ตอนที่ 259
259 / 2060
อ่าน 5 นาที
Chapter 259
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 17:35
บทที่ 259
หนึ่งวันก่อนที่เจ็ดกิลด์จะบุกโจมตีเรย์ดัน
พอนและเรกัสออกเดินทางผ่านทะเลทรายและได้พบกับทางเข้าดันเจี้ยนที่ดูคล้ายกับรังมด
“ดันเจี้ยนนี้ไม่ได้ถูกระบุไว้ในแผนที่ใช่ไหม?” เรกัสถาม
พอนเช็กแผนที่ก่อนจะพยักหน้า ทันใดนั้นเรกัสก็พุ่งตัวเข้าไปในดันเจี้ยนทันทีโดยไม่เสียเวลา พอนห้ามเขาไม่ทันด้วยซ้ำ มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ฉับไวสมชื่อเขาจริงๆ พอนจึงต้องรีบตามเรกัสเข้าไป
10 วินาทีหลังจากที่พวกเขาเข้าไปในดันเจี้ยน ทางเข้าที่เคยอยู่บนพื้นทรายก็เลือนหายไปกลางทะเลทราย
“ว้าว...”
“นี่มัน...”
พอนและเรกัสต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นหลังจากเข้ามาข้างใน จากนั้นหน้าต่างแจ้งเตือนหลายข้อความก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
[คุณได้เข้าสู่ นครใต้ดินของแวมไพร์ (แห่งที่ 13)]
[มอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ค้นพบดันเจี้ยนเป็นกลุ่มแรก! อัตราดรอปทองและไอเทมภายในดันเจี้ยนเพิ่มขึ้น 8%! สิทธิพิเศษนี้จะมีผลเป็นเวลา 10 วัน และจะหายไปหากคุณเสียชีวิต]
น่าเสียดายที่อัตราค่าประสบการณ์ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วย แต่เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ทว่าสิ่งที่ตามมานี่ต่างหากที่เป็นปัญหา
[ทางเข้าดันเจี้ยนถูกปิดตาย การติดต่อกับโลกภายนอกถูกตัดขาด]
[คุณไม่สามารถออกจากดันเจี้ยนได้จนกว่าจะเสียชีวิต หรือสังหารบอสของดันเจี้ยนลงได้]
มันเป็นดันเจี้ยนประเภทที่พบเจอได้ยาก สองคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุดในโอเวอร์เกียร์ได้รับภารกิจให้ ‘เก็บข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนในเขตตะวันตกและหาพื้นที่ล่าที่เหมาะสมที่สุด’ และนี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาตกอยู่ในวิกฤตอันตรายถึงชีวิต
“พวกเราติดกับเข้าแล้ว...”
พอนรู้จักแวมไพร์เป็นอย่างดี พวกมันเป็นเผ่าพันธุ์นักสู้ระดับสูงที่มีทักษะยกเลิกการโจมตีและทักษะเสน่ห์ พวกมันจะแข็งแกร่งเป็นพิเศษในที่มืด และในที่ที่แสงสว่างถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงอย่างนครแวมไพร์ที่พวกเขาถูกขังอยู่นี้...
‘พวกเราตายแน่’
ในขณะที่พอนกำลังรู้สึกท้อแท้ เรกัสกลับจ้องมองดันเจี้ยนที่แผ่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ที่นี่มันสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ?”
อาคารสูงเสียดฟ้าและยอดแหลมของสิ่งปลูกสร้างสไตล์โกธิคที่ชวนให้นึกถึงอาสนวิหารน็อทร์-ดามหรืออาสนวิหารโคโลญจน์ ตั้งตระหง่านอยู่ทั่วดันเจี้ยนอันมืดมิด ทัศนียภาพที่ดูอลังการและวังเวงสะกดสายตาผู้ที่พบเห็น แต่เรกัสกลับดีใจเพียงเพราะได้พบดันเจี้ยนใหม่
“เราควรรีบล่าก่อนที่บัฟจะหมดนะ”
“...”
ใครๆ ก็ย่อมกลัวบทลงโทษจากการเสียชีวิต โดยเฉพาะกับพวกแรงเกอร์ความกลัวนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้น แต่เรกัสไม่เคยกลัวตาย แม้เขาจะอยู่อันดับที่ 12 ของแรงกิ้งรวม แต่เขาก็เป็นพวกที่รักการท้าทาย
‘จะว่าไป มันก็น่าสนุกดีเหมือนกัน’
เรกัสยิ้มให้กับภาพตรงหน้า
พอนเองก็ยิ้มออกมาและเริ่มขยับตัว
“ไปกันเถอะ”
ยังไงก็ต้องสู้อยู่แล้ว ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือการสังหารแวมไพร์ทุุกตัวรวมถึงบอสให้ได้ก่อนที่บัฟจะหมดลง
พอนและเรกัสเคลื่อนที่อย่างแนบเนียน นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้อันดุเดือด
***
จูด เขาคืออัศวินของเกริดและดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของเรย์ดัน เขาจะหยุดยั้งภัยอันตรายทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับเมืองของท่านดุ๊กเกริด
นี่คือมุมมองของจูด
“กัปตัน ไปพักผ่อนบ้างเถอะครับ”
“ฉัน. ไม่เอา.”
สำหรับจูดแล้วไม่มีคำว่าพัก เขาพยายามรักษาความปลอดภัยของเรย์ดันอยู่เสมอ ยกเว้นตอนนอน แม้แต่ตอนกินเขาก็ยังออกตรวจตราไปด้วย
‘กัปตันช่างน่านับถือจริงๆ’
‘ฉันต้องขยันให้มากกว่านี้!’
ภาพของจูดที่เคี้ยวขนมปังแห้งๆ ขณะออกตรวจกลายเป็นแบบอย่างให้กับเหล่าทหาร ทหารแห่งเรย์ดันขยันขันแข็งขึ้นทุกวัน พวกเขาอดทนต่อการฝึกฝนที่เข้มงวด และความเร็วในการพัฒนาก็สูงมาก เนื่องจากพื้นฐานของพวกเขาเป็นทหารโอเวอร์เกียร์อยู่แล้ว การจะเกิดใหม่เป็นกองกำลังระดับหัวกะทิจึงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
“วันนี้. เรย์ดัน. ปลอดภัย.”
จูดไม่เคยรู้เลย
เมื่อคืนหนึ่งในสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้คนหลายร้อยคนพยายามจะบุกรุกเรย์ดันในขณะที่เขากำลังหลับ เขาไม่เคยรู้เลยว่าพวกนั้นถูกขับไล่ไปได้ด้วยฝีมือของชาวนาเพียงสี่คน เป็นเพราะเขาเป็นคนโง่ที่มีค่าสติปัญญา (Intelligence) เพียง 20 หรือเปล่า?
เปล่าเลย แต่นี่เป็นความตั้งใจของเลาเอล เลาเอลไม่ได้ประกาศเรื่องการบุกรุกเรย์ดันเพื่อไม่ให้ชาวเมืองตื่นตระหนก มันง่ายที่จะปกปิดเรื่องนี้เพราะเหตุเกิดในเวลากลางคืน และศัตรูเข้าถึงได้เพียงแค่ทุ่งข้าวสาลีนอกกำแพงเมืองเท่านั้น แถมพวกนั้นยังล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น และก็น่าเศร้าที่จูดไม่ได้เป็นหนึ่งในคนกลุ่มน้อยนั้น
“จูด. วันนี้. แข็งแกร่ง.”
วันนี้เรย์ดันสงบสุข และชาวเมืองต่างเชื่อว่าเป็นเพราะความดีความชอบของจูด
“กัปตันจูด! วันนี้ก็พยายามเข้าานะครับ!”
“ขอบคุณ!”
จูดรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ผู้คนทักทายเขา เขาตั้งใจตรวจตราให้หนักขึ้น ทุกอย่างก็เพื่อดุ๊กเกริด
***
[เควสต์ลับ ‘การฝึกฝนที่สนุกสนานและเพลิดเพลิน!’ เสร็จสิ้น]
ทันทีที่หน้าต่างแจ้งเตือนปรากฏขึ้น คราวเกลก็วางอุปกรณ์ทำฟาร์มที่เขาถือมาตลอดหนึ่งเดือนลง
‘จบแล้วสินะ’
เขารู้สึกใจหายเล็กน้อย แม้จะดีใจที่ได้ออกไปผจญภัยครั้ง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.






