Chapter 612
612 / 2060
12 min read
Chapter 612
Published Apr 3, 2026, 07:45 PM
**บทที่ 612**
ท่ามกลางเงามืดที่แฝงเร้นในโลกเสมือน ‘บลัดคาร์นิวัล’ คือกลุ่มดาร์กเกมเมอร์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกมันคือเหล่าทรชนที่ยอมละทิ้งศีลธรรมและก่อกรรมทำเข็ญเพียงเพื่อแลกกับเศษเงิน จำนวนผู้ที่ตราหน้าว่าบลัดคาร์นิวัลเป็นศัตรูนั้นมีมากมายจนไม่อาจคณานับ และมีคนไม่น้อยที่เฝ้ารอวันจะชำระแค้นให้สาสม
ทว่า การทำลายล้างบลัดคาร์นิวัลกลับถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่เพ้อฝัน ขุมกำลังของพวกมันกล้าแกร่งเกินหยั่งถึง อีกทั้งฐานที่มั่นยังถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความลึกลับจนไม่มีใครระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้... จนกระทั่งวันนี้
“ที่นี่น่ะหรือ... รังของพวกบลัดคาร์นิวัล?”
‘ต้มยำ’ แรงเกอร์แถวหน้าของประเทศไทย เดินทางมาถึงเทือกเขาดราเวียน หลังจากเธอเคยถูกลอบสังหารโดยน้ำมือของบลัดคาร์นิวัล ต้มยำได้รวบรวมเหล่าผู้เสียหายที่มีชะตากรรมเดียวกันและออกตามล่าฐานทัพของพวกมันจนพบ ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากการใช้เงินจำนวนมหาศาลจ้างวาน ‘สกั๊งก์’ นักสำรวจอันดับหนึ่งของโลกมานำทาง
“คุณเข้าไปในถ้ำนั่นได้เลย” สกั๊งก์กล่าวด้วยท่าทีเป็นกันเองหลังจากเก็บเกี่ยวทองคำไปเป็นกอบเป็นกำ
เมื่อต้มยำมาถึงปากถ้ำขนาดมหึมา เธอก็ขมวดคิ้วด้วยความฉงน “ตามหน้าต่างแจ้งเตือน... ที่นี่มันคือรังของมังกรคลั่งเนวาร์ทันไม่ใช่หรือ?”
ฐานที่มั่นของพวกมันคือรังมังกรอย่างนั้นหรือ? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? สกั๊งก์เห็นสีหน้าไม่ไว้วางใจของต้มยำจึงรีบอธิบายเสริม
“หากจะพูดให้ถูก ที่นี่เคยเป็นรังของเนวาร์ทันมาก่อน แต่มันจากไปนานหลายร้อยปีแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงกลิ่นอายจางๆ ทิ้งไว้เท่านั้น มันเป็นสถานที่เร้นลับที่แม้แต่พวกมอนสเตอร์ยังไม่กล้าก้าวก่าย จึงไม่มีที่ใดจะเหมาะไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับพวกบลัดคาร์นิวัลในการสร้างฐานทัพ”
“อืม... เข้าใจแล้ว”
ต้มยำกวาดสายตามองและตรวจสอบรายชื่อสมาชิกในปาร์ตี้ ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นผู้ที่เคยบอบช้ำจากการถูกบลัดคาร์นิวัลกัดกิน สาเหตุที่พวกเขากลายเป็นเป้าหมายก็เพราะแต่ละคนต่างมีชื่อเสียงโด่งดังในสาขาอาชีพของตน สมาชิกทั้ง 300 คนนี้มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม เลเวลเฉลี่ยอยู่ในระดับกลาง 200 และยังมีไฮแรงเกอร์ถึง 19 คนรวมอยู่ด้วย ขุมกำลังระดับนี้ย่อมไม่ปราชัยให้แก่บลัดคาร์นิวัลโดยง่าย
‘ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องความเมตตากับพวกโง่เง่าที่หน้ามืดตามัวเพราะหยาดเหงื่อของคนอื่น’
ในเมื่อพวกมันทำร้ายผู้อื่น ก็ต้องได้รับการตอบแทนด้วยตาต่อตา ฟันต่อฟัน ต้มยำก้าวขึ้นนำขบวนผู้ร่วมอุดมการณ์ด้วยแววตาแน่วแน่
“เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ฐานทัพศัตรู จงฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าอย่าให้เหลือรอด!”
“รับทราบ! มาสั่งสอนไอ้พวกสุนัขลอบกัดนั่นกันเถอะ!”
“ข้าจะฉีกกระชากไอ้คนที่มันฆ่าข้าให้เป็นชิ้นๆ!”
เหล่าพันธมิตรต่อต้านบลัดคาร์นิวัลต่างแผดคำรามด้วยความแค้น พวกเขาชักอาวุธขึ้นและพุ่งตัวเข้าสู่ถ้ำลึกโดยไร้ซึ่งความลังเล ทว่า...
‘ทำไมไม่มีใครเลย?’
‘หรือข่าวจะรั่ว?’
‘สกั๊งก์หลอกพวกเรางั้นหรือ?’
ภายในถ้ำกลับว่างเปล่าไร้ร่องรอยของมนุษย์ ไม่มีแม้แต่เงาของสมาชิกบลัดคาร์นิวัลที่น่าชิงชัง
“ทุกคนอยู่ในความสงบ!” ต้มยำคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เธอพยายามควบคุมสติของสมาชิก “อย่าลดการป้องกันลงเด็ดขาด จงเร่งหาร่องรอยของศัตรู!”
เธอกว่าหว่านล้อมคนเหล่านี้มาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่รู้ว่าจะรวมตัวกันแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่ ต้มยำตั้งมั่นว่าภารกิจนี้ต้องจบลงในวันนี้เท่านั้น เธอเฟ้นหาเบาะแสอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่ง...
“ฉันเจอทางเข้าดันเจี้ยนแล้ว!”
ที่ส่วนลึกที่สุดของถ้ำ มีทางเข้าดันเจี้ยนลับซุกซ่อนอยู่ ประกายไฟในดวงตาของเหล่าพันธมิตรพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
“พวกบลัดคาร์นิวัล...! มันคงรู้ตัวว่าเราจะบุกมา เลยมุดหัวหลบอยู่ในนี้เพราะความขลาดกลัวสินะ!”
“บุกเข้าไปพังถล่มมันเลย!”
“โอ้วววว!”
ความกลัวไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของคน 300 คนนี้ พวกเขาเชื่อมั่นว่าด้วยพลังที่มี ต่อให้เป็นกับดักของบลัดคาร์นิวัลก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ ทันทีที่พวกเขาก้าวพ้นธรณีประตู...
**[คุณได้เข้าสู่ดันเจี้ยน ‘บีแวร์ดอกส์’ (Beware Dogs)]**
**[ดันเจี้ยนตรวจพบผู้บุกรุก ทำการเปิดใช้งานกับดักมหาศาล!]**
*ฉึก! ฉับ!*
*เปรี้ยง! ตูมมมมม!*
“อ๊าคคคคค!”
ดันเจี้ยนที่มีชื่ออันประหลาดล้ำกลับกลายเป็นนรกบนดินในชั่วพริบตา พื้นดินปะทุเป็นเปลวเพลิง ใบมีดคมกริบพุ่งทะยานมาจากทั่วสารทิศ สมาชิกหลายสิบคนที่อยู่แนวหน้าถูกสังหารหรือบาดเจ็บสาหัสในทันที
“โครมชิลด์!”
“ไจแอนท์ชิลด์!”
“วินด์เคอร์เทน!”
สมาชิกส่วนใหญ่ที่เป็นแรงเกอร์ต่างเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว พวกเขาเรียกใช้ทักษะป้องกันอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องมิตรสหาย แต่ปัญหาไม่ได้มีเพียงแค่กับดัก
*กรรร๊!*
*กี๊ซซซซ!*
มอนสเตอร์จำนวนมหาศาลพุ่งออกมาจากเงามืดของดันเจี้ยน พวกพันธมิตรที่ยังตั้งตัวไม่ติดจากการถูกกับดักเล่นงานเริ่มตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
‘เหลือเชื่อ...!’
ต้มยำเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อการรบดำเนินไป มอนสเตอร์เหล่านี้ไม่ได้เข้าจู่โจมอย่างไร้ระเบียบ แต่มันเคลื่อนพลเป็นรูปขบวนประดุจกองทัพที่มีระเบียบวินัย ราวกับมีใครบางคนคอยบัญชาการพวกมันอยู่เบื้องหลัง
‘มอนสเตอร์เทมเมอร์...? บลัดคาร์นิวัลมีเทมเมอร์ระดับแรงเกอร์ด้วยงั้นหรือ?’
สมแล้วที่เป็นกลุ่มรวมพลแรงเกอร์นอกคอก พวกมันคือศัตรูที่เคี้ยวยาก ต้มยำกวัดแกว่งอาวุธฟาดฟันมอนสเตอร์ขาดเป็นสองท่อนทีละตัวๆ
“โอ้ววว!”
เหล่าแรงเกอร์รีดเค้นพลังทั้งหมดพังทะลายกองทัพมอนสเตอร์จนผ่านพ้นส่วนแรกมาได้ พวกเขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความอ่อนล้า
“แฮก... แฮก...”
“จัดการพวกมันหมดแล้วใช่ไหม?”
แม้จะทำลายกับดักและกวาดล้างมอนสเตอร์ได้สิ้น แต่ความตึงเครียดกลับไม่ลดน้อยลง พวกเขาเริ่มระแวดระวังรอบกายด้วยใจที่สั่นไหว คิดว่าบลัดคาร์นิวัลจะโผล่ออกมาซ้ำเติมในขณะที่พวกเขากำลังฟื้นฟูพลัง ทว่า กลับไม่มีวี่แววของศัตรูที่เป็นมนุษย์เลย
‘อะไรกัน?’
‘นี่มัน...!’
หัวใจของเหล่าพันธมิตรหล่นวูบ เมื่อพวกเขาพบประตูที่มุมห้องหนึ่ง
“ดันเจี้ยนนี้... มันแบ่งออกเป็นหลายส่วนงั้นหรือ?”
“บัดซบ...”
เพียงแค่ส่วนแรกยังสาหัสขนาดนี้ สมาชิก 300 คนตอนนี้เหลือเพียง 250 คน พวกเขาไม่อยากจินตนาการเลยว่าส่วนต่อไปจะทวีความโหดเหี้ยมเพียงใด ในขณะที่มวลชนเริ่มเสียขวัญ ต้มยำและเหล่าไฮแรงเกอร์ก็รีบกู่ร้องเพื่อเรียกความมั่นใจ
“อย่าเพิ่งตระหนกไป! หากส่วนต่อไปเราตั้งสติและรับมืออย่างเยือกเย็นตั้งแต่ต้น เราจะผ่านมันไปได้ง่ายกว่าเดิม!”
“ขีดจำกัดของมอนสเตอร์เทมเมอร์ย่อมมีอยู่จริง จำนวนและคุณภาพของมอนสเตอร์ในส่วนต่อไปต้องลดลงอย่างแน่นอน!”
“ระวังกับดัก และเตรียมใจเผชิญหน้ากับพวกบลัดคาร์นิวัลได้เลย!”
“โอ้ววว!”
พันธมิตรผู้กล้าก้าวเดินสู่ส่วนที่สอง ทว่าสิ่งที่รอคอยอยู่กลับเป็นกับดักที่แยบยลกว่าเดิม และฝูงมอนสเตอร์ที่หนาตากว่าเก่า!
*โฮก!*
*กรรร!*
“นี่มันบ้าไปแล้ว!”
สีหน้าของทุกคนพลันซีดเผือด จำนวนมอนสเตอร์ในส่วนที่สองนั้นมากกว่าส่วนแรกเสียอีก นี่ไม่ใช่ระดับที่มอนสเตอร์เทมเมอร์คนเดียวจะควบคุมได้แล้ว!
‘ต่อให้มีเทมเมอร์เป็นสิบคน ก็ไม่มีทางบงการมอนสเตอร์ได้มากขนาดนี้!’
‘บ้าน่า... การจัดกระบวนทัพที่สมบูรณ์แบบของมอนสเตอร์หลากสายพันธุ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้ยังไง?’
‘ความยากของดันเจี้ยนนี้มันระดับไหนกันแน่!’
‘ไอ้พวกบลัดคาร์นิวัลขี้ขลาด พวกแกมุดหัวซ่อนอยู่ในนรกชัดๆ!’
การนองเลือดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เรี่ยวแรงของเหล่าผู้ล้างแค้นค่อยๆ เหือดแห้งไปกับการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น
***
**[ระวัง! พื้นที่เขต 3 ของดันเจี้ยน ‘บีแวร์ดอกส์’ ถูกทำลายสิ้น!]**
**[คุณได้รับค่าประสบการณ์และไอเทมดรอปจำนวนมากในฐานะค่าชดเชยจากผู้บุกรุก]**
**[ผู้รอดชีวิตพังทลายเข้ามาในพื้นที่เขต 4 แล้ว]**
**[กับดักและมอนสเตอร์ในเขต 4 เริ่มต้นการทำงาน]**
“ห่างหายไปนาน แต่พวกแกก็ขยันคลานมาหาที่ตายกันเหลือเกินนะ”
หนึ่งเดือนก่อน ‘ดาร์ก’ เคยตระหนกเมื่อมีผู้บุกรุกนิรนามเล็ดลอดเข้าสู่ดันเจี้ยนของเขา ‘บีแวร์ดอกส์’ คือผลงานชิ้นโบแดงที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้น แต่เขาก็ตระหนักได้ว่ามันยังไม่สมบูรณ์เพียงพอจะหยุดยั้งยอดฝีมือ เขาจึงใช้เวลาและเงินมหาศาลไปกับการปรับปรุงและเสริมพลังให้มันแกร่งกล้าขึ้นกว่าเดิม
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่างน่าอัศจรรย์ ประสิทธิภาพของกับดักและกองทัพมอนสเตอร์ในบีแวร์ดอกส์ทรงพลังเกินกว่าที่เขาคาดคิด มันกำลังขับต้อนผู้บุกรุกระดับสูงกว่า 300 คนให้ไปสู่ขุมนรก
“น่าเจ็บใจที่พื้นที่ 3 เขตต้องพังพินาศ... แต่ฉันจะยอมหัวเราะทีหลัง เพราะผลกำไรจากไอเทมที่พวกแกจะทิ้งไว้ตอนตายมันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน”
ดาร์กสั่นสะท้านด้วยความปลาบปลื้มในอำนาจอันล้นพ้นของตน ‘ดันเจี้ยนเมกเกอร์’ คืออาชีพลับที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ภายในอาณาจักรแห่งเงามืดนี้ เขาเปรียบเสมือนพระเจ้าผู้กุมชะตาชีวิตทุกสรรพสิ่ง
‘บางที... แม้แต่เทพอสูรก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของฉันในที่แห่งนี้?’
คราวเกล, อักนุส, เกริด หรือพวกผู้เล่นระดับสุริยันงั้นหรือ? พวกนั้นมันก็แค่พวกโง่เขลา ดาร์กมั่นใจเหลือเกินว่าไม่มีผู้บุกรุกหน้าไหนจะรอดชีวิตไปได้ รอยยิ้มของเขาฉีกกว้างเมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนว่าเลเวลของเขาเพิ่มขึ้นปรากฏขึ้นมา
“เมื่อไหร่จะได้เวลาไปเก็บกวาดไอเทมดรอปพวกนั้นกันนะ?”
***
“บะ... บัดซบ...”
ต้มยำกระเสือกกระสนหนีออกมาจากดันเจี้ยนได้ราวกับปาฏิหาริย์ อุปกรณ์สวมใส่พังยับเยิน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เธอทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
‘พันธมิตรที่ฉันเพียรพยายามสร้างขึ้นมา... พินาศย่อยยับหมดแล้ว’
แม้แต่เงาของสมาชิกบลัดคาร์นิวัลเธอก็ยังไม่เห็นด้วยซ้ำ
‘การล้างแค้น... ฉันคงต้องยอมแพ้เสียที’
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ต้มยำทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อรวบรวมเหล่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่าและน่าสังเวช ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมหัวใจ เธอไม่ต้องการจะเผชิญหน้ากับบลัดคาร์นิวัลอีกต่อไปแล้ว การปล่อยวางจากความพยาบาทอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า
“ฮึก...”
ในชั่วขณะที่ศักดิ์ศรีมลายหายไป ความสิ้นหวังก็เข้ามาแทนที่ ต้มยำก้มหน้าร่ำไห้อย่างสะอึกสะอื้น
“มดสักตัวก็ไม่มีให้เห็น อย่าว่าแต่มอนสเตอร์เลย แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน?”
“ดูเหมือนผู้หญิงหลงทางมาร้องไห้น่ะ อย่าไปสนใจเลย เข้าดันเจี้ยนกันเถอะ”
“ปกติเราควรจะถามไถ่และช่วยเหลือไม่ใช่หรือไง?”
“ข้าเกลียดพวกไร้ความสามารถ และข้าจะไม่ช่วยคนอ่อนแอโดยไร้เหตุผล”
“นายนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ”
“งั้นเจ้าสนใจยัยคนนั้นจริงๆ หรือ?”
“ไปกันต่อเถอะ”
“...?”
เสียงบทสนทนาแว่วมาจากปากถ้ำ ต้มยำชะงักการร่ำไห้และเงยหน้าขึ้นมอง เธอเห็นชายหนุ่มผมดำขลับเดินมาพร้อมกับเด็กชายคนหนึ่ง ดวงตาของต้มยำเบิกค้างเมื่อจ้องมองไปยังบุรุษผู้นั้น
“กะ... เกริด...?”
เหตุใดบุคคลระดับตำนานเช่นนี้ถึงมาปรากฏตัวในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้? ต้มยำมองด้วยความงุนงง มือเรียวกระชับอาวุธด้วยสัญชาตญาณความระแวง
‘เขามาที่นี่ทำไม? หรือเขามีความสัมพันธ์ลับๆ กับพวกบลัดคาร์นิวัล?’
จากคำบอกเล่าของสกั๊งก์ ฐานทัพแห่งนี้ซ่อนอยู่ในจุดที่ลึกลับและซับซ้อนเกินกว่าจะมีใครมาพบโดยบังเอิญ การที่เกริดมาปรากฏตัวที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เกริดปรายหามองต้มยำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าจะพูดเพียงครั้งเดียว อย่าเอาตัวมาพัวพันกับเรื่องนี้ แล้วไสหัวไปซะ”
แร่ธาตุทั้งหมดในนี้ต้องเป็นของข้า! — เกริดละประโยคหลังไว้ในใจ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ต้มยำตีความไปอีกทาง
‘เขารู้ถึงความอันตรายของที่นี่อยู่แล้วงั้นหรือ? และเขากำลังเป็นห่วงฉัน?’
นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับบลัดคาร์นิวัล! หรือว่า...
‘เขากำลังจะไปจัดการกับบลัดคาร์นิวัล!’
บลัดคาร์นิวัลก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมาย ไม่แปลกที่เกริดอาจจะมีความแค้นส่วนตัวกับพวกมัน ต้มยำรีบตะโกนเตือนด้วยความร้อนรนเมื่อเห็นเกริดมุ่งหน้าไปยังทางเข้าดันเจี้ยน
“อะ... อันตราย...! การเข้าไปในนั้นคนเดียวมันไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลยนะ!”
“ว่าไงนะ?”
เกริดหันกลับมาจ้องเขม็งใส่ต้มยำ ในวินาทีนั้น ต้มยำรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไป บารมีอันสูงส่งบวกกับสายตาที่คมปราบของราชาโอเวอร์เกียร์สร้างแรงกดดันมหาศาลจนเธอแทบหยุดหายใจ
“(ที่นี่มันคือเหมืองแร่ชั้นดี) ฆ่าตัวตายตรงไหน? เจ้ากำลังดูหมิ่นข้า (หรือกำลังขู่กรรโชกข้า) อยู่หรือไง?”
สถานที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยแร่ธาตุล้ำค่า เกริดรู้สึกถึงพันธกิจที่ต้องครอบครองมันเพื่อความรุ่งโรจน์ของอาณาจักรโอเวอร์เกียร์ นี่ไม่ใช่ความโลภส่วนตน แต่เป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ เขาจึงไม่อาจยอมให้ผู้หญิงคนนี้มาขัดขวางการขุดแร่ของเขาได้
*ฟึ่บ!*
เกริดและไมนอร์เดินเข้าสู่ดันเจี้ยนไปโดยไม่นำพาต่อคำเตือนนั้น...
“สุ... สุดยอดไปเลย...”
ต้มยำได้แต่เฝ้ามองแผ่นหลังนั้นด้วยความเลื่อมใส ดันเจี้ยนที่น่าสยดสยองขนาดโค่นล้มปาร์ตี้ 300 คนที่มีเลเวลเฉลี่ยสูงถึง 250 ลงได้ แต่เกริดที่เป็นถึงราชา และน่าจะได้รับเบาะแสเรื่องบลัดคาร์นิวัลมาแล้ว กลับหาญกล้าบุกเข้าไปพร้อมกับ NPC เด็กเพียงคนเดียว
‘เขามั่นใจถึงขนาดว่าจะถล่มดันเจี้ยนและทำลายบลัดคาร์นิวัลได้ด้วยตัวคนเดียวเลยงั้นหรือ?’
ช่างเป็นความกล้าหาญที่สั่นสะเทือนไปถึงสรวงสวรรค์! แต่ทว่า...
‘การผ่านดันเจี้ยนนั้นเพียงลำพังเป็นไปไม่ได้ ต่อให้เขาผ่านไปได้ ก็ยังมีสองพี่น้องขาวดำและแรงเกอร์ของบลัดคาร์นิวัลรออยู่อีก...’
เกริดกำลังมุ่งหน้าไปสู่ความตาย... ช่างน่าเศร้าที่ความจริงมันช่างโหดร้าย ต้มยำที่ได้เห็นความอำมหิตของบลัดคาร์นิวัลมากับตา ได้แต่ภาวนาด้วยใจที่สั่นระรัว เพราะเธอเกรงว่าแม้แต่ ‘ราชาโอเวอร์เกียร์’ ก็อาจจะประเมินศัตรูต่ำเกินไป
React
Discussion
Comments and community activity load when this section is in view.
Scroll a little further or use the button above to open the discussion panel.


