Chapter 6884
6897 / 6921
8 min read
Chapter 6884 True Power
Published Apr 7, 2026, 11:24 AM
**บทที่ 6884: พลังที่แท้จริง**
“นั่นมันคืออะไรกัน?!”
“ข้าไม่เคยเห็นอักขระต้นกำเนิดเช่นนี้มาก่อนเลย!”
“สวรรค์... ข้ารู้สึกเหมือนพลังมหาศาลจากทั่วทั้งปฐพีผุดพล่านขึ้นมาเพียงเพราะอักขระตัวเดียว!”
ยามที่อักขระต้นกำเนิดรูป ‘☷’ ปรากฏขึ้นเหนือหน้าผากของหลงเฉิน ทุกสายตาต่างเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง โดยปกติแล้วอักขระต้นกำเนิดนั้นซับซ้อนยิ่งนัก ประกอบด้วยอักขระเรียงซ้อนกันนับชั้นไม่ถ้วน จนหลายคนเชื่อมั่นว่ายิ่งอักขระวิจิตรพิสดารเพียงใด พลังของมันย่อมกล้าแกร่งเพียงนั้น
แม้จะไม่มีบันทึกใดยืนยันความเชื่อนี้ แต่ในทางปฏิบัติ อักขระที่ซับซ้อนย่อมก่อตัวได้ยากกว่าและมักจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่เหนือชั้นกว่าเสมอ
ทว่าอักขระต้นกำเนิดของหลงเฉินกลับเรียบง่ายจนน่าเหลือเชื่อ มันคือความเรียบง่ายที่บรรลุถึงแก่นแท้แห่งมหาเต๋าอย่างลึกซึ้ง!
ทันทีที่กลิ่นอายรอบกายหลงเฉินเปลี่ยนไป เจตนาฆ่าฟันอันหนาวเหน็บก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งพิภพ ปราณม่วงในกายพลุ่งพล่านประดุจคลื่นยักษ์
ปราณม่วงที่เคยดูสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายลมวสันต์ที่นำพาชีวิตอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นวายุคลั่งที่คมกริบและเย็นเยียบ ทุกจังหวะการหายใจของเขา ผู้คนคล้ายจะได้ยินเสียงคำรามกึกก้องจากฟ้าดิน
ยามนี้หลงเฉินราวกับเป็นผู้กุมชะตาโลกไว้ในหัตถ์ เพียงแค่ความรู้สึกที่ผันแปรโดยไม่ต้องเอ่ยคำ อณูแห่งกฎเกณฑ์รอบตัวก็ขยับขับเคลื่อนตามเจตจำนงของเขา
“ข้าได้ยินมาตลอดว่าพลังของเจ้านั้นยากจะหยั่งถึง ทั้งยังไร้ยางอายและต่ำช้า ข้านึกว่าเจ้าจะมีฝีมืออยู่บ้าง ที่ไหนได้... นอกจากวาจาสามหาวไร้สาระแล้ว เจ้ากลับไม่มีความสามารถที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย เจ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เช่นนั้นข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้เห็นว่า ‘พลังที่แท้จริง’ มันเป็นอย่างไร!” หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับกลายเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก เขาขยับก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว อักขระต้นกำเนิดธาตุปฐพีบนหน้าผากก็ส่องประกายเจิดจ้า
ทันทีที่ฝ่าเท้าของหลงเฉินเหยียบลงบนความว่างเปล่า ร่างของเยี่ยนเซิ่งก็กระตุกฮวบก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต พื้นดินรอบกายเขาพังทลายลงในพริบตา ราวกับมีค้อนล่องหนยักษ์ทุบลงมาอย่างรุนแรง แม้แต่ตะขาบยักษ์สัตว์อสูรคู่กายยังสั่นสะท้าน มันพยายามแบกรับแรงกดดันมหาศาลที่เยี่ยนเซิ่งเผชิญไว้เกือบทั้งหมด
แม้ตะขาบยักษ์จะเตรียมพร้อมรับศึก แต่แรงกดดันที่น่าหวาดหวั่นนี้กลับเขย่าร่างของมันจนแทบแตกสลาย
“ข้า... ขยับไม่ได้!” เยี่ยนเซิ่งแผดเสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แม้ทั้งคู่จะเป็นถึงระดับจ้าวอธิปไตย แต่บารมีอธิปไตยของหลงเฉินกลับสะกดร่างของเขาจนแข็งค้างดุจถูกแช่แข็ง
มือของเยี่ยนเซิ่งสั่นระริกขณะพยายามประสานมุทรา ทุกการเคลื่อนไหวดูยากเย็นแสนเข็ญประดุจถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เหล่าผู้สังเกตการณ์รอบนอกแม้จะไม่รู้ซึ้งถึงสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน แต่จากท่าทางที่สั่นเทาของเยี่ยนเซิ่ง พวกเขาก็สัมผัสได้ทันทีว่าชายผู้นั้นกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่สยดสยองเพียงใด
ฝูงชนเริ่มโกลาหล บารมีอธิปไตยของหลงเฉินจะแข็งแกร่งปานนี้ได้อย่างไร? เกรงว่าแม้แต่ระดับเทพจ้าวอธิปไตยที่มีนิมิตซ้อนสองชั้น ก็ยังไม่น่าจะสยบเยี่ยนเซิ่งได้เพียงแค่ใช้แรงกดดันเช่นนี้!
ในจังหวะนั้นเอง หลงเฉินยกเท้าขึ้นและกระทืบลงไปอีกครั้ง!
**ตึง!**
ครั้งนี้ทุกคนเห็นได้ถนัดตา พื้นที่รอบตัวเยี่ยนเซิ่งหดตัวบีบคั้นอย่างกะทันหัน!
โลหิตสาดกระจายทั่วชั้นฟ้า! ร่างของตะขาบยักษ์ระเบิดออกเป็นหมอกเลือดในพริบตา เมื่อไม่อาจทานทนต่อบารมีอธิปไตยอันป่าเถื่อนของหลงเฉินได้อีกต่อไป
เมื่อเห็นหมอกโลหิตที่ฟุ้งกระจาย ทุกคนต่างรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูก ตะขาบตัวนั้นขึ้นชื่อว่ามีสายเลือดพิเศษและไร้คู่ต่อสู้ในระดับครึ่งก้าวเทพจ้าวอธิปไตย
ทว่าอสูรร้ายที่น่าเกรงขามกลับถูกบดขยี้จนแหลกลาญเพียงเพราะ ‘การย่ำเท้า’ เพียงก้าวเดียวของหลงเฉิน พลังของเขาจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนกันแน่?
“กฎปฐพี—กลืนโลหิต!” เสียงคำรามของเยี่ยนเซิ่งดังรอดมาจากม่านหมอกสีชาด
เขากลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยอักขระชั่วร้ายดูพิกลยิ่งกว่าเดิม มิหนำซ้ำกลิ่นอายรอบกายยังพุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ ดูเหมือนว่าเขาจะสูบกลืนพลังจากซากตะขาบยักษ์มาเป็นของตนเอง
“สวรรค์! เยี่ยนเซิ่งผู้นี้โหดเหี้ยมเกินคน! สัตว์อสูรพันธสัญญาตายตกไป แทนที่เขาจะบาดเจ็บจากการสะท้อนกลับ แต่กลับช่วงชิงพลังของมันมา!”
ทว่าในขณะนั้นเอง หลงเฉินกลับย่างสามขุมก้าวต่อไป
**ตึง!**
สมรภูมิรบสั่นสะเทือนอีกครา!
คลื่นพลังอธิปไตยแผ่กระจายออกไปไกลกว่าขอบเขตสนามรบ กดดันจนยอดฝีมือที่รายล้อมรู้สึกหายใจไม่ออกจนต้องล่าถอยออกไปตามสัญชาตญาณ
เยี่ยนเซิ่งที่คิดว่าการสูบกลืนพลังสัตว์อสูรจะทำให้เขาทัดทานแรงกดดันได้ กลับต้องกระอักเลือดออกมาอีกคำ ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงกระแทกพื้นดินประดุจดาวตกที่แตกดับ
บารมีอธิปไตยของหลงเฉินสั่นคลอนพสุธาและห้วงนภากาศ แม้แต่ทิพยเทพหรือหมู่มารคงต้องขยาดหากได้เผชิญหน้า
หลงเฉินได้สำแดงพลังที่แท้จริงออกมาแล้ว อักขระต้นกำเนิดธาตุปฐพีส่องแสงวาบ พลังของมันสั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของโลก
“นี่มันพลังบ้าอะไรกัน?! นี่ไม่มีทางใช่พลังของจ้าวอธิปไตยเด็ดขาด! ข้าไม่เชื่อ!” ใครบางคนแผดเสียงหลง
คำประกาศเรื่อง ‘กฎเกณฑ์จอมปลอม’ ของหลงเฉินก่อนหน้านี้ได้พังทลายความเชื่อของพวกเขาจนสิ้นซาก แทบจะทำลายปณิธานแห่งเต๋าของพวกเขาให้ย่อยยับ
และบัดนี้ พลังของหลงเฉินกำลังลากพวกเขาลงสู่ขุมนรกแห่งความสิ้นหวัง นี่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดหรอกหรือว่าสิ่งที่เขาเอ่ยมาคือความจริง? ความจริงที่รุนแรงจนแทบจะทำให้คนคลุ้มคลั่ง
“นี่คือพลังของผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนนี้งั้นหรือ?” ศิษย์หญิงจากสำนักอักษรศิลป์เอ่ยถามเสียงสั่น
ฉืออวี่ถงและซินอวี่ต่างยืนแข็งค้างด้วยความตกตะลึง พวกนางนึกไม่ถึงเลยว่าตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา พวกนางได้อยู่ร่วมกับสัตว์ประหลาดที่เหนือชั้นขนาดนี้
ก่อนหน้านี้พวกนางกังวลใจว่าหลงเฉินจะเพลี่ยงพล้ำให้แก่เยี่ยนเซิ่งเพราะความประมาท แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความกังวลเหล่านั้นจะเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์สิ้นดี
เยี่ยนลี่ที่ตอนแรกพยายามเก็บอาการ บัดนี้เลือดในกายเขาสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นจนไม่อาจกลั้นใจได้อีกต่อไป เขาแผดเสียงโห่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ยามนี้เขาเข้าใจอย่างซึ้งถึงคำพูดของหลี่เฉิงกังแล้ว การได้เป็นน้องชายของหลงเฉินคือเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา!
“เจ้ายยังคิดจะซ่อนท่าไม้ตายอยู่อีกหรือ? หากต้องตายไปโดยไม่ได้ใช้มัน ก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!” หลงเฉินคำรามกึกก้อง
เขาก้าวย่างอีกครั้ง เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์จางๆ พลุ่งพล่านขึ้นภายในอักขระต้นกำเนิดปฐพี ยามที่หลงเฉินยกเท้าขึ้น มันราวกับมีแรงสูบมหาศาลที่กระชากเอาพลังแห่งกฎเกณฑ์ทั่วทั้งโลกมาไว้ที่จุดเดียว
เมื่อฝ้าเท้าเหยียบลงมา ผู้คนต่างสัมผัสได้ว่ามิติรอบข้างบิดเบี้ยวและกฎเกณฑ์พังทลายลง แรงปะทะจากการก้าวเดินนั้นลามมาถึงพวกเขาทุกคน จนต้องหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว
ก้าวนี้ไร้ซึ่งความปรานี หากมันประทับลงพื้นอย่างเต็มแรง ไม่ใช่แค่เยี่ยนเซิ่งที่อาจไม่รอด แต่ผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่คงต้องสังเวยชีวิตไปพร้อมกัน
**ตูม!**
หลงเฉินไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ตั้งตัว เขาเหยียบเท้าลงมาอย่างอำมหิต!
เยี่ยนเซิ่งที่ไร้ทางเลือกจึงแผดคำรามสุดเสียง “มหาค่ายกลผนึกว่างเปล่าผสานสวรรค์พิภพลึกซึ้ง!”
สวรรค์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! ในพริบตาถัดมา อักขระนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานผ่านอากาศ ม่านพลังขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นครอบคลุมทั่วสมรภูมิรบ
“นี่มันบ้าอะไรกันวะ?!” ใครบางคนจากฝั่งหลงเฉินสบถออกมา
ม่านพลังนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นค่ายกลระดับสูงสุด ซึ่งต้องใช้เวลาสร้างสมนับร้อยปีถึงจะสำเร็จได้
นั่นหมายความว่า สำนักพิภพลึกซึ้งแอบซุ่มพัฒนาดินแดนแถบนี้มานานนับศตวรรษ เพื่อทำให้ที่นี่กลายเป็น ‘สำนักพิภพลึกซึ้งแห่งที่สอง’ มิน่าเล่า เยี่ยนเซิ่งถึงได้มั่นใจนักหนา
ม่านพลังนั้นหดตัวลงอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องเยี่ยนเซิ่งไว้ภายใน จังหวะเดียวกับที่ฝ่าเท้าของหลงเฉินกระทืบลงมาพอดี ม่านพลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงแต่ก็ยังสามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้
ทันทีที่ค่ายกลปรากฏ พลังงานทั้งหมดในพื้นที่ก็ถูกสูบเข้าไปเสริมพลังป้องกัน ทำให้ผู้สังเกตการณ์คนอื่นๆ ไม่ได้รับอันตราย
“หลงเฉิน! วันนี้ข้าจะใช้ค่ายกลนี้สังหารเจ้าให้จงได้!” เยี่ยนเซิ่งคำราม ร่างกายชุ่มไปด้วยโชกเลือด สภาพของเขาดูสยดสยองประดุจผีร้ายจากอเวจี
ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบ รอยร้าวพลันเริ่มปริแตกและแผ่กระจายไปทั่วม่านพลังป้องกัน ในขณะเดียวกันนั้นเอง หลงเฉินก็ยกเท้าขึ้นมาอีกครั้ง!
ใบหน้าของเยี่ยนเซิ่งพลันขาวซีดเผือดราวกับคนตาย!
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.