Chapter 1323
1323 / 1340
7 min read
Chapter 1323, Second-hand Enlightenment
Published Apr 8, 2026, 02:41 PM
**บทที่ 1323: บรรลุธรรมมือสอง**
ผู้เขียน: StarReader
พิสูจน์อักษร: Silavin
คุนเผิงกวาดสายตามองไปรอบด้าน เห็นเหล่าผู้อาวุโส ราชันกระบี่ และแม้กระทั่งหญิงสาวหลายคน ต่างนั่งขัดสมาธิด้วยความหวังอันแรงกล้าที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลผ่านปรากฏการณ์อันเหลือเชื่อในครั้งนี้ มันเป็นเรื่องบ้าคลั่งนัก ปรากฏการณ์ที่ปกติแล้วกว่าจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งต้องรอนานนับกาลมหากัปป์ บัดนี้กลับอุบัติขึ้นราวกับดอกเห็ดทุกๆ สองสามเดือน
“นางคือคนของเรา สตรีผู้ยึดมั่นในวิถีธรรมผู้นั้น” ซีอ๋าวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “แต่ครั้งนี้เกรงว่าจะเกินกำลังที่เราจะช่วยปกปิดกลิ่นอายของนางจากสายตาของราชันสวรรค์ได้ เราทั้งห้าคนจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างสุดกำลัง ข้ายังนึกไม่ออกเลยว่าเหตุใดปรากฏการณ์ของนางถึงได้รุนแรงกว่าตอนที่ศิษย์ของมังกรเฒ่าก้าวหน้าขึ้นจนถึงขีดสุดเสียอีก”
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้านั้นเป็นเพียงไม่กี่ตนที่ไม่ถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงแห่งแสงสีรุ้ง เพราะพวกมันมิใช่มนุษย์และขุมพลังของพวกมันถือกำเนิดขึ้นจากความโกลาหลตั้งแต่ยุคก่อกำเนิดโลก
ร่างทั้งห้าพุ่งผ่านฝูงชนจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์แห่งการบำเพ็ญเพียร ก่อนจะมาถึงยังห้องของมู่หรงเสวี่ย พวกมันสัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่กำลังแผ่ซ่านออกมา ซึ่งแตกต่างจากตอนของเหลยอวี่ถิงและเยี่ยเลี่ยโดยสิ้นเชิง
ปรากฏการณ์ทั้งสองครั้งก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นจากความช่วยเหลือของจั๋วฟาน ได้ช่วยให้ยอดฝีมือแห่งตระกูลลั่วเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและก้าวไปไกลกว่าใครในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกบีบคั้นด้วยความอยู่รอดจากการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากจะมีบางคนก้าวขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับจั๋วฟานได้ คำถามเดียวที่มีคือ... ใครกัน?
มันเป็นเรื่องสะเทือนขวัญแก่ทุกคนเมื่อพบว่าเยี่ยเลี่ยคือคนแรกที่บรรลุวิถีของตนเอง ไม่ใช่ตานชิงเสิน วิถีของเขาคือวิถีแห่งอัคคีเพลิง แม้เขาจะเป็นศิษย์ของบรรพชนมังกรทำลายล้างที่แม้กระทั่งถ่ายทอดสายเลือดให้เขาก็ตาม
แต่ในเรื่องของปัญญาและการตรัสรู้ไม่มีการแบ่งแยก มันพร้อมมอบให้แก่ทุกคน ทุกชีวิต ตราบเท่าที่พวกเขาเป็นมนุษย์และเปิดใจยอมรับการเปิดเผยจากฟากฟ้า
เยี่ยเลี่ยค้นพบว่าเปลวเพลิงนั้นเป็นพลังธาตุที่สะกดจินตนาการของมนุษย์มาแต่บรรพกาล มันไม่ใช่แค่เครื่องมือธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์อันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามเพียงรูปลักษณ์ทางกายภาพ ในการเต้นระบำของเปลวเพลิงนั้น เราได้พบกับอุปมานิทัศน์แห่งธรรมชาติอันหยั่งรากลึกของชีวิต – ทั้งการสร้างสรรค์และการทำลายล้าง, ความอบอุ่นและภัยพิบัติ, ชีวิตและความตาย
เปลวเพลิงก้าวข้ามผ่านความเป็นวัตถุ กลายเป็นสัญลักษณ์อันลึกซึ้งที่ชักชวนให้ผู้คนไตร่ตรองถึงโครงข่ายที่ซับซ้อนของสรรพสิ่ง จากการใช้งานในระดับพื้นฐานไปจนถึงความหมายอันลึกซึ้งในตำนานทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ไฟทำหน้าที่เป็นปริซึมหลายเหลี่ยมมุมที่ผู้คนสามารถสำรวจความซับซ้อนของชีวิต ศีลธรรม และที่ทางของตนในโลกใบนี้ เมื่อเพ่งมองเข้าไปในแก่นแท้ของมัน สิ่งที่พบไม่ใช่เพียงความอบอุ่นและแสงสว่าง แต่คือเงาสะท้อนของจิตวิญญาณมนุษย์ที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในห้วงแห่งการดำรงอยู่อันกว้างใหญ่ไพศาล
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างกระหายใคร่รู้ถึงประสบการณ์ของเยี่ยเลี่ย หวังว่ามันจะช่วยให้พวกเขาข้ามผ่านขีดจำกัดสุดท้ายและกลายเป็นราชันได้เช่นกัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้วิถีของตนสมบูรณ์ขึ้น แต่ความจริงนั้นช่างโหดร้าย เพราะความเข้าใจแจ้งของคนหนึ่งคน ไม่เคยสามารถส่งต่อหรืออธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ มนุษย์แต่ละคนมีปริซึมแห่งความเชื่อ แนวคิด ความต้องการ และความปรารถนาที่แตกต่างกัน ซึ่งมันจะบิดเบือนทุกสิ่งที่มองเห็น ได้ยิน หรือคิด
ถึงกระนั้น สิ่งนี้ก็ไม่ได้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสย่อท้อ ในเมื่อเยี่ยเลี่ยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปได้ที่ใครก็ตามจะบรรลุสู่ขั้นราชัน ตระกูลลั่วจึงทุ่มเทฝึกฝน บ่มเพาะ และศึกษาอย่างหนัก พวกเขาจดจ่ออยู่กับการไปให้ถึงระดับพลังที่สูงสุด หากไม่ใช่เพื่อตัวเอง ก็เพื่อความอยู่รอดของส่วนรวม
การเตรียมพร้อมนั้นสัมฤทธิ์ผลในอีกหนึ่งเดือนครึ่งต่อมา เมื่อปรากฏการณ์แสงสีรุ้งครั้งถัดไปอุบัติขึ้น และราชันคนใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นก็คือหนึ่งในสตรีของจั๋วฟาน... เหลยอวี่ถิง
นางเคยเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาหญิงสาวทุกคน เพราะนางต้องทุ่มเทเวลาให้กับการรวบรวมข่าวสาร นำกลุ่มหน่วยสอดแนม และคอยดูแลจั๋วฟาน แต่ทว่าเมื่อปรากฏการณ์แสงสีรุ้งเกิดขึ้น มันได้ช่วยยกระดับพลังฝึกตนของนางจนถึงขีดสุดแห่งขั้นเซียนในการปรากฏตัวครั้งแรก และเหตุการณ์ต่อๆ มา รวมถึงของเยี่ยเลี่ย ก็ช่วยขัดเกลาความรู้และแนวคิดของนางในวิถีแห่งความมืดให้มั่นคง
“ในอ้อมกอดอันนุ่มนวลของความมืดมิด ห้วงมิติอันลึกลับก็ปรากฏขึ้น มันถูกปกคลุมไปด้วยความพิศวง และอัดแน่นไปด้วยพลังอันเร้นลับที่ก้าวข้ามผ่านเพียงความไร้ซึ่งแสงสว่าง ความมืดมิดในแก่นแท้แห่งจิตวิญญาณได้กลายเป็นผืนผ้าใบที่ซึ่งสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็น สิ่งที่เป็นนามธรรม และสิ่งที่เป็นปริศนา ได้แต่งแต้มเรื่องราวอันเงียบงันของพวกมัน”
“ณ ใจกลางของความมืดมิดอันลึกลับนี้ คือการเต้นระบำเงาที่อยู่ระหว่างการปกปิดและการเปิดเผย มันอยู่ไกลเกินกว่าจะเป็นเพียงการไร้ซึ่งแสงสว่าง แต่มันคือผ้าคลุมแห่งจักรวาลที่ห่อหุ้มความลับของเอกภพไว้ ปิดบังความลับที่รอดพ้นจากการหยั่งรู้ของผู้ที่ยังมิได้ถูกชำระล้าง ในห้วงแห่งรัตติกาลอันลึกลับ สิ่งธรรมดาสามัญถูกแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งวิเศษ และสิ่งปกติทั่วไปต่างถูกสัมผัสด้วยมือแห่งวิชาเร้นลับ”
นั่นคือวาจาของนางเมื่อปรากฏการณ์ของนางมาถึง ซึ่งไม่ว่าจะหมายความว่าอย่างไรก็ตาม ตระกูลลั่วนั้นมองว่าคำอธิบายของนางนั้นยิ่งเข้าใจยากกว่าของเยี่ยเลี่ยเสียอีก แต่กระนั้น เพียงแค่การสาธิตสั้นๆ ของนางที่พรากการรับรู้ทุกอย่างของผู้คนไปจากโลกภายนอก จนตกอยู่ในความมืดมิดชั่วนิรันดร์ ก็ทำให้ความไม่พอใจทั้งมวลของคนเหล่านั้นมลายหายไปสิ้น
เหล่าหญิงสาวคนอื่นๆ ต่างตื่นเต้นยินดีที่หนึ่งในพี่น้องของพวกนางแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถช่วยเหลือจั๋วฟานในศึกตัดสินครั้งสุดท้ายที่กำลังจะมาถึงได้อย่างแท้จริง
และในวันนี้ ถึงคราวของมู่หรงเสวี่ย ทุกคนคาดหวังว่ามันจะเกี่ยวข้องกับอัคคีเพลิงเช่นกัน เพราะนางฝึกฝนวิชากระบี่ทำลายล้างเช่นเดียวกับพี่ชายของนาง แต่ทุกคนกลับต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าแนวโน้มของนางเอนเอียงไปทางความเที่ยงธรรม... ความเที่ยงธรรมที่เป็นของจริง ไม่ใช่ความเสแสร้งจอมปลอมที่สำนักฝ่ายธรรมะชอบเทศนาในดินแดนมนุษย์เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
จั๋วฟานได้ช่วยเหลือพวกนางอย่างมหาศาลเมื่อครั้งที่นางร่วมเดินทางไปกับเขาเมื่อหลายปีก่อน มันช่วยให้นางได้เห็นว่าการทำความดีนั้นมีความหมายมากกว่าแค่สิ่งที่เห็น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนทางสู่ขุมนรกมักปูด้วยเจตนาดี’ นางเพิ่งจะตระหนักว่าคำกล่าวนี้เป็นจริงเพียงใดก็เมื่อได้อยู่เคียงข้างเขา
หลังจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าได้ตรากตรำช่วยกันกักเก็บกลิ่นอายของนางไว้หลังม่านพลัง มู่หรงเสวี่ยก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันความเชื่อที่เปลี่ยนไปของนางเกี่ยวกับความหมายของการทำความดีให้แก่พวกเขารับฟัง
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.