใช้เพียงท่าที่สิบสามของวิชาเท่านั้น
ฉันรีบลุกขึ้นมายืนตั้งหลักแล้วเริ่มหมุนเวียนท่วงท่าให้เพิ่มขึ้นไปจนถึงสิบแปด "เคร้ง เคร้ง เคร้ง! ตึ้งๆๆ" ดาบของเราเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงและครั้งนี้เป็นฉันเองที่ต้องก้าวถอยหลังเพื่อรับแรงกระแทก ดูเหมือนท่าที่สิบแปดก็ยังไม่เพียงพอจะหยุดยั้งมันได้
หลังจากจัดการหมุนเวียนไปจนถึงท่าที่สิบเก้าและยี่สิบ ฉันถึงจะสามารถยึดฐานที่มั่นไว้อย่างมั่นคงและสู้ได้อย่างทัดเทียม ฉันเริ่มสนุกกับเพลินไปกับการรบพุ่งในครั้งนี้ เพราะมันไม่มีความกังวลเรื่องชีวิตมาเกี่ยวข้อง ทำให้ฉันสามารถวิเคราะห์และขัดเกลาท่วงท่าของตัวเองได้อย่างละเอียดลออ
ฉันลองงัดเอาวิชาดาบต่างๆ ที่เคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนมาประยุกต์ใช้ สิ่งที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้เป็นเพียงพื้นฐานดาบง่ายๆ ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมาย เป็นเพียงท่วงท่าหลักเพียงสิบท่าที่ประกอบไปด้วยการรุกและรับ
จิมเคยแนะนำไว้ว่าฉันควรจะหาเวลาว่างไปลงคอร์สเรียนวิชาดาบขั้นสูงดูบ้าง เพราะเขามองออกว่าสไตล์ที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้คือท่ามาตรฐานที่เอาไว้ปูพื้นฐานการใช้อาวุธ ไม่ใช่สไตล์ดาบสำหรับปลิดชีพศัตรูในสงคราม
การเรียนรู้วิชาเทพยุทธ์ขั้นสูงนับว่าสำคัญมาก เพราะหากมีเทคนิคที่ดีย่อมหมายถึงการใช้พลังงานที่น้อยลงในการต่อสู้ ทว่าผลลัพธ์ในการสังหารจะทวีคูญขึ้นอย่างมหาศาล
ในการใช้วิชาเพลงอาวุธระดับปกติจะไม่มีเรื่องของการเดินมานาเข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นเพียงเรื่องของความเฉียบคมและแม่นยำในท่วงท่าเท่านั้น แตกต่างจากพวก 'ทักษะ' (Skill) ที่ต้องมีเส้นทางการเดินมานาที่เฉพาะเจาะจงเพื่อรีดเร้นอานุภาพสูงสุดออกมาไม่ว่าจะในการรุกหรือการรับก็ตาม
ทว่าการจะเรียนเพลงดาบชั้นดีได้ก็ย่อมต้องแลกมาด้วยเงินมหาศาล แม้จะเป็นเพลงดาบระดับปานกลางก็ตาม...
'เคร้ง!' ดาบของเราเข้าปะทะกันอย่างจังแล้วเราต่างก็เด้งออกไปตั้งหลัก ตอนนี้ฉันกำลังหมุนเวียนวิชาการต่อสู้เสรีระดับสูงสุดไปที่รอบที่ยี่สิบเอ็ด
ด้วยการใช้ท่าที่ยี่สิบเอ็ด ฉันสามารถรับมือกับหุ้นแอนดรอยด์ได้อย่างคู่คี่สูสี พวกเราสู้กันลากยาวเฉียดชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังหากู้ชนะที่แน่นอนไม่ได้
'เคร้ง เคร้ง เคร้ง!' ฉันวาดดาบหวังจะฟันเข้าที่คอของมันทว่ากลับพบการปัดป้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากมันเป็นเครื่องจักร การประสานงานของมันจึงไร้ที่ติและไม่มีการสูญเสียพลังงานแฝงเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเทียบกันแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองยังมีความผิดพลาดให้เห็นอยู่ ท่วงท่าดูจะแปร่งปร่าและมีการเสียพลังงานไปกับจังหวะที่เปล่าประโยชน์อยู่บ้าง
แต่นั่นไม่ใช่เพราะวิชาดาบของฉันทำงานผิดพลาด หรือท่าทางมันไม่เข้าท่า แต่มันคือเรื่องของ 'ประสบการณ์' ล้วนๆ เพราะฉันแทบจะไม่เคยผ่านการรบราฆ่าฟันจริงๆ มาก่อนเลย ยกเว้นแต่สมรภูมิป่าละเมาะที่เพิ่งรอดชีวิตมาได้ในอุโมงค์รถไฟ
การจะมีท่วงท่าที่ไหลลื่นได้นั้นต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ และด้วยประสบการณ์ที่มากพอ คุณจะสามารถถมช่องว่างระหว่างขั้นพลังได้ในที่สุด
คนเราย่อมมีสไตล์การต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง บางคนเป็นฝ่ายรุก บางคนถนัดตั้งรับ บางคนเน้นความเร็ว และบางคนก็เน้นความแม่นยำ ยอดฝีมือทุกคนล้วนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน การจะค้นพบจุดแข็งนั้นแล้วขัดเกลาให้ถึงระดับขีดสุดคือสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยประสบการณ์รบ
'ฉับ!' ดาบของฉันเฉี่ยวถลอกที่หัวไหล่ของหุ่นยนต์ทำลายแถบพลังชีวิตของมันไปได้ 4% นี่คือดาบแรกที่ฉันทำมันเจ็บได้หลังจากสู้กันลากยาวมากว่าชั่วโมง
ความจริงฉันสามารถเร่งเครื่องไปที่ท่าที่ยี่สิบสองเพื่อเอาชนะได้ในพริบตา ทว่าฉันมีเป้าหมายลึกๆ คือต้องการโค่นมันให้ได้ด้วยเพียงแค่ท่าที่ยี่สิบเอ็ดเท่านั้น
มันเป็นงานที่หินเอาเรื่อง เพราะยิ่งเวลาล่วงเลยไปแอนดรอยด์ก็ยิ่งรวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวของฉันไปวิเคราะห์เพื่อหาทางตอบโต้มากขึ้น ทว่าฉันก็ไม่คิดจะถอย ฉันต้องชนะมันด้วยท่าที่ยี่สิบเอ็ดนี้ให้ได้
'ตึ้ง!' "โอ๊ย!" ฉันอุทานออกมาเมื่อถูกดาบของแอนดรอยด์ฟาดเข้าที่หัวไหล่ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่คือดาบซ้อมใบไร้คม ไม่อย่างนั้นไหล่ฉันคงจะหลุดไปแล้ว
ฉันและหุ่นจำลองผลัดกันรุกผลัดกันรับ ผลัดกันเปื้อนบาดแผลไปคนละทีสองที นับว่ายังดีที่ร่างกายของฉันแข็งแกร่งขึ้นมากจากการฝึกฝนพละกำลังตามกระบวนท่าที่ห้าม ไม่อย่างนั้นป่านนี้ร่างกายฉันคงระบมจนไม่สามารถรักษาความต่อเนื่องในการต่อสู้นี้ไว้ได้แล้ว
'ฉับ!' ฉันจู่โจมมันได้อีกครั้ง ฉันสู้ต่อเนื่องมารวมกว่าสามชั่วโมงแล้วและทำแต้มได้หลายครั้งจนแถบพลังชีวิตอสูรหุ่นยนต์เหลือเพียง 15% เท่านั้น
'เคร้ง!' ฉันพุ่งเข้าโจมตีมันทว่ามันกลับดักหน้าปัดป้องได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับมันอ่านใจฉันออกทุกทาง การจะหาช่องโหว่ลอบจู่โจมหุ่นแบบนี้มีแต่ต้องอาศัยไหวพริบส่วนตัวเท่านั้น ตลอดหนึ่งชั่วโมงสุดท้ายนี้ฉันเริ่มมองเห็นจุดอ่อนของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
'เคร้ง!' "สำเร็จแล้ว!" ฉันตะโกนลั่นเมื่อดาบฟันเข้าที่ช่วงลำคอของมันจนหุ่นยนต์นิ่งสนิทไปเพราะแถบชีวิตกลายเป็นศูนย์ ฉันลองเสี่ยงใช้ท่วงท่าที่แตกต่างจากเดิมแล้วมันก็ได้ผลจริงๆ
ในที่สุดฉันก็ชนะมันได้สำเร็จ แต่ถ้าคู่ชกวันนี้เป็นคนจริงๆ ฉันก็ยังไม่มั่นใจนะว่าจะเอาชนะได้ไหม เพราะมนุษย์มีทั้งกระแสพลังที่แปรเปลี่ยนและยังมีทักษะลึกลับให้เลือกใช้อีกมากมาย
'ตูม! ตูม!' เสียงประทะกันรุนแรงดังแว่วมาตามโถงทางเดินเมื่อฉันก้าวออกจากห้องฝึกซ้อมส่วนตัว ฉันหันไปมองเห็นคนสองคนกำลังสู้กันอย่างเผ็ดร้อนบนสนามประลองกลางแจ้ง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของพวกเขาสร้างเสียงกระแทกที่ดังกึกก้อง และความรวดเร็วในการต่อสู้ระดับนั้นมันทำเอาฉันเกือบจะมองตามไม่ทันเลยทีเดียว
ทั้งคู่ต้องเป็นยอดฝีมือระดับผู้เชี่ยวชาญ และน่าจะเป็นจุดสูงสุดของระดับนั้นด้วย มีทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังฟาดฟันกันอย่างไม่เกรงใจใคร ฝ่ายชายดูจะมีอายุประมาณยี่สิบต้นๆ สวมชุดฝึกซ้อมสีขาวสะอาดตา หากไม่ติดว่าเขากำลังทำหน้าตาดุดันบ้าคลั่งในสมรภูมิเขาคงจะเป็นชายหนุ่มที่ดูดีไม่เบาเลยทีเดียว
เขาใช้สนับมือสีทองแดงที่หุ้มด้วยกระแสแก๊สสีเขียวประหลาด พิจารณาจากไอพิษพวกนั้นแล้วเขาน่าจะมีพลังพิเศษที่เกี่ยวข้องกับพิษอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนคู่ต่อสู้ของเขาคือหญิงสาวแสนสวยที่อายุอ่อนหัวกันไม่มากนัก เธอสวมสปอร์ตบราที่โอบรัดหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มไว้อย่างแน่นหนาคู่กับกางเกงรัดรูป มีพวกผู้ชายหลายคนแอบมองตาไม่กะพริบในจังหวะที่หน้าอกเธอขยับตามแรงเคลื่อนไหว
เธอถือทวนสั้นสีเงินที่ถูกกห่อหุ้มด้วยชั้นพลังสีเทาจางๆ สีเทานั่นดูเหมือนจะเป็นเกราะพลังงานที่ช่วยปกป้องเธอจากไอพิษและยังเสริมพลังทำลายให้อาวุธของเธอพุ่งทะยานไปได้ด้วย
นี่ดูไม่เหมือนการประลองแบบเพื่อนฝูงทั่วไปเลยสักนิด เพราะทั้งคู่ใส่กันยับแบบกะให้ตายกันไปข้างหนึ่ง "พวกเขาคือใครเหรอครับ? แล้วทำไมถึงสู้กันรุนแรงขนาดนั้นล่ะ?" ฉันเอ่ยถามชายหนุ่มท่าทางเป็นมิตรคนหนึ่งที่ดูจะสนใจหน้าอกบึ้มๆ ของหญิงสาวมากกว่าลีลาการรบพุ่งในสนามเสียอีก
"เพิ่งย้ายมาที่นี่ละสิท่า?" เขาถามกลับแต่สายตายังไม่ละจากหน้าอกนั่นเลย "ครับ เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อวานนี้เอง" ฉันตอบ "อ้อ งั้นนี่คงเป็นเรื่องตลกประจำวันสำหรับนายเลยล่ะ" เขาพูดพลางหัวเราะร่วน
"ฝ่ายชายชื่อไนเจล ส่วนฝ่ายหญิงชื่อแมดเดอลีน ทั้งคู่คือยอดฝีมืออันดับต้นๆ ของตึกเราเลยล่ะ ไนเจลตามจีบแมดเดอลีนมาสองปีเต็มแต่ก็ไม่เป็นผล จนเมื่อวานนี้แมดเดอลีนได้รับการคัดเลือกให้เข้าสังกัดหน่วยอัศวินคริสตัล (Crystal knights) และเพราะเธอต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ไนเจลเลยตัดสินใจรวบรวมความกล้าสารภาพรักต่อหน้าสาธารณชนกลางโรงฝึกนี่เลย ทว่าผลรับคือเธอเลือกที่จะปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย"
"ด้วยความรู้สึกอับอายขายหน้า เขาเลยท้าเธอประลองให้จบเรื่องจบราวซะที่นี่" เขาเล่าเรื่องราวโดยที่สายตายังจ้องเป๋งไปที่สปอร์ตบราของหญิงสาวนั่นไม่เปลี่ยนใจ
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.