Chapter 1830
1830 / 2354
7 min read
Chapter 1830: Small Groups
Published Apr 5, 2026, 01:49 AM
## บทที่ 1830: กลุ่มย่อย
"มันหามีความลับใดซุกซ่อนไว้ไม่" หยวนกล่าวพลางส่ายศีรษะเบาๆ "หากพวกเจ้าจักยืนกรานที่จะไม่เชื่อ ข้าก็มิอาจทำสิ่งใดได้"
เขากวาดสายตามองคนเหล่านั้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเสริม "ตอนนี้ข้าคงต้องขอตัว เห็นทีจะต้องไปจัดการงานตามกำหนดของข้าเสียที"
โดยมิรอฟังคำตอบหรือเปิดโอกาสให้ใครได้ซักไซ้ไล่เลียง หยวนหมุนตัวเดินจากไปในทันที ทิ้งให้กลุ่มคนที่ห้อมล้อมอยู่เบื้องหลังได้แต่ยืนมองตาม
ทันทีที่หยวนลับสายตา กลุ่มคนที่เคยขวางทางเขาไว้ก็รี่เข้าไปหาชายหนุ่มเจ้าของร้านด้วยความกระหายรู้ "สิทธิพิเศษใดที่เจ้าเพิ่งขายให้ชายหนุ่มผู้นั้นไป?"
"ข้าต้องขออภัย ทว่าข้ามิอาจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ถ้าเช่นนั้น เจ้ามีสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นขายบ้างหรือไม่?" หนึ่งในนั้นโพล่งถามขึ้น
"หามีไม่ เราไม่มีสิทธิพิเศษเช่นนั้นจำหน่าย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กระแสแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น ทุกคนต่างคาดเดาถึงที่มาแห่งพละกำลังอันมหาศาลของหยวน
"แม้เขาจะยังไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าตนเองยังมิได้เริ่มบำเพ็ญเพียร มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาอาจจะจดจำเคล็ดวิชาการฝึกตนได้ทั้งหมดแล้ว และเริ่มก้าวเข้าสู่หนทางแห่งการบำเพ็ญ นั่นจึงอธิบายได้ว่าเหตุใดเขาจึงมีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงเพียงนี้"
"มันช่างยากที่จะทำใจเชื่อได้ลงจริงๆ" อีกคนแย้งขึ้น "พวกเราเพิ่งจะมาถึงแดนเร้นลับแห่งนี้ได้เพียงสามสัปดาห์เท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังจดจำได้แทบไม่ถึงสิบหน้ากระดาษด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการจำได้ทั้งหมด และข้าก็ไม่เชื่อว่าเขามีพรสวรรค์ล้ำเลิศไปกว่าพวกเราทุกคน ต่อให้เขาจะใช้แต้มทั้งหมดที่มีเพื่อจดจำเคล็ดวิชาให้เร็วขึ้น ข้าก็ยังกังขาว่าเขาจะมีแต้มมากพอที่จะจดจำมันได้ครบถ้วนจริงๆ หรือ"
"แล้วถ้าหากเขามีคนอื่นคอยหนุนหลังเล่า? หากได้รับการสนับสนุนที่มากพอ ใครในหมู่พวกเราก็สามารถครอบครองมันได้ทั้งนั้น"
"ต่อให้เป็นเช่นนั้นและเขามีแต้มเหลือเฟือ เขาก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มในการจดจำเพียงหน้าเดียวอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น การจะบรรลุพลังในระดับที่เขามี เขาต้องใช้เวลาในการฝึกฝนมาสักระยะหนึ่งแล้ว เรื่องนี้มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย"
"ลืมเรื่องที่ว่าเขาได้พลังมาได้อย่างไรไปก่อนเถอะ มีใครรู้บ้างว่าเขาเป็นใคร? ข้าจดจำผู้คนเกือบทั้งหมดในสวนไผ่แห่งนี้ได้ ทว่าข้ากลับไม่คุ้นหน้าชายผูนี้แม้แต่น้อย"
"ข้าก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย ข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเห็นเขาเข้ามาในแดนเร้นลับตอนไหน ทั้งที่ข้าเองก็เข้ามาหลังคนส่วนใหญ่เพียงไม่นาน"
ยามนี้ ความพิศวงในปูมหลังของหยวนได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาเสียยิ่งกว่าที่มาของพละกำลัง และนับจากวินาทีนั้น พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะจับตามองหยวนอย่างใกล้ชิด
ในขณะเดียวกัน หลังจากก้าวพ้นจากร้านค้า หยวนก็กลับไปสมทบกับหลานอิงอิงเพื่อรับหน้าที่โค่นต้นไผ่ต่อไป ด้วยพละกำลังที่แผ่ซ่านและเพิ่มพูนขึ้นจากการฝึกตน ยามนี้เขาสามารถโค่นต้นไผ่ได้ถึง 20 ต้นภายในวันเดียวอย่างง่ายดาย เป็นความเร็วที่เหนือชั้นกว่าความพยายามครั้งก่อนๆ ของเขาอย่างลิบลับ
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ร้านค้าหรือเปล่าคะ?" หลานอิงอิงเอ่ยถามขณะที่พวกเขากำลังขะมักเขม้นกับงาน
"มีนิดหน่อย ข้าแค่ข่มขวัญเจ้าโง่สองคนนั้นไปเล็กน้อย พวกมันคงไม่มาตอแยพวกเราไปอีกสักพัก"
"แค่ชั่วคราวหรือคะ? หมายความว่าพวกมันจะกลับมาอีกอย่างนั้นหรือ?"
"คนโง่เง่าประเภทนั้น มักจะกลับมาเสมอเมื่อพวกมันกู้คืนความมั่นใจกลับมาได้ ทว่าหากพวกมันกล้ากลับมาจริงๆ ข้าก็จักไม่ปล่อยพวกมันไปเป็นรอบที่สอง ครั้งนี้ข้าเพียงแค่ตักเตือนเพราะเกรงว่าการทำร้ายผู้เข้าร่วมคนอื่นอาจจะมีผลตามมา แต่เมื่อใดที่ข้ากลายเป็นผู้ฝึกตนอย่างเต็มตัว เรื่องนั้นก็จักมิใช่ปัญหาอีกต่อไป"
"ท่านใกล้จะบรรลุระดับศิษย์จิตวิญญาณแล้วหรือยังคะ?" หลานอิงอิงถามด้วยความอยากรู้
หยวนพยักหน้าตอบรับ "อืม... ข้าน่าจะบรรลุระดับศิษย์จิตวิญญาณได้ภายในสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การลงทัณฑ์สิ้นสุดลงพอดี"
"แล้วท่านจะเข้าร่วมกับอารามอมตะทันทีหลังจากกลายเป็นผู้ฝึกตนเลยหรือไม่คะ?"
"แล้วจะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่นี่เพียงลำพังงั้นหรือ? ไม่หรอก ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นแน่"
"ทว่า—"
"ไม่มีทว่า ข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัยของเจ้า"
หลานอิงอิงรู้จักหยวนดีพอที่จะรู้ว่าการทัดทานเขานั้นไร้ประโยชน์ นางจึงเลือกที่จะน้อมรับเจตนารมณ์นั้น แม้ในใจจะรู้สึกผิดที่ตนเองเป็นต้นเหตุให้เขาต้องล่าช้าลง ทว่าลึกๆ ในใจนางกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขที่เขายังคงอยู่เคียงข้าง
ภายหลังมื้อค่ำ หยวนกลับไปยังที่พักและเริ่มบำเพ็ญเพียรอย่างสงบ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่เหลือ เขาจะออกจากห้องเพียงเพื่อรับประทานมื้อเช้าและมื้อค่ำร่วมกับหลานอิงอิงเท่านั้น เนื่องจากเขาได้จัดการงานตามโควตาเสร็จสิ้นไปนานแล้ว
กาลเวลาผันผ่านไปประดุจสายน้ำที่ไหลหลาก เพียงพริบตาเดียว สองสัปดาห์ก็ล่วงเลยไป
ในช่วงเวลานี้ ผู้เข้าร่วมเริ่มมีการจับคู่ทำงานร่วมกันมากขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มย่อยๆ หยวนถูกผู้คนมากมายแวะเวียนเข้ามาทาบทาม เพราะชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปไกล แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับผู้ใด และเมื่อไม่สามารถดึงตัวหยวนได้ คนเหล่านั้นก็เบนเป้าหมายไปที่หลานอิงอิงแทน ในฐานะที่นางเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด
เมื่อหลานอิงอิงนำเรื่องนี้มาบอกกล่าว หยวนกลับแนะนำให้นางตอบรับเข้าร่วมกลุ่ม เพราะเขาจะรู้สึกเบาใจกว่าหากนางมีพวกพ้องคอยดูแล ในกรณีที่เขาอาจถูกบังคับให้ต้องจากไปหลังจากกลายเป็นผู้ฝึกตน
หลานอิงอิงปฏิบัติตามคำแนะนำของหยวน นางได้เข้าร่วมกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกเป็นสตรีอีกสองคน ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นสัตว์เทพเช่นเดียวกัน
"เจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกับเซียวหยางหรือ? ข้าเห็นเจ้าทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลย" ปี้จื่อเหยียน เอ่ยถาม นางคือวิหคทะลวงปฐพีจากสวรรค์ชั้นที่เจ็ด
"ข้าเป็นสัตว์พันธสัญญาของนายน้อยค่ะ เขาเป็นนักสยบสัตว์" หลานอิงอิงตอบด้วยความภาคภูมิใจ
"เขามาจากตระกูลใดกัน?" สมาชิกอีกคนในกลุ่มถามขึ้น นางคือเฟนิกซ์สาวนามว่า เหยียนอีหลิง จากตระกูลหงส์เพลิงแห่งสวรรค์ชั้นที่แปด
"ความจริงแล้วเขามาจากตระกูลเร้นลับ แม้แต่ข้าเองก็ยังมิอาจหยั่งรู้ถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของเขาได้"
"จริงหรือนี่? อะไรทำให้เจ้าตัดสินใจทำพันธสัญญากับเขากัน? เป็นข้าคงมิอาจมอบความไว้วางใจให้กับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นนั้นได้หรอก"
"ข้าหาได้ใส่ใจในปูมหลังของตระกูลเขาไม่ เพราะข้ารู้จักตัวนายน้อยดีกว่าใคร อีกอย่าง ข้าทำพันธสัญญากับตัวเขา มิใช่กับตระกูลของเขา นายน้อยไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตของข้าไว้ ทว่าเขายังช่วยครอบครัวของข้าไว้อีกด้วย ชีวิตนี้ข้าเป็นหนี้บุญคุณเขาจนมิอาจชดใช้ได้หมด"
"แล้วพวกเจ้าเล่า? เคยคิดเรื่องการทำพันธสัญญาบ้างหรือไม่?" หลานอิงอิงถามกลับ
"ไม่มีทางแน่นอน ตระกูลต้องฆ่าข้าแน่หากข้าไปทำพันธสัญญากับมนุษย์" เหยียนอีหลิงกล่าว พลางทำสีหน้าขยะแขยงเพียงแค่จินตนาการถึงเรื่องนั้น "พวกเราเหล่าฟีนิกซ์นั้นเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีเกินกว่าจะลดตัวลงไปทำเรื่องต่ำต้อยเช่นนั้น แม้แต่สายเลือดที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเราก็ยังมิเคยคิดฝัน"
"ข้าเคยฉุกคิดอยู่บ้าง แต่ก็มิเคยเก็บมาใส่ใจอย่างจริงจัง" ปี้จื่อเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "นั่นก็เพราะ... ยังไม่มีใครที่มีคุณค่าพอคู่ควรกับข้าเลยแม้แต่คนเดียว"
"อย่างนั้นหรือคะ..."
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.
