ตอนที่ 1682
1683 / 2060
อ่าน 12 นาที
Chapter 1682
เผยแพร่เมื่อ 5 เม.ย. 2569 07:45
บทที่ 1682
“หนึ่งปักษ์ในขุมนรก เทียบเท่าสิบห้าปีบนพื้นพิภพเชียวหรือ?”
มันเป็นเพียงคำพูดติดตลกครึ่งหนึ่ง เป็นความพยายามของบาอัลที่จะทำความเข้าใจต่อการพัฒนาอันก้าวกระโดดของกริด
แน่นอนว่า บาอัลในปัจจุบันยังห่างไกลจากความสมบูรณ์ ผู้สืบทอดบัลลังก์ยาธาน—อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาหลังจากมันได้สูญเสียพลังงานมหาศาลไปกับการทดลองสร้างเทพอสูรตนใหม่ ด้วยจิตใจอันแหลกสลาย ภาพลักษณ์ทางจิตของมันจึงคลายความเข้มข้น สภาพของมันย่ำแย่ พลังเวทอ่อนด้อย ความรู้สึกชาและทื่อด้านไปหมด
ถึงกระนั้น บาอัลยังคงเป็นหนึ่งในตัวตนสมบูรณ์ มันอยู่ในจุดที่ไม่ควรต้องเผชิญความสูญเสียอย่างราบคาบถึงสองครั้งซ้อน แต่ทว่า บาอัลกลับเพลี่ยงพล้ำ นั่นหมายความว่ากริดได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว
‘นี่เองคือเหตุผลที่ความล้มเหลวเมื่อหนึ่งปักษ์ก่อน มันถึงได้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงถึงเพียงนี้’
มันเป็นความล้มเหลว ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
การร่วมมือระหว่างกริดและบันเฮเลียร์—บาอัลเพียงตายไปหนึ่งครั้งด้วยน้ำมือของ ‘เทพวิปลาสและมังกรวิปลาส’ ผู้ซึ่งบรรลุถึงระดับตัวตนสมบูรณ์ มันสามารถต่อสู้ให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นได้อีกนับพันครั้งกระทั่งได้ผลลัพธ์เดียวกัน ทว่า มหากาพย์ของกริดกลับพิพากษาให้ความตายของมันเป็น ‘ความพ่ายแพ้’ มันเป็นเรื่องไร้สาระโดยแท้ เป็นความพ่ายแพ้ที่บาอัลมิอาจยอมรับได้ ด้วยเหตุนี้ มันจึงบัญญัติเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงความล้มเหลว
‘น่าเสียดายที่สถานะของข้าต้องมาด่างพร้อยในครานั้น’
แล้วเหตุใดจึงมานึกเสียดายเอาป่านนี้? แน่นอนว่า… เป็นเพราะกริด อัตราการเติบโตของเจ้าหมอนั่นมันเกินกว่าจะคาดการณ์ได้ มันรวดเร็วกว่าทุกย่างก้าวในการพัฒนาที่ผ่านมาของมันอย่างมิอาจเทียบ จนเกือบจะกลายเป็นภัยคุกคามโดยสมบูรณ์
“โว้ว”
ดาบเทวะของกริดราวกับถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่ออโมแร็คตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นการผสมผสานอันยอดเยี่ยมกับขุมนรกสีขาวบริสุทธิ์อันเกิดจากโลกทางจิตอันแปลกประหลาดของอโมแร็ค ทุกคราที่ขยับเคลื่อน มันพร่าเลือนและลบเลือนตัวตนให้หายไป
“พวกเจ้าสองคนช่างดูคล้ายคลึงกัน”
บาอัลใช้ดาบอสูรราวกับเป็นประสาทสัมผัสเทียมของกริด อาศัยปฏิกิริยาของพลังอสูรทมิฬที่ห่อหุ้มดาบ มันอ่านและตอบสนองต่อการมาถึงของ ‘สนธยา’
“พวกเจ้าทั้งคู่ไม่รู้จักความละอาย” รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าของบาอัล ขณะที่มันเริ่มหลบเลี่ยงเพลงดาบของกริดได้อย่างง่ายดายในที่สุด “ปิศาจที่พยายามประจบสอพลอเทพ และเทพที่หลอกลวงเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้โง่เขลา ช่างเหมาะสมกันดี”
“เห็นได้ชัดว่าเจ้ากำลังกระวนกระวายใจ ถึงได้ลดตัวลงมาโจมตีเรื่องส่วนตัว” กริดเอ่ยปากขึ้น จุดประสงค์คือเพื่อซื้อเวลา ทุกครั้งที่ดาบอสูรของบาอัลปะทะ พลังอสูรทมิฬสีดำจะแผ่กระจายและเข้าครอบงำอาณาบริเวณ พลังเทวะที่แผ่ขยายจากสนธยากลับยิ่งทวีความลึกล้ำ ประสิทธิภาพของการจู่โจมโดยไม่ให้รู้ตัวนั้นย่ำแย่ยิ่ง บาอัลสามารถอ่านมันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
กริดจึงเปลี่ยนไปใช้ท่วงท่าตั้งรับ เพื่อฉวยประโยชน์จากพลังโจมตีที่เพิ่มทวี
แล้วบาอัลก็เอ่ยถาม “เฮ็กเซเทียเป็นอย่างไรบ้าง?”
“……?”
“ข้ายังคงจดจำได้อย่างชัดเจน ถึงใบหน้าของคนผู้นั้นที่มาร้องขอให้ข้าช่วยลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์แก่แพ็กม่า ภาพลักษณ์ของเทพเจ้าผู้อิจฉาริษยามนุษย์เดินดิน และถ่อมาถึงขุมนรกเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ช่างน่าเกลียดน่าชังจนแทบอาเจียน”
นี่คือเบื้องหลังของมหาสงครามระหว่างมนุษย์และปิศาจครั้งก่อน สีหน้าของบาอัลเปี่ยมสุขขณะหวนรำลึกถึงช่วงเวลานั้น “เจ้าควรรู้ไว้ เหตุผลที่เฮ็กเซเทียมอบดาบเล่มนั้นให้เจ้าเป็นของขวัญ ก็เพื่อลบล้างอดีตอันน่าเกลียดของมัน ไม่ใช่เพื่อเจ้า หากเจ้ายังไว้ใจมัน สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน ผู้ที่เคยอิจฉามนุษย์เพียงคนเดียว ย่อมต้องอิจฉาเจ้าได้เช่นกัน”
“ของขวัญ? นี่น่ะหรือ?” กริดถามพลางชี้ไปที่ดาบสนธยา และบาอัลก็ยักไหล่
แล้วมันคืออะไรเล่า? บาอัลดูจะเชื่อสนิทใจว่านี่คือผลงานของเฮ็กเซเทีย ก็ช่วยไม่ได้ บาอัลไม่สามารถหยั่งรู้สถานการณ์ในแอสการ์ดได้ตลอดเวลา ต่อให้รู้ว่าเฮ็กเซเทียถูกจองจำ ทันทีที่ได้เห็นดาบสนธยา มันย่อมเข้าใจผิดไปว่าเทพช่างตีเหล็กถูกปลดปล่อยแล้ว นั่นเพราะดาบสนธยาคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ ถึงขนาดที่ใครเห็นก็ต้องเชื่อโดยดุษฎีว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยเทพแห่งการตีเหล็ก
“ข้าสร้างมันขึ้นมาเอง”
“...คุฮะฮะฮ่า!” ในที่สุดบาอัลก็ระเบิดหัวเราะออกมา ดวงตาของมันซึ่งเป็นสีดำสนิทไร้ตาขาว เริ่มเปล่งประกายหลากสีสัน
อือออ…
เสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดดังตามมา ก่อนที่ใครจะทันรู้ตัว วิญญาณของแพ็กม่าก็ปรากฏอยู่ในเงื้อมมือของมันแล้ว
“ข้ามีดวงตาเลิศล้ำของแพ็กม่าอยู่กับตัว เจ้ากำลังโป้ปดทั้งที่มันเป็นความจริงอันประจักษ์ว่าเจ้าไม่สามารถสร้างดาบเล่มนั้นด้วยทักษะของเจ้าได้งั้นรึ? เจ้าช่างมีความนับถือในตัวเองต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียนี่กระไร สักวันหนึ่ง เจ้าคงไปถึงจุดเดียวกับเฮ็กเซเทีย และต้องมาอิจฉามนุษย์ มันช่างเหมาะเจาะนักที่จะกล่าวว่าพวกเจ้าทั้งสองช่างเข้ากันได้ดี”
“ก็แล้วแต่จะคิด”
จำเป็นด้วยหรือที่ต้องเสียเวลาอธิบายรายละเอียดว่าเขาเป็นผู้วางแผนและสร้างมันขึ้นมาร่วมกับครอเกล? กริดเพียงแค่นเสียงเย็นชาพลางปรับลมหายใจให้คงที่ พร้อมกับอ่านสัญญาณจากเนเฟลิน่า ซึ่งยืนเคียงข้างยูร่าอยู่ห่างออกไป
ย้อนกลับไปเมื่อครู่ ตอนที่บาอัลซึ่งหลอมรวมกับอสุราบุกเข้ามา ยูร่าได้เพิกเฉยต่อเสียงร่ำร้องให้หลบหนีของอโมแร็ค เธอยืนหยัดมั่นคงโดยไม่ใช้ ‘ก้าวนรก’ อย่างสูญเปล่า ด้วยเหตุนี้เอง เส้นทางล่าถอยของกริดจึงยังคงเปิดกว้าง เนเฟลิน่ากำลังเตรียมพร้อมที่จะร่วมมือกับกริดได้ทุกเมื่อ
‘ต้องคิดว่านี่เป็นโอกาสเพียงครั้งเดียว’
บาอัลสามารถใช้ได้ทั้งเพลงดาบของแพ็กม่าและเพลงดาบราชันย์ผู้ไม่แพ้ เฉกเช่นเดียวกับกริด มันครอบครองทั้งเพลงดาบที่ใช้บดขยี้ทักษะและเพลงดาบที่ใช้ในการสวนกลับ แม้แต่เพลงดาบหลอมรวมหกชนิดก็อาจถูกสกัดกั้นได้หากจังหวะการใช้นั้นผิดพลาด
‘ก่อนอื่น... ต้องทำให้รอบข้างสว่างขึ้นอีกครั้ง’
ในปัจจุบัน อาณาบริเวณโดยรอบถูกย้อมเป็นสีดำสนิทด้วยพลังอสูรของบาอัล ดาบสนธยาสูญเสียอัตราความแม่นยำไปอย่างมาก แต่ในทางกลับกัน พลังโจมตีกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บาอัลสามารถตอบสนองได้ทุกจังหวะการเหวี่ยง เขาจำเป็นต้องจุดประกายแสงสว่างให้กลับคืนมาอีกครั้ง การโจมตีที่บาอัลจะรับรู้ได้ช้าไปหนึ่งก้าว คือโอกาสเดียวสู่ชัยชนะ เพราะในยามนี้ ไม่มีบันเฮเลียร์คอยเบี่ยงเบนความสนใจของบาอัลอีกต่อไป อีกทั้งยังไม่อาจคาดหวังความร่วมมือใดๆ จากอโมแร็ค กริดยังไม่ไว้ใจนาง และเหนือสิ่งอื่นใด สตรีที่ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนจะช่วยเหลือได้อย่างไรกัน?
“บุปผา”
กริดสถาปนาแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโลหะขึ้น พร้อมกับโปรยปรายกลีบดอกไม้จากพลังดาบ ภายใต้อิทธิพลของดาบสนธยา อานุภาพของแต่ละกลีบบุปผา ซึ่งส่องประกายเรืองรองดุจแสงอัสดงนั้น ทรงพลังอย่างมิอาจเทียบกับครั้งก่อน มันอยู่ในระดับที่ทำให้อากาศสั่นสะท้าน และอาจกล่าวได้ว่าทุกกลีบคืองศาสตราวุธที่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างถึงชีวิต
แน่นอน มันยังไม่ถึงระดับที่จะคุกคามบาอัลได้ บาอัลไม่แม้แต่จะใส่ใจหลบหลีกกลีบบุปผาที่โบยบิน มันทะลวงฝ่าเข้ามาอย่างไม่ลังเลเพื่อลดระยะห่างจากกริด มันตัดสินใจว่า การลากกริดให้จมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ลึกล้ำยิ่งกว่า คือทางเลือกที่ดีที่สุด
เป็นไปตามที่กริดคาดไว้ กริดในปัจจุบันกำลังถือดาบคู่ นอกจากดาบสนธยา เขายังถือดาบซึ่งเป็นผลจากการหลอมรวม ‘ดาบกูเจล’ และ ‘เขาครันเบล’ ดาบทั้งสองเล่มมีผลกระทบที่เหมือนกัน นั่นคือผลของ ‘โอกาสสูงที่จะลบล้างทักษะป้องกัน, เวทมนตร์, และพลังอำนาจของเป้าหมาย’ ทุกครั้งที่การโจมตีสัมผัสถูก
พลังอสูรเป็นพลังอำนาจชนิดหนึ่ง มันคือพลังที่เหล่าปิศาจครอบครอง หาใช่พลังโดยกำเนิดของบาอัลไม่ ดังนั้น มันจึงถูกนับเป็นเป้าหมายที่จะถูกลบล้างเช่นกัน
“……!”
ดวงตาของบาอัลเบิกโพลง ขณะที่มันกำลังลดระยะห่างเข้าหากริดอย่างต่อเนื่อง กลีบบุปผาที่ระเบิดออกทันทีที่สัมผัสผิวกายของมัน ได้ปัดเป่าความมืดมิดโดยรอบให้สลายไป ชั่วพริบตา พลังอสูรที่แผ่ออกจากร่างกลับพร่าเลือนจนแม้แต่รูปลักษณ์ของดาบอสูรก็พลอยเลือนรางไปด้วย ในความเป็นจริง พลังของดาบอสูรไม่ได้อ่อนแอลง ดาบของมันนั้นมีพื้นฐานมาจากภาพลักษณ์ทางจิต พลังอสูรเป็นเพียงแนวคิดเสริมเท่านั้น ปัญหาคือ... ความมืดมิดได้ถูกปัดเป่าไปแล้ว
บาอัลสัมผัสได้ถึงวิกฤตการณ์และรีดเค้นพลังของตนขึ้น มันใช้เพลงดาบราชันย์ผู้ไม่แพ้ทั้งที่ยังไม่สามารถรักษาระยะห่างได้มากพอ มันปลดปล่อยประสาทสัมผัสแห่งตัวตนสมบูรณ์ออก
ทั่วทั้งอาณาบริเวณพลันเข้าสู่สภาวะสุญญากาศ ในโลกที่ราวกับหยุดนิ่ง มีเพียงดาบของบาอัลที่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
กริดรู้สึกราวกับร่างกายกำลังจมดิ่ง มันให้ความรู้สึกราวกับกำลังสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายชุ่มน้ำนับร้อยตัว มืออันหนักอึ้งของเขาราวกับถูกถ่วงจนไม่อาจขยับ ไม่สิ มันกำลังขยับอย่างไม่ต้องสงสัย... แต่เชื่องช้ายิ่งนัก ในทางตรงกันข้าม เขากลับทำได้เพียงจ้องมองดาบของบาอัลที่พุ่งวาบเข้ามา
‘ข้าควรจะใช้ผลของ ‘อัศวินมังกร’ ตั้งแต่แรก’
ในโลกที่แม้แต่สรรพเสียงยังต้องเงียบงัน ก่อนที่ลำคอจะถูกคมดาบของบาอัลซึ่งพุ่งเข้ามาประดุจสายฟ้าฟาดฟัน—
ขณะที่กริดกำลังตำหนิความผิดพลาดของตนเอง ความรู้สึกราวกับเสื้อคลุมผ้าฝ้ายนับร้อยที่พันธนาการร่างกายก็ถูกฉีกกระชากออกไป ในเวลาเดียวกันกับที่ฝ่าเท้าของเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
[ท่านได้ขึ้นขี่มังกรเหนือสามัญสำนึก, เนเฟลิน่า]
[ผลของฉายาหนึ่งเดียวในโลก, ‘อัศวินมังกร’, ถูกเปิดใช้งาน]
[ค่าสถานะทั้งหมดของท่านเพิ่มขึ้นสามเท่า และสถานะของท่านก็สูงขึ้น]
“……!”
“……!”
กริดตกตะลึง ขณะที่เนเฟลิน่ากลับหวาดผวา ยูร่าได้ใช้ทักษะก้าวนรกทันทีที่บาอัลพยายามจะเข้าใกล้กริด เป็นผลให้เนเฟลิน่าเคลื่อนย้ายมาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของกริดพอดี เธอมองบาอัลที่อยู่เบื้องหน้าอย่างตัวแข็งทื่อ ในขณะที่กริดกลับยิ้ม ในตอนนี้ เขาคือตัวตนสมบูรณ์อย่างแท้จริง
ดาบอสูรของบาอัลฟันเข้าที่ต้นคอของกริด เบื้องแรก มันสัมผัสกับปกเสื้อของวัลฮัลล่า ก่อนจะลื่นไถลไปตามรอยบากและสูญเสียพลังไปส่วนหนึ่ง หลังจากนั้น มันก็ถูกสกัดโดยเศียรของครันเบล เพียงเท่านี้ก็ทำให้กริดเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส สมองทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนราวกับมีสายฟ้าสีขาวระเบิดอยู่ตรงหน้า พลังชีวิตของเขาราวครึ่งหนึ่งถูกพัดหายไปในคราวเดียว แต่มันก็เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงความตายในทันทีจากการถูกตัดศีรษะ
“อะไรกัน?”
ถูกฟันคอแล้วยังไม่เป็นไรงั้นรึ?
การมองเห็นด้านหนึ่งของบาอัลที่ประหลาดใจอย่างยิ่งบิดเบี้ยวไป มันเป็นผลพวงจากดาบสนธยาที่บดขยี้บรรยากาศหลังจากเปิดเผยตัวตนอย่างไม่คาดคิด เพลงดาบหลอมรวมหกชนิดเริ่มกระหน่ำเข้าใส่บาอัล
“คุคุคุ...!” บาอัลตอบสนองด้วยเสียงหัวเราะ มันฟื้นฟูแขนขาที่ถูกตัดขาดในทันทีและเหวี่ยงดาบอสูรของมัน มันคว้าข้อมือของกริดแล้วกดลงราวกับจะจับให้เข้าที่ แต่ทว่ามันไม่สามารถเอาชนะกริดได้เมื่อกริดใช้พลังของซาเลออสชั่วครู่ และผลก็คือเสมอกัน แน่นอนว่าพลังของซาเลออสใช้ได้เพียงครั้งเดียว
ในที่สุดข้อมือของกริดก็ถูกบาอัลคว้าจับไว้ได้ เพลงดาบหลอมรวมหกชนิดครั้งที่สองถูกยกเลิกกลางคัน ศีรษะของบาอัลพุ่งกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของกริด เป็นการโขกด้วยเขาแหลมคมสามอัน ปกติแล้วใบหน้าของเขาควรจะมีรู แต่กริดสวมหมวกและมงกุฎที่มองไม่เห็น เขาจึงมีเพียงเลือดกำเดาไหลเล็กน้อย
บาอัลมีสีหน้าฉงน “เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดรึ?”
“คนที่สัตว์ประหลาดคือเจ้าต่างหาก”
ร่างกายที่ฟื้นฟูได้ทันทีไม่ว่าจะถูกฟันหรือแทง แม้แต่พลังชีวิตของมันก็ใกล้เคียงกับอนันต์ ในทางกลับกัน ฝ่ายนี้มีเพียงชีวิตเดียว
กริดพยายามประคองสติที่หมุนคว้างและผ่อนลมหายใจออก ในจังหวะเดียวกับที่การมองเห็นของบาอัลพร่ามัว เขาก็ใช้เพลงดาบหลอมรวมหกชนิดครั้งที่สาม เป็นเพลงดาบที่เล็งไปยังจุดบอดในขอบเขตการมองเห็นโดยการฟันจากด้านล่าง มันคือ ‘ทะยานสังหารคลื่นขยี้สุดขั้ว’ ซึ่งแสดงความลงตัวกับดาบสนธยาได้ดีที่สุดในที่สว่าง และยังเป็นเพลงดาบหลอมรวมชนิดใหม่ที่ไม่มีอยู่ในข้อมูลของบาอัล
บาอัลถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของมันถูกผ่าออกเป็นสองท่อน
“เจ้า...!” ดวงตาของบาอัลแดงก่ำขณะที่เลือดไหลทะลักออกจากทั่วร่าง มันโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัดที่ต้องสูญเสียไปอีกหนึ่งชีวิต เป็นปฏิกิริยาที่น่าเหลือเชื่อสำหรับคนพูดพล่ามว่าอยากจะตาย คงเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี
“ยูร่า!” กริดตะโกนอย่างเร่งรีบขณะดึงเขาเล็กๆ ของเนเฟลิน่าเพื่อให้เธอหันหัว คูลดาวน์ทักษะของยูร่าในนรกนั้นสั้นมาก ทุกครั้งที่ใช้ทักษะอื่น คูลดาวน์ของทักษะที่ใช้ไปก่อนหน้าจะสั้นลงไปอีก เธอคอยสนับสนุนกริดโดยใช้ทักษะของเธอและเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว
ทักษะก้าวนรกถูกใช้ในเส้นทางการเคลื่อนที่ของกริด
“โอเวอร์เกียร์ก็อด!” บาอัลสร้างดาบอสูรที่แตกสลายในชั่วพริบตาแห่งความตายขึ้นมาใหม่และฟื้นฟูร่างกายของมัน จากนั้นมันก็ไล่ตามกริดไป ดาบอสูรของมันแทงเข้าที่หัวใจของกริดจากด้านหลัง แต่ก็ช้าไปหนึ่งก้าว กลุ่มของกริดได้ใช้ก้าวนรกและจากไปแล้ว
“......”
บาอัลเสียสมาธิไปชั่วครู่ และอโมแร็คก็ร่ายเวทมนตร์อย่างเงียบๆ จากนั้นความยาวของโซ่ที่พันธนาการเธอก็สั้นลงทันที ดึงเธอกลับเข้าไปในปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง ในทางกลับกัน...
[ระดับของคุณเพิ่มขึ้น]
[ระดับของคุณเพิ่มขึ้น]
[ระดับของคุณ...]
“เยี่ยม!”
หลังจากมาถึงปราสาทคริสตัลอย่างปลอดภัย กริดก็กอดคอยูร่าและเนเฟลิน่าแล้วโห่ร้องด้วยความดีใจ เขามีความคิดว่าตนเองได้จัดการกับเจ้าหมูในอวยได้อย่างสวยงาม
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




