ตอนที่ 87
87 / 125
อ่าน 15 นาที
Chapter 87
เผยแพร่เมื่อ 29 มี.ค. 2569 10:47
ตอนที่ 87
ตึบ. ตึบ-ตึบ-ตึบ.
ศพและเศษซากปรักหักพังไหลทะลักลงมาดั่งผืนโคลน เนื้อที่ไหม้เกรียมกระจายอยู่ทุกทิศทาง และควันจากการระเบิดก็ลอยล่องไปในอากาศ
ฟู่ววววว.......
เถ้าถ่านปลิวว่อนราวกับอนุภาคฝุ่น กลิ่นฉุนรุนแรงทิ่มแทงจมูกของผม
ต่างจากสภาพภายในที่กลายเป็นความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง ผมยังคงปลอดภัยดี เช่นเดียวกับยูเกีย
วิ้งงงง.
ออร่าสเฟียร์ (Aura Sphere) ที่โปร่งแสงราวกับม่านสีเงินไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเพียงรอยเดียว และมานาของแกนกลางก็ลดลงไปเพียงประมาณ 3% เท่านั้น
“.......”
ผมก้มมองยูเกียที่อยู่ในอ้อมแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บริเวณคอของผม มันคือเศษเสี้ยวของสร้อยคอไม้ที่เผยให้เห็นรำไรภายใต้เครื่องแบบที่หลุดลุ่ย
“พ-พวกคุณไม่เป็นไรใช่ไหม!”
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน ผมจึงปล่อยยูเกียให้ยืนด้วยตัวเอง
“ไม่มีอะไรโคม่า ดูเหมือนว่าจะมีกับดักซ่อนอยู่ในศพ แต่ว่า...... ในเมื่อหลักฐานในที่เกิดเหตุถูกทำลายไปหมดแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่ผมจะอยู่ที่นี่ต่อ”
ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ต้องขอบคุณพวกสวะนั่นที่ทำให้ร่องรอยทุกอย่างถูกเผาทำลายไปจนสิ้น
“แฮก แฮก โล่งอกไปทีที่คุณปลอดภัย ไม่นึกเลยว่าพวกมันจะทำเรื่องแบบนี้กับศพได้”
“เปล่าหรอก ฆาตกรกับคนวางระเบิดเวทมนตร์นี่ไม่ใช่คนคนเดียวกัน”
มานาที่ฆาตกรทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุกับร่องรอยมานาที่ทำลายเวิร์กชอปแห่งนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
“เอ๊ะ? ถ้าอย่างนั้น.......”
“นั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจ ไปสืบสวนทุกคนที่ผ่านไปมาในบริเวณนี้ในช่วงเวลาที่คาดว่าจะเป็นเวลาตายซะ”
“อ๊ะ ครับ ครับ เข้าใจแล้วครับ”
ผมปัดฝุ่นและเศษดินออกจากเสื้อผ้าก่อนจะก้าวเดินออกไปนอกเวิร์กชอป
ผมเอ่ยถามยูเกียที่เดินตามมาเงียบๆ
“......เธอโอเคไหม?”
ยูเกียพยักหน้า
“เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนับจากนี้เป็นต้นไป”
“.......”
“ระวังตัวอยู่เสมอ และจงพยายามเติบโตขึ้นให้ได้”
เธอจะตายไม่ได้เด็ดขาด
“ยูเกีย เธออาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่ว่า”
อย่างไรก็ตาม ผมไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงกับเธอได้
“ฉันมีหนี้ที่ต้องชดใช้ให้เธออยู่”
ดังนั้นผมจึงแต่งเรื่องขึ้นมาอย่างเหมาะสม
***
ธนาคารที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ในรัฐอิสระคานิลัน — 「ธนาคารโครเนน ชัตซ์อินเซิล (Kronen Schatzinsel Bank)」
ดีเทอร์ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ อดไม่ได้ที่จะชื่นชมรูปลักษณ์ภายนอกของธนาคารเป็นอันดับแรก
ผนังด้านนอกเป็นหินอ่อนเรียบเนียนไร้การตกแต่ง เส้นสายที่เที่ยงตรงจนให้ความรู้สึกเย็นชา และประตูหลักทองเหลืองขนาดมหึมา วัสดุทั้งหมดมีวงจรมานาฝังอยู่ภายใน ทำให้โครงสร้างนี้แข็งแรงทนทานแม้จะถูกโจมตีด้วยการก่อการร้าย
นี่คือผลลัพธ์จากการว่าจ้างสถาบันลอเรนโซ เนื่องจากดีเทอร์ไม่มีความมั่นใจในเรื่องสุนทรียภาพหรือสถาปัตยกรรม และนี่ยังเป็นโปรเจกต์แรกของพวกเขาด้วย
"เลขานุการดีเทอร์ เชิญทางนี้ครับ"
“......ครับ”
ดีเทอร์ก้าวเข้าไปข้างใน
สีสันที่เข้าสู่ครรลองสายตาของเขาเป็นโทนสีเข้มที่ดูสงบ หินที่เรียบเนียนทอดยาวจากพื้นจรดเพดาน ถูกรวมเข้าด้วยกันในโทนสีที่สะอาดตา
ทว่ามันกลับไม่ได้ดูยากจนหรือว่างเปล่า
ด้วยการลอกการตกแต่งที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด มันกลับสร้างความเงียบงันที่มีมวลมหาศาลอย่างน่าประหลาด ราวกับศักดิ์ศรีของขุนนางที่แท้จริง มันดูหรูหราโดยไม่จำเป็นต้องปิดทอง
“อืม”
ดีเทอร์พอใจมาก สำหรับคำขอที่ว่า 'ช่วยสร้างพื้นที่ที่น่าเชื่อถือที่สุดขึ้นมา' เหล่าสถาปนิกของสถาบันลอเรนโซได้มอบคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้แล้ว
ธนาคารที่ตกแต่งฟุ่มเฟือยเกินไปจะให้ความรู้สึกเหมือนการทำอะไรที่ผิดที่ผิดทาง
“เริ่มดำเนินการมาได้ประมาณสี่สัปดาห์แล้วครับ”
ตามประวัติศาสตร์ การเงินเป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงสูงที่สุด ต่อเมื่อสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นที่เรียกว่าความเชื่อมั่นถูกสะสมมากพอเท่านั้น เงินถึงจะเริ่มไหลมารวมกัน
อย่างไรก็ตาม คานิลันในปัจจุบันนั้นพิเศษกว่าที่อื่น
กฎระเบียบถูกยกเลิก และการควบคุมดูแลก็หายไป ความไว้วางใจซึ่งกันและกันไม่ใช่สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกต่อไป
ตราบใดที่มีข่าวลือว่ามีเงินอยู่ ผู้คนก็จะหลั่งไหลเข้ามาขอกู้ยืม
“รายชื่อทรัพย์สินค้ำประกันเป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อได้ยินคำถามของดีเทอร์ พนักงานก็ส่งแฟ้มเอกสารหนาปึกให้
“นี่ครับ ตามคำสั่ง เราเน้นไปที่การยึดทรัพย์สินที่จับต้องได้เป็นหลัก”
เขาไล่สายตาอ่านรายชื่อ ในบรรดาอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันจำนวนมาก มีรายการหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ
[กลุ่มทหารรับจ้างอคาเรียส - สิทธิในสัญญาจ้างทหารรับจ้างและสิทธิในการแบ่งผลกำไร]
สัญญาที่ระบุว่าหากผู้บัญชาการเรนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ธนาคารจะเป็นเจ้าของสิทธิในกำลังพลของกลุ่มทหารรับจ้างและกำไรที่พวกเขาสร้างขึ้น
ในยามสงบ มันอาจจะเป็นหนี้เสียที่มีความเสี่ยงสูง แต่หากสงครามมาถึง เรื่องราวจะเปลี่ยนไป ในช่วงสงคราม ทหารรับจ้าง โดยเฉพาะทหารรับจ้างที่มีทักษะสูง คือทรัพยากรที่มีค่าไม่ต่างจากมานาสโตน (Mana Stones)
เมื่อถึงจุดนั้น มูลค่าของพันธบัตรนี้จะพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าจะจินตนาการได้
“แล้วสถานการณ์ของตู้นิรภัยล่ะ?”
“ตอนนี้มีลูกค้าใช้บริการไปเพียงประมาณ 5% ครับ ส่วนใหญ่เป็นเงินนอกระบบที่พวกขุนนางจากจักรวรรดินำมาฝากไว้”
ทว่า ผลิตภัณฑ์หลักของ 「โครเนน ชัตซ์อินเซิล」 ไม่ใช่การรับฝากเงิน ตั้งแต่แรกเริ่ม ในคานิลันมีแต่คนที่จ้องจะใช้เงิน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แม้แต่จะคิดที่จะนำเงินมาฝากไว้
ในทางกลับกัน โครเนนได้ดำเนินกิจการ ‘ตู้นิรภัยลับประสิทธิภาพสูงพิเศษ’ ซึ่งสร้างความแตกต่างจากธนาคารอื่น มันคือเขตพื้นที่ตู้เซฟที่ถูกสร้างขึ้นราวกับป้อมปราการลึกเข้าไปในเทือกเขาที่ขรุขระทางตอนใต้ของจักรวรรดิ ทรัพย์สินที่มีค่าทุกชนิดสามารถจัดเก็บไว้ได้โดยไม่มีกำหนด ตราบใดที่ยังจ่ายค่าธรรมเนียมการฝาก
“ลูกค้ายังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เลยนะครับ”
พนักงานแสดงสีหน้ากังวล แต่ดีเทอร์ส่ายหัวพร้อมกับขยับแว่นตา
“ไม่เป็นไร เรารอได้”
ในไม่ช้า เมื่อฟองสบู่แตกและคานิลันล่มสลาย พวกเขาจะเริ่มไม่ไว้วางใจในระบบการเงินทั้งหมดที่ทำให้พวกเขาพังทลาย พวกเขาจะสิ้นหวังต่อหน้าหลักทรัพย์ที่กลายเป็นเพียงเศษกระดาษและประตูธนาคารที่ปิดสนิท
เมื่อถึงเวลานั้น เวลาของเราก็จะมาถึงเสียที
ธนาคารที่ไม่เคยสั่นคลอน ความเป็นกลางที่สมบูรณ์แบบ ปราศจากการแทรกแซงจากประเทศใดๆ
"ขอให้ยืนยันหลักการของเราอีกครั้ง"
ดีเทอร์กวาดสายตามองพนักงานทุกคน สิ่งเหล่านี้คือกฎเหล็กของ 「โครเนน ชัตซ์อินเซิล」 ที่เขาเป็นคนคิดค้นขึ้นเอง
“ห้ามถามถึงที่มาของทรัพย์สินโดยเด็ดขาด”
ไม่สำคัญว่าเงินนั้นจะชุ่มไปด้วยเลือด ได้มาจากการขายยาเสพติด หรือการยักยอกเงิน ธนาคารไม่ใช่สถานที่ที่ใช้ตัดสินศีลธรรม
“อย่างไรก็ตาม ตัวตนของผู้ฝากเงินจะต้องถูกระบุอย่างถูกต้องและละเอียดถี่ถ้วน”
ถึงกระนั้น เจ้าของเงินก็ต้องมีความชัดเจน หากเป็นไปได้ แม้แต่การขุดคุ้ยลำดับวงศ์ตระกูล ก็ต้องทำให้ชัดเจนว่าใครคือคนที่นำทรัพย์สินมาฝากไว้
“เพื่อการนั้น”
ดีเทอร์หยิบกล่องเล็กๆ ออกมา ภายในมีคิวบ์สีน้ำเงินขนาดประมาณสองข้อนิ้วมือ
“นี่คือคิวบ์ยืนยันตัวตน (Identity authentication cube)”
มันคือออร่าสเฟียร์รุ่นย่อส่วนที่พวกอัศวินใช้ และเป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่เป็นผลงานวิศวกรรมเวทมนตร์ของลอเรนโซ
“อาร์ติแฟกต์นี้จะบันทึกความยาวคลื่นมานาอันเป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์”
กุญแจรักษาความปลอดภัยที่ใช้มานา ซึ่งเปรียบเสมือนลายนิ้วมือของจิตวิญญาณที่ไม่สามารถปลอมแปลงหรือเปลี่ยนแปลงได้
แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่สามารถควบคุมมานาได้ก็สามารถใช้มันได้โดยการสกัดออกมาจากเลือดของพวกเขา
“ลูกค้าที่ประสงค์จะใช้ตู้นิรภัยที่มีมูลค่าทรัพย์สินตั้งแต่ 3 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป จะต้องซื้อคิวบ์นี้โดยไม่มีข้อยกเว้น”
“ครับ เข้าใจแล้วครับ”
“สถานการณ์การรับสมัครงานเป็นยังไงบ้าง?”
“อัตราการแข่งขันสูงมากครับ”
หลายพันต่อหนึ่ง นั่นคือระดับของเงินเดือนประจำปีที่โครเนนตั้งไว้ แม้แต่อยู่ในคานิลันก็ตาม
หนึ่งในเหตุผลที่ไม่มีการยักยอกเงินหรือการอู้งานในวิสาหกิจของแม็กซิมิเลียนจนถึงตอนนี้ ก็เพราะระบบการตอบแทนตามผลงานที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างมั่นคง
แม็กซิมิเลียนอาจครอบครองทรัพย์สินมากกว่าที่เขามีตอนนี้ถึงสิบเท่า อย่างไรก็ตาม เขาเก็บไว้เพียงสิ่งที่จำเป็นและยินดีแบ่งปันส่วนที่เหลือ
“สำหรับคนที่มาจากบริษัทหลักทรัพย์ ให้คัดออกในขั้นตอนพิจารณาเอกสารเลยถ้าเป็นไปได้”
“ครับ เข้าใจแล้วครับ”
ดีเทอร์ระแวดระวังเรื่องปัญหาด้านศีลธรรม (Moral hazard) คนที่เอนเอียงไปตามอารมณ์มากกว่าตัวเลข คนที่ถูกความโลภบังตาจนประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป เขาได้สร้างข้อสอบเพื่อกรองคนประเภทนี้ออกไป
“นี่คือข้อสอบคัดเลือกพนักงาน ปิดผนึกมันไว้และเก็บรักษาให้ดี”
“ครับ”
หลังจากนั้น เขาก็เข้าไปในห้องทำงานที่เตรียมไว้ในมุมหนึ่งของธนาคาร ในห้องไม้ที่ปราศจากการตกแต่งใดๆ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่งดงามของคานิลันพรั่งพรูเข้ามา
“.......”
เมื่อแสงไฟระยิบระยับเหล่านั้นดับลงทีละดวง เราจะฉายแสงโดดเด่นราวกับประภาคาร
เราจะผงาดขึ้นมาเป็นตัวเลขที่เจิดจรัสที่สุด
ดีเทอร์นั่งลงบนเก้าอี้และเปิดเอกสาร
ทะเลแห่งตัวเลขมากมายนับไม่ถ้วนเติมเต็มครรลองสายตาของเขาอย่างไม่สิ้นสุด ตัวเลขที่ประเมินค่าไม่ได้เหล่านี้หลั่งไหลลงมาดั่งจะทำให้เขาจมดิ่ง ทว่าความสุขกลับเอ่อล้นขึ้นในใจของเขา มานาหลั่งไหลอยู่ระหว่างไซแนปส์ในสมอง
ฉันกำลังจัดการกับสภาพคล่องมหาศาลเช่นนี้ ฉันกำลังกำหนดทิศทางของตัวเลขตามความต้องการของตนเอง
ข้อเท็จจริงนั้นเอง─ คือความดื่มด่ำและความปีติยินดีที่ไม่อาจบรรยายได้
ตอนนี้ดีเทอร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน
และชื่อของความฝันนั้นก็คือ แม็กซิมิเลียน
***
ในขณะที่ลมที่พัดมาจากทางใต้เริ่มจะอุ่นขึ้น ใครบางคนก็ได้รายงานเรื่องของผมต่อศาลของจักรวรรดิ ข้อหาคือผมได้สร้างเงินลับมหาศาลที่โรงงานผลิตอาวุธ ‘อาเทอร์นัม (Aternum)’ และยักย้ายเงินเหล่านั้นไปยังต่างประเทศ
“ต้องขออภัยที่รบกวนคุณ แต่ว่า...... นี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้”
กองตรวจสอบของจักรวรรดิมาเยี่ยมเยียนคฤหาสน์ของผมด้วยตนเอง มันคือราชโองการที่เรียกร้องไม่เพียงแต่คำอธิบายถึงที่มา การไหลเวียน และการใช้เงินทุนเท่านั้น แต่ยังต้องส่งบันทึกการจ่ายภาษีทั้งหมดจนถึงปัจจุบันด้วย
ใช่แล้ว มันเป็นคำสั่งที่ออกมา ‘โดยตรง’ จากองค์จักรพรรดิ
“อย่างแรก นี่คือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาเทอร์นัมครับ”
เนื่องจากผมรอเวลานี้อยู่แล้ว ผมจึงวางเอกสารที่เตรียมไว้เป็นปึกบนโต๊ะ
ผู้อำนวยการกองตรวจสอบชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับพวกมันไว้และแจ้งเรื่องอื่นต่อ
“คุณทราบไหมครับว่า ลัทซ์ โรเซน หัวหน้าแผนกตรวจสอบพิเศษของหน่วยงานในสังกัดโดยตรงของเรา หายตัวไป?”
“......หายตัวไปเหรอครับ?”
“ครับ ไม่ทราบร่องรอยมาหลายวันแล้ว”
ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรเลย มันต้องเป็นฝีมือของรอยเตอร์ที่ 2 แน่นอน
“งั้นเหรอครับ”
ความจริงแล้ว ผมจินตนาการถึงอะไรบางอย่างเช่นการพิจารณาคดี
สถานการณ์ที่ผมถูกต้อนให้จนมุมด้วยข้อหายักยอกเงินและสร้างเงินลับ โดยมีลัทซ์ที่มีสีหน้ามีชัย และรอยเตอร์ที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความโกรธแค้น จากนั้นผมก็จะยื่นหลักฐานเหล่านี้และพลิกสถานการณ์ในคราวเดียว......
ดูเหมือนว่าผมจะยังไม่เข้าใจการทำงานของวังหลวงอย่างถ่องแท้
“นั่นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับ”
“.......”
ผู้อำนวยการมองผมด้วยสายตาสงสัย แต่รอยเตอร์คงไม่ได้จัดการเรื่องนี้อย่างสะอาดหมดจดนักหรอก หน่วยงานในสังกัดโดยตรงคงจะระบุตัวรอยเตอร์ในฐานะผู้ต้องสงสัยในไม่ช้า
ผมชี้ไปที่สมุดบัญชี
“อย่างที่คุณเห็น ไม่มีการยักยอกเงินเกิดขึ้น ทรัพย์สินส่วนตัวของผมเพียงแค่ผ่านบริษัทและถูกจัดการในรูปแบบของพันธบัตรผู้ถือ (Bearer bonds)”
ผู้อำนวยการตรวจสอบสมุดบัญชีอย่างละเอียด
เงินทุนมาจากบัญชีส่วนตัวของผม และถูกเปลี่ยนเป็นพันธบัตรผ่านขั้นตอนที่ถูกกฎหมาย
“อืม...... แต่มีเหตุผลอะไรที่คุณต้องลำบากเปลี่ยนพวกมันเป็นพันธบัตรผู้ถือด้วยวิธีที่ยุ่งยากแบบนี้ล่ะครับ?”
“.......”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่
“ในวังหลวงมีหลายคนที่ให้ความสำคัญกับหน้าตามาก ผมก็แค่จัดการเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ให้คนพวกนั้น ถ้าผมยื่นเงินสดให้โดยตรง ศักดิ์ศรีของผู้รับก็จะเสียหาย และมันก็ดูไม่ดีสำหรับผมด้วย...... ผมก็เลยแค่หยิบยืมรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาใช้เท่านั้นเอง”
การหีบห่อมันในฐานะค่าตอบแทน ไม่ใช่สินบน
หัวหน้าแผนกดูเหมือนจะได้รับคำใบ้เกี่ยวกับตัวการจากคำพูดของผม และสายตาของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย
“นอกจากนี้”
เป๊าะ. ผมดีดนิ้ว คนรับใช้นำปึกเอกสารที่ถูกเก็บรักษาไว้จนถึงตอนนี้เข้ามา
“นี่คือบันทึกการยื่นภาษีครับ”
ดวงตาของผู้อำนวยการและลูกน้องเบิกกว้าง
“นั่นมันปริมาณมหาศาลเลยนะครับ”
“ครับ ในเมื่อผมไม่เคยเลี่ยงภาษีเลยแม้แต่นิดเดียว มันก็เลยต้องเยอะขนาดนี้แหละครับ”
นั่นคือเรื่องจริง แม้ว่าขุนนางจะมีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าสามัญชนตั้งแต่แรก แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะพยายามไม่จ่ายแม้แต่ส่วนนั้น ในขณะที่ผมเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะ ‘ภาษีการบริโภคพิเศษสำหรับมานาสโตน’ และ ‘ภาษีการทำเหมือง’ ซึ่งขุนนางที่เป็นเจ้าของเหมืองมานาสโตนมักจะหลบเลี่ยงเป็นประจำ ผมกลับจ่ายมันอย่างครบถ้วนและแม่นยำ
“......คุณดูมั่นใจจังเลยนะครับ”
“ถือซะว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเถอะครับ หากไม่มีข้อสงสัย ผมจะพิสูจน์ตัวเองได้ยังไง?”
ผมยิ้มอย่างสบายอารมณ์
“ผมแค่หวังว่าความจงรักภักดีที่ผมมีต่อจักรวรรดิจะส่งไปถึงฝ่าบาท”
เสียงหัวเราะอย่างแห้งแล้งปรากฏขึ้นที่มุมปากของผู้อำนวยการ
“ถ้าเป็นอย่างนั้น”
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างหยิบปึกเอกสารขึ้นมา
“เราจะตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจะนำมาคืนให้นะครับ”
“ครับ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ”
บุคลากรของหน่วยงานตรวจสอบจากไปอย่างรวดเร็วราวกับน้ำลด
ด้วยความรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด ผมเอามือสางผม
ฟิ้วววว.
สายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดอยู่เข้ามา
ตอนนี้เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว และอากาศก็ค่อยๆ อุ่นขึ้น
ฤดูใบไม้ผลิกำลังใกล้เข้ามา
“......ไม่สิ จริงจังเลยนะ พวกสวะขี้ขโมยนี่”
ผมหยิบจดหมายที่ส่งมาจากบริษัทหลักทรัพย์ในคานิลัน ส่วนใหญ่เป็นคำเตือนที่แฝงไปด้วยความห่วงใย แต่ผลที่ได้มันไม่ต่างจากการเยาะเย้ยเลยสักนิด
[ ประกาศการปรับระดับความเสี่ยงสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ ]
[ การแจ้งเตือนการเพิ่มข้อกำหนดมาร์จิ้น (Margin) และค่าธรรมเนียมเนื่องจากความผันผวนของตลาดที่ขยายตัว ]
[ คำขอฝากเงินมาร์จิ้นเพิ่มเติม ]
“มาร์จิ้นมันก็เกินพอแล้ว แต่พวกมรึงก็ยังบอกให้กูใส่เพิ่มอยู่นั่นแหละ”
พวกมันอ้างกฎระเบียบภายในของตัวเองตามอำเภอใจเพื่อเพิ่มระดับความเสี่ยง และใช้สิ่งนั้นเป็นข้ออ้างในการเรียกร้องมาร์จิ้นเพิ่มเติม พวกมันทำเรื่องน่าโมโหเพียงเพื่อขูดรีดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจนผมเริ่มจำชื่อบริษัทพวกนี้ได้ทีละแห่งแล้ว ยังไงซะ เมื่อฤดูใบไม้ผลิผ่านพ้นไป ผมวางแผนจะฆ่าพวกมันให้หมด
“อดทนไว้.......”
วันนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว และผมก็หยิบคำเชิญที่ส่งมาจากบริษัทหนึ่งเป็นพิเศษ
[ การประชุมสุดยอดเทคโนโลยีคานิลัน (Canilan Tech Summit): การสาธิตเทคโนโลยีแลนด์โปรโตคอล (Land Protocol) ]
เทคโนโลยีการสร้างทวีปเทียม ความฝันอันเลื่อนลอยที่สัญญาถึงความรุ่งเรืองชั่วนิรันดร์ของคานิลัน
ผมตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะไปชมการสาธิตเทคโนโลยีนี้
พวกมันจะแสดงโชว์เวทมนตร์ที่ตระการตา แล้วหลังจากนั้นก็จะพังพินาศอย่างย่อยยับ การประเมินตัวแปรต่ำไป การคำนวณมานาที่ประมาทเลินเล่อ และยิ่งไปกว่านั้น ราคาที่พวกมันต้องจ่ายจากการละเลยพลังของธรรมชาติ
ผมเตรียมการชอร์ต (Short position) ต่อบริษัทนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“......อนาคตจะไม่เปลี่ยนไปใช่ไหมนะ”
ความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นกะทันหันแล่นผ่านผมไป ความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือนจากการแทรกแซงของผม เป็นสิ่งที่พูดตามตรงว่าแม้แต่ผมเองก็ยังกลัว
อย่างไรก็ตาม ตามหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจที่ผมได้อ่านอย่างแน่นอนก่อนจะย้อนเวลากลับมา
“ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา”
เมื่องานเลี้ยงเลิกรา ใบแจ้งหนี้ก็ต้องถูกชำระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตอนนี้ช่วงเวลาแห่งการสะสางเพิ่งจะมาถึง และมันก็น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก
เพราะผมคือผู้ที่ทำหน้าที่ ‘เรียกเก็บ’ ใบแจ้งหนี้นั้นเอง
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.