ตอนที่ 473
473 / 2060
อ่าน 9 นาที
Chapter 473
เผยแพร่เมื่อ 3 เม.ย. 2569 19:17
**[แหวนแห่งความลี้ลับ]**
**ระดับ:** ตำนาน
**ความทนทาน:** 7/10
* ลดปริมาณทรัพยากรที่ต้องใช้ในการร่ายเวทมนตร์หรือทักษะลงกึ่งหนึ่ง
* อัตราการฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
*นี่คือโบราณวัตถุที่สรรค์สร้างขึ้นโดย ‘พอลด์’ มหาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่*
*ผลงานชิ้นเอกที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยความบังเอิญชิ้นนี้ มีอานุภาพอันน่าเหลือเชื่อที่สามารถเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์ทางความคิดทั้งปวง*
**เงื่อนไขการใช้งาน:** ไม่มี
“หืม... ยอดเยี่ยมไม่เบา พอลด์ทำผลงานได้ดีทีเดียวในช่วงปัจฉิมวัยของเขา”
ดวงวิญญาณของบราแฮมแสดงความสนใจออกมาอย่างพบน้อยครั้งนัก
“พอลด์งั้นหรือ?” เกริดเอ่ยถามบราแฮมด้วยความสงสัย
‘เจ้าไม่รู้จัก พอลด์ ผู้มีเมตตาชั่วนิรันดร์อย่างนั้นหรือ? นั่นคือสมญานามที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างขนานนามให้เขา’
“ถ้าผมรู้ ผมจะถามพี่ทำไมล่ะ”
‘...หืม... ก็นั่นสินะ จะไปโทษช่างตีเหล็กที่ไม่รู้ประวัติศาสตร์ของจอมเวทก็คงไม่ได้ พอลด์น่ะเป็นเด็กกำพร้าผู้น่าสงสาร เขาเกิดในยุคสมัยเดียวกับข้า แต่ตลอดชั่วชีวิตเขากลับไม่อาจก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้เลย... จะว่าไปเขาก็คือบุรุษผู้เผชิญกับโศกนาฏกรรม แม้จะมีผลงานที่โดดเด่นอยู่บ้าง แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับข้าแล้ว เขายังห่างชั้นอยู่อีกมาก’
“ผมเชื่อพี่อยู่แล้ว”
เกริดยอมโอนอ่อนให้กับการโอ้อวดตนเองอันเป็นเอกลักษณ์ของบราแฮม ก่อนจะเริ่มพิจารณาแหวนในมืออย่างละเอียด บนพื้นผิวด้านในของวงแหวนมีอักขระนิรนามสลักไว้อย่างประณีต หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงต้องทึ่งในความวิจิตรบรรจงนี้ แต่สำหรับเกริดผู้มีค่าความคล่องแคล่วสูงถึง 3,000 หน่วย เขากลับไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับงานฝีมือนี้นัก
“พลังของโบราณวัตถุชิ้นนี้มาจากอักขระเล็กๆ เหล่านี้สินะ?”
‘ถูกต้องแล้ว’
“นี่มันแจ็กพอตชัดๆ!”
ทรัพยากรที่ต้องสูญเสียไปในการใช้เวทมนตร์หรือทักษะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มานาเท่านั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของทักษะ บางครั้งมันอาจกลืนกินพลังชีวิตหรือความเหนื่อยล้า ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกนิยามว่าเป็น ‘ทรัพยากร’ รวมไปถึงเกจพิเศษอย่าง ‘จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้’ ของอาชีพสายต่อสู้บางประเภท จิตวิญญาณนี้จะสะสมขึ้นยามฟาดฟันและจะถูกเผาผลาญเมื่อปลดปล่อยทักษะขั้นไม้ตาย
“นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว...”
ไอเทมประเภทลดการใช้ทรัพยากรนั้นมีราคาสูงลิบลิ่วจนน่าตกใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นระดับท็อปอย่างเกริดที่ทักษะไม้ตายแต่ละอย่างล้วนผลาญทรัพยากรมหาศาล ไอเทมเช่นนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด แต่เหตุใดเขาถึงไม่เคยใช้มันมาก่อนล่ะ?
คำตอบนั้นเรียบง่าย... เพราะมันหายากเกินกว่าจะหามาครอบครองได้ ในอดีตเคยมีโบราณวัตถุที่ลดการใช้ทรัพยากรเพียง 20% ปรากฏในโรงประมูล และถูกขายไปในราคาสูงถึง 3,000 ล้านวอนโดยผู้เล่นนิรนาม ซึ่งในเวลาต่อมาเขากลายเป็นที่อิจฉาของเหล่าแรงเกอร์ทั่วโลก... เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าไอเทมประเภทนี้ทรงคุณค่าเพียงใด
‘แต่แหวนวงนี้...’
มันลดการใช้ทรัพยากรลงถึงกึ่งหนึ่ง! มิหนำซ้ำยังมีโบนัสเพิ่มอัตราการฟื้นฟูมานาเป็นสองเท่า มูลค่าของมันจึงมิอาจประเมินได้ด้วยตัวเลข หากแหวนวงนี้หลุดไปยังโรงประมูล เหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกคงต้องแก่งแย่งกันจนบ้าคลั่งเป็นแน่
“สุดยอด... แจ็กพอตของจริง...”
เกริดสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความโสมนัสจนไม่อาจตีค่าความสำเร็จนี้ออกมาเป็นคำพูดได้ หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง เขาไม่ได้มีความสุขขนาดนี้มานานแล้ว นับตั้งแต่ตอนที่ทำเงินได้มหาศาลจากการพูดคำว่า ‘โคเมทกรุ๊ป’ เพียงสิบครั้ง
‘หรือฉันควรจะผันตัวไปเป็นนักล่าค่าหัวพวก PK แบบมืออาชีพดีนะ?’
เกริดครุ่นคิดอย่างจริงจังขณะหันกลับไปมอง ‘อียารุกต์’ ดาบเล่มงามยังคงลอยเด่นอยู่กลางอากาศ แผ่ซ่านพลังงานอันเกรี้ยวกราดดุจพายุคลั่ง กระบวนการวิวัฒนาการยังคงต้องใช้เวลาอีกครู่หนึ่ง
‘สมกับเป็นระดับตำนานจริงๆ ความพิเศษมันคนละชั้น’
นับเป็นโชคดีที่มันไม่ได้วิวัฒนาการในระหว่างการดวลกับคราวเกล เกริดคิดในแง่บวกขณะที่หน้าต่างแจ้งเตือนที่เขารอคอยพลันเด้งขึ้นมา
**[การเติบโตของอียารุกต์เสร็จสมบูรณ์!]**
“โอ้...!”
อียารุกต์ค่อยๆ ร่อนลงมาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าเกริด แสงสีแดงที่เคยโปร่งแสงบัดนี้เข้มข้นลุ่มลึกยิ่งกว่าเดิม มันเปล่งประกายเจิดจรัสงดงามยิ่งกว่า ‘เพชรโลหิต’ อัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า โดยเฉพาะด้ามจับสีดำสนิทที่พลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่นนั้นช่างตราตรึงใจยิ่งนัก
รูปลักษณ์โดยรวมของอียารุกต์ดูโฉบเฉี่ยวและแฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยเยี่ยงสตรี ทว่าภายใต้ความงามนั้นกลับแผ่ซ่านรังสีคุกคามอันดิบเถื่อนออกมา
‘พลังทำลายของมันจะเพิ่มขึ้นขนาดไหนกันนะ?’
ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของเกริดเต้นระรัวขณะหน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้น
**[ทักษะเฉพาะตัวและคุณลักษณะของอียารุกต์ถูกปลดล็อก!]**
**[ข้อมูลของอียารุกต์ได้รับการอัปเดต]**
**[อียารุกต์]**
**ระดับ:** ตำนาน (เติบโต)
**ความทนทาน:** 522/522 **พลังโจมตี:** 1,293
* ระดับความชำนาญดาบ +7
* สรรค์สร้างทักษะ ‘เสียงร่ำไห้แห่งโลหิต’
* สรรค์สร้างทักษะ ‘อัญเชิญจอมดาบปีศาจ อียารุกต์’
* ลดความสามารถในการรักษาของเป้าหมายลง 70% เมื่อโจมตีถูก
* การโจมตีติดคริติคอลจะสร้างสถานะ ‘เลือดออก’ นาน 5 วินาที (ความเสียหายแปรผันตามพลังโจมตี)
* หากทำคอมโบต่อเนื่องครบ 3 ครั้ง สถานะเลือดออกจะรุนแรงถึงขีดสุด เพิ่มความเสียหายแก่เป้าหมาย 300% เป็นเวลา 2 วินาที
* หากทำคอมโบต่อเนื่องครบ 5 ครั้ง จะทำลายความนึกคิดของเป้าหมายนาน 0.3 วินาที ในช่วงเวลานี้สามารถเชื่อมต่อทักษะ ‘ดาบนรก’ ได้ทันที และ ‘สัมผัสจอมดาบปีศาจ’ จะทำงาน ทำให้อัตราการหลบหลีกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนาน 5 วินาที
“เฮือก!”
พลังโจมตีพื้นฐานเพิ่มขึ้นถึง 500 หน่วย! มันเป็นตัวเลขที่ทัดเทียมกับดาบยักษ์ระดับตำนานของเกริดเลยทีเดียว แน่นอนว่าดาบมือเดียวมีความเร็วในการโจมตีที่สูงกว่าดาบยักษ์มาก แม้ดาบยักษ์จะมีค่าพลังโจมตีสูงสุดที่รุนแรงกว่า แต่นี่เป็นเพียงพลังทำลายเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อพิจารณาจากออปชั่นเสริมทั้งหมดที่ทวีความรุนแรงขึ้น อียารุกต์ในตอนนี้คืออาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดเคียงคู่กับ ‘เฟลเลอร์’ (Failure) ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
‘วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย?’
การเติบโตของอียารุกต์เหนือล้ำกว่าที่คาดคิด แถมยังได้ไอเทมสุดล้ำค่ามาครองอย่างไม่คาดฝัน เขาหวังเหลือเกินว่าจะมีวันแห่งโชคลาภเช่นนี้อีก
‘ทว่า...’
นี่จะเป็นลางสังหรณ์ว่าความซวยกำลังจะมาเยือนหรือไม่?
“บ้าเอ๊ย!”
ดูเหมือนความซวยที่ว่ากำลังจะพุ่งเข้าชนเขาอย่างจัง เกริดเงยหน้าขึ้นมองแสงสว่างที่วาบขึ้นจากใจกลางเมืองไซเรน เสียงระเบิดกัมปนาทและเสียงกู่ร้องดังระงมมาจากทิศทางที่เรกัสกำลังปะทะกับไวท์
‘เรกัส...!’
ศัตรูมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคน และในนั้นมีถึง 30 คนที่เป็นอาชีพคลาส 3 เกริดเริ่มออกตัววิ่งทะยานไปสุดแรง เขาต้องการรักษาสัญญาที่ว่าจะไม่ยอมสูญเสียพวกพ้องไปอีกเด็ดขาด
***
‘แบล็กตายแล้ว?’
ไวท์มองหน้าต่างแจ้งเตือนของปาร์ตี้ด้วยสายตาที่สั่นไหว
“ใคร...! ใครบังอาจทำร้ายน้องสาวของฉัน!?”
การเพิ่มระดับเลเวลของอาชีพนักอัญเชิญเงาหรือ ‘อิลลูชันนิสต์’ นั้นยากเย็นแสนเข็ญ ความสามารถในการต่อสู้ของแบล็กนั้นอ่อนแอ เธอจึงต้องพึ่งพาการล่าของร่างแยกทั้งหมด แต่เมื่อใดที่ร่างแยกตาย เลเวลของแบล็กจะลดลง การตายจึงเป็นสิ่งที่เธอต้องหลีกเลี่ยงให้ถึงที่สุด
โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ค่าความชั่วร้ายของแบล็กพุ่งขึ้นถึงขีดสุด โอกาสที่ไอเทมจะดรอปเมื่อตายสูงถึง 99% และไอเทมที่เธอครอบครองอย่างต่ำที่สุดก็คือระดับยูนิค การตายครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนฝันร้ายสำหรับแบล็กที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อไอเทมมาติดตั้งให้ร่างแยก
“ฉันจะฆ่าแก!”
ตอนนี้เควสต์สังหารเผ่ามัจฉาไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป รางวัลจากการฆ่าพวกมันหมื่นคนหรือแสนคนก็เทียบไม่ได้กับความเสียหายที่แบล็กได้รับ ไวท์แผดคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว สั่งการสมาชิกกิลด์และกองทัพที่เธอคุมมา
“เลิกสนใจพวกเผ่ามัจฉาชั่วคราว! ตามหาพวกสมาชิกโอเวอร์เกียร์ทุกคน แล้วฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก!”
เดิมที ‘บลัดคาร์นิวัล’ เป็นองค์กรที่ไร้ลำดับขั้น แม้แต่หัวหน้ากิลด์ก็ไม่สามารถสั่งการใครได้ และไม่มีใครคิดจะฟังคำสั่งใคร พวกเขามักจะรับงานจ้างหรือแลกเปลี่ยนเควสต์กันเท่านั้น แต่ครั้งนี้คือสถานการณ์ฉุกเฉิน
สมาชิกโอเวอร์เกียร์กำลังอาละวาดหนัก สมาชิกบลัดคาร์นิวัลและเหล่านทหารรับจ้างต่างกรูเข้ามารวมตัวรอบกายไวท์ พริบตานั้น เรกัสและโนเอะก็ถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังเกือบหนึ่งพันนาย
“แง้ววว! นี่มันอะไรกันเนี่ย นย๊อง!?”
ในอดีต โโนเอะเคยกลัวแม้กระทั่งไวเวิร์นเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นมังกร แม้มันจะเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในนรก แต่มันก็ยังขี้ขลาดเป็นนิสัย ในตอนนี้ดวงตาของมันเบิกกว้าง ขนลุกชันไปทั้งตัวจนเรกัสต้องเอื้อมมือมากอดมันไว้
“ไม่ต้องกังวล... ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
“นย๊อง... มนุษย์อะไรจะดูเท่ได้ขนาดนี้กันนะ นยางง”
โนเอะมองเรกัสด้วยสายตาเป็นประกายเทิดทูน
“เรกัส!”
เสียงตะโกนของเลาเอลดังขึ้นพร้อมกับการมาถึงของฮูรอย, พีคซอร์ด, พอน และสมาชิกโอเวอร์เกียร์คนอื่นๆ ที่ตามมาติดๆ
“อดทนไว้อีกนิด!”
เลาเอลรีบใช้ทักษะ ‘น้ำตาเทพมังกร’ เรียกสายฝนและอัสนีบาตเข้าจู่โจม ขณะที่เซดโนสและลาเอลล่าเร่งร่ายเวทมนตร์สนับสนุน จิชูก้าแผลงศรเข้าใส่ศัตรูอย่างแม่นยำ พอนและพีคซอร์ดรวมถึงเหล่านักทำดาเมจคนอื่นๆ ต่างพุ่งเข้าสู่สมรภูมิภายใต้บัฟของฮูรอยและกำแพงเหล็กของโทบัน
ทว่ามันช้าเกินไป... เรกัสกรำศึกหนักเพียงลำพังมานานเกินไปแล้ว ร่างกายของเขาแหลกเหลวเกินกว่าจะยืนหยัดจนกว่าพรรคพวกจะมาถึง
“ลาก่อนนะ โนเอะ”
เรกัสฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดอย่างสดใส เขามองข้ามคราบโลหิตและหยาดเหงื่อที่เปรอะเปื้อน พลางลูบหัวโนเอะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงโนเอะขึ้นไปบนอากาศ ส่งมันออกจากวงล้อมสมรภูมิได้อย่างปลอดภัย
โนเอะรอดพ้นจากอันตรายมาได้ และพริบตานั้นมันก็เหลือบไปเห็นใครบางคน
“เจ้านาย! นยางงง!”
**“เคลื่อนไหวอิสระ (Freely Move)”**
ทักษะที่ทรงพลังที่สุดซึ่งติดมากับฉายา มันช่วยให้เขาหลบเลี่ยงการโจมตีที่ไม่ใช่เป้าหมายเจาะจงทั้งหมดจนกว่าจะถึงจุดหมาย เกริดพุ่งทะยานมาหยุดอยู่ข้างกายเรกัสในชั่วพริบตา พร้อมกับพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านด้วยโทสะ
“อัญเชิญอัศวิน... เฟกเกอร์, แวนท์เนอร์, ทูน, อัสมอเฟล”
“แก! ไอ้สาร
React
พูดคุย
ความคิดเห็นและกิจกรรมของชุมชนจะโหลดเมื่อคุณเลื่อนถึงส่วนนี้
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.









