Chapter 352
352 / 2060
11 min read
Chapter 352
Published Apr 3, 2026, 05:52 PM
บทที่ 352
ตู้มมม!
ฝุ่นควันตลบอบอวลเมื่อร่างของเกริดกระแทกเข้ากับพื้นดิน เกริดยังถือว่าไม่เป็นอะไรมากนัก ไม่ใช่ว่าพลังชีวิตของเขาเหลือเฟือ แต่สภาพร่างกายเขายังดูดีอยู่ บาดแผลตามร่างกายสมานตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะเขาได้รับพลังชีวิตคืนมา 13,000 หน่วยจากการสวมแหวนของโดรัน ผสมผสานกับเอฟเฟกต์ออปชันของเกราะแสงศักดิ์สิทธิ์ (Holy Light Armor) ในวินาทีที่เขาถูกเตะเข้าในระยะประชิด
แต่เกริดยังไม่พอใจ
“ถ้าโดนดาบแทนที่จะเป็นลูกเตะคงจะดีกว่านี้”
ถ้าเป็นแบบนั้น พลังชีวิตของเขาคงจะสูงกว่าตอนนี้ถึงสามเท่า
“ว่าไหม ยาคูลท์?”
[...]
อิยารุกต์ยังคงเงียบงันแม้จะถูกเรียกว่ายาคูลท์ มันรู้สึกแย่ที่ไม่อาจมองวิถีดาบของคราวเกลออก จนเป็นเหตุให้เกริดต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
“ตอนสู้กับปีอาโร่หรือชัคสลีย์ก็เหมือนกัน ดูเหมือนแกจะไม่มีประโยชน์เลยนะ”
[นั่นมัน...! เป็นเพราะความสามารถเดิมของข้าส่วนใหญ่ถูกผนึกไว้ต่างหาก! ถ้าข้าแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ละก็ เจ้าพวกนี้ก็แค่มดปลวก!]
“เอาเถอะ จะเชื่อแบบนั้นแล้วกัน”
อันที่จริง ระดับของอิยารุกต์ตอนนี้อยู่ที่ ‘ยูนีค’ มันคงจะช่วยเขาได้มากกว่านี้หากระดับของมันเลื่อนขึ้นเป็นระดับตำนาน
ใจกลางหลุมที่ยุบตัวลง
ซู่ว...
เกริดที่ฝังตัวอยู่ในหลุมค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่นี่ถือเป็นช่วงเวลาพักรบที่สำคัญมาก สมองของเกริดเริ่มเย็นลงและความเยือกเย็นเข้าแทนที่ความหงุดหงิด เขากดข่มความคิดสุดโต่งที่จะพึ่งพาความสามารถอมตะของตนเองเอาไว้ เกริดจะใช้เหตุการณ์นี้เพื่อขัดเกลาตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
‘เราใช้เทพมารสถิต (Blackening) เร็วไปหรือเปล่านะ?’
เทพมารสถิตจะสูญเสียพลังชีวิตสูงสุด 50% เพื่อแลกกับความเสียหาย พลังเวท และความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น 20% มันคือดาบสองคม เพราะหากพลาดท่าโดนศัตรูโจมตี เขาอาจได้รับความเสียหายมหาศาลเหมือนเมื่อครู่
‘ถ้าเราเก็บไว้ใช้ตอนที่ตัดสินผลได้แน่นอนกว่านี้... ไม่สิ ใช้ไปน่ะดีแล้ว ถ้าไม่ใช้เทพมารสถิต เราคงไม่มีทางกดดันเขาได้เลย’
ความต่างชั้นของฝีมือมันมากเกินไป คราวเกลสามารถหลบหลีกสกิลที่ไม่ล็อคเป้าหมายได้เกือบทั้งหมด และหาจังหวะสวนกลับได้อย่างสมบูรณ์แบบ
‘ถ้าดูจากความเร็วและพลังโจมตี ค่าสถานะของเรากับเขาก็ไม่ได้ต่างกันมากอย่างที่คิด’
นี่คือส่วนที่เขาสงสัยที่สุด เกริดเคยผ่านช่วงเลเวลติดลบ ได้รับฉายาสารพัด และเพิ่มค่าสถานะอย่างสม่ำเสมอจากการสร้างไอเทม ตามหลักแล้วเขาควรจะมีค่าสถานะสูงกว่าใครๆ
อย่างไรก็ตาม ค่าสถานะของคราวเกลเองก็น่าเหลือเชื่อเช่นกัน
‘แต่มันก็สมเหตุสมผลอยู่’
คราวเกลคืออันดับ 1 ของโลก เขาอยู่เหนือทุกคนและได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากจุดนั้น เขาคว้าเควสต์และฉายาดีๆ ไปครองจนหมด ดังนั้นค่าสถานะของเขาจึงต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเขาคงฝึกฝนตัวเองแยกต่างหากด้วย
‘ตอนที่เราเลเวล 80...’
ใช่ นั่นคือตอนก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้สืบทอดของแพ็กม่า
‘ตอนนั้น คราวเกลเลเวลทะลุ 240 ไปแล้ว’
มันเป็นเรื่องจริงที่ว่ายังมีช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ที่ยังไม่สามารถเติมเต็มได้ในตอนนี้
‘อย่างน้อย ในด้านทักษะการต่อสู้ เขาก็ยังนำหน้าเราอยู่’
คราวเกลสวมใส่ไอเทมที่เหมาะสม พลังป้องกันของเขาอาจไม่สูงนัก แต่ดาบในมือนั้นทรงพลังมาก มันเทียบเท่ากับอาวุธระดับตำนานที่เกริดสร้างขึ้นมาเลยทีเดียว
“...ในหลายๆ ความหมาย ฉันยังต้องไปอีกไกลสินะ”
เขาจะแพ้งั้นเหรอ? ทันทีที่ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว
กรอด!
ใบหน้าของเกริดบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว ในอดีต เขาเคยใช้ชีวิตเยี่ยงผู้แพ้มาตลอดเพราะขาดพรสวรรค์
‘เลิกแพ้ได้แล้ว’
เขาไม่ใช่หรือที่ก้าวข้ามความไร้พรสวรรค์ด้วยความพยายาม? ใครจะมองว่ามันน่าขำก็ช่าง แต่เกริดรู้ดีที่สุดว่าเขาได้เป็นผู้สืบทอดของแพ็กม่ามาเพราะความพยายามของตัวเอง
‘ฉันอยากชนะ’
คราวเกล... ชายผู้ถูกสรรเสริญว่าเป็น ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า’ และเป็นเป้าหมายที่เหล่าแรงเกอร์อิจฉา เกริดต้องการล้างมลทินในอดีตและก้าวสู่เวทีใหม่ด้วยการเอาชนะชายคนนี้ เขาต้องการถูกยอมรับว่าเป็นผู้มีฝีมือที่แท้จริง
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจให้มากกว่านี้ เท่าที่จะทำได้
“รอบที่สอง เริ่มได้”
[ถอด ‘รองเท้าบูทของเกริด’ ออก ความเร็วในการเคลื่อนที่และอัตราการหลบหลีกกลับคืนสู่ค่าปกติ]
นี่คือความผิดพลาดประการแรก รองเท้าบูทของเกริดถูกออกแบบมาเพื่อเสริมพลังให้กับดาบยักษ์ แต่มันกลับเป็นพิษเมื่อใช้คู่กับอิยารุกต์ซึ่งเป็นดาบมือเดียว ความเชื่องช้าและอัตราการหลบหลีกที่ลดลงนั้นไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในตอนแรก
[สวมใส่ ‘รองเท้าบูทของบราแฮม’ ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 10% ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิลลดลง 20%]
รองเท้าบูทของบราแฮมมีพลังป้องกันจำกัด แต่ออปชันของมันนั้นยอดเยี่ยมสมกับเป็นไอเทมของมหาจอมเวทในตำนาน เกริดไม่ได้ขายมันทิ้งและเก็บไว้ใช้เรื่อยมาด้วยเหตุผลนี้
[ใช้งานเวทมนตร์ ‘บิน’ (Fly)]
ฟึ่บ!
เกริดทะยานขึ้นไปบนฟ้า ความคล่องตัวของเขาเทียบไม่ได้เลยกับก่อนหน้านี้
***
“แฮก... แฮก... อะไรกัน?”
ที่ขอบหลุมในสนามฝึก คราวเกลหอบหายใจพลางเบิกตากว้าง เพราะเขามองเห็นเกริดที่บินขึ้นมาจากกลุ่มควันในสภาพที่ดูปกติทุกอย่าง
‘เขาเป็นมนุษย์จริงๆ หรือเปล่า?’
เขาอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม
‘ว่าที่นักดาบเมธี ขั้นที่ 5’, ‘ผู้ทรงธรรมแห่งทวีปตะวันตก’, ‘วีรบุรุษแห่งแพนเดีย’, ‘ผู้สร้างปาฏิหาริย์’, ‘อันดับหนึ่ง...’, ‘คนแรก...’
มูลค่าของฉายาทั้งหมดที่คราวเกลครอบครองไม่สามารถประเมินเป็นเงินได้ พลังโจมตีของเขานั้นไร้ผู้ต้านทานและไม่มีผู้เล่นคนไหนทนรับได้ แต่เกริดกลับทนได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้พลังชีวิตของเขากลับฟื้นคืนมาราวกับเรื่องโกหก และแรงกดดันของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ในสายตาของคราวเกล เกริดเปรียบเสมือนบอสอาชญากร
‘เขาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเยาะเย้ย แต่ตอนนี้เขาคือตำนานของจริง’
คราวเกลมีทั้งตาและหู เขาเคยได้ยินเรื่องเจ้าของอาชีพในตำนานที่คอนโทรลแย่ คนขี้ขลาดที่กลบปมด้อยด้วยไอเทมและอาชีพ และตอนนี้เขากลายเป็นคน ‘โอเวอร์เกียร์’ ที่พอมีฝีมืออยู่บ้าง
คราวเกลรู้เรื่องของเกริดพอสมควร เขาเคยดูวิดีโอสุนทรพจน์คัดเลือกพระสันตะปาปาด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้ว ทุกคนย่อมมีการเติบโต และเกริดเองก็เช่นกัน เกริดเติบโตขึ้นมาก
หลักฐานคือ เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่ทำร้ายคราวเกลได้
‘นายไม่ได้หัวช้าเลยนี่’
เกริดทุ่มเทมากกว่าคนอื่น
‘ตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเขาไม่พยายามอย่างหนัก เขาคงไม่มีทางได้เป็นตำนานหรอก’
คราวเกลยอมรับในจุดนี้ เกริดเป็นคนที่ยอดเยี่ยม เขาไม่ควรถูกใครดูหมิ่นทั้งสิ้น
“ฉันจะแสดงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ด้วยความจริงใจ... ดาบดาวตก (Meteor Sword)”
คราวเกลใช้สกิลที่เคยถูกขัดจังหวะด้วยเสียงคำรามแห่งเลือด (Blood Cry) ปราณดาบพุ่งพล่านในอากาศหนาแน่นราวกับฝนดาวตก
“วิชาดาบของแพ็กม่า”
คราวเกลทะยานขึ้นไป ขณะที่เกริดเริ่มร่ายรำดาบ มันเป็นไปตามที่คราวเกลคาดไว้ เกริดเป็นตัวละครที่มีไอเทมและสกิลระดับตำนาน ดังนั้นเขาจึงมั่นใจในสิ่งเหล่านั้นมากกว่าสิ่งอื่นใด มันชัดเจนว่าเขาจะเข้าปะทะกับดาบดาวตกตรงๆ
‘นั่นคือความผิดพลาดของนาย’
ดาบดาวตกเป็นสกิลโจมตีต่อเนื่องหลายขั้น มันจะฟันหลายครั้งในระยะเวลาอันสั้น และทุกครั้งที่โจมตีโดน ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การปะทะตรงๆ จะสร้างความเสียหายมหาศาล คราวเกลมั่นใจเช่นนั้น แต่เกริดกลับเลือกในสิ่งที่ต่างออกไปจากที่คราวเกลคาดการณ์
“เหนือขีดจำกัด (Transcend)”
วูบบบบ!
กระแสอากาศที่เกิดจากปราณของคราวเกลเปลี่ยนทิศทาง เกริดดูดซับพลังงานเหนือขีดจำกัดเข้าไป
‘ความผิดพลาดประการที่สอง’
คือการพยายามเผชิญหน้ากับคนที่มีทักษะคอนโทรลดีกว่าตรงๆ
[เข้าสู่โหมดเหนือขีดจำกัด]
[พลังโจมตีของคุณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และการโจมตีปกติจะกลายเป็นการโจมตีระยะไกล ผลนี้จะคงอยู่เป็นเวลา 30 วินาที]
ซู่ว...
เกริดใช้ประโยชน์จากการบิน ลอยตัวอยู่บนอากาศและรักษาระยะห่างจากคราวเกล ในขณะเดียวกัน คลื่นดาบสีดำก็ถูกยิงออกไป
[คุณได้รับความเสียหาย 10,700 หน่วย]
“อั่ก!”
วิถีของดาบดาวตกนั้นเรียบง่าย นี่คือข้อจำกัดของสกิลล็อคเป้าหมาย ซึ่งทำให้ทักษะคอนโทรลของคราวเกลถูกจำกัดตามไปด้วย คราวเกลถูกคลื่นดาบสีดำกระแทกเข้าอย่างจังจนเลือดไหลกบปาก
‘ต้องเปลี่ยนเส้นทาง...!’
เปรี้ยง!
คราวเกลร่วงลงสู่พื้นดินแต่ก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันที มีคลื่นดาบอีกสามสายพุ่งตรงมาหาเขาแล้ว คราวเกลกลิ้งตัวไปกับพื้นและใช้งานสกิล
ครืนนน!
เมฆสีขาวแผ่ออกมาจากดาบเขี้ยวสีขาว (White Fang) ปกคลุมไปทั่วบริเวณ มันคือกลอุบายเพื่อพรางตัว แต่ทว่ามันไร้ผล เกริดมีทั้งค่าความเข้าใจ (Insight) ที่สูงลิบและยังมีผ้าปิดตาเพชฌฆาต (Slaughterer’s Eye Patch) แม้เขาจะตรวจจับดาบของคราวเกลไม่ได้ทั้งหมด แต่เขาก็ไม่ได้มืดแปดด้าน
เกริดสามารถจับตำแหน่งของคราวเกลภายในกลุ่มเมฆได้อย่าง ‘รวดเร็ว’ นั่นคือข้อพิสูจน์ว่าสมาธิของเกริดในตอนนี้สูงแค่ไหน
ตูม ตูม ตูม!
คลื่นดาบแหลมคมพุ่งเข้าหาคราวเกลทุกครั้งที่เกริดตวัดดาบ คราวเกลที่พยายามหลบหลีกคลื่นดาบที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน พลาดท่าโดนโจมตีอีกครั้ง
‘กึก... นี่มันต่างจากสกิลที่ชื่อสังหารต่อเนื่องเหนือขีดจำกัด (Transcended Link) สินะ?’
เกริดไม่เคยใช้ ‘เหนือขีดจำกัด’ ในวิดีโอสองครั้งที่คราวเกลเคยดู การโจมตีระยะไกลเพียงอย่างเดียวที่เขาเคยใช้คือสังหารต่อเนื่องเหนือขีดจำกัด ความแตกต่างระหว่างสกิลที่ใช้เพียงครั้งเดียวกับสกิลต่อเนื่องอย่าง ‘เหนือขีดจำกัด’ ทำให้คราวเกลเริ่มสับสน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ห่าฝนคลื่นดาบกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า คราวเกลใช้พลังทั้งหมดในการหลบหลีกจนในที่สุดก็เริ่มตั้งตัวได้ เขาเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงที่สามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วและวิถีของคลื่นดาบได้ในเวลาอันสั้น
หลังจากนั้นไม่นาน ห่าฝนคลื่นดาบก็หยุดลง
‘ระยะเวลาของสกิลหมดลงแล้ว’
คราวเกลประเมินสถานการณ์และกระโดดขึ้นไปหาเกริด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเกริด
“หลอกน่ะ”
เปรี้ยง!
ระยะเวลาของเหนือขีดจำกัดคือ 30 วินาที ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 5 วินาที เกริดยิงคลื่นดาบใส่คราวเกลอีกครั้ง การเคลื่อนที่กลางอากาศมีขีดจำกัดมากกว่าบนพื้น เกริดจึงเชื่อว่าคราวเกลไม่มีทางหลบได้พ้น อย่างไรก็ตาม คราวเกลกลับเปลี่ยนวิถีร่างกายของเขาโดยใช้สันดาบเขี้ยวสีขาวปะทะกับอากาศ มันไม่ใช่เวทมนตร์การบินเหมือนเกริด แต่เขากลับดูเหมือนกำลังโผบินไปบนท้องฟ้า
‘หลบได้งั้นเหรอ!’
เกริดตกตะลึง
“ย่าห์!”
คราวเกลเคลื่อนที่ผ่านอากาศจนเข้าถึงตัวเกริด พร้อมกับตวัดดาบเขี้ยวสีขาว
ฉัวะ!
หน้าอกของเกริดถูกฟันเป็นแผลลึก คราวเกลกำลังจะเชื่อมต่อการโจมตีถัดไป แต่ในวินาทีนั้นเอง เขาได้ยินเกริดพูดขึ้นว่า
“ความผิดพลาดประการที่สาม...”
เทวหัตถ์ (God Hands)
เขาสร้างมือพวกนี้ขึ้นมา แต่ที่ผ่านมาเขาใช้มันแค่ยิงเมจิกมิสไซล์หรือถืออาวุธเท่านั้น นั่นแหละคือความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุด
หมับ!
“...!”
คราวเกลขนลุกซู่ เพลงดาบนั้นอาจจะดูงุ่มง่าม แต่ทว่ามือสีทองทั้งสี่กลับมีความเร็วในการเคลื่อนที่เหนือชั้นกว่ามาก พวกมันพุ่งเข้ามาจับข้อมือและข้อเท้าของเขาไว้ เขาถูกพันธนาการอย่างง่ายดาย คราวเกลพยายามจะสลัดพวกมันออก แต่จังหวะนั้นเอง ช่องว่างก็เปิดออก
เกริดไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ
“สังหารต่อเนื่อง (Linked Kill)”
[...]
“สุดยอดประสาทสัมผัส (Super Sensitivity)!”
[ระยะเวลาคูลดาวน์ของสุดยอดประสาทสัมผัสยังไม่สิ้นสุด]
“...!”
ฉึก!
ฉึก ฉึก ฉึก!
เช่นเดียวกับการใช้ทักษะอย่างยอดเยี่ยมที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถ การใช้ไอเทมที่ดีก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถเช่นกัน เกริดปีนขึ้นหน้าผามาอย่างไม่ลดละ แม้จะถูกกดทับด้วยความไร้พรสวรรค์ของตนเอง
เขาเอาชนะ ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า’ ที่แม้แต่แรงเกอร์ชื่อดังก็ยังเอื้อมไม่ถึง บรรดาสมาชิกโอเวอร์เกียร์ที่ตามมาถึงทีหลังต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า ในทางกลับกัน ดวงตาของลอร์ดทอประกายราวกับอัญมณีขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของรูบี้
ลอร์ด สไตม์... นี่คือวินาทีที่ภาพจำว่า ‘ท่านพ่อเก่งที่สุดในโลก’ ได้ถูกประทับลงในใจของผู้ที่จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.




