ตอนที่ 531
531 / 2060
อ่าน 10 นาที
Chapter 531
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:28
“หัวหน้า...”
เสียงเรียกของเหล่าช่างตีเหล็กแห่งกลุ่มค้อนขาว (White Hammer) ดังระงม ทว่าไวท์กลับไร้ซึ่งการตอบสนอง เขานั่งคุดคู้หลบมุมอยู่เพียงลำพัง ศีรษะก้มต่ำจนชิดอก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยเพลิงแห่งความอัปยศที่ถูกอีโนคหัวเราะเยาะถากถาง เพื่อนพ้องรอบกายต่างเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แต่ไวท์ที่จมดิ่งอยู่ในความอับอายกลับเบือนหน้าหนีจากทุกสิ่ง
ในตอนนั้นเอง เกริดก้าวย่างเข้าไปหาไวท์ด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่น
“นี่ยังใช่เวลามามัวทอดถอนใจอยู่อีกหรือ?”
“...?”
“หากเจ้ารู้สึกคับแค้นใจก็นำมันคืนสนองกลับไปเสีย มัวแต่เหม่อลอยไปก็ไร้ประโยชน์ จงใช้ทักษะทั้งหมดที่เจ้ามีพิสูจน์ตนเอง”
เกริดเกลียดชังพวกชอบรังแกคนอ่อนแอเป็นที่สุด เพราะในอดีตเขาเคยถูกผู้คนเมินเฉยและเหยียดหยามมานับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกนั้นเองที่ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในใจของไวท์ ผสานกับผลของสกิล ‘ความเสน่หาของช่างตีเหล็ก’ (Blacksmith’s Affection) ที่ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากยื่นมือเข้าช่วย
“หากความรู้สึกในอกมันอึดอัดนัก ก็จงแผดเผามันให้มอดไหม้ไปเสีย... เอาละ ข้าจะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน จงเอาออกมาดูเสียที แบบแปลนคันศรหงส์แดงที่เจ้าวาดฝันเอาไว้”
“หือ? อะ... เข้าใจแล้ว”
เดิมทีไวท์เพียงต้องการให้เกริดช่วยคุมเครื่องสูบลมเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่เดียวที่เขามอบหมายให้ ไม่มีความจำเป็นใดที่คนนอกจะต้องเห็นแบบแปลน ยิ่งไปกว่านั้น แบบแปลนนี้คือผลงานล้ำค่าที่เหล่าช่างตีเหล็กค้อนขาวร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ขึ้นมา มันมิใช่สิ่งที่จะเปิดเผยให้ใครดูได้ง่ายๆ ทว่าในยามที่จิตใจกำลังล่องลอย ไวท์กลับยื่นแบบแปลนนั้นให้เกริดอย่างง่ายดาย
[ท่านได้รับแบบแปลน ‘คันศรหงส์แดง (ฉบับเลียนแบบ: เวอร์ชั่นค้อนขาว)’]
[คันศรหงส์แดง (ฉบับเลียนแบบ: เวอร์ชั่นค้อนขาว)]
ระดับ: ทั่วไป ~ มหากาพย์ (Normal ~ Epic)
ตัวคันศรมีความยาว 1 เมตร 20 เซนติเมตร ขนาดของมันใหญ่กว่าธนูสั้นเพียงเล็กน้อย แต่ย่อมเยากว่าธนูยาว (Longbow) อยู่มาก โครงสร้างถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก กึ่งกลางทำจากไม้ไผ่ภูเขาฮวังพยอง ขนาบข้างด้วยไม้หม่อน เกริดพิจารณาแบบแปลนและคำอธิบายอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณลักษณะเด่นของไม้ไผ่ภูเขาฮวังพยองกับไม้หม่อนคืออะไร?”
“ไม้ไผ่จากภูเขาฮวังพยองถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษเพราะมีเส้นใยที่หนาแน่น ส่วนไม้หม่อนนั้นมีทั้งความอ่อนช้อยและแข็งแกร่งในตัว”
“สรุปคือ เจ้าเลือกใช้วัสดุที่เน้นการเพิ่มแรงยืดหยุ่นให้ถึงขีดสุดงั้นรึ?”
“หือ? โอ้ว ใช่แล้ว มันจะไม่หักง่ายๆ และสามารถส่งลูกศรออกไปได้อย่างทรงพลัง”
‘เรื่องแค่นี้ แม้แต่คนตัดไม้ก็ควรจะรู้ไม่ใช่หรือ?’ ไวท์เริ่มรู้สึกสับสนในใจ ขณะที่เกริดเริ่มสำรวจวัสดุอย่างพินิจพิเคราะห์
‘ไม้ไผ่และไม้หม่อนเหล่านี้ล้วนเป็นชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย’
มันไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับไม้จากทวีปตะวันตกได้เลย คุณภาพของพรรณไม้บนทวีปตะวันออกนั้นเหนือชั้นกว่ามาก ‘อาจเป็นเพราะพวกมันเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อัดแน่นไปด้วยมานาก็เป็นได้’
ทุกอย่างดูดี... ดีมากอย่างเห็นได้ชัด
‘แต่ทว่า...’
หากพิจารณาจากชื่อ ‘คันศรหงส์แดง’ ย่อมต้องมีคุณลักษณะธาตุไฟ ต่อให้ประสิทธิภาพจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่มันก็น่าสงสัยนักว่าไม้ไผ่และไม้หม่อนจะสามารถทนทานต่อความร้อนแรงของเปลวเพลิงได้จริงหรือ? เกริดไล่สายตาไปยังจุดที่น่าเคลือบแคลงถัดไปในแบบแปลน
*...ภายนอกของคันศรหงส์แดงถูกหุ้มด้วยหนังทนไฟ...*
“หนังสีแดงนี่คืออะไร?”
“มันคือหนังของราสคาล (Rascal Leather) แม้จะถูกเปลวไฟแผดเผาก็ไม่มอดไหม้ ทั้งยังแข็งแกร่งและทนทานต่อความร้อนได้อย่างยิ่งยวด”
“...หืมม์”
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการ ‘สร้างเปลวเพลิง’ กลุ่มค้อนขาวคิดจะเรียกไฟออกมาด้วยวิธีใด? เกริดเต็มไปด้วยความคาดหวังขณะกวาดสายตาไปยังส่วนสุดท้ายของภาพร่าง แต่แล้วความหวังนั้นกลับเหี่ยวเฉาลงทันที เมื่อเขาพบว่าพวกเขามีแผนจะใช้เพียง ‘หินอัคคี’ (Fire Stone) เท่านั้น
“เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า!”
ไวท์อุทานอย่างตกใจ เมื่อเห็นแบบแปลนที่เขาทุ่มเทสร้างมาด้วยหัวใจถูกขยำจนยับเยิน เกริดที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอตัวไปจึงรีบคลี่แผ่นกระดาษออกพลางพึมพำ
“แบบนี้มันใช้ไม่ได้”
หินอัคคีงั้นหรือ? แม้มันจะเป็นแร่ที่ค่อนข้างหายาก แต่มันก็หาได้ทั่วไปในทวีปตะวันตก เกริดมั่นใจมากเพราะเขาใช้มันเป็นวัตถุดิบในการผลิตอยู่บ่อยครั้ง
‘หากเป็นธนูเหล็กหรือธนูคอมโพสิตก็อาจจะพอไหว แต่กับธนูไม้พื้นๆ เช่นนี้ มันไม่มีทางแบกรับน้ำหนักของหินอัคคีได้หรอก สมดุลจะเสียไปหมด และหากลดขนาดหินอัคคีลง อานุภาพของเปลวไฟก็จะอ่อนแรงตามไปด้วย’
หากสร้างธนูตามแบบแปลนนี้ มันก็มิอาจเรียกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าเป็น ‘คันศรหงส์แดง’
‘แน่นอนว่าคำตอบที่แท้จริงคือการใช้ไม้ฟอสฟอรัสขาว (White Phosphorus Wood) ข้ามั่นใจ’
ปัญหาเดียวคือเขาไม่รู้รูปทรงและคุณลักษณะดั้งเดิมของคันศรหงส์แดง แต่ไวท์น่าจะช่วยในเรื่องนี้ได้
“ไวท์ เจ้าเคยเห็นคันศรหงส์แดงของจริงใช่ไหม?”
“ย่อมต้องเคยเห็นสิ นั่นคือสมบัติล้ำค่าแห่งบ้านเกิดของข้า ข้าเห็นมันนับครั้งไม่ถ้วนจากระยะไกล ในยามที่ท่านเจ้าเมืองถือมันออกงานพิธีสำคัญ”
แววตาที่เคยชื่นชมของไวท์เริ่มจางหายไป เขาไม่พอใจที่เห็นแบบแปลนของตนถูกขยำ และค่าความสัมพันธ์ก็เริ่มสั่นคลอน ทว่าเกริดกลับหาได้ใส่ใจไม่ โอกาสที่จะชดเชยความผิดพลาดนั้นยังมีอีกถมไป!
“แล้วแบบแปลนนี้ อ้างอิงมาจากคันศรหงส์แดงที่เจ้าเคยเห็นใช่หรือไม่?”
“ใช่... แต่คันศรหงส์แดงของจริงไม่ได้หุ้มด้วยหนัง มันทำจากไม้ทั้งคัน... นี่คือผลลัพธ์จากการที่ข้าพยายามเลียนแบบรูปทรงของมันให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“แล้วสีของคันศรหงส์แดง... มันคือสีขาวใช่ไหม?”
“หือ? เจ้ารู้ได้อย่างไร...? ใช่แล้ว คันศรหงส์แดงเป็นสีขาวบริสุทธิ์...”
เพียงเท่านั้นก็เกินพอ เกริดไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเริ่มลงมือในทันที
“สร้างไอเทม (Item Creation)”
[ท่านต้องการสร้างไอเทมประเภทใด?]
“ธนู”
[ท่านต้องการใช้วัตถุดิบใด?]
“ไม้ฟอสฟอรัส... ไม่สิ เดี๋ยวก่อน”
ไม้ฟอสฟอรัสขาวนั้นมีคุณสมบัติเทียบเคียงได้กับเหล็กมังกร (Dragon Iron) มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าแต่มีแรงยืดหยุ่นที่ค่อนข้างต่ำ นั่นทำให้เกริดเกิดความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แบบแปลนของไวท์เน้นไปที่ความยืดหยุ่นตามที่เขาได้ประจักษ์มากับตา หากคันศรหงส์แดงให้ความสำคัญกับแรงดีดตัวอย่างที่ไวท์ตีความ ไม้ฟอสฟอรัสขาวก็ไม่ควรเป็นวัสดุหลัก
‘แต่ถ้าไวท์เข้าใจผิดล่ะ?’
หากเป็นเช่นนั้น เรื่องราวจะเปลี่ยนไปทันที เกริดเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง มันมิใช่ความหยิ่งยโส แต่มันคือศักดิ์ศรีและความภูมิใจในฐานะช่างตีเหล็กในตำนาน
“ข้าจะใช้ไม้ฟอสฟอรัสขาวเป็นวัตถุดิบหลัก”
เกริดตัดสินใจเด็ดขาด
***
“เขากำลังทำอะไรของเขานะ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ?”
เหล่าช่างตีเหล็กค้อนขาวต่างตกอยู่ในความฉงน เกริดที่ดูเหมือนคนตัดไม้จู่ๆ ก็มาถามเรื่องคันศรหงส์แดงอย่างเอาจริงเอาจัง แล้วตอนนี้เขาก็ลงไปนั่งยองๆ อยู่ที่มุมห้อง พลางเริ่มขีดเขียนอะไรบางอย่าง ช่างตีเหล็กคนหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ
“อย่าบอกนะ! ว่าเขากำลังลอกเลียนแบบแปลนคันศรหงส์แดงที่พวกเราใช้เวลาถึงสามปีและผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน?”
“ฮ่าๆ ไร้สาระน่า”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
เกริดไม่น่าจะเป็นหัวขโมยแบบแปลน ใครกันจะกล้าลอกเลียนผลงานซึ่งหน้าเจ้าของแบบนี้?
“ถ้าจะขโมยจริงๆ เขาก็ต้องไปแอบทำในที่ลับตาสิ... เฮือก!?”
หรือว่าเขาจะเป็นโจรที่ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ? ช่างตีเหล็กเริ่มระแวดระวัง แต่ไวท์กลับห้ามปรามคนที่กำลังแสดงท่าทีเป็นศัตรูต่อเกริด
“พวกเจ้าไม่ควรดัดสินใครเพียงเปลือกนอกง่ายๆ เช่นนั้น”
ใช่แล้ว... เหมือนกับตัวเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่หรือ? ที่มองเกริดเพียงผิวเผินแล้วตัดสินว่าเขาเป็นแค่คนไม่เอาถ่านที่ฝันเฟื่องอยากจะเป็นช่างตีเหล็กโดยไม่รู้หัวนอนปลายเท้า
‘ข้าไม่เคยรู้เลยว่าเขาจะเป็นคนที่มีความรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หืมม์...’
แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เกริดที่กำลังนั่งยองๆ อยู่นั้นกำลังทำอะไรกันแน่? หรือว่าเกริดจะแอบนำส่วนหนึ่งของแบบแปลนพวกเขาไปใช้ตามที่เพื่อนพ้องสงสัยจริงๆ?
‘ไม่สิ เขาคงไม่ขโมยอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้... หืมม์’
ไวท์เริ่มกระวนกระวาย ใจหนึ่งก็นึกถึงความดำมืดในจิตใจคน เขาจึงก้าวเข้าไปหาเกริดช้าๆ เมื่อเขามองไปยังภาพที่เกริดกำลังวาดลงบนอากาศ เขาก็ถึงกับตกตะลึงจนตัวลอย ภาพที่เกริดกำลังรังสรรค์ขึ้น... มันคือคันศรหงส์แดง ทว่ามันเป็นแบบแปลนที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าคันศรหงส์แดงที่ไวท์จินตนาการมาตลอดสามปีอย่างเทียบไม่ติด!
“มะ... ไม่จริง เป็นไปได้อย่างไร...? คนตัดไม้จะทำเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไรกัน?”
ไวท์ยังคงเข้าใจผิดว่าเกริดเป็นเพียงคนตัดไม้ เกริดระเบิดเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นข้อมูลของแบบแปลนที่เสร็จสมบูรณ์
[คันศรหงส์แดง (ฉบับเลียนแบบ)]
ระดับ: มหากาพย์ ~ ตำนาน (Epic ~ Legendary)
*สมบัติแห่งเมืองปานเกียที่ถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยช่างตีเหล็กในตำนาน คุณค่าของมันสามารถทัดเทียมกับของดั้งเดิมได้*
‘เยี่ยม’
ตอนนี้กุญแจสำคัญขึ้นอยู่กับระดับของคันศรหงส์แดงที่จะผลิตขึ้นในระหว่างการแข่งขัน เกริดเอ่ยถามไวท์ที่ยังคงยืนตะลึงตาค้าง
“เจ้าบอกว่าเวลาในการแข่งขันคือแปดชั่วโมงใช่ไหม?”
ไวท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย
“อา... ใช่แล้ว มันนานเกินไปสำหรับการสร้างธนูเพียงคันเดียว แต่นี่คือการแข่งขันเพื่อจำลองสมบัติแห่งปานเกียขึ้นมา...”
‘ช่างน่าเบื่อนัก’
เวลามันสั้นเกินไปสำหรับเกริด ผู้ซึ่งมักใช้เวลาวันหรือสองวันในการสร้างอาวุธชั้นเลิศ แปดชั่วโมงนั้นแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
‘ข้าต้องใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด’
เขายังมีพลังใหม่ที่ได้รับจากการสร้างไอเทมระดับตำนานครบ 20 ชิ้น
‘อัปเกรดไอเทม! (Item Upgrade)’
เกริดมั่นใจว่าด้วยพลังนี้ เขาจะสามารถพิชิตเควสได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่สามารถจำลองคันศรหงส์แดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เขาเช็กเวลาแล้วยันกายลุกขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น... ออกเดินทางกันเถอะ”
***
“กลุ่มช่างตีเหล็กค้อนขาวกำลังเข้าสู่สนามแข่งขัน!”
“โห่! โห่ฮี้วววววว!”
เหล่าช่างตีเหล็กค้อนขาวเดินเข้าสู่สนามประลอง โดยมีเกริดเป็นผู้นำขบวนแทนที่จะเป็นไวท์ เสียงโห่ร้องขับไล่ดังกึกก้องจากฝูงชน เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ในการแข่งขันสามครั้งล่าสุดมาอย่างยับเยิน ไวท์และช่างตีเหล็กคนอื่นๆ ต่างหดตัวด้วยความประหม่า มีเพียงเกริดเท่านั้นที่กำลังรื่นรมย์กับมัน
‘เอาอีกสิ’
ดูถูกข้าให้มากกว่านี้
‘ยิ่งพวกเจ้าเมินเฉยต่อพวกเรามากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะยิ่งตราตรึงและสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นเพียงนั้น’
เกริดแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด ช่างตีเหล็กจากกลุ่มอื่นบนเวทีต่างพากันหัวเราะเยาะ
“ไอ้เจ้านั่นมันเป็นใครกัน?”
“เพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก... เด็กใหม่รึเปล่า?”
“ทำไมปล่อยให้เด็กใหม่เดินนำหน้าแทนที่จะเป็นไวท์ล่ะนั่น?”
“ไวท์คงอับอายจนต้องเอาเด็กใหม่มาเป็นโล่กำบังล่ะมั้ง”
“ช่างน่าสมเพชจนถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ”
ผู้ชมเรือนหมื่นและช่างตีเหล็กนับร้อย... ไม่มีใครเลยที่รู้ว่า ‘เด็กใหม่’ คนนี้กำลังจะสร้างพายุลูกใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี
และนี่คือปฐมบทแห่งตำนานของเกริด... บนมหาทวีปตะวันออกอย่างเป็นทางการ!
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


